Arthur Brooks ได้อธิบายประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “Money doesn’t buy happiness. But you can use money to buy things that lead to happiness.” ประโยคนี้สะท้อนความจริงอย่างชัดเจนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีเงินมากหรือน้อย แต่เป็นเรื่องของ “วิธีการใช้เงิน” ต่างหาก
ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า “relative income effect” ซึ่งอธิบายว่า ความพึงพอใจของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ของตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของตนเองเมื่อเทียบกับผู้อื่น Arthur Brooks ได้เตือนถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า “If your happiness depends on being richer than others, you will never be happy.” เพราะในเกมของการเปรียบเทียบ ไม่มีจุดสิ้นสุด และไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง
วิธีใช้เงินที่สร้างความสุขอย่างยั่งยืน
แม้เงินจะไม่สามารถซื้อความสุขได้โดยตรง แต่การใช้เงินอย่างมีเป้าหมายและมีความเข้าใจสามารถช่วยเพิ่มระดับความสุขได้อย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การใช้เงินเพื่อ “ผู้อื่น” เช่น การให้ การช่วยเหลือ หรือการสร้างคุณค่าให้กับสังคม มีผลต่อความสุขมากกว่าการใช้เงินเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ การใช้เงินเพื่อซื้อ “เวลา” เช่น การลดภาระงานบางอย่าง หรือการสร้างสมดุลชีวิต ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว Arthur Brooks สรุปแนวคิดนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “Happiness is not about having more. It’s about wanting less and loving more.” สะท้อนให้เห็นว่า ความสุขไม่ได้เกิดจากการสะสมสิ่งของหรือความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเข้าใจว่าควรให้คุณค่ากับสิ่งใดในชีวิต