Everyday knowledge for you
การทำงาน
17/04/2026
เจาะลึก 5 อาชีพดาวรุ่งยุค AI ครองเมือง ใครเริ่มก่อนได้เปรียบในขณะที่บางอาชีพอาจลดบทบาทลง แต่อีกด้านหนึ่ง "ช่องว่าง" ของตลาดแรงงานกลับขยายใหญ่ขึ้นสำหรับผู้ที่มีทักษะการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ นี่คือ 5 งานที่ตลาดกำลังแย่งตัว1. Prompt Engineer (วิศวกรคำสั่ง)นี่คืออาชีพที่ร้อนแรงที่สุดในยุคนี้ หน้าที่หลักคือการเขียน "ชุดคำสั่ง" หรือ Prompt เพื่อให้ AI (เช่น Large Language Models) แสดงผลลัพธ์ออกมาได้ถูกต้อง แม่นยำ และทรงพลังที่สุด คนกลุ่มนี้ต้องมีความเข้าใจทั้งภาษาศาสตร์และตรรกะคอมพิวเตอร์ เพื่อเค้นศักยภาพสูงสุดของ AI ออกมา2. AI Ethicist & Compliance Officer (ผู้เชี่ยวชาญจริยธรรมและความปลอดภัย AI)ยิ่ง AI ฉลาดขึ้น ความเสี่ยงเรื่องลิขสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัว และอคติของข้อมูลก็ยิ่งสูง อาชีพนี้มีหน้าที่ตรวจสอบว่า AI ที่องค์กรใช้นั้น "โปร่งใส" และ "ยุติธรรม" หรือไม่ ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้ทางกฎหมาย จริยธรรม และเทคโนโลยีควบคู่กัน3. AI Business Transformation Consultant (ที่ปรึกษาการปรับตัวธุรกิจด้วย AI)บริษัททั่วโลกกำลังต้องการ "ตัวกลาง" ที่จะบอกได้ว่า ควรเอา AI ตัวไหนมาช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มยอดขาย อาชีพนี้ต้องมองภาพรวมธุรกิจออก และรู้ว่าเครื่องมือ AI ตัวใด (เช่น Predictive Analytics หรือ Automation) จะเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด4. Data Curator & Quality Controller (นักคัดกรองข้อมูลคุณภาพ)AI จะเก่งได้ต้องกิน "ข้อมูล" ที่ดี อาชีพนี้ไม่ได้แค่เก็บข้อมูล แต่ต้องทำหน้าที่คัดเลือก ตรวจสอบความถูกต้อง และจัดหมวดหมู่ข้อมูลคุณภาพสูงเพื่อนำไปสอน (Train) AI ให้มีความแม่นยำสูงขึ้น เปรียบเสมือน "เชฟ" ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศให้ AI ทานนั่นเอง5. AI-Enhanced Content Creator (นักสร้างสรรค์คอนเทนต์สาย Hybrid)หมดยุคการนั่งเขียนบทความหรือตัดต่อวิดีโอแบบเดิมๆ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ยุคใหม่ใช้ AI ช่วยหาไอเดีย ร่างสคริปต์ และสร้างภาพกราฟิกเพียงไม่กี่วินาที แล้วใช้ "รสนิยมมนุษย์" ในการคัดเกลาให้เข้าถึงใจผู้คน งานนี้ใครใช้ AI เก่งจะผลิตงานได้มากกว่าเดิม 10 เท่าในเวลาเท่าเดิมการก้าวเข้าสู่ 5 อาชีพนี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเรียนจบสายคอมพิวเตอร์เสมอไป แต่ต้องมีทักษะสำคัญคือ "ความกระหายที่จะเรียนรู้" (Growth Mindset) และการฝึกฝนใช้เครื่องมือใหม่ๆ อยู่เสมอ จำไว้ว่า AI คือ "ผู้ช่วย" ที่ทรงพลัง แต่ "ผู้ตัดสินใจ" และ "เจ้าของไอเดีย" ยังคงต้องเป็นมนุษย์อย่างเราแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2922358
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
17/04/2026
คปภ. แนะนำ 10 เช็กลิสต์ ให้ประชาชนซื้อประกันชีวิตอย่างรอบคอบ ตรวจสอบใบอนุญาตของตัวแทน ศึกษาและเข้าใจว่าการซื้อประกันชีวิตคือการบริหารความเสี่ยง ชำระเบี้ยประกันผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนต่อเนื่องสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แนะนำ 10 เช็กลิสต์ แก่ประชาชนที่ประสงค์จะซื้อประกันชีวิตผ่านตัวแทนประกันชีวิต ควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อให้การทำประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์ที่กำหนดในกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง ดังนี้ข้อที่ 1 ทำความเข้าใจว่าการประกันชีวิตเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง: ผู้ซื้อควรเข้าใจว่าการซื้อประกันชีวิตเป็นการบริหารความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง มิใช่การฝากเงิน โดยผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตในฐานะผู้รับประกันภัย เพื่อรับความคุ้มครองต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตหรือสุขภาพทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง เช่น การเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บ บริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่จ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือผลประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้เอาประกันภัยหรือครอบครัวข้อที่ 2 ตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตก่อนตัดสินใจซื้อ: โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th ช่องทาง LINE Official Account : @OICConnect หรือแอปพลิเคชั่น “คนกลาง For Sure” ทั้งนี้ หากผู้เสนอขายไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตสิ้นอายุควรหยุดการเจรจา และในกรณีผู้เสนอขายมีใบอนุญาต ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตว่ายังมีผลบังคับใช้ ณ วันที่เสนอขาย รวมถึงตรวจสอบสังกัดบริษัทให้ถูกต้องข้อที่ 3 กำหนดวัตถุประสงค์ก่อนเลือกซื้อประกันชีวิต: การประกันชีวิตมีหลายประเภท ผู้ซื้อควรกำหนดวัตถุประสงค์ของตนเองให้ชัดเจน เพื่อให้ตัวแทนประกันชีวิตสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ ทั้งนี้ ผู้ซื้อควรเลือกแบบประกันชีวิตด้วยความสมัครใจ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ สามารถปฏิเสธ หรือเปลี่ยนตัวแทนประกันชีวิตเพื่อรับข้อเสนอใหม่ได้ข้อที่ 4 ประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย: ผู้ซื้อควรประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยตลอดระยะเวลาของสัญญา โดยวางแผนและประมาณการรายรับ-รายจ่ายอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน และสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญาข้อที่ 5 ทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองก่อนตัดสินใจซื้อ: การประกันชีวิตมีหลายประเภท ตัวแทนประกันชีวิต มีหน้าที่อธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายอย่างชัดเจน ทั้งเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น รวมถึงเปรียบเทียบราคาและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกัน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมทั้งนี้ หากข้อเสนอไม่ตรงตามความต้องการ ผู้ซื้อสามารถปฏิเสธหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กับตัวแทนรายอื่นได้ และเมื่อผู้ซื้อตัดสินใจทำประกันแล้ว ควรเก็บหลักฐานหรือเอกสารประกอบการเสนอขายไว้เป็นหลักฐานข้อที่ 6 กรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยให้ถูกต้องครบถ้วน: ผู้ซื้อควรกรอกข้อมูลในใบคำขอเอาประกันภัยด้วยตนเอง หรือหากมีผู้ช่วยกรอก ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนลงลายมือชื่อ โดยไม่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง เนื่องจากการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือปกปิดข้อเท็จจริงอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธการรับประกันภัยได้ และหากตรวจสอบภายหลังพบว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง บริษัทอาจยกเลิกสัญญาและปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เช่นกันข้อที่ 7 รับทราบสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต: ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการยกเลิกกรมธรรม์ให้ผู้ซื้อทราบ โดยผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ และในกรณีที่ซื้อผ่านช่องทางโทรศัพท์ สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ผู้ซื้อจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าตรวจสุขภาพ (ถ้ามี) หากผู้ซื้อยกเลิกกรมธรรม์ภายหลังระยะเวลาดังกล่าว สามารถใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์และได้รับมูลค่าเวนคืนตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตข้อที่ 8 ชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัญชีของบริษัทประกันชีวิตเท่านั้น: ผู้ซื้อควรชำระเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีของ บริษัทประกันชีวิตโดยตรง ไม่ควรโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวแทนประกันชีวิต และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการชำระเงิน และให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วนและต่อเนื่องข้อที่ 9 รับทราบช่องทางการติดต่อและการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์: ตัวแทนประกันชีวิตควรแจ้งช่องทางการติดต่อบริษัท รวมถึงขั้นตอนการเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ผู้ซื้อทราบ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุข้อที่ 10 ตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อได้รับเอกสาร: เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิตแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดว่าถูกต้องและเป็นไปตามการเสนอขายจากตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่เสนอขาย สามารถใช้สิทธิยกเลิกได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากพบข้อสงสัยหรือข้อผิดพลาดเกี่ยวกับกรมธรรม์ควรติดต่อตัวแทนประกันชีวิตหรือบริษัทประกันชีวิตโดยเร็วแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1991205
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
17/04/2026
ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารสยามพารากอน และ John จาก All About Art GalleryArt Jewel พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะของเอเชีย ณ ชั้น 5 สยามพารากอน ร่วมกับ Mighty One × All About Art Gallery ประเทศสิงคโปร์ จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “VISION” รวบรวมผลงานของ 15 ศิลปินร่วมสมัย จาก 10 ประเทศทั่วโลกไว้ด้วยกัน เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรม มุมมอง และภาษาเชิงทัศนศิลป์ ผ่านผลงานหลากหลายรูปแบบ พร้อมเปิดบทสนทนาทางศิลปะอันไร้ขอบเขต ที่เชื้อเชิญให้ผู้รักงานศิลป์ ร่วมสำรวจมุมมองของศิลปินจากต่างวัฒนธรรม วันนี้-28 เม.ย. 69รวบรวมผลงานของศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ ดูโอศิลปินระดับนานาชาติ พิชีอาโว จากสเปน ที่หลอมรวมความงามของศิลปะคลาสสิก เข้ากับพลังของสตรีทอาร์ตได้อย่างลงตัว, ดาเรีย โคโลโซวา ศิลปินหญิงจากรัสเซีย นำจิตรกรรมบนพื้นผิวทองแดง แรงบันดาลใจจากแสงเหนือ มาถ่ายทอดในรูปแบบของ VIP Pop Art ผสานกับความลุ่มลึกทางความหมาย และ เด็มสกี สายกราฟิตี้จากสเปน ถ่ายทอดผ่านโครงสร้างภาพเชิงทดลอง สู่ผลงานที่ท้าทายการรับรู้ของมนุษย์ ขณะที่ แวนซ์ ดีเอ็นเอ จากเซี่ยงไฮ้ สร้างเอกลักษณ์ผ่าน Transparent Style ที่รื้อสร้างภาพจำของวัฒนธรรมป๊อป ให้กลายเป็นมิติใหม่ทางสายตา และ เซลัม ลิม ศิลปินจากจีน ผู้มีลายเซ็นเป็นเอกลักษณ์ ในการสำรวจเส้นแบบระหว่าง ประเพณี และความร่วมสมัย ผ่านมุมมองงที่เปิดกว้างลีโอ ชูเวสศิริพร จาก ไมตี้วัน เอเจนซีนอกจากนี้ ยังมีศิลปินที่น่าจับตามอง อย่าง เจฮาน ตัวแทนวัฒนธรรมขบถจากสิงคโปร์, ราฟาเอล สลิกส์ จากบราซิล ผู้เปลี่ยนอักษรเมืองสู่ภาษาทัศนศิลป์ระดับสูง, เซวา ศิลปินเกาหลีใต้ผู้ขยายขอบเขตของสเปรย์เพนต์สู่จักรวาลแห่งสีสัน ร่วมด้วยศิลปินนามธรรมร่วมสมัยชั้นครู อย่าง เควิน ดูยเยซ์ จากเบลเยี่ยม, โยมาร์ ออกุสโต ศิลปินบราซิล-อเมริกันผู้เชี่ยวชาญการออกแบบตัวอักษร, วินเซนต์ ลังการ์ด จากนอร์เวย์ ผู้ถ่ายทอดโลกไซเบอร์ ผ่านผืนผ้าใบ และ แกรี กาลยาโน จากสหรัฐอเมริกา ผู้ปลุกเร้าบรรยากาศ และอารมณ์อันยากจะนิยามผ่านรูปทรงและสีสันของศิลปะนามธรรม พร้อมกันนี้ยังนำเสนอผลงานของศิลปินไทยรุ่นใหม่ ที่ก้าวสู่ระดับสากล อย่าง ธัชชัย ช่างเสนาะ กับการตีความ สถาปัตยกรรม สู่รูปทรง นามธรรม, ไฟว์ ศิลปินแนว Retro-Futuristic ที่ดึงเสน่ห์ของรถยนต์คลาสสิกมา สร้างสรรค์ใหม่ และพงศธร ทิพาเสถียร ศิลปินจาก Mighty One Agency ผู้ถ่ายทอดความละเอียดอ่อนของหัวใจมนุษย์ผ่านตัวละคร “ละมุน (Lamoon)”ศิลปิน FIVE จากไทย และ Gary Gagliano จากสหรัฐฯจริยดี สเป็นเซอร์ พาลูกหลานร่วมชมนิทรรศการธัชชัย ช่างเสนาะJahan Loh จากสิงคโปร์ขันเงิน เนื้อนวล ร่วมชมนิทรรศการแหล่งที่มาข่าวและต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000033482
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
17/04/2026
ท่ามกลางย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในฝั่งธนบุรี มีสถานที่หนึ่งที่อบอวลไปด้วยแรงศรัทธาและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 3 ศตวรรษ นั่นคือ “ศาลเจ้ากวนอู” คลองสาน ศาลเจ้าจีนโบราณที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และยังเป็นที่ประดิษฐานองค์เทพกวนอูที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองหลวงอีกด้วย“ศาลเจ้ากวนอู” เป็นศาลเจ้าเทพกวนอูของกลุ่มชาวจีนฮกเกี้ยน ต่อมาได้รับการเคารพและดูแลรักษาโดยกลุ่มชาวจีนแต้จิ๋วจวบจนมาจนถึงปัจจุบัน ศาลแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน ถือว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯศาลเจ้ากวนอู คลองสาน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ. 2279 โดยชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพเข้ามาค้าขายและตั้งรกรากในบริเวณนี้ ด้วยความศรัทธาในองค์ กวนอู วีรบุรุษผู้ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และยึดมั่นในคุณธรรมจากวรรณกรรมจีนเรื่อง สามก๊กด้วยความเชื่อว่า “กวนอู” เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และความมั่นคงในหน้าที่การงาน ผู้คนจึงนิยมมาขอพรในเรื่องธุรกิจ การค้าขาย การงาน รวมถึงการปกป้องคุ้มครองจากอุปสรรคต่างๆเมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณศาลเจ้า สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นธูปลอยอวลผสมกับบรรยากาศเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายของเมืองหลวงภายนอกอย่างสิ้นเชิง ตัวอาคารยังคงสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม โดดเด่นด้วยหลังคากระเบื้องสีส้มอิฐ ประดับลวดลายมังกรและสิงโตตามความเชื่อแบบจีนภายในศาลมีเจ้าพ่อกวนอูประดิษฐานอยู่ด้วยกันถึง 3 องค์ โดยมีอายุและขนาดที่แตกต่างกันไป คือ องค์เล็ก องค์กลาง และองค์ใหญ่ องค์แรกเป็นองค์ที่เล็กที่สุดได้ถูกอัญเชิญเข้ามาในรัชสมัยเฉียนหลงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ส่วนองค์ที่สองอัญเชิญมาในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และองค์ที่ 3 อัญเชิญเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อเดินออกมาด้านหน้าศาลเจ้าก็อย่าลืมขอพรกับรู้ปั้นม้ารับปีม้าทองที่ตั้งอยู่ด้านนอกเพื่อเป็นสิริมงคลกันด้วยที่อยู่ติดๆ กันกับศาลเจ้าก็คือโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ อาคารเก่าแก่ที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก สร้างขึ้นในราวปลายสมัยรัชกาลที่ 2 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนตอนใต้ อาคารหลังนี้เปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนแปลงการใช้งานมาหลายครั้ง ก่อนที่นายทั่งไต้ซิงได้มาบุกเบิกกิจการใหม่คือการผลิตน้ำปลา จึงได้มาซื้ออาคารหลังนี้เพื่อประกอบกิจการ และตกเป็นมรดกของลูกหลานกว่า 280 ปีที่ผ่านมา ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ที่ต่างเดินทางมาขอพรและฝากความหวังไว้กับองค์เทพกวนอูแห่งนี้แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000035133
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
10/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก (ซ้ายสุด) ร่วมกิจกรรมการส่งเสริมการประกันภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์สุขกายใจ เดินทางปลอดภัย ให้ประกันภัยร่วมดูแล” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อสร้างการรับรู้ด้านความปลอดภัย และแสดงบทบาทเชิงรุกของภาคประกันภัยในการสร้างความอุ่นใจ ความเชื่อมั่น และความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง ส่งผลให้สังคมแข็งแรงและปลอดภัยในเทศกาลสงกรานต์ โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงาน คปภ. (กลาง) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค (ที่ 2 จากขวา) และนางสาววิไลรัตน์ แสงแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมงาน ในโอกาสนี้ เอไอเอ ยังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วยการมอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้แคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” โดย เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงาน คปภ. โดยมีระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความอุ่นใจในการวางแผนเดินทาง สอดคล้องตามคำมั่นสัญญา ‘เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น Healthier, Longer, Better Lives’ ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานครทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด กำหนด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
หุ้น
09/04/2026
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHTหลักการลงทุนที่สอนกัน คือ การลงทุนเป็นเรื่องระยะยาว การจะลงทุนในหุ้นสักบริษัทควรถือให้ยาวพอ ไม่ใช่เก็งกำไรระยะสั้น ๆ โดยเฉพาะหุ้นปันผลบริษัทใหญ่ที่งบการเงินแข็งแกร่ง ให้ผลตอบแทนดี และมีแนวโน้มว่าธุรกิจจะดีในระยะยาวแต่ในทางปฏิบัติ ปัญหาของหลายคน โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ คือ ไม่สามารถทนถือหุ้นได้ยาว ๆ พอราคาผันผวนหรือไม่เป็นไปตามที่คิด ก็ขายออกไปก่อนจึงมีคำถามสำคัญที่น่าหาคำตอบว่า ถ้าอยากถือหุ้นได้ยาวจริง ๆ ต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง ต้องฝึกจิตใจหรือปรับวิธีคิดอย่างไรต้องทำอย่างไรให้ถือหุ้นได้ยาววิบูลย์ พึงประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย แชร์ในวงเสวนา “SET Zooom in Live ตั้งวงเล่า ชาวลงทุน” หัวข้อ “พอร์ตแบบนี้... พี่ว่าไง” เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาว่า การที่จะถือหุ้นระยะยาวได้นั้น นักลงทุนต้องมี 3 ปัจจัยปัจจัยแรก คือ “การเข้าใจธุรกิจ”วิบูลย์บอกว่า นักลงทุนที่ถือหุ้นได้ไม่นานนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ลงทุน ตัดสินใจซื้อตามกระแสหรือลงทุนตามคำแนะนำ โดยไม่ได้เข้าใจพื้นฐานของธุรกิจอย่างแท้จริง ทั้งในแง่โมเดลธุรกิจ ทิศทางของบริษัท หรือแม้แต่บทบาทของผู้บริหารว่าจะพาองค์กรไปในทิศทางที่ควรจะเป็นหรือไม่ถัดมา คือ “การประเมินแนวโน้มธุรกิจ” ว่าธุรกิจนั้นยังเป็นไปตามที่คาดไว้หรือไม่วิบูลย์ชี้ว่า นักลงทุนมักใช้ข้อมูลย้อนหลังเป็นหลักในการตัดสินใจ แต่การลงทุนคือการมองไปข้างหน้า ไม่ใช่มองย้อนอดีต เพราะผลประกอบการที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพสะท้อนว่า “เคยเป็นอย่างไร” แต่ไม่ได้บอกว่า “จะเป็นอย่างไรต่อไป” เขาเปรียบเทียบการลงทุนเหมือนการขับรถ ที่ต้องมองกระจกหน้า มากกว่ากระจกหลังนั่นหมายความว่า นักลงทุนต้องคอยติดตามและประเมินทิศทางอยู่เสมอ ทั้งการแข่งขันที่อาจรุนแรงขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เพราะธุรกิจที่วันนี้ดูแข็งแกร่ง อาจเปลี่ยนไปได้เมื่อมีผู้เล่นใหม่เข้ามา จากที่เคยเป็นซูเปอร์สตาร์ก็อาจไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ตลอดไป ยกตัวอย่างวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แม้จะเป็นกระแสมาแรง แต่ตอนนี้ก็มีการแข่งขันเข้มข้น เพราะมีผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดจำนวนมากอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ “จิตใจของนักลงทุน” ว่าสามารถต้านทานความโลภและความกลัวของตนเองได้หรือไม่วิบูลย์มองว่า แก่นของตลาดหุ้นจริง ๆ แล้วมีเพียงสองอารมณ์ คือ “ความโลภ” เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้น และ “ความกลัว” เมื่อราคาปรับตัวลง ซึ่ง “เราต้องจัดการกับอารมณ์ความโลภและความกลัวของเราให้ได้ ถ้าเราจัดการได้ ตลาดหุ้นก็จะทำอะไรเราไม่ได้”หมายความว่า นักลงทุนต้องไม่ปล่อยให้อารมณ์อยากได้มากขึ้นเรื่อย ๆ มาครอบงำการตัดสินใจ เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อแรงขายทำกำไรเกิดขึ้นพร้อมกัน ราคาหุ้นก็อาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว และในทางกลับกัน เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง ก็ต้องไม่ปล่อยให้ความกลัวมาครอบงำการตัดสินใจ เพราะความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนขายออกไปในจังหวะที่ไม่เหมาะสมจัดการความกลัวอย่างไรการจัดการกับอารมณ์ความโลภและความกลัวของตัวเอง ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุดในสามปัจจัยที่วิบูลย์บอก ดังนั้น คำถามต่อมาคือ แล้วจะจัดการกับความกลัวอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่หุ้นร่วงลงอย่างหนักคนที่ตอบคำถามนี้ได้ดี คือ นุช – วราพรรณ วงศ์สารคาม กรรมการและเลขานุการ สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) ซึ่งได้รับคำชมจากนักลงทุนด้วยกันว่า เป็นคนที่จิตใจนิ่งสุด ๆ ไม่หวั่นแม้เกิดเซอร์กิตเบรกเกอร์วราพรรณเล่าในวงสนทนาเดียวกันว่า ตัวเธอเองสามารถจัดการกับความกลัวได้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เข้ามาลงทุน เพราะหุ้นที่เลือกลงทุนเป็นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ซึ่งต้องเผชิญกับความผันผวนและปัจจัยแวดล้อมค่อนข้างมาก ซึ่งจังหวะที่เหมาะที่สุดในการเข้าซื้อมักเป็นช่วงที่ตลาดนองเลือด ดังนั้น เธอจึงเหมือนได้ฝึกจิตมาแล้วอย่างไรก็ตาม จิตใจที่แข็งแกร่งสามารถจัดการกับความกลัวได้ดีนี้เกิดขึ้นได้จากการที่เธอศึกษาข้อมูลมาอย่างละเอียดแล้วก่อนเข้ามาลงทุน หรือพูดอีกแบบคือ การเป็นคน ‘ใจนิ่ง’ ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มีฐานมาจากข้อมูลที่แน่นพอวราพรรณมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการที่จะถือหุ้นให้ได้ยาว ๆ คือ ต้องรู้ “ข้อมูลของบริษัท” ให้จริง ต้องมีข้อมูลที่มั่นใจได้ว่า บริษัทที่เลือกจะลงทุนนั้นเป็นบริษัทที่น่าจะฝากเงินของเราไปทำเงินต่อได้โดยไม่ต้องกังวลเท่าไรนักขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจอารมณ์ “ความโลภและความกลัว” ทั้งของตัวเองและของคนอื่นในตลาดวราพรรณบอกว่า ความโลภและความกลัวของคนอื่นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถทำความเข้าใจได้ว่า ถ้าคนจำนวนมากตัดสินใจเหมือนกันในเวลาเดียวกัน จะเกิดอะไรขึ้น เช่น ถ้าทุกคนแห่ขายพร้อมกัน หรือแห่ซื้อพร้อมกัน แล้วในจังหวะนั้นตัวเราควรจะตัดสินใจอย่างไร หากเข้าใจกลไกเหล่านี้ได้ ก็จะอยู่กับความผันผวนของตลาดได้เกณฑ์เลือกหุ้นลูกรักที่จะถือไปยาว ๆคำถามในขั้นตอนการมองหาหุ้น คือ หุ้นแบบไหนที่จะเป็น ‘ลูกรัก’ ที่ถือได้ยาวจริง และเกณฑ์ในการเลือกเป็นอย่างไร ควรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์หรือไม่วราพรรณเล่าว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพื้นฐาน คือ โมเดลธุรกิจ ผู้บริหาร และงบการเงิน โดยต้องพิจารณาอย่างลึก ไม่ใช่ดูเพียงผิวเผิน“ถ้าเราให้ความสำคัญกับงบการเงินส่วนบุคคลของตัวเอง เวลาเข้ามาลงทุน เราก็มักจะให้ความสำคัญกับงบการเงินของบริษัท เป็นไปไม่ได้ที่จะละเลย”สำหรับช่วงนี้ วราพรรณมีอีกเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกหุ้น คือ ‘หนี้’ เธอบอกว่า บริษัทที่มีหนี้น้อยจะได้เปรียบ เพราะยิ่งหนี้น้อย โอกาสในการอยู่รอดก็ยิ่งสูง และในทางตรงข้าม บริษัทที่มีหนี้มากจะขยับตัวลำบาก และมีสายป่านสั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น โอกาสอยู่รอดจะน้อยกว่าเธอเปิดเผยว่า บริษัทที่เธอเพิ่งเข้าลงทุนมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.10 ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งด้านการเงิน แม้ในวันที่ตลาดร่วงหนักหรือเกิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ก็ยังแทบไม่ต้องกังวลเลยเมื่อเลือกหุ้นที่น่าไว้วางใจได้แล้ว ก็จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ก็จะช่วยให้สามารถถือหุ้นยาวขึ้นได้อีกไม่มากก็น้อยการลงทุนในหุ้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนอย่างไรก็ตาม วราพรรณมองว่า การลงทุนในหุ้นไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะกับคนที่ตั้งใจศึกษาหาข้อมูลและพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งหากเป็นคนที่ไม่อยากศึกษาอะไรเลย ก็ไม่เหมาะที่จะลงทุนในหุ้น อาจจะต้องลงทุนในกองทุนรวม หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ของหน่วยงาน“การลงทุนเหมือนการลากเส้นต่อจุด จุดก็คือข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ต้องมีจุดก่อนจึงจะลากเส้นได้ ถ้าไม่หาข้อมูล ไม่ทำความเข้าใจ ก็ไม่มีทางจะลงทุนหุ้นได้”อีกด้านหนึ่ง วราพรรณบอกว่า การลงทุนต้องตั้งอยู่บน ‘เหตุผล’ นักลงทุนต้องเป็นคนมีเหตุผล เพราะการลงทุนคือการบริหารเงิน ดังนั้น เราต้องบริหารหนี้ด้วย เพราะหนี้เป็นสวนหนึ่งของการบริหารเงิน ดังนั้น หากคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผล 10-25% ต่อปี แต่ยังต้องเสียดอกเบี้ยบัตรเครดิตในอัตรา 20-25% ก็ถือว่าไม่สมเหตุสมผลวราพรรณแชร์มุมมองชวนคิดต่อว่า การลงทุนควรเป็นส่วนหนึ่งในภาพใหญ่ของการวางแผนชีวิตเพื่อไปสู่การมีความมั่นคงในวันที่ไม่สามารถหารายได้ได้แล้ว ควรมองการลงทุนเป็นกลยุทธ์ในการทำเงิน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรเสียเงินไปกับหนี้มากเกินไปแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ amarintvhttps://www.amarintv.com/spotlight/finance/540970
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
09/04/2026
กรุงเทพมหานคร - แกลเลอรีศิลปะเอกชนในย่านสุขุมวิทอย่าง “สมบัติเพิ่มพูน แกลเลอรี” (Sombat Permpoon Gallery) เดินหน้าปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ หลังเปิดให้บริการในวงการซื้อขายงานศิลปะมายาวนานกว่า 40 ปี โดยประกาศปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรี พร้อมวางแผนปรับโครงสร้างการใช้พื้นที่อาคารในระยะถัดไปนางสาวสมบัติ วัฒนไทย ผู้บริหารแกลเลอรี เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของตลาดศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา ได้มีการปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรีในอัตราประมาณ 50-70% ครอบคลุมผลงานในทุกชั้นของอาคารกรุงเทพมหานคร - แกลเลอรีศิลปะเอกชนในย่านสุขุมวิทอย่าง “สมบัติเพิ่มพูน แกลเลอรี” (Sombat Permpoon Gallery) เดินหน้าปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ หลังเปิดให้บริการในวงการซื้อขายงานศิลปะมายาวนานกว่า 40 ปี โดยประกาศปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรี พร้อมวางแผนปรับโครงสร้างการใช้พื้นที่อาคารในระยะถัดไปนางสาวสมบัติ วัฒนไทย ผู้บริหารแกลเลอรี เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของตลาดศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา ได้มีการปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรีในอัตราประมาณ 50-70% ครอบคลุมผลงานในทุกชั้นของอาคารขณะเดียวกัน ยังมีแผนเตรียมความพร้อมด้านการสืบทอดธุรกิจในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีการส่งต่อการบริหารงานให้กับทายาทรุ่นต่อไป ได้แก่ นางสาวปนัดดา เลิศหัตถศิลป์ (เจ) เพื่อเข้ามารับช่วงดำเนินกิจการในอนาคตทั้งนี้ แกลเลอรีตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 1 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังคงเปิดให้เข้าชมผลงานศิลปะตามปกติภายใต้รูปแบบการดำเนินงานที่ปรับเปลี่ยนไป โดยการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปรับตัวของธุรกิจศิลปะไทย ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันข้อมูลติดต่อบริษัท สมบัติเพิ่มพูน จำกัด (Sombat Permpoon Gallery)ที่อยู่: 12 สุขุมวิท ซอย 1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110โทรศัพท์: 0-2254-6040-2มือถือ: 08-1866-1502เว็บไซต์: www.sombatpermpoongallery.comLine ID: @sombatgalleryอีเมล: info@sombatpermpoongallery.comแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000033807
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
09/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดงานประกาศรางวัล AIA Hospital Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศประจำปีแก่โรงพยาบาลพันธมิตรทั่วประเทศที่มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเอไอเอในการเดินหน้ายกระดับมอบประสบการณ์และบริการทางการแพทย์แก่ลูกค้าเอไอเอทั่วประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 25 รางวัล โดยใน 24 รางวัลแรกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทละ 8 รางวัลได้แก่ รางวัลผู้ส่งมอบประสบการณ์ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า (Excellence in Patient Experience) รางวัลผู้ส่งเสริมความยั่งยืนด้านประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Value Healthcare) รางวัลผู้ร่วมบริหารจัดการเคลมประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Claim Coordination) และอีก 1 รางวัลสำคัญได้แก่ รางวัลผู้ให้บริการยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Hospital of the Year) เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นยกระดับการดูแลและส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมแก่ลูกค้าของเอไอเอ โดยงานประกาศรางวัลในครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมานายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับโรงพยาบาลทั้ง 25 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับรางวัล AIA Hospital Awards 2025 พร้อมขอขอบคุณโรงพยาบาลพันธมิตรทุกแห่งที่ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเอไอเอเป็นอย่างดีตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันยกระดับการดูแลและส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าของเรา เอไอเอเชื่อว่าสุขภาพที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันเรามอบความคุ้มครองด้านสุขภาพให้แก่ลูกค้ามากกว่า 2.8 ล้านคนทั่วประเทศ ผ่านโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 900 แห่ง ทั้งนี้ความสำเร็จของการดูแลลูกค้าไม่อาจวัดจากตัวเลขการเคลมสินไหมเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงรวมถึงการส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยม ความอุ่นใจ และการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ซึ่งโรงพยาบาลพันธมิตรทุกแห่งคือกำลังสำคัญในการร่วมส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ให้แก่ลูกค้าของเรา ผมขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่ร่วมกันเดินหน้าสร้างระบบประกันสุขภาพไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกคน”นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “เป้าหมายสูงสุดของเอไอเอ คือการสนับสนุนให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสมอย่างราบรื่น เพื่อสร้างความมั่นใจ อุ่นใจ และความเชื่อใจให้กับลูกค้าและครอบครัว เราขอขอบคุณพันธมิตรโรงพยาบาลทุกท่านที่ร่วมกันดูแลคนไทยอย่างดีมาโดยตลอด แม้ปัจจุบันระบบสาธารณสุขมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้า ควบคู่ไปกับความคาดหวังของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกฝ่ายต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น เอไอเอตระหนักถึงความท้าทายเหล่านี้ และเชื่อว่าการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งคือหัวใจสำคัญของการสร้างระบบสาธารณสุขไทยที่ยั่งยืน” “การเปิดตัว AIA Smart Network ถือเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเอไอเอในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ของประกันสุขภาพในประเทศไทย โดยอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อส่งมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ไร้รอยต่อแก่คนไทย ซึ่งทุกโรงพยาบาลที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบสาธารณสุขและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันสุขภาพของไทย”“ผมขอแสดงความยินดีกับโรงพยาบาลทั้ง 25 แห่งที่ได้รับรางวัล AIA Hospital Awards 2025 ซึ่งความสำเร็จของทุกท่านถือเป็นความสำเร็จในฐานะผู้ที่สร้างความแตกต่างให้กับประเทศไทย และคนไทยทุกคน เพื่ออนาคตของระบบสาธารณสุขไทยที่ยั่งยืน”โรงพยาบาลที่ได้รับรางวัล AIA Hospital Awards 2025 มีจำนวนทั้งสิ้น 25 แห่ง ประกอบด้วย1. รางวัลผู้ส่งมอบประสบการณ์ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า (Excellence in Patient Experience) จำนวนทั้งสิ้น 8 รางวัล แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลนครธน • โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล • โรงพยาบาลศิครินทร์ • โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ภูมิภาคต่าง ๆ 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม • โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา • โรงพยาบาลราชพฤกษ์ • ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่2. รางวัลผู้ส่งเสริมความยั่งยืนด้านประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Value Healthcare) จำนวนทั้งสิ้น 8 รางวัล แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลธนบุรี • โรงพยาบาลปิยะเวท • โรงพยาบาลลาดพร้าว • โรงพยาบาลหัวเฉียวภูมิภาคต่าง ๆ 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง • โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา • โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ • โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง3. รางวัลผู้ร่วมบริหารจัดการเคลมประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Claim Coordination) จำนวนทั้งสิ้น 8 รางวัล แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต • โรงพยาบาลพญาไท 2 • โรงพยาบาลรามคำแหง • โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทภูมิภาคต่าง ๆ 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช • โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร • โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 • โรงพยาบาลพิษณุเวช4. รางวัลผู้ให้บริการยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Hospital of the Year) จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลกรุงเทพ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
09/04/2026
ช่วงต้นเดือนเมษายน เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ “ปักกิ่ง” เมืองหลวงของประเทศจีน สวยงามไม่น้อยไปกว่าฤดูกาลใด เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้นานาพันธุ์ พากันผลิดอกบานสะพรั่งไปทั่วตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สวนสาธารณะ หรือริมถนนกลางเมืองดอกไม้ต้นเดือนเมษายน ริมถนนเมืองปักกิ่งโดยปีนี้ รัฐบาลท้องถิ่นเมืองปักกิ่ง เปิดงาน “Blooming Beijing — 2026 Beijing-Tianjin-Hebei Flower-Viewing Season” อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา จัดเต็มกิจกรรมหลากหลายที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิอย่างครบวงจรให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวดอกไม้บานในพระราชวังฤดูร้อนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ยังได้เปิดตัวแผนที่ชมและเลือกซื้อดอกไม้ซึ่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ อาทิ ช่วงเวลาการบานของดอกไม้และพิกัดสถานที่ต่างๆ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงแผนที่ดิจิทัลได้ผ่านเว็บไซต์ของ Beijing Municipal Forestry and Parks Bureau รวมถึงบัญชี We Chat “Capital Landscaping and Greening”, “Capital Smart Landscaping” และ “Changyou Gongyuan”ซากุระในพระราชวังฤดูร้อนนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งจุดสแกนคิวอาร์โค้ดตามสวนสาธารณะ สถานีพืชสวน และตลาดดอกไม้ทั่วเมือง เพื่อให้สามารถเริ่มต้นการเดินทางชมดอกไม้ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยตลอดช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนสาธารณะสำคัญทั่วปักกิ่งจะจัดกิจกรรมธีมดอกไม้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดอกทิวลิป ดอกโบตั๋น หรือดอกบัว สร้างบรรยากาศแห่งสีสันที่ยาวนานตลอดทั้งปี รวมถึงมีการจัดนิทรรศการดอกไม้ระดับนานาชาติอย่างงาน Beijing International Flower Show 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เขตเฟิงไถในช่วงปลายเดือนเมษายนดอกไม้บานในพระราชวังต้อมห้ามซากุระที่สวนอวี้หยวนถันส่วนสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สวนอวี้หยวนถัน (Yuyuantan Park) ซึ่งเป็นจุดเช็กอินอันดับหนึ่งสำหรับคนรักซากุระ ในปีนี้มาในธีม "Sound Awakens the Joy of Music" ที่เน้นการผสมผสานความงามทางสายตากับสุนทรียภาพทางเสียง มีการจัดแสดงดนตรีสดท่ามกลางอุโมงค์ดอกซากุระที่กำลังเข้าสู่ช่วงบานเต็มที่ในช่วงสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่สองของเมษายนสวนอวี้หยวนถันสวนอวี้หยวนถันแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000033971
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
07/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดงานพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินผู้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมในระดับสูงสุดของประเทศ ภายใต้โครงการ AIA CI Share and Care (ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568) พร้อมส่งมอบเงินสมทบทุนโครงการจัดสร้างอาคารศูนย์รักษาโรคมะเร็งแบบบูรณาการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผ่าน Donation HUB สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายแรง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,778,315 บาท โดยมีคณะผู้บริหารเอไอเอ นำโดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เป็นตัวแทนมอบเงินสมทบทุนโครงการฯ ให้แก่ คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ศูนย์ฝึกอบรม เอไอเอ ชั้น 6 อาคารสาธรซิตี้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้สำหรับโครงการ AIA CI Share and Care เป็นโครงการที่เอไอเอ ประเทศไทย ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินมากกว่า 56,000 ท่าน รวมถึงลูกค้าเอไอเอ มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ชาวไทยที่เผชิญโรคร้ายแรง ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้มีการบริจาคเงินมูลค่า 30 บาทต่อหนึ่งกรมธรรม์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์โรคร้ายแรง ตลอดระยะเวลาของโครงการ เพื่อมอบแก่สภากาชาดไทยในโครงการศูนย์รักษาโรคมะเร็งแบบบูรณาการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ประเทศไทย ในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ และการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคร้ายแรงให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
06/03/2024
07/05/2025
25/11/2024
30/04/2024
17/01/2025