คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย มอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4 เชิดชู 26 โรงเรียนต้นแบบสุขภาพดีจากทั่วประเทศ

26/05/2026

กรุงเทพฯ, 25 พฤษภาคม 2569 – เอไอเอ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools” ปีที่ 4 เพื่อเชิดชูเกียรติแก่โรงเรียนที่ชนะเลิศโครงการฯ ในปีนี้รวมทั้งสิ้น 26 โรงเรียน ซึ่งในปีนี้มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมากกว่า 1,600 โรงเรียนจากทั่วประเทศ และมีโรงเรียนจำนวนกว่า 150 แห่งที่ส่งผลงานเข้ามาประกวด โดยทั้งหมดได้นำสื่อการเรียนการสอนของโครงการฯ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน รวมถึงบุคลากรในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ ส่งผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนทั้งในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ โภชนาการ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน สะท้อนถึงศักยภาพในการต่อยอด สร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมแห่งการมีสุขภาพที่ดีในโรงเรียน ซึ่งเปรียบเป็นบ้านหลังที่สองของเยาวชน ทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ขึ้น ตามพันธกิจ AIA One Billion พร้อมสานต่อคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐฯ และเอกชนที่ร่วมสนับสนุนโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีแก่โรงเรียนที่ชนะ พร้อมขึ้นมอบรางวัล นำโดย คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย คุณภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ ดร. จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยพิธีมอบรางวัล “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4” จัดขึ้น ณ AIA Leadership Centre อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ คุณ นิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมอย่างยิ่งกับทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ ในปีนี้ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีโรงเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการกับเราเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี โดยปีนี้มีโรงเรียนมากถึง 1,600 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ และหลาย ๆ โรงเรียนได้แสดงให้เราเห็นถึงความตั้งใจและความคิดริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งส่งเสริมและผลักดันเยาวชนให้มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างจริงจัง โครงการนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการสนับสนุนเยาวชน พัฒนาโรงเรียน และส่งเสริมความยั่งยืนแก่ชุมชนของเรา แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของระบบการศึกษาของประเทศไทย“สำหรับรางวัลที่เอไอเอได้มอบให้แก่โรงเรียนที่ชนะเลิศในโครงการตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รวมเป็นมูลค่าแล้วกว่า 10 ล้านบาท โดยแต่ละโรงเรียนได้นำไปพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น สร้างห้องคอมพิวเตอร์ ปรับปรุงโรงอาหาร สร้างห้องน้ำ และทำสวนผักเพื่อรับประทานในโรงเรียนและเผื่อแผ่ถึงชุมชน ซึ่งเอไอเอ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนสนับสนุนสุขภาพและชีวิตดีขึ้นให้แก่เยาวชน และเราจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมสุขภาพในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ การใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง การมีสุขภาพใจที่ดี และการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ตลอดทั้งมอบความรู้ผ่านสื่อการสอนให้แก่นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป ภายใต้โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools”คุณ ภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า “ในนามของ สพฐ. รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นภาคเอกชนอย่าง เอไอเอ ประเทศไทย ให้ความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนไทย ผ่านการจัดโครงการ ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการช่วยส่งเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมอันนำไปสู่การมีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นของเยาวชน ตลอดจนสนับสนุนให้คุณครูและผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมสุขภาพดีภายในโรงเรียนและครอบครัว อีกทั้งโครงการนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการสร้างโรงเรียนแห่งความสุข ดังนั้นการที่ได้รับความสนับสนุนจากภาคเอกชนย่อมสามารถช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายในการร่วมกันสร้างพื้นฐานระบบการศึกษาด้านสุขภาวะที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชนไทย เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงและพร้อมเป็นกำลังพัฒนาประเทศไทยต่อไป”ดร. จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เผยว่า “ในนามของ depa รู้สึกภูมิใจแทนทุกโรงเรียนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และในฐานะพันธมิตรของเอไอเอ เราได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของเอไอเอในการส่งเสริมสุขภาวะของเด็กไทยครอบคลุมทั้ง 4 มิติ และสำหรับ depa เรามุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมเด็กไทยในมิติของดิจิทัล เพื่อช่วยพัฒนาทักษะดิจิทัลให้เด็กไทยสามารถก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”สำหรับรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ ปีที่ 4 ได้แก่•  รางวัลชนะเลิศโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี ระดับชั้นประถมศึกษา รับรางวัลมูลค่า 350,000 บาท ได้แก่   - โรงเรียนบ้านจันทัย จังหวัดอุบลราชธานี ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4 ในระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นการคว้ารางวัลชนะเลิศต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ปีนี้โรงเรียนได้ต่อยอดโครงการ “Move More Learn More” ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพนักเรียนอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ โภชนาการ และสิ่งแวดล้อม กิจกรรมสำคัญ อาทิ “ไปรษณีย์…ที่ฉันรอ” เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกและดูแลสุขภาพจิต “ข้าวสู่เส้น” ที่ให้นักเรียนเรียนรู้การทำนาและแปรรูปอาหารจากผลผลิตจริงในโรงเรียน “ดอกไม้จันทน์สู่ชุมชน” การนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มคุณค่า ลดขยะ และสร้างประโยชน์แก่ชุมชน รวมถึงกิจกรรม “โลกสวย…ด้วยมือเรา” และ “เรียน(เล่น)รู้” ที่บูรณาการการเคลื่อนไหวกับการเรียนรู้ผ่านเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนอย่างชัดเจน นักเรียนมีภาวะโภชนาการดีขึ้น สุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจสดใส กล้าแสดงออก และมีทักษะชีวิตที่เหมาะสม•  รางวัลชนะเลิศโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี ระดับชั้นมัธยมศึกษา รับรางวัลมูลค่า 350,000 บาท ได้แก่   - โรงเรียนพานพิทยาคม จังหวัดเชียงราย ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4 ในระดับมัธยมศึกษา จากโครงการ “วางจอ พักใจ : Disconnect to Reconnect” เพื่อส่งเสริมการใช้สื่ออย่างรู้เท่าทัน ควบคู่กับการเพิ่มกิจกรรมการเคลื่อนไหวและการดูแลสุขภาพใจ โครงการเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีเกินความจำเป็น และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เรียนได้ทบทวนอารมณ์ ความคิด และเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับตนเองและผู้อื่น กระบวนการดำเนินงานขับเคลื่อนด้วย HEART Model กลยุทธ์หัวใจนำทาง ประกอบด้วย Health & Heal, Eat Good Food, Art & Activities, Resilience และ Transformation โดยบูรณาการกิจกรรมสุนทรียศาสตร์ เช่น ดนตรีบำบัด ศิลปะสร้างสรรค์ นาฏศิลป์ร่วมสมัย และการออกกำลังกายแนว Active Lifestyle ส่งผลให้นักเรียนมีสมาธิดีขึ้น อารมณ์มั่นคง พลังใจเข้มแข็ง และเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม•  รางวัลดีเด่นในแต่ละด้าน รับรางวัลมูลค่า 75,000 บาท ต่อโรงเรียน จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่   1. โรงเรียนบ้านห้วยน้ำเย็น จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ   2. โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร ได้รางวัลดีเด่นด้านการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง   3. โรงเรียนจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการมีสุขภาพใจที่ดี   4. โรงเรียนบ้านปัว จังหวัดพะเยา ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน•  รางวัลยอดเยี่ยมโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี รับรางวัลมูลค่า 50,000 บาทต่อโรงเรียน จำนวน 20 โรงเรียน ได้แก่   1. โรงเรียนบ้านแม่กลองน้อย จังหวัดตาก   2. โรงเรียนวัดหนองปาตอง จังหวัดฉะเชิงเทรา   3. โรงเรียนบ้านห้วยกล้า จังหวัดเชียงราย   4. โรงเรียนฟ้าใสวิทยา จังหวัดนครปฐม   5. โรงเรียนสุเหร่าทางควาย กรุงเทพมหานคร   6. โรงเรียนเชียงแสนอาคาเดมี จังหวัดเชียงราย   7. โรงเรียนเทศบาล 4 รัตนวิทยานุสรณ์ จังหวัดตาก   8. โรงเรียนบ้านนาอิซาง จังหวัดอุตรดิตถ์   9. โรงเรียนวัดนาคปรก กรุงเทพมหานคร   10. โรงเรียนวัดชัยชนะสงคราม (วัดตึก) กรุงเทพมหานคร   11. โรงเรียนวัดอู่ตะเภา จังหวัดสุพรรณบุรี   12. โรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยชนะสงคราม จังหวัดตาก   13. โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก จังหวัดพิษณุโลก   14. โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร   15. โรงเรียนบ้านท่าข้าม จังหวัดปัตตานี   16. โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง จังหวัดบุรีรัมย์   17. โรงเรียนวัดโพธิธรรมาราม จังหวัดสงขลา   18. โรงเรียนบ้านหนองคู จังหวัดศรีสะเกษ   19. โรงเรียนบ้านแหลว นาล้อม จังหวัดเชียงราย   20. โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพรหมวิหาร จังหวัดเชียงรายสำหรับโรงเรียนที่ชนะเลิศการแข่งขันโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 4 ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 3 ล้านบาทติดตามข้อมูลโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ได้ทางเว็บไซต์ ahs.aia.com/th/th/ สำหรับโรงเรียนที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดสื่อการเรียนการสอนได้จากเว็บไซต์ของโครงการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถติดตามข่าวสารของโครงการฯ ปีที่ 5 ซึ่งจะเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนสิงหาคมนี้ ได้ทางเว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ของเอไอเอ ประเทศไทย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

ผีน้อยทำงาน 15 ปี เก็บเงินได้ 8 ล้าน กลับไทยคิดเป็นเศรษฐี แต่แม่ใช้หมดเกลี้ยงแล้ว

25/05/2026

หนุ่มทำงานเป็นผีน้อย 15 ปี เก็บเงินได้ 8 ล้าน พอกลับไทยมาช็อก เงินที่โอนให้แม่เก็บไว้ให้ใช้หมดแล้ว ชีวิตสูญสลายกลายเป็นศูนย์ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เล่าประสบการณ์การทำงานเป็นผีน้อยนานถึง 15 ปี เก็บเงินได้ 8 ล้านบาท พอกลับไทยจะมาแต่งงาน แม่กลับใช้เงินหมดเกลี้ยง แฟนขอเลิก รายละเอียดทั้งหมด ดังนี้ปี 2553 ไปทำงานญี่ปุ่น ไปแบบผีน้อยน้าผมทำประมงอยู่นั้นก่อนแล้ว ไปกับแฟนได้เงินเก็บมา 7.8 ล้านบาท ส่งเข้าบัญชีแม่ทุกเดือนปี 2561 น้าขอกลับไทยเพราะ เจ็บหลัง ร่างกายไม่ไหว เหลือผมกับแฟน เจ้านายญี่ปุ่นดีมาก ไม่กดขี่ ผมให้แก โอนเงินให้แม่ทุกเดือน เพราะถ้าโอนเข้าบัญชีผม ผมเช็กไม่ได้ เพราะอยู่ต่างประเทศ1-2 ปีก่อน ร่างกายผมเรี่มไม่ไหวแล้ว เจ็บหลัง เจ็บเข่า สาเหตุทำงานขนของหนักผมกับแฟนปรึกษากันเรื่องแต่งงาน เพราะจะ 35-36 ทั้งคู่แล้ว เงินแต่ละฝ่าย ถ้ารวมกัน 15 ล้านบวก จะเอาเงินตรงนี้ ลงทุน + ฝากประจำกินดอกเบี้ย คุยเรื่องกลับไทยนี้ มา 3-4 ปีช่วงนี้ผมบอกแม่ผมตลอดว่า จะกลับไปแต่งงานแล้วนะ แม่ผมแกก็ ตัดบท ตัดสาย ตลอด เออ-อ่า ๆ ๆ ผมคิดว่าแปลก ๆ ๆ แล้ว มีอะไรแน่ ๆ ๆพอผมกลับไทยก็เป็นอย่างที่ผมคิด เงินหมด บัญชี แฟนรู้ แฟนผม ขอเลิก กลับบ้าน ผมก็ขึ้นรถไปส่งด้วย ส่งถึงบ้านแฟน ไปคุยกับแม่แฟน ผมขอโทษ แล้วผมก็เดินทางกลับผมร้องไห้ตลอดทาง ผมมีเวรมีกรรมอะไรวะเนี่ย จากคนรวย ๆ ๆ กลายเป็นล้มละลาย ผมถึงบ้าน ผมปิดบ้าน เคลียร์กับแม่เลย2-3 วันต่อมา มีแก๊งทวงหนี้มา ทวงเงิน สงสัยรู้ว่าลูกกลับไทย ผมก็เคลียร์จ่ายไป สักพัก นายทุน เรียกไปคุยเรื่องจำนองบ้าน ผมคิดละชิบหาย ผมไม่มีเงิน พอจะเคลียร์ให้ผมกลับบ้าน ผมทะเลาะแม่ แม่บอก ถ้าพูดเรื่องนี้อีก จะไปผูกคอ กระโดดน้ำ ผม ขนเสื้อผ้า ไปอยู่กับน้าผมที่ไปญี่ปุ่นด้วยกัน1 เดือนผ่านมา แม่ผม มาตามให้ไปทำงาน ใช้หนี้ให้แก ถ้าไม่ไป แกจะผูกคอ กระโดดน้ำ สูตรเดิมสุดท้ายผมไม่โกรธ ไม่โทษแฟนผม ที่ขอเลิกนะ เพราะผมเข้าใจ คบกันมา 16-17 ปี ตั้งแต่ทำงานโรงงานวางแผนอนาคตด้วยกันตลอดแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกระปุก.คอมhttps://hilight.kapook.com/view/253362#goog_rewarded

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

"ประกัน" เซฟภาษี พร้อมความคุ้มครอง ทางเลือกที่ไม่ควรละเลย

25/05/2026

เมื่อนึกถึงการวางแผนลดหย่อนภาษี หลายคนอาจนึกถึงกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) หรือกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นอันดับแรก แต่สำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ไม่สูงมาก "ประกัน" อาจเป็นทางเลือกในการลดหย่อนภาษีที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดภาษีแล้ว ยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรรมธรรม์ด้วยโดยค่าเบี้ยประกันบางประเภทสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งเงื่อนไขและวงเงินลดหย่อนจะแตกต่างกันไปตามประเภทของประกันที่เลือก วันนี้ Wealthy Thai จะพาทุกคนมาสำรวจประกันแต่ละแบบว่าให้สิทธิลดหย่อนภาษีมากน้อยแค่ไหนประกันชีวิต – คุ้มครองอนาคต พร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทประกันชีวิตเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างหลักประกันให้ครอบครัว ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนเพื่อดูแลค่าใช้จ่าย โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำมาหักลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาททั้งนี้ กรมธรรม์ต้องมีอายุสัญญาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และหากเป็นประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) จะใช้สิทธิลดหย่อนได้เฉพาะส่วนของเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น นอกจากนี้ หากมีเงินคืน ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันในแต่ละปีประกันสุขภาพ – ดูแลสุขภาพ พร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 25,000 บาทในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นต่อเนื่อง การมีประกันสุขภาพจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่ดี และไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โดยเบี้ยประกันสุขภาพทั้งของตนเองและพ่อแม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทประกันบำนาญ – วางแผนเกษียณ พร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ ประกันบำนาญเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยสร้างรายได้ยามเกษียณ พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 15% หรือไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อนำไปรวมกับสิทธิ์ลดหย่อนเพื่อการเกษียณอื่นๆ เช่น RMF หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาทนอกจากนี้ หากใช้สิทธิลดหย่อนภาษีประกันชีวิตแบบทั่วไปไม่เต็ม 100,000 บาท สามารถใช้เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนเพิ่มจนกว่าจะเต็มโควต้าได้ประกันออมทรัพย์ – เก็บเงินพร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทสำหรับคนที่ต้องการออมเงินหรือวางแผนเกษียณอายุ ประกันออมทรัพย์เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีเงินก้อนในอนาคตแล้ว ยังได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท โดยกรรมธรรม์จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 10 ปี และเป็นประกันที่ออกโดยบริษัทในประเทศไทย ทั้งนี้ หากมีการเวนคืนกรรมธรรม์ก่อนกำหนดจะต้องคืนภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนทั้งนี้ หากเป็นประกันที่มีการคืนเงินทุกปี จำนวนเงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี หรือหากคืนเป็นงวดก็ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลาเลือกประกันยังไงให้คุ้มค่า?การเลือกประกันที่เหมาะสมไม่ควรมองแค่เรื่องภาษีอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความคุ้มครองและเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เช่น ต้องการความมั่นคงระยะยาว ประกันบำนาญจะช่วยให้มีรายได้สม่ำเสมอหลังเกษียณ แต่หากกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วยได้ เป็นต้น"ประกัน" ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือทางการเงินเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี แต่ยังช่วยให้เรามีความคุ้มครองและเป็นการวางแผนทางการเงินที่ดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อประกันทุกครั้ง ควรศึกษาศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้ครบถ้วน และเลือกให้เหมาะกับความต้องการ รวมถึงแผนการเงินของตนเองสุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาวิธีลดหย่อนภาษีพร้อมความคุ้มครอง “ประกัน” อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและไม่ควรละเลยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ wealthythaihttps://www.wealthythai.com/en/updates/wealth-management/wealth-ez/35331

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ชวนท่องโลก “น้องดื้อ” ในนิทรรศการ give.me.museums ณ เซ็นทรัลชิดลม ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

25/05/2026

ห้างเซ็นทรัลชิดลม ร่วมกับ give.me.museums จัดนิทรรศการ “artnything else?” ชวนคุณตั้งคำถามว่าอะไรคือศิลปะผ่านโลกของ “น้องดื้อ” พร้อมสัมผัสประสบการณ์ Immersive Art ครั้งแรก วันนี้ – 30 พ.ค. 69เซ็นทรัลชิดลม ร่วมกับ give.me.museums แบรนด์ศิลปะที่มุ่งเน้นการทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ในนิทรรศการ “give.me.museums exhibition: artnything else?” พื้นที่สร้างสรรค์ที่ชวนตั้งคำถามว่า “อะไรบ้างที่เป็นศิลปะได้อีก?” โดยนำเสนอผ่านโลกของ “น้องดื้อ” ตัวแทนของจินตนาการที่ไร้กรอบและเต็มไปด้วยความสงสัยแบบเด็ก ๆ เพื่อเปลี่ยนสิ่งธรรมดาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นความเป็นไปได้ใหม่ทางศิลปะสำรวจจินตนาการผ่าน 8 ไฮไลต์สำคัญนิทรรศการครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถ “เล่น” และเข้าถึงศิลปะได้อย่างง่ายดาย  โดยมีโซนที่น่าสนใจดังนี้1. The Great Artventure Begins: พบกับประติมากรรม (Sculpture) “น้องดื้อ” และ “ซัมเมอร์” ที่พร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกที่ศิลปะเป็นอะไรก็ได้2. Artnything Wall: โซนที่รวบรวมสิ่งของรอบตัวมาจัดแสดงเพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะไม่มีข้อจำกัด3. Little Moody Room: ห้องนอนของน้องดื้อที่เป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ ภายในมีบอลลูนน้องดื้อขนาดใหญ่และวิวธรรมชาติที่ช่วยพักกายพักใจ4. Take a Walk into Painting (Immersive Room): สัมผัสงาน Immersive Art ครั้งแรกของแบรนด์ ที่จะพาคุณก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดและสัมผัสรายละเอียดของสีสันในมิติใหม่5. Flower Playground: สวนดอกไม้นุ่มนิ่มที่เปิดให้สัมผัสและเล่นได้อย่างอิสระ สื่อถึงความฝันและจินตนาการที่ไร้ขอบเขต 6. Choco/Museum/Project: คาเฟ่พิเศษที่ Collaboration กับร้าน choco.project ในคอนเซปต์ “ศิลปะที่กินได้” ท่ามกลางบรรยากาศมิวเซียมคลาสสิก7. Museum Studio: พื้นที่จำลองสตูดิโอของศิลปิน ให้ผู้เข้าชมได้สวมบทบาทเป็นผู้สร้างสรรค์ พร้อมตู้ถ่ายรูป (Photo Booth) ลายพิเศษ8. More Than a Palette: โซนที่จัดแสดงจานสีที่ใช้จริงในการสร้างสรรค์งานทั้งหมด เพื่อให้เห็นความงามของสีสันก่อนจะมาเป็นผลงานศิลปะนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ชวนทุกคนมาปล่อยจินตนาการผ่านคำถามที่ว่า “ถ้านี่ไม่ใช่ดอกไม้ จะสามารถเป็นอะไรได้อีก?” และเลือกซื้อสินค้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดได้ที่ Merchandise Shop ภายในงานรายละเอียดการเข้าชมระยะเวลาจัดงาน:  •  วันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2569    •  สถานที่: The Event Hall ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม    •  บัตรเข้าชม: ราคา 200 บาทต่อท่านนิทรรศการ “give.me.museums exhibition: artnything else?” เป็นการสร้างพื้นที่ที่พิสูจน์ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่แฝงอยู่ในสิ่งของรอบตัวและชีวิตประจำวันของเราทุกคน ผ่านการนำเสนอด้วยมุมมองอันไร้เดียงสาและจินตนาการที่ไร้ขอบเขตของ “น้องดื้อ” ภายในงานอัดแน่นไปด้วยไฮไลต์ที่น่าสนใจ ตั้งแต่งานประติมากรรม พื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วม ไปจนถึงประสบการณ์ Immersive Art ครั้งแรกของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีโซนคาเฟ่และสินค้าที่ระลึกที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2931282

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

เตรียมเปิดการท่องเที่ยว “น้ำตกกินรี - หินโลมา” 1 มิ.ย. 69

25/05/2026

สิ้นสุดการรอคอย “น้ำตกกินรี - หินโลมา” แห่งอุทยานแห่งชาติภูลังกา เตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมอีกครั้งในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ภาพจาก อช. ภูลังกาเฟซบุ๊กเพจ อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดนครพนม ได้ประกาศเตรียมเปิดการท่องเที่ยว “น้ำตกกินรี - หินโลมา” อีกครั้ง โดยลงภาพพร้อมให้ข้อมูลว่าปักหมุดรอได้เลย 1 มิถุนายนนี้ กลับมาอีกครั้งของ “น้ำตกกินรี - หินโลมา”อุทยานแห่งชาติภูลังกา พร้อมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับครอบครัวโลมาน้ำจืดแห่งภูลังกา กลุ่มหินธรรมชาติหนึ่งเดียวทางภาคอีสาน ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์และสายน้ำชุ่มฉ่ำของน้ำตกกินรี พลาดไม่ได้แล้วภาพจาก อช. ภูลังกาอุทยานแห่งชาติภูลังกา พร้อมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับครอบครัวโลมาน้ำจืดแห่งภูลังกา กลุ่มหินธรรมชาติหนึ่งเดียวทางภาคอีสาน ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์และสายน้ำชุ่มฉ่ำของน้ำตกกินรี พลาดไม่ได้แล้วสำหรับ “น้ำตกกินรี - หินโลมา” เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติภูลังกา พื้นที่อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ แต่ปากทางเข้าไปสู่จุดหมายปลายทางสุดอันซีนนั้น อยู่ในพื้นที่อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ทำให้สามารถเที่ยวแบบเชื่อมต่อระหว่างสองอำเภอได้ภาพจาก อช. ภูลังกา“น้ำตกกินรี” เป็นน้ำตกเล็กๆ ไม่สูงชัน มีลานกว้างให้เล่นน้ำได้ พร้อมทิวทัศน์สวยงามร่มรื่น ซึ่งไกด์ชุมชนส่วนมากใช้เป็นจุดที่สองสำหรับการเดินทางเพื่อลดการเดินย้อนกลับไปมาโดยจะนำไปยังจุดแรกเดินเท้าขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 4 ตามเส้นทางเดินป่า ซึ่งมีจุดหมายปลายทางที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจไปกับชั้นหินที่สลับซับซ้อนปกคลุมความเขียวชอุ่ม มองดูคล้ายหัวของโลมาหลายตัวหันหน้าเข้าหากัน เป็นที่มาของ "หินโลมา"ภาพจาก อช. ภูลังกา“หินโลมา” เป็นโขดหินที่ตรงกลางเป็นลานกว้างขนาดเล็กๆ เหมาะแก่การเล่นน้ำ และการเข้าไปยืนหามุมถ่ายภาพสวยๆ ซึ่งนับเป็นมุมลับสุดอันซีนของบึงกาฬที่โดนใจคนรักการถ่ายภาพอย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากไปในช่วงเวลาเที่ยง แสงแดดจะสาดส่องลงไปบริเวณช่องหินกระทบผิวน้ำสะท้อนเป็นแสงเงาอย่างมีมิติและโอบล้อมไปด้วยความเขียวขจีของแมกไม้การเดินทางไปชมน้ำตกทั้งสองจุด ไกด์ท้องถิ่นนิยมพาเดินไปที่ “หินโลมา” ก่อน จากนั้นเส้นทางขากลับ ค่อยเดินเป็นเส้นลงจากเขาเพื่อแวะเล่นน้ำหรือถ่ายภาพที่ “น้ำตกกินรี” แต่หากใครอยากจะสลับปรับเปลี่ยนกันก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดภาพจาก อช. ภูลังกาแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000049326#google_vignette

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

เสพงานอาร์ต “A Journey Without a Map” เรื่องราวจาก The Wonderful Wizard of Oz

22/05/2026

“A Journey Without a Map” นิทรรศการกลุ่มที่ได้แรงบันดาลใจจาก นวนิยายคลาสสิกเรื่อง "The Wonderful Wizard of Oz"นิทรรศการกลุ่ม “A Journey Without a Map” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวใน “The Wonderful Wizard of Oz” นวนิยายคลาสสิกโดย L. Frank Baum ที่เล่าถึงเด็กหญิงธรรมดาชื่อโดโรธี ผู้ถูกพายุไซโคลนพัดออกจากบ้านไปสู่ดินแดนออซ (Oz) อันไม่คุ้นเคย การเดินทางของเธอไม่ได้เริ่มต้นจากความตั้งใจ หากเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่นเดียวกับหลายช่วงเวลาของชีวิตมนุษย์ที่เรามักถูกพัดออกจากเส้นทางเดิมโดยไม่ทันตั้งตัวWalking in the shoesบนถนนอิฐสีเหลือง โดโรธีได้พบกับหุ่นไล่กา หุ่นกระป๋อง และสิงโต ทั้งสามร่วมออกเดินทางไปกับเธอด้วยความหวังว่าจะได้รับบางสิ่งจากพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ แต่ระหว่างทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ความกลัว และความไม่แน่นอน พวกเขาค่อย ๆ ค้นพบว่าคำตอบที่ตามหาอาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง หากแต่อยู่ภายในตัวของพวกเขาเองWatcherนิทรรศการนี้ออกแบบประสบการณ์ให้ผู้ขมได้เป็นเสมือนโดโรธี ผู้ถูกพายุไซโคลนพัดพาออกจากโลกเดิม และก้าวเข้าสู่การเดินทางที่ไม่อาจคาดเดา สู่โลกที่ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการและมุมมองเฉพาะตัวของศิลปินทั้ง 10 คน ซึ่งแต่ละคนได้ตีความ “การพลัดหลงจากเส้นทาง” ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งการหลงทางในโลกภายนอก และการเดินทางภายในจิตใจของตนเองในโลกที่เรามักถูกสอนให้ต้องมีคำตอบ ต้องมีเป้าหมาย และต้องเดินไปในทิศทางที่ “ถูกต้อง” นิทรรศการนี้ชวนให้ผู้ชมเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้หลงทาง ได้ลองผิดพลาด และตั้งคำถามโดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด เพราะบางครั้ง การเดินออกนอกแผนที่อาจทำให้เราได้เห็นตัวเองชัดเจนยิ่งกว่าการเดินตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น เกี่ยวกับศิลปิน  •   ศิลปินทั้ง 10 ที่มาร่วมแสดงผลงานในนิทรรศครั้งนี้ได้แก่  ANO., Bakumbaa, give.me.museums, Keng Jeans, Little theater, meltboy, Pi-near, RomanticRaiPoet, Tangent และ Thani1. ANO.ANO. (อะโนะ) หรือเป็นที่รู้จักในนาม เนะ - อโณทัย นิรุตติเมธี ผลงานของ ANO. ได้รับอิทธิพลจากลายเส้นและความรู้สึกเหนือจริง (Surrealism) ที่หลั่งไหลออกมาจากจิตใต้สำนึกของเธอและแรงบันดาลใจ กับความเชื่อรอบตัว แม้ตัวงานของอะโนะจะมีความขี้เล่น สนุก และสดใสแต่เธอมักมีความหมายต่างๆที่ซ่อนอยู่ ANO เชื่อมั่นและมักบอกกับตัวเองและคนอื่นเสมอว่า “เราไม่ต้องกลัวอะไร ขอแค่กล้าลงมือทำเพราะความผิดพลาด อาจเป็นจุดเริ่มต้นขอไอเดียใหม่ได้เสมอ”ANO.2. BakumbaaBakumbaa หริอ ดนัย เสนีเสาวลักษณ์ เป็นนักออกแบบ Art Toy ที่ใช้ความรู้สึกและประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวเองมาสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่าง แปลกแยก หรือความไม่เข้าพวกที่เกิดจากการที่เราถูกโยนไปอยู่ในที่ ๆ เราไม่คุ้นเคย ผู้คนที่เราไม่รู้จัก ทำให้มีความรู้สึกเหมือนเราเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ เป็นตัวประหลาดที่ไม่เข้าพวก BakumbaaBakumbaa ได้คิดและออกแบบคาแรคเตอร์ที่เป็นเหมือนตัวแทนของความรู้สึกเหล่านี้โดยตั้งชื่อว่า “บาบ้า” (Babaa) สิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ดันพลัดหลงจากถิ่นอาศัยของเขามายังโลก ทำให้เขากลายเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ ในสายตาของสิ่งมีชีวิตบนโลกตัวอื่น ๆ เจ้า ‘บ้า’ จึงเปรียบเสมือนเด็กน้อยที่ต้องพยายามเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตพร้อมฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญในโลกใบนี้ ทำให้เขาได้ตั้งเผ่าของตัวเองขึ้นมาโดยให้ชื่อว่า “บาคุมบ้า” (Bakumbaa) ด้วยความหวังว่าสักกวันหนึ่ง เขาจะได้เจอเพื่อนหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นเหมือนเขาและอยู่ร่วมกันได้3. give.me.museumsคนธรัตน์ เตชะไตรศร หริอ give.me.museums ถ่ายทอดเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ผ่านผลงานสีสันสดใส เน้นอารมณ์และเรื่องราวของภาพมากกว่าความเหมือนจริง ชื่นชอบการทำงานฝีมือ ไม่มีเทคนิคที่ตายตัว สนุกกับการทดลองเทคนิคและวัสดุใหม่ ๆ ถนัดทำงานที่ต้องใช้คู่สีเยอะ ๆ มีความสุขตอนได้ทดลองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ และนำเสนองานต่าง ๆ รักการทำงานศิลปะตั้งแต่เด็ก มีผืนผ้าใบผืนแรกเป็นกำแพงห้องนอนของตัวเองgive.me.museumsผลงานของ give.me.museums เป็นที่รู้จักผ่านภาพดอกไม้และทิวทัศน์ที่มีสีสันสดใส ให้ความสำคัญกับอารมณ์และบรรยากาศของภาพมากกว่าการยึดติดกับความเหมือนจริง ผลงานส่วนใหญ่เกิดจากประสบการณ์ร่วมกับจินตนาการของศิลปิน เอกลักษณ์คือการทิ้งรอยทีแปรงและเนื้อผิวของการทับซ้อนกันของชั้นสีอะคริลิกจำนวนมาก และการจบงานในลักษณะ ‘unfinished finish’ ภาพมักไม่ได้ถูกผสมสีให้เรียบเนียนบนจานสี แต่เกิดจากการมอง ผสม และทับซ้อนกันโดยตรงบนผืนผ้าใบ มีคู่สีที่หลากหลายในภาพเดียว4. Keng Jeansนนทกร วชิรโกสีย์ หรือ Keng Jeans ผลงานภาพวาดจิตรกรรม สไตล์ Pop Surrealism (เหนือจริง) ที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับความทรงจำในวัยเด็ก สะท้อนความคิด และตัวตนของตัวศิลปิน ที่ผ่านตัวละครตุ๊กตาหมีที่ทุกคนจดจำได้ในผลงานของเขาKeng Jeans5. Little theatreอรรถกานท์ จ้อยศิริ หรือ Little theatre ผลงานของเธอถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสิ่งธรรมดา ๆ ในชีวิตประจำวันด้วยมุมมองเฉพาะตัวของเธอเอง ผ่านสีกวอชสีสันสดใสที่เปี่ยมชีวิตชีวา ภาพของเธอชวนให้ผู้ชมได้ตีความ และหันกลับมาพิจารณาสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวอีกครั้ง ว่าภายใต้ความธรรมดาที่เรามองเห็นนั้น อาจซ่อนความพิเศษไว้มากกว่าที่คิดLittle theater6. meltboyณัฐวุฒิ มีทรัพย์ทอง หรือ meltboy เป็นผู้ออกแบบคาแรคเตอร์เด็กผู้ชายใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ ไม่มีปากหากแต่สามารถสื่อความหมายด้วยดวงตาที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้แทนการพูดmeltboy7. Pi-nearแพร-ณิชาพร จิรพงศานานุรักษ์ หรือ พิแน (Pi-near) เธอทำงานภายใต้แนวคิดของ “การสังเกต” ที่ใช้การเลือกสรรและทดลองทำเพื่อขยายความสิ่งตรงหน้าที่แสนธรรมดาให้มีความหมายที่กว้างขึ้นผ่านภาพวาด รวมถึงการจัดวางองค์ประกอบอย่างละเมียดละไมเพื่อบันทึกช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน บทสนทนาเงียบ ๆ ความทรงจำ ผู้คน ความเปลี่ยนแปลง และอารมณ์ที่มักถูกมองข้ามPi-nearงานของพิแนมีรากฐานจากประสบการณ์ส่วนตัว การเดินทาง และการพบปะผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม เธอสนใจประเด็นเรื่องความทรงจำ การเติบโต การเปลี่ยนผ่าน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนต่างวัยและต่างบริบท งานจำนวนมากของเธออยู่ในรูปแบบสิ่งพิมพ์และงานเขียน ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เรื่องเล่าค่อย ๆ คลี่คลายผ่านภาพและถ้อยคำ8. RomanticRaiPoetภาพจำของเขาคือกวีหนุ่มในชุดสีชมพูที่ในบางวันก็ตกหลุมรักสีดำแบบถอนตัวไม่ได้ ความอบอุ่นที่ดูอันตรายดึงดูดใจเขาเสมอ จึงเป็นที่มาของนามปากกา “โรแมนติกร้าย” วินบอกรักโลกใบนี้ผ่านบทกวีสีชมพู บทเพลง และงานศิลปะหลากหลายแขนง เขาชอบบันทึกรอยยิ้มและความเหงาของผู้คนที่พบเจอระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพ นิวยอร์ก ปารีส หรือตอนที่ติดพายุอยู่ในสนามบินสักแห่งRomanticRaiPoet9. Tangentแทน ชวินพล หรือ TANGENT ผลงานโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างประติมากรรม สื่อผสม และงานออกแบบคาแรกเตอร์ โดยมักใช้พื้นผิวที่มีความเงาคล้ายคริสตัลหรือวัสดุสะท้อนแสง เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวละครของเขา ผลงานหลายชิ้นถูกพัฒนาเป็น Art Toy และของสะสม ซึ่งสะท้อนการเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่มีอารมณ์ ความรู้สึก และจินตนาการเฉพาะตัวTangent10. Thaniธนิดา ปานบ้านแพ้ว หรือ Thani ผลงานของเธอถ่ายทอดประสบการณ์ ความเครียด และแรงกดดันที่ค่อย ๆ สะสมอยู่ภายในใจ ผ่านภาพของเด็กหญิงในชุดสีขาวที่หลับตา เปรียบเสมือนตัวแทนของเธอผู้พยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดของโลกความเป็นจริง และเลือกพักพิงอยู่ในพื้นที่แห่งความฝัน ความฝันจึงกลายเป็นฉากกำบังที่อ่อนโยน และช่วยบดบังความจริงอันโหดร้ายของโลกภายนอกThaniนิทรรศการ "A Journey Without a Map" เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2569 ที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกA Journey Without a Mapแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/273738

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

รู้จัก 3 เมืองน่าเที่ยวในพิธีเปิดฟุตบอลโลก (เม็กซิโก ซิตี้, ลอสแอนเจลิส, โทรอนโต)

22/05/2026

มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม นี้ เป็นครั้งแรกที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ใช้เจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ และใช้สนามแข่งขันมากถึง 16 แห่งหนึ่งความพิเศษ คือ การเตรียมพิธีเปิดการแข่งขัน ซึ่งจัดขึ้นใน 3 ประเทศอีกด้วย โดยมีเมืองที่ใช้ในพิธีเปิดสังเวียนฟาดแข้งครั้งนี้ ได้แก่ เม็กซิโก ซิตี้, ลอสแอนเจลิส และ โทรอนโตชวนมาทำความรู้จัก 3 เมือง 3 สไตล์ สำหรับเมืองพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ในแง่มุมของการท่องเที่ยวเม็กซิโก ซิตี้ (Photo: Edgar Soto)เม็กซิโก ซิตี้ (Mexico City) ประเทศเม็กซิโกเมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก นับเป็นหัวใจของวัฒนธรรมละตินอเมริกา ความสำคัญของเมืองแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมของเม็กซิโก หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา ที่สร้างบนอดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิแอซเท็ก (Aztec) หนึ่งในอารยธรรมโบราณที่สำคัญของทวีปอเมริกาฟุตบอลโลกครั้งนี้เมืองหลวงเม็กซิโกมีประเด็นที่กลายเป็นสถิติใหม่อีกด้วย เพราะพิธีเปิดจัดขึ้นใน “สนาม อัซเตก้า สเตเดี้ยม” สนามระดับตำนานแห่งเดียวในโลกที่ได้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย (ปี ค.ศ.1970, 1986 และ 2026) โดยสนามอัซเตก้า น่าจะเป็นที่จดจำได้แม่นจากบรรดาแฟนๆฟุตบอลโลกเจน X ขึ้นไป เพราะเป็นสนามที่ “ดีเอโก้ มาราโดน่า” ตำนานกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า ใช้ "หัตถ์พระเจ้า" กระโดดใช้มือปัดลูกบอลเข้าประตูในนัดที่เจอกับทีมชาติอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1986 นั่นเองจัตุรัสโซกาโล (Photo: Luis Andr?s Villal?n Vega)เม็กซิโก ซิตี้ ในด้านเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยว เป็นเมืองที่ผสมผสานอารยธรรมโบราณกับความเป็นเมืองสมัยใหม่ มีทั้งโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ สตรีตฟูด และศิลปะ สถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เช่นย่านจัตุรัสโซกาโล (Zocalo): จัตุรัสใจกลางเมือง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก สำหรับใครที่ชื่นชอบย่านเมืองเก่า เดินชมสถาปัตยกรรมย้อนยุค ชมมหาวิหารเม็กซิโกซิตี้ (Metropolitan Cathedral) และเทมโปลมายอร์ (Templo Mayor) อันเป็นซากวิหารของชาวแอซเท็กย่านโคโยอาคัน (Photo: Jakub Porzycki/Getty Images)พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาแห่งชาติ (National Museum of Anthropology):นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และอารยธรรมต้องปักหมุด ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนสาธารณะชาปุลเตเปก (Chapultepec Park) พิพิธภัณฑ์มีขนาดใหญ่และมีผู้เข้าชมมากที่สุดในประเทศ เป็นแหล่งรวมวัตถุโบราณของชนเผ่ามายาและแอซเท็กไว้มากที่สุดในโลกย่านโคโยอาคัน (Coyoacan): ย่านประวัติศาสตร์และศูนย์กลางศิลปะสุดคลาสสิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านสีน้ำเงิน หรือ พิพิธภัณฑ์ฟรีดา คาห์โล (Museo Frida Kahlo) จิตรกรชื่อดังระดับโลกชาวเม็กซิกัน และมีตลาดพื้นเมืองที่เต็มไปด้วยงานฝีมือและสตรีทฟู้ดน่าลิ้มลอง โดยเฉพาะ “ทาโก้” สไตล์เม็กซิกันแท้ๆที่ไม่ควรพลาดพิพิธภัณฑ์ฟรีดา คาห์โล (Photo: Francesca Yorke)ลอสแอนเจลิส (Los Angeles) สหรัฐอเมริกาเมืองใหญ่ที่หลายคนรู้จักกันในนาม “แอลเอ” (LA) เป็นนครแห่งแสงสีและสวรรค์ของความบันเทิงในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับสมญาว่า “City of Angel” ชาวไทยคุ้นเคยกับเมืองนี้เป็นอย่างดีแม้ไม่เคยมาเยือนก็ตาม เพราะต้องผ่านสายตามาจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด ความบันเทิง และวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลกมากมายในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดนตรีสีสันของแอลเอยามค่ำคืน (Photo: Venti Views)ลอสแอนเจลิส ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก และจะเป็นเจ้าภาพ “Olympics 2028” อีกด้วย มาเยือนแล้วก็ต้องแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เช่นป้ายฮอลลีวูด (Hollywood Sign + Hollywood Hills): ป้ายขนาดยักษ์แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของลอสแอนเจลิส เหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักเมือง เพราะจะเห็นวิว LA แบบภาพยนตร์ฮอลลีวูดจริงๆ มีเส้นทางเดินขึ้นเขาให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลิน โดยสิ่งที่น่าสนใจ เช่น จุดถ่ายรูป Griffith Observatory ที่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมโดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก หรือบรรยากาศยามค่ำคืนป้ายฮอลลีวูด (Photo: Roberto Nickson)ท่าเรือซานตาโมนิกา (Santa Monica Pier): จุดหมายสุดโรแมนติก ชายหาดและท่าเรือสุดคลาสสิกของชาวแอลเอ และยังเป็นหนึ่งในโลเคชั่นภาพยนตร์เรื่อง La La Land ในฉากที่น่าจดจำเมื่อตัวละครเซบาสเตียน (ไรอัน กอสลิง) เดินผิวปากและร้องเพลง "City of Stars" ที่ท่าเรือแห่งนี้ บริเวณรอบๆยังมี Pacific Park ชิงช้าสวรรค์ จุดสิ้นสุด Route 66 ให้เดินเล่นริมทะเล โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีบรรยากาศดีมากSanta Monica Pier (Photo: Venti Views)สวนสนุกยูนิเวอร์แซล (Universal Studios Hollywood): สวนสนุกและสตูดิโอภาพยนตร์ระดับโลกที่ใดจะสมจริงมากไปกว่าสถานที่ต้นกำเนิดฮอลลีวูด ที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับคนชอบหนัง เกม และวัฒนธรรมบันเทิงอเมริกัน ที่มีให้ตื่นตาตื่นใจไปกับเรื่องราวจากโลกภาพยนตร์ดัง ไม่ว่าจะเป็น Harry Potter, Jurassic World, Transformers เป็นต้นสีสันของแอลเอยามค่ำคืน (Photo: Venti Views)โทรอนโต (Toronto) ประเทศแคนาดามหานครที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา และหนึ่งในเมืองพหุวัฒนธรรมที่สำคัญของโลก โดยมีประชากรหลากหลายเชื้อชาติมากที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินของแคนาดา และเป็นภาพแทนของแคนาดาสมัยใหม่ ส่วนเอกลักษณ์ด้านท่องเที่ยวก็โดดเด่นในแง่ความเป็นเมืองสะอาด ปลอดภัย และเดินทางได้สะดวกซีเอ็น ทาวเวอร์ (CN Tower):แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมือง หอคอยสูงตระหง่านที่เห็นได้แทบทุกมุมในโทรอนโต เป็นจุดชมวิวสูงมองทั้งเมืองได้แบบ 360 องศา มีจุดพื้นกระจก Glass Floor กับ EdgeWalk เดินรอบหอคอยแบบหวาดเสียวสำหรับใครที่ไม่กลัวความสูง และยังมองเห็นวิวทะเลสาบ Ontario อันงดงามจากมุมสูงเกาะโทรอนโต (Toronto Islands): เกาะพักผ่อนยอดนิยมของคนเมือง นั่งเรือเฟอร์รีไม่ไกลจากย่านดาวน์ทาวน์ ใช้เวลาเพียง 15 นาที เป็นจุดที่สามารถมองเห็นเมืองโทรอนโตจากฝั่งเกาะ ชาวเมืองนิยมไปปั่นจักรยาน ปิคนิก เดินเล่นริมทะเลสาบ อิ่มใจไปท่ามกลางธรรมชาติราวกับเป็นอีกโลกCN Tower มุมมองจากเกาะโทรอนโต (Photo: Wisson Pj)ย่านดิสทีลเลอรี (Distillery District): ย่านเก่าที่ให้อารมณ์แบบยุโรป นับเป็นย่านสวยที่สุดของเมืองเต็มไปด้วยอาคารอิฐแดงโครงสร้างสถาปัตยกรรมยุควิกตอเรีย คาเฟ่ ร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี เหมาะแก่การไปเดินเล่นถ่ายรูป คาเฟ่ฮอปปิง โดยเฉพาะถ้าใครไปในช่วงคริสต์มาส ก็มีตลาดคริสต์มาสชื่อดังย่านดิสทีลเลอรี (Photo: Julio C?sar Mercado)น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls): น้ำตกชื่อดังระดับโลกไม่ได้อยู่ในโทรอนโต แต่ก็เดินทางแบบเดย์ทริปได้ ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ โดยฝั่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดคือ Horseshoe Falls ฝั่งแคนาดาใน Ontario ซึ่งเห็นวิวโค้งของน้ำตกได้อลังการ โดยการเดินทางจากโทรอนโต ระยะทางประมาณ 130 กม. ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง–2 ชั่วโมง เท่านั้น โดยสาร “รถไฟ GO Train” ออกจาก Union Station จุดหมายปลายทางไปยัง Niagara Falls Stationน้ำตกไนแองการา (Photo: Rikin Katyal)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000048316

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ จัดงานสัมมนา Health Club Conference 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำประกันสุขภาพ พร้อมเดินหน้าสู่สมดุลใหม่ที่ยั่งยืน

22/05/2026

เอไอเอ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ จัดงานสัมมนา AIA Health Club Conference 2026 ภายใต้แนวคิด “Here for the Future สู่สมดุลใหม่ที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกและมุมมองของระบบประกันสุขภาพยุคใหม่ ครอบคลุมทั้งมิติของลูกค้า โรงพยาบาล และตัวแทนประกันชีวิต พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการเตรียมความพร้อมขององค์กร ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนระบบประกันสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนคุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพ เอไอเอเล็งเห็นถึงความท้าทายที่ลูกค้าและตัวแทนต้องเผชิญจากการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ ทั้งในด้านโครงสร้างค่าใช้จ่าย การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนไป พร้อมกันนี้ เรายังเห็นโอกาสในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพไทยให้ครอบคลุมและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความคุ้มครองและบริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริหารต้นทุนสุขภาพของประชากรในระยะยาว โดยหนึ่งในความท้าทายสำคัญคือค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึงการรักษาที่เกินความจำเป็น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบประกันสุขภาพในอนาคต อีกทั้งโครงสร้างประชากรของไทยที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งมีความต้องการการดูแลด้านสุขภาพที่มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ความต้องการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย” คุณเอกรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน แนวคิดเรื่องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Longevity) ได้รับความสนใจมากขึ้น ขณะที่สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลพื้นฐานของภาครัฐอาจยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ เมื่อผนวกกับปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทำให้คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการทำประกันสุขภาพมากยิ่งขึ้น เอไอเอจึงมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพไทย ผ่านแนวคิด ‘4Rs’ ได้แก่  1. Right Product การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต  2. Right Service การดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการรักษา ระหว่างการรักษา จนถึงหลังการออกจากโรงพยาบาล  3. Right Claim การพัฒนากระบวนการเคลมให้สะดวก โปร่งใส ลดความซับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพ  4. Right Treatment at the Right Place การส่งเสริมให้ลูกค้าเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ในสถานพยาบาลที่เหมาะสม และในเวลาที่เหมาะสม ผ่านโรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Networkโดยในงานได้มีการแชร์มุมมองผ่านการเสวนาวิชาการ เพื่อให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้นจากการแชร์บทเรียนของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มบริษัทเอไอเอ โดยผู้บริหารมากประสบกาณ์ เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยได้นำมาเตรียมตัวและปรับใช้อย่างเหมาะสม คุณเอกรัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า “เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสานต่อบทบาทผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบประกันสุขภาพของประเทศให้แข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพและเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ตามพันธกิจของเอไอเอ “Healthier, Longer, Better Lives”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

คนรวยใช้ “พันธบัตร” บริหารความเสี่ยง มือใหม่เพิ่งลองซื้อ ต้องรู้อะไรถึงไม่เจ๊ง

21/05/2026

พันธบัตรคือตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลหรือบริษัทต่างๆ เพื่อระดมทุน• นักลงทุนสามารถซื้อพันธบัตรได้ในตลาดแรก (ซื้อโดยตรง) หรือตลาดรอง (ซื้อขายระหว่างนักลงทุน)• พันธบัตรมีความเสี่ยง แม้จะต่ำกว่าสินทรัพย์อื่น แต่ราคาอาจผันผวน• การเลือกอายุพันธบัตรให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ• กลยุทธ์ Ladder Strategy ช่วยกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในพันธบัตรหลายช่วงอายุทุกการลงทุนมีความเสี่ยง… แต่ถ้าอยากเสี่ยงต่ำ สิ่งแรกที่คนมักนึกถึง คือ พันธบัตร นักลงทุนผู้มั่งคั่งมักจัดพอร์ตโดยมีพันธบัตรเพื่อบริหารความเสี่ยง แต่ล่าสุดมีข่าวว่าเกิดการเทขายครั้งใหญ่ จน Bond Yields หรือผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึง ราคาพันธบัตรจะลดลงจนบางคนเรียกว่าขาดทุนจากพันธบัตร ถ้าซื้อพันธบัตรยังเสี่ยงขาดทุน ทำไมคนรวยยังต้องมีสิ่งนี้ในพอร์ต ถ้าเพิ่งเริ่มต้นลงทุนในพันธบัตรต้องทำยังไง หาคำตอบได้ในบทความนี้ พันธบัตรคืออะไรพันธบัตร คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐซึ่งจะใช้ระดมทุนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยภาครัฐจะเสนอ “ดอกเบี้ย” ให้กับผู้ที่ซื้อพันธบัตร เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดจะคืนเงินต้นให้สรุปแบบให้เข้าใจง่ายคือ ใครซื้อพันธบัตรถือเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล คนเลยมองว่าความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ถือว่าต่ำมาก (ขึ้นอยู่กับว่าลงทุนกับประเทศไหน)พันธบัตรรัฐบาลมีให้เลือกหลายแบบ และมีหลายประเทศให้เลือก เช่น สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น เยอรมัน รวมถึงประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ออกพันธบัตรรัฐบาล, หรือในบางช่วงอาจมีการออกพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รูปแบบหลักๆ คือ จะมีการกำหนดระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ยต่อปีให้อย่างชัดเจน เช่น พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยที่ 2.49% ต่อปี (เฉลี่ย) เป็นต้นแน่นอนว่า การซื้อพันธบัตรหรือตราสารหนี้ ในกรณีถือครองจนครบอายุ จะได้เงินต้นคืน ดังนั้นแม้ว่าระหว่างทางราคาจะเปลี่ยนไปทางไหน ผู้ที่ซื้อพันธบัตรไปยังได้เงินคืนนั่นเอง (ยกเว้นกรณีผิดนัดชำระหนี้) ดังนั้นพันธบัตรรัฐบาล อาจเหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรือ อยากได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและแน่นอนนอกจากนี้ สิ่งที่นักลงทุนควรรู้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลที่ออกตราสารหนี้ได้ แต่บริษัทต่างๆ ก็สามารถออกได้เช่นกัน โดยเรามักเรียกว่า หุ้นกู้ ซึ่งจะระบุระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยให้ชัดเจน แต่ระดับความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับ อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ตัวอย่างเช่น หุ้นกู้อันดับ AAA มีความเสี่ยงต่ำสุดในการจัดอันดับ ส่วนอันดับ B มีความเสี่ยงสูงกว่าซื้อพันธบัตรได้ที่ไหน?ตลาดแรก (Primary Market)คือการซื้อพันธบัตร “ออกใหม่ครั้งแรก” และซื้อจากผู้ออกพันธบัตรโดยตรง เช่น รัฐบาลหรือหน่วยงานที่ออกพันธบัตร ในประเทศไทย นักลงทุนรายย่อยหรือบุคคลทั่วไป สามารถจองและซื้อได้ที่ธนาคารพาณิชย์มักเริ่มต้นที่ 1 - 1,000 บาท/หน่วย ซึ่งพันธบัตรแต่ละรุ่นอาจมี เงื่อนไขเฉพาะ หรือ การจำกัดวงเงินการซื้อ ขึ้นอยู่กับผู้ออกพันธบัตร ข้อดีของการซื้อพันธบัตรตลาดแรกคือ ซื้อในราคาหน้าตั๋วตลาดรอง (Secondary Market)คือการซื้อขายพันธบัตร “ที่ออกขายมาแล้ว” ระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง ไม่ได้ซื้อจากผู้ออกโดยตรง ส่วนมากมักเป็นการขายก่อนครบกำหนดสัญญา ซึ่งราคาพันธบัตรจึงเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ขึ้นอยู่กับราคาตลาดหรือการตกลงซื้อขาย สามารถซื้อผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตข้อดีคือ ตลาดรองราคาจะยืดหยุ่นกว่า, มีโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาได้ เช่น กรณีการซื้อต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว, ถ้าต้องการสภาพคล่องก็อาจขายออกได้เทคนิคการลงทุนในพันธบัตรในโลกการลงทุน คนรวยมักจัดพอร์ตให้มี พันธบัตรหรือตราสารหนี้ (Bond) อยู่เสมอ เพื่อกระจายความเสี่ยงหรือเพื่อเป้าหมายส่วนตัวที่วางไว้ จากรายงาน Wealth Report ประจำปี 2566 พบว่า กลุ่มบุคคลที่มีความมั่งคั่งสุทธิสูงพิเศษ (UHNWIs) มี Bond อยู่ในพอร์ตเฉลี่ยถึง 17%แต่ถึงพันธบัตรจะดูมีความเสี่ยงต่ำกว่าสินทรัพย์อื่นๆ แต่ก็มีความเสี่ยงหรืออาจขาดทุนได้เช่นกัน อย่างใครซื้อพันธบัตรไว้ แต่เกิดร้อนเงินต้องขายในตลาดรองช่วงที่ราคาตกก็อาจขาดทุนได้ดังนั้นปัจจัยอะไรบ้างที่เราต้องนำมาวางแผนก่อนซื้อพันธบัตร Thairath Money สรุปข้อมูลที่น่าสนใจจาก บล. หยวนต้ามาให้แล้ว 1. เลือกอายุพันธบัตรที่เหมาะกับเป้าหมายของชีวิต• อายุ 1-3 ปี: เหมาะสำหรับเป้าหมายระยะสั้น เช่น เก็บเงินดาวน์บ้าน, เงินก้อนสำหรับแต่งงาน เป็นต้น• อายุ 5-10 ปี: เหมาะสำหรับการออมเพื่อการศึกษาบุตร• อายุ 15-20 ปี: เหมาะสำหรับการออมเพื่อเกษียณ2. ก่อนซื้อประเมินอันดับความน่าเชื่อถือ• AAA, AA: ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนปานกลาง• A, BBB: ความเสี่ยงปานกลาง ผลตอบแทนสูงขึ้น• ต่ำกว่า BBB: ความเสี่ยงสูง ควรศึกษาอย่างละเอียดนอกจากนี้ยังแนะนำกลยุทธ์สำคัญคือ Ladder Strategy คือ ไม่ซื้อพันธบัตรอายุยาวเพียงตัวเดียว แต่กระจายซื้อพันธบัตรหลายอายุ เช่น ซื้ออายุ 2 ปี, 5 ปี, และ 10 ปี เมื่อพันธบัตรอายุสั้นครบกำหนด ก็นำเงินไปซื้อพันธบัตรอายุยาวใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่จะเกิดขึ้นระหว่างทางพันธบัตร เป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แต่ทุกการวางแผนการเงินต้องเริ่มที่ตัวเราเสมอว่า เป้าหมายต้องการอะไร จะลงทุนไปเพื่ออะไร จะใช้เงินในช่วงเวลาไหน ถ้าเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะทำให้เราจัดพอร์ตได้ตรงใจมากขึ้นแน่ๆอ้างอิงข้อมูล SET, บล.หยวนต้า, CIMBT, KTB, KBank, บล.บัวหลวงแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐhttps://www.thairath.co.th/money/investment/stocks/2933967

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันภัย

คปภ. เผยธุรกิจประกันภัยไทยปี 2568 ยังเติบโตต่อเนื่อง เบี้ยประกันภัยรวมสูง 9.69 แสนล้านบาท กำไรสุทธิ จำนวน 74,894 ล้านบาท แบยประกันสุขภาพ–ยูนิตลิงค์–ประกันัยท่องเที่ยว ขยายตัวโดดเด่น

21/05/2026

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยภาพรวมธุรกิจประกันภัยไทย ประจำปี 2568 พบว่า ธุรกิจประกันภัยไทยทั้งระบบ (บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัยประมาณ 70 แห่ง) ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยง ที่มีความผันผวนโดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งระบบจำนวน 969,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.17 แบ่งเป็น เบี้ยประกันภัยรับตรงธุรกิจประกันชีวิต 676,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.62 และเบี้ยประกันภัยรับตรง ธุรกิจประกันวินาศภัย 292,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.17 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของระบบประกันภัยในการเป็นกลไกสำคัญบริหารความเสี่ยงของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศสำหรับภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต ปี 2568 เมื่อพิจารณาตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับตรงสูงสุด พบว่า 5 อันดับแรก ได้แก่ ประกันชีวิตสามัญ (Ordinary) จำนวน 402,807 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สัญญาเพิ่มเติม ประกันสุขภาพ (Rider Health) จำนวน 135,083 ล้านบาท ประกันชีวิตแบบกลุ่ม จำนวน 41,861 ล้านบาท ประกันชีวิตควบ การลงทุน (Unit Linked) จำนวน 41,374 ล้านบาท และประกันบำนาญ (Annuity) จำนวน 21,494 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ประชาชนให้ความสำคัญ กับการวางแผนสุขภาพ การออมระยะยาว และการลงทุนควบคู่ความคุ้มครองมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ ธุรกิจประกันชีวิตยังมีผลิตภัณฑ์ที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) เติบโตร้อยละ 15.48 สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ (Rider Health) เติบโตร้อยละ 12.36 และประกันบำนาญ (Annuity) เติบโตร้อยละ 10.18 ขณะที่เบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ (Renewal Year Premium) ยังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 72 ของเบี้ยประกันภัยรวม สื่อให้เห็นว่าประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการมีหลักประกันความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องด้านผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันชีวิต ปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 74,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.57 จากปีก่อน โดยเป็นผลจากผลการรับประกันภัยและรายได้ จากการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิต ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 4.49 ล้านล้านบาท โดยยังคงลงทุน ในพันธบัตรรัฐบาลเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 61 ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด สะท้อนถึงเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเงิน ของธุรกิจประกันชีวิตไทยขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัย เมื่อพิจารณาประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีเบี้ยประกันภัยรับตรงสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จำนวน 142,952 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จำนวน 31,771 ล้านบาท ประกันภัยเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับทรัพย์สิน (IAR & Property) จำนวน 30,315 ล้านบาท ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จำนวน 20,648 ล้านบาท และประกันสุขภาพ จำนวน 19,419 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นกลุ่มประกันภัยที่มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยสูงที่สุดของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ขณะที่ประกันสุขภาพและ ประกันอุบัติเหตุมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การเตรียมความพร้อมรองรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิดในชีวิตประจำวันมากขึ้นนอกจากนี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงเติบโตจากความต้องการความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประกันสุขภาพ (Health) ที่เติบโตร้อยละ 19.75 ประกันภัยการเดินทาง (Travel) เติบโตร้อยละ 15.49 และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Accident AH) เติบโตร้อยละ 6.76 ชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองด้านประกันภัยมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน จำนวนกรมธรรม์ใหม่ของธุรกิจประกันวินาศภัยเพิ่มขึ้นเป็น 80.55 ล้านกรมธรรม์ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.08 ด้านผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันวินาศภัย ปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 11,677 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 25.20 แต่ยังคงมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมีสินทรัพย์ลงทุนรวม จำนวน 350,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนร้อยละ 0.68 และยังคงเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง อาทิ พันธบัตรรัฐบาล เงินฝาก และหุ้นกู้ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจประกันภัยไทยในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพและความสามารถในการปรับตัวของ ภาคธุรกิจประกันภัยไทย ท่ามกลางความเสี่ยงและบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงาน คปภ. จะมีการกำกับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และสามารถตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มครองของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ที่มุ่งยกระดับ ระบบประกันภัยไทยให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศในระยะยาวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ ซีเคว้ล ออนไลน์https://www.sequelonline.com/?p=205193

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X