Everyday knowledge for you
ห้องแสดงนิทรรศการ
26/08/2026
ครั้งแรกกับการนำความไม่เป็นธรรมมาสื่อสาร ผ่านงานศิลปะ 2 สไตล์ ที่ต่างกันสุดขั้ว เมื่อความไม่เป็นธรรมบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่อาจซ่อนอยู่ในค่าไฟห้องเช่าที่แพงเกินจริง สายสื่อสารห้อยระโยงระยางที่อันตรายต่อชีวิต ค่าเดินทางที่ต้องจ่ายเกือบครึ่งของค่าแรง หรือเงินเก็บที่หายไปเพราะเพจปลอมบนโลกออนไลน์ หลายเรื่องเกิดขึ้นแล้วผ่านไป ขณะที่เสียงร้องเรียนของผู้คนดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงียบหายไปเช่นกันจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้เรื่องราวเหล่านี้ยังคงมีคนมองเห็น และเสียงของคนที่ถูกเอาเปรียบยังมีคนได้ยิน จึงเกิดเป็น “SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน” นิทรรศการศิลปะที่นำเรื่องราวของผู้คนมาถ่ายทอดผ่านภาพวาด พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมใกล้ตัว และตระหนักว่า เมื่อเกิดปัญหา เราไม่จำเป็นต้อง “ยอมจำนน” อีกต่อไปหนึ่งในศิลปินผู้สร้างสรรค์นิทรรศการนี้ คือ จาริณี เมธีกุล โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ด้านสังคมและผู้ก่อตั้งสตูดิโอศิลปะ 21/3 STUDIO ตลอดเส้นทางการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภคและการผลิตรายการสัมภาษณ์ในแนว Hard Talk ทำให้จาริณีได้รับฟังเรื่องราวของผู้คนจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนและถูกเอาเปรียบจากความหลงใหลในงานศิลปะ จาริณีจึงนำการวาดภาพมาเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวเหล่านั้น เธอเริ่มวาดภาพบุคคลไปพร้อมกับการสัมภาษณ์ รับฟังเรื่องราว และจดประโยคหรือความรู้สึกสำคัญลงบนภาพ เพื่อเก็บทั้ง “ใบหน้า” และ “เสียง” ของเจ้าของเรื่องไว้ วิธีการทำงานนี้นำไปสู่ผลงานภาพวาดที่ไม่ได้เป็นเพียงภาพบุคคล แต่เป็นภาพแทนเรื่องราว ประสบการณ์ และเสียงของผู้คนที่ต้องการสื่อให้สังคมได้รับรู้จาริณี เล่าว่า “ตอนทำรายการโทรทัศน์ เรารู้สึกว่าพอออนแอร์จบ เรื่องก็ผ่านไป แต่ความเดือดร้อนของคนไม่ได้จบตามรายการ เลยคิดว่าจะมีวิธีไหนที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้ยังอยู่ต่อ ส่วนตัวเป็นคนชอบวาดหน้าคนอยู่แล้ว พอได้ฟังเขาเล่า เราก็เริ่มวาดไปพร้อมกับการสัมภาษณ์ บางประโยคที่ได้ยินมันแรงมาก แต่มันก็จริงมาก จนรู้สึกว่าต้องรีบจดลงไปในภาพ เพราะไม่อยากให้ความรู้สึกตรงนั้นหายไป”สำหรับชื่อ “SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน” ได้รับแรงบันดาลใจจาก สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่มักพูดถึงการทำงานเพื่อปกป้องผู้บริโภคว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างอำนาจต่อรองให้กับประชาชน เพราะหากผู้บริโภคไม่มีอำนาจต่อรอง ก็ยากที่จะได้รับสิทธิหรือความปลอดภัยขั้นพื้นฐานนิทรรศการครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเปิดโอกาสให้นำประสบการณ์และความรู้สึกของผู้บริโภคมาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะ รวมถึงช่วยประสานกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในการจัดแสดงผลงานอีกหนึ่งความพิเศษของนิทรรศการนี้อยู่ที่การออกแบบพื้นที่จัดแสดง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ที่มีรูปแบบแตกต่างกันสุดขั้ว แต่กลับมาบรรจบกันในประเด็นเดียวกัน นั่นคือ การไม่ยอมจำนนต่อความไม่เป็นธรรมฝั่งหนึ่งคือ ขั้วสีดำ ที่นำเสนอผลงานสตอรี่บอร์ดที่วาดด้วยชาร์โคลจำนวน 45 ภาพ ผลงานของ บุญเชิด เข็มเงิน นักวาดสตอรี่บอร์ดมืออาชีพ ผู้ยังคงยึดมั่นในการวาดภาพด้วยมือ ถ่ายทอดปัญหาสังคมผ่านลายเส้นที่ดุดันและดิบ สะท้อนอีกด้านของเรื่องราวความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมขณะที่อีกฝั่งคือ ขั้วสีสัน กับผลงานของจาริณี ที่ใช้สีสันสดใสจัดจ้านในแบบฉบับของเธอ โดยนอกจากเรื่องราวของผู้บริโภคแล้ว จาริณียังขยายการวาดภาพไปยังกลุ่มนักขับเคลื่อนสังคมที่มีบทบาทในการตั้งคำถามและผลักดันการเปลี่ยนแปลง จนเกิดเป็นผลงานภาพไม่เหมือน 150 ภาพ จากบุคคล 150 คนภาพแต่ละภาพจึงเป็นเสมือนบันทึกของบุคคลหนึ่งคน ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาและประเด็นทางสังคมหลากหลาย ทั้งเรื่องสิทธิผู้บริโภค ความเหลื่อมล้ำ การถูกเอาเปรียบ และเรื่องราวของผู้คนที่เลือกจะลุกขึ้นมาส่งเสียงให้กับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าควรได้รับการแก้ไขการวางผลงานศิลปะสองขั้วไว้ในพื้นที่เดียวกัน จึงเปรียบเสมือนการพาผู้ชมเดินผ่านด้านมืดของปัญหา ไปสู่พลังของการลุกขึ้น ต่อสู้ ส่งเสียง จากเรื่องราวที่ชวนตั้งคำถามและสะท้อนบาดแผลของสังคม สู่ใบหน้าหลากสีสันของผู้คนที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้เสียหาย แต่ต้องการให้เสียงของตัวเองได้รับการรับฟังจาริณี กล่าวว่า “SPEAK UP ไม่ใช่แค่การบ่นหรือโพสต์ระบายในโซเชียล แต่คือการรู้ว่าเรามีสิทธิ แล้วกล้าที่จะใช้สิทธินั้น ถ้าเกิดความไม่เป็นธรรมแล้วทุกคนเงียบ สุดท้ายก็จะกลายเป็นสิ่งที่สังคมคุ้นชินและยอมรับไปโดยไม่รู้ตัว เราไม่ได้หวังว่าคนเดินออกจากนิทรรศการนี้แล้วจะต้องไปเป็นนักต่อสู้ทุกคน แต่อยากให้กลับไปพร้อมความรู้สึกว่า ถ้าวันหนึ่งเรื่องเหล่านี้เกิดกับเขา เขาไม่จำเป็นต้องยอมจำนน และเสียงของคนธรรมดามีความหมาย โดยเฉพาะเมื่อเสียงเหล่านั้นมารวมกัน”นิทรรศการครั้งนี้ยังมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างจากงานแสดงศิลปะทั่วไป เพราะศิลปินทั้งสองตั้งใจไม่จำหน่ายผลงาน โดยบุญเชิดเลือกมอบผลงานทั้งหมดให้สภาองค์กรของผู้บริโภคนำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนงานเพื่อผู้บริโภค ขณะที่ผลงานของจาริณีจะมอบให้แก่บุคคลเจ้าของเรื่อง เพื่อแทนคำขอบคุณที่พวกเขาเปิดเผยประสบการณ์ตัวเอง เพื่อให้เสียงเหล่านั้นถูกส่งออกไปสู่สังคม“SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน” จึงเป็นมากกว่านิทรรศการศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนประสบการณ์ของคนธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ พร้อมทั้งชวนทุกคนให้หันมามองปัญหา ตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรม และทบทวนว่าเราจะเลือกเงียบ หรือจะ SPEAK UPผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ SPEAK UP - ไม่ยอมจำนน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการ 3 ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000082534
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
26/08/2026
ลืมบัตรประชาชน ขึ้นเครื่องได้ไหม? ลืมบัตรประชาชนที่บ้านแต่ตัวอยู่สนามบิน (บินในประเทศ) ทำไงดี? ใช้รูปถ่ายในมือถือได้ไหม?เคยไหมคะ? จัดกระเป๋ามาอย่างดี รีบตื่นแต่เช้ามาสนามบิน พอถึงเคาน์เตอร์เช็กอินหรือจุดตรวจค้น รื้อกระเป๋าดู... "หน้าซีดเผือด บัตรประชาชนหายไปไหน!" หรือ "ลืมหยิบมาจากบ้าน!"ใจร่มๆ ก่อนค่ะ อย่าเพิ่งแพนิกจนยกเลิกทริป เพราะปัญหานี้มีทางออก! วันนี้เราสรุปมาให้แล้วว่า ลืมบัตรประชาชน ขึ้นเครื่องได้ไหม? ใช้อะไรแทนได้บ้าง อันไหน "รอด" อันไหน "ร่วง"ลืมบัตรประชาชน ขึ้นเครื่องได้ไหม?ได้ ขึ้นเครื่องได้แม้ลืมบัตรประชาชน แต่ห้ามใช้รูปถ่ายหรือแคปหน้าจอ สามารถใช้แอป ThaID ที่ลงทะเบียนแล้ว หรือเอกสารราชการตัวจริงที่มีรูป เช่น ใบขับขี่หรือพาสปอร์ตแทนได้ และถ้าไม่มีเลยให้ไปแจ้งตำรวจที่สนามบินเพื่อขอเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวครับไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี?ทางรอดที่ 1: แอปพลิเคชัน "ThaID" (บัตรประชาชนดิจิทัล)นี่คือฮีโร่ขี่ม้าขาวของยุคนี้! หากคุณเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ คุณรอดแล้วค่ะ! • วิธีใช้: เปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัล "ผ่านตัวแอปฯ สดๆ" ให้เจ้าหน้าที่ดู (ย้ำอีกครั้งว่า ห้ามแคปหน้าจอแล้วเปิดรูปให้ดู ต้องเปิดเข้าแอปฯ จริงๆ เท่านั้น) • ใช้ตอนไหน: ใช้ได้ทั้งตอนเช็กอินรับตั๋ว และตอนผ่านจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate ค่ะทางรอดที่ 2: เอกสารราชการ "ตัวจริง" อื่นๆถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้เหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น):1. ใบขับขี่: (ใบอนุญาตขับรถ) ทั้งแบบบัตรแข็งรุ่นใหม่/รุ่นเก่า หรือ ใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปกรมขนส่งฯ ก็ใช้ได้2. พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง): เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนได้เลย3. บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ4. บัตรประจำตัวคนพิการ5. หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณรเกร็ดความรู้: สำหรับการบินภายในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะ "หมดอายุ" (เช่น บัตรประชาชนหมดอายุ หรือใบขับขี่หมดอายุ) อนุโลมให้ใช้เดินทางได้ค่ะ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังดูออกว่าเป็นเราก็พอทางรอดสุดท้าย: "ไม่มีอะไรติดตัวเลย"ถ้ากระเป๋าตังค์หาย บัตรหาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ทางออกคือ: ให้รีบมองหา "สถานีตำรวจภูธรย่อย" หรือ "จุดบริการตำรวจ" ภายในสนามบินนั้นๆ ค่ะ1. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าลืมบัตร/บัตรหาย ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง2. ตำรวจจะสอบถามข้อมูลและออก "ใบรับแจ้งความ" หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้3. นำเอกสารนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินและจุดตรวจค้นแทนบัตรประชาชนได้เลยรูปถ่ายบัตรประชาชนในมือถือ = "ใช้ไม่ได้"ขอตอบคำถามยอดฮิต หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในมือถือไง เปิดให้เจ้าหน้าที่ดูก็ได้" คำตอบคือ: ไม่ได้ค่ะ! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ "ภาพถ่าย" (Photo) ของบัตรประชาชน หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ใดๆ ในการยืนยันตัวตนขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากตรวจสอบความถูกต้องยากและเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้น เก็บรูปในแกลเลอรี่ไปได้เลยค่ะสรุปสั้นๆ ให้จำแม่น • รูปถ่ายในเครื่อง: ไม่ได้ • แอป ThaID / ใบขับขี่ดิจิทัล: ได้ (ต้องเปิดแอปโชว์) • ใบขับขี่ / พาสปอร์ต ตัวจริง: ได้ • ไม่มีสักอย่าง: วิ่งไปหาตำรวจสนามบินรู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมท่องคาถา "กระเป๋าตังค์ มือถือ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางอย่างราบรื่น ไม่ต้องลุ้นจนเหนื่อยนะคะ!แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ anookhttps://www.sanook.com/travel/1453610/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
26/08/2026
กรุงเทพฯ 26 สิงหาคม 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำธุรกิจกันประกันชีวิตและสุขภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมด้านสุขภาพและความมั่นคงทางการเงินให้แก่คนไทย ด้วยการเปิดตัว “AIA Health CI Hero” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เจอโรคร้าย เหมาจ่ายค่ารักษา” สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยประกันสุขภาพตัวนี้จะเริ่มให้ความคุ้มครองหลังจากที่มีการตรวจเจอโรคร้ายแรง และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสำหรับทุกการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นหลังจากตรวจเจอโรคร้ายแรง พร้อมอุ่นใจได้กับความคุ้มครองสูงสุดถึง 12 ล้านบาท ต่อรอบปีกรมธรรม์ จุดเด่นของแบบประกันนี้คือค่าเบี้ยประกันที่เข้าถึงได้ เหมาะกับคนที่มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานจากบริษัทหรือสิทธิข้าราชการที่ครอบคลุมค่ารักษาโรคเจ็บป่วยเล็กน้อยอยู่แล้ว รับประกันตั้งแต่อายุ 15 วัน ถึง 65 ปี เพิ่มเติมด้วยสิทธิประโยชน์เมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network เพื่อช่วยให้ลูกค้าวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่คาดคิดในอนาคต ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยอย่างยั่งยืนคุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยโรค NCDs ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติของกรมควบคุมโรคในปี 2568 พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากกลุ่มโรคนี้กว่า 400,000 รายต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมด โรคที่พบบ่อยได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง โดยมีแนวโน้มขยายตัวไปยังกลุ่มคนอายุน้อยและวัยทำงานมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถิติการเคลมของเอไอเอ ที่ผู้เอาประกันเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงมากขึ้น อีกทั้งยังมีอายุที่น้อยลง ในขณะที่อัตราส่วนคนไทยที่มีความคุ้มครองโรคร้ายแรงยังเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก หรือบางส่วนที่มีประกันโรคร้ายแรงแล้ว แต่ยังมีวงเงินความคุ้มครองที่ไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทุกปี “จากสถิติดังกล่าว เอไอเอ เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมให้คนไทยตระหนักรู้ถึงความจำเป็นในการมีประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย หรือควรจะเริ่มมีตั้งแต่อายุ 30 ปี และต้องมีความคุ้มครองที่เพียงพอกับการรักษา เพราะจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคร้ายแรงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เอไอเอ จึงพัฒนาสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ AIA Health CI Hero เพื่อช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ด้วยความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง และคุ้มครองสูงสุดถึง 12 ล้านบาท ต่อรอบปีกรมธรรม์ เพื่อเป็นการเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้เอาประกันภัยในยามที่ต้องการการดูแลมากที่สุด”AIA Health CI Hero เป็นสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่มอบผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจาก 2 กรณีสำคัญ ได้แก่ • การดูแลรักษาพยาบาลจาก 62 โรคร้ายแรง* พร้อมปลดล็อคความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายจากโรคอื่น ๆ เมื่อตรวจเจอโรคร้ายแรง เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยและยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นโรคร้ายแรงครั้งแรก ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคดังกล่าวทันที รวมถึงการรักษาที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นยังได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับการรักษาทุกโรค จนครบสัญญา • การดูแลจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยทั่วไปเมื่ออายุครบ 81 ปี สำหรับผู้เอาประกันที่ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ความคุ้มครองจะขยายไปสู่การดูแลค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยทั่วไปเมื่ออายุครบ 81 ปี ช่วยให้ได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องในช่วงวัยสูงอายุ ซึ่งสอดรับกับสังคมสูงวัยของประเทศไทย“AIA Health CI Hero เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้วบางส่วนแต่อาจจะยังไม่พอสำหรับโรคร้ายแรงที่มีค่ารักษาพยาบาลสูง รวมถึงผู้ที่มีประกันสังคมหรือประกันภาคสวัสดิการอื่น ๆ เพราะ AIA Health CI Hero จะช่วยเปิดโอกาสในการเลือกรับการรักษาในช่วงเวลาที่จำเป็นที่สุด สะท้อนแนวคิดของเอไอเอในการช่วยให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการนำเสนอความคุ้มครองในรูปแบบ Health Ecosystem ที่ครบวงจรและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วงวัย เราเชื่อว่าการมีหลักประกันด้านสุขภาพที่เหมาะสม จะช่วยให้ลูกค้าและครอบครัวสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น” คุณชลิดา กล่าวเสริมผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาเพิ่มเติม AIA Health CI Hero ได้ทางเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/our-products/health/aia-health-ci-hero และสามารถสอบถามได้ที่ตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอทั่วประเทศ หรือ AIA Call Center 1581หมายเหตุ:*โรคร้ายแรงตามนิยามที่ระบุในสัญญาเพิ่มเติม เงื่อนไขเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์• ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครอง ของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง• ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์• ค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายในบางรายการตามที่ระบุในกรมธรรม์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
สุขภาพ
20/08/2026
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวช “ลีโอ พุฒ” เปิดเผยถึงอาการป่วยของ เร แมคโดแนลด์ หลังพบเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น จนทำให้หัวใจขาดเลือด โดยยอมรับว่า ก่อนหน้านี้สังเกตเห็นว่าเพื่อนมีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน แต่คิดว่าอาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และเคยเตือนให้ไปตรวจสุขภาลีโอ พุฒกล่าวว่า หัวใจวาย เรย์เองเขาก็คงมีสัญญาณ ถ้าคิดเองจากตัวผม ผมก็มีสัญญาณ มันจะแน่นลิ้นปี่ เหนือขึ้นมานิดหนึ่ง อาการแบบนี้ หลายๆ คนพอเป็นก็สับสนและคิดไปในแง่ดีว่าเป็นแค่กรดไหลย้อน สำหรับเคสนี้ก็ฝากเตือนว่า ใครมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ เรย์เป็นคนไม่บ่น แต่ผมเห็นว่าเขาเหนื่อย สมมุติว่าไปทำกิจกรรมเดียวกัน เรย์จะดูเหนื่อยสุด ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไร เพราะรู้ว่าเรย์เป็นคนมีความคิดวิ่งอยู่ในหัวตลอด อาจจะนอนไม่ดี พักผ่อนไม่เพียงพอถามว่าเคยบอกเรย์ให้ไปตรวจสุขภาพไหม ลีโอ พุฒกล่าวว่า เคยบอก เพราะผมไปตรวจมาก็เล่า และบอกว่าว่างก็ไปดูบ้าง แต่เขาก็ค่อนข้างดื้อ ไม่ชอบหมอส่วนประเด็นเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ ลีโอ พุฒยืนยันว่า “เรย์” ไม่ได้ดื่มมานานเกือบ 30 ปี และมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ต้องปกปิด หากดื่มก็พร้อมจะบอกตามความจริงสำหรับกำลังใจหลังเกิดเหตุ ลีโอ พุฒบอกว่า ความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนสนิทตอนนี้เปรียบเสมือนครอบครัวไปแล้ว ทุกคนพร้อมสนับสนุนและอยู่เคียงข้างกัน พร้อมยอมรับว่าเคยพูดเล่นกันถึงวันที่ใครคนหนึ่งจากไปว่าจะต้องเดินหน้าต่อ แต่เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องดังกล่าว และหากอนาคตจะต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร ก็คงต้องให้เกียรติและคำนึงถึงความรู้สึกของครอบครัวเป็นสำคัญลีโอ พุฒยังเล่าถึงคำอธิบายจากแพทย์ว่า ภาวะหัวใจขาดเลือดรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยหมดสติและเสียชีวิตได้ โดยในบางกรณีผู้ป่วยอาจไม่ได้มีความทรมานหรือเจ็บปวดอย่างที่หลายคนเข้าใจ จึงยิ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ และควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอขณะที่ ชาคริต แย้มนาม กล่าวว่า เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นตีบประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ หลับไปเฉยๆ ถือว่าเพื่อนไปสบาย อวัยวะทุกอย่างในร่างกายดีหมด มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องหัวใจ เรย์เป็นคนทำงานเต็มที่ พักผ่อนน้อยตามประสาของนักเดินทางที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ถือว่าถึงเวลาของเขาที่เป็นนักเดินทางไปในที่ๆ ดี เรย์เป็นคนมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างที่ทำทำอย่างเต็มที่ ในทุกๆ การเดินทางของเพื่อนคือความสุขชาคริตระบุว่า เรย์หลับไปเลยไม่ได้มีภาวะอะไร ก่อนที่ชาคริตจะนิ่งไปสักพักและไม่ได้พูดอะไรต่อ ส่วนวันนี้เป็นวันแรกที่มีพิธีสวดศพ 7 วัน และมีกำหนดการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 สิงหาคมนี้ โดยช่วงเย็นวันนี้จะเป็นพิธีรดน้ำศพภายในครอบครัวทางด้าน นางสริญญา ภรรยาของเรย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จริงๆ แล้วเรย์ได้พักในช่วงเดือนนี้เพราะลูกปิดเทอม จะไปเที่ยวและใช้เวลากับลูก ได้เตะบอลกับลูก จนกระทั่งในวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูกตามที่ทำทุกวัน แต่เขากลายเป็นคนที่ไม่ตื่นแล้ว นอนหลับไปเลย วันนั้นลูกกับพ่อมีกู๊ดไนต์กันปกติ และลูกขึ้นไปนอน ตอนแรกตนคิดว่าเรย์แกล้งเพราะปกติชอบแกล้ง ตนก็จะแกล้งกลับ ความผิดปกติคือเขาไม่เคยมีอาการอะไร ไม่เคยบอก นั่งดูทีวีปกติแล้วล้มตัวไปนอน ขยับตัวเหมือนคนปกติเพื่อหาความสบายของตัวเองแล้วก็หลับไป ตอนที่ลงไปนอนก็ยังขยับจัดให้นอนสบายตัวเหมือนหลับลึก ไปช่วงที่หลับสนิทหลายชั่วโมงกว่าตนจะลงไปเจอตอนเที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง จนตนแต่งตัวลงมาส่งลูกตอน 6 โมงครึ่ง จึงเจอเรและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการหาหมอและดูแลสุขภาพ เรย์เป็นคนกลัวหมอ ต้องบังคับไป อย่างกรณีการทำฟันก็ไม่ค่อยชอบเจอหมอ ต้องบังคับและบางทีต้องหลอกพาไป ตนเชื่อว่าผลงานของเรย์ทำไว้มากมายและขอบคุณมากๆ คิดว่าลูกน่าจะภูมิใจในตัวพ่อ ส่วนเรื่องงานที่จะต้องทำต่อ เพื่อนๆ มองว่าต้องมีเรย์ อยากให้เพื่อนๆ ทุกคนสานต่อในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันต่อไปแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับมติชนออนไลน์https://www.matichon.co.th/local/news_5854569
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การวางแผนทางการเงิน
20/08/2026
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงินผู้เขียน : อาจารย์ทอมมี่ อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในยุคที่ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินที่เข้มงวด และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากเทคโนโลยี นักลงทุนจำนวนมากเลือกที่จะรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งดูเหมือนเป็นแนวทางที่รอบคอบ แต่ในบางกรณีอาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดมีคำกล่าวว่า “เรือที่ปลอดภัยที่สุด คือเรือที่จอดเทียบท่าอยู่” แม้จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่เรือที่ไม่ออกเดินทางย่อมไม่มีวันถึงจุดหมาย เช่นเดียวกับการลงทุน เงินที่ไม่ได้ถูกบริหารจัดการอย่างเหมาะสมอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัวความเสี่ยงและความผันผวน สิ่งที่นักลงทุนต้องแยกให้ออกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่า “ความเสี่ยง” หมายถึง “การขาดทุน” แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงในการลงทุนมักเกี่ยวข้องกับ “ความผันผวน” หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ในระยะสั้นนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้มักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถรับความผันผวนได้มักตัดสินใจขายในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดทุนจริงอย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงเสมอไป เพราะความเสี่ยงมีทั้งส่วนที่เกิดจากปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ระดับโลก และความเสี่ยงที่นักลงทุนเข้าใจและยอมรับไว้ล่วงหน้า การลงทุนที่ดีจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการเลือกความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตนเองสองปัจจัยสำคัญในการประเมินความพร้อมของนักลงทุนการเลือกระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งความสามารถทางการเงินและความพร้อมทางจิตใจประการแรกคือ Capability หรือความสามารถในการรับความเสี่ยงทางการเงิน นักลงทุนควรมี “เงินเย็น” ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น ไม่ควรนำเงินค่าใช้จ่ายประจำ เงินฉุกเฉิน หรือเงินที่มีภาระผูกพันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดดันและนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดประการที่สองคือ Willingness หรือความพร้อมทางจิตใจ แม้จะมีเงินทุนเพียงพอ แต่หากไม่สามารถรับการลดลงของมูลค่าพอร์ตได้ ก็อาจไม่เหมาะกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง การลงทุนที่มีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยทั้งความพร้อมทางการเงินและความสามารถในการควบคุมอารมณ์ควบคู่กันปัจจัยที่นักลงทุนมักมองข้ามความสำเร็จในการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้ด้านการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวินัยและการควบคุมอารมณ์ด้วย เพราะตลาดทุนมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความรู้สึกของนักลงทุนในช่วงตลาดขาขึ้น นักลงทุนมักเกิดความมั่นใจและเข้าลงทุนมากขึ้น ก่อนที่ตลาดจะปรับฐาน ขณะที่ช่วงตลาดขาลงความกังวลมักเพิ่มขึ้นจนหลายคนตัดสินใจขาย ทั้งที่ตลาดอาจกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว วัฏจักรเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำในตลาดทุนทั่วโลกข้อผิดพลาดที่พบมากคือการเปลี่ยนแผนกลางคัน นักลงทุนระยะสั้นอาจเปลี่ยนเป็นถือยาวเมื่อราคาลดลง ขณะที่นักลงทุนระยะยาวอาจรีบขายเมื่อราคาปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และรักษาวินัยในการลงทุนกรอบการวางแผนก่อนเริ่มลงทุนการลงทุนเปรียบเสมือนการเดินเรือที่ต้องมีแผนที่และการเตรียมพร้อม นักลงทุนควรวางรากฐานใน 4 ด้านสำคัญ1. การกำหนดเป้าหมาย ต้องรู้ว่าลงทุนเพื่ออะไร เช่น เกษียณ ซื้อบ้าน หรือสร้างรายได้เสริม เพราะเป้าหมายที่แตกต่างกันส่งผลต่อระยะเวลาและระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม2. การจัดสรรเงินทุน ควรแยกเงินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เงินสำรองฉุกเฉิน เงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ และเงินเย็นสำหรับลงทุน เพื่อป้องกันการนำเงินผิดวัตถุประสงค์ไปลงทุน3. การสร้างความรู้ นักลงทุนควรเข้าใจทั้งการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) สำหรับการลงทุนระยะยาว และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับการตัดสินใจระยะสั้น เพื่อเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมาย4. การเตรียมสภาพจิตใจ นักลงทุนควรกำหนดระดับความเสี่ยงที่รับได้ล่วงหน้า และถามตัวเองว่า หากพอร์ตลดลง 20% ในช่วงเวลาสั้น ๆ จะยังสามารถยึดตามแผนเดิมได้หรือไม่ หากไม่ได้อาจเป็นสัญญาณว่าระดับความเสี่ยงสูงเกินไปบทสรุปท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ การไม่ตัดสินใจลงทุนอาจมีต้นทุนเช่นกัน เพราะเงินที่ไม่เติบโตอาจถูกเงินเฟ้อลดทอนมูลค่าลง ขณะที่โอกาสการลงทุนก็เดินหน้าต่อไปโดยไม่รอหลักการที่ควรจดจำมีอยู่เพียงไม่กี่ข้อ รู้จักตนเองให้ชัดเจนทั้งด้านการเงินและจิตใจ วางแผนก่อนลงมือเสมอ เลือกเครื่องมือการลงทุนให้ตรงกับเป้าหมาย และรักษาวินัยต่อแผนที่วางไว้แม้ตลาดจะสั่นคลอน เรือที่ออกจากฝั่งโดยมีแผนที่ดีและนักเดินเรือที่มีวินัย ย่อมมีโอกาสถึงจุดหมายมากกว่าเรือที่จอดนิ่งอยู่กับที่เสมอแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/columns/news-2046686
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
20/08/2026
มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10; กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 13; มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกินต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และ เงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10ฮ่องกง, 20 สิงหาคม 2569 - กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยอัตราการเติบโตคำนวณบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น):ผลประกอบการของธุรกิจใหม่และการประเมินมูลค่าของธุรกิจ• มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 3,212 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยรวม และเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยไม่รวมประเทศไทย(1)• อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย (Operating ROEV) แบบรายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 18.0 จากเดิมร้อยละ 15.8 ในปี 2568• ส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 83.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ต่อหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงรายงานทางการเงิน (IFRS)• กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 4,163 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ต่อหุ้น• เอไอเอ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569(2) สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11• อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) รายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ร้อยละ 17.5 เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 15.5 ในปี 2568การบริหารเงินทุนและการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น• มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 3,935 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น• เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (net FSG) อยู่ที่ 2,758 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ต่อหุ้น• คืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน• เงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้นนายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า "เอไอเอยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีการเติบโตด้วยเลขสองหลัก (Double-digit Growth) ทุกมาตรชี้วัดทางการเงินหลักของเรา พร้อมทั้งเดินหน้าส่งมอบผลตอบแทนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่องมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่า 3,212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่ายและทุกกลุ่มธุรกิจที่รายงานผล ยกเว้นประเทศไทย กลุ่มบริษัทสามารถสร้างอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ได้ถึงร้อยละ 17 นับตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2566(3) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอันแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของลูกค้าที่มีต่อคำแนะนำจากตัวแทนและที่ปรึกษามืออาชีพของเอไอเอ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า”“หัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายที่โดดเด่นและเป็นผู้นำของเอไอเอ คือช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ซึ่งเราครองความเป็นผู้นำในตลาด ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เอไอเอได้รับการจัดอันดับให้เป็น บริษัทข้ามชาติอันดับหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิก Million Dollar Round Table (MDRT) มากที่สุดในโลกอีกครั้ง เราครองตำแหน่งนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุด และยังมีจำนวนสมาชิก MDRT มากกว่าบริษัทคู่แข่งที่อยู่ในอันดับถัดไปมากกว่า 2 เท่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ของเรา สร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 11 โดยไม่รวมประเทศไทย(1) เครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของเราช่วยขยายการเข้าถึงตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 18 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างมากทั้งในช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงนายหน้าของเอไอเอ (Broker)”“การเติบโตของธุรกิจใหม่และการบริหารพอร์ตที่มีอยู่ด้วยความรอบคอบและมีวินัย ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยกำไรหลังหักภาษีจากการดำเนินงาน (OPAT) ต่อหุ้นเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 13 ทำให้เรามีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้สูงกว่าเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 9-11 ที่ตั้งไว้สำหรับช่วงปี 2566-2569(2) ในขณะเดียวกัน มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) ซึ่งถือเป็นมาตรวัดหลักของกลุ่มบริษัทในการวัดความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น และหลังจากหักเงินลงทุนสำหรับการสร้างธุรกิจใหม่แล้ว เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (Net FSG) ยังเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 ต่อหุ้น สะท้อนถึงคุณภาพของธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนของเรา ด้วยพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการเพิ่มเงินปันผลระหว่างกาลร้อยละ 10 เป็น 53.90 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ทางการเงินของเรากำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้”“เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพ โดยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาคยังคงสนับสนุนความต้องการคำแนะนำด้านการเงินจากผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นของเอไอเอในระยะยาว ผมมั่นใจว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างมีวินัยและต่อเนื่อง จะช่วยให้เอไอเอสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนของเราต่อไป”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
20/08/2026
• สยามพารากอนจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น นำเสนอจิตวิญญาณซามูไรและนินจา พร้อมนิทรรศการบอนไซ ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 • ชมการแสดงศิลปะการต่อสู้และวิถีดาบคาตานะจากสำนักดาบ SHIDENRYU TOKYO และการแสดงของนินจาอิงะต้นตำรับ • จัดแสดงนิทรรศการบอนไซหาชมยาก โดยมีไฮไลต์เป็นต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซและต้นประธานที่มีอายุกว่า 500 ปี • มีกิจกรรมเวิร์กชอปให้ร่วมสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เช่น การดูแลบอนไซ การพับกระดาษโอริกามิ และการทำตุ๊กตาแมวกวักสยามพารากอน ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น (SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026) ผ่านตำนานวิถีนักรบญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง ซามูไรและนินจา และชวนชม นิทรรศการบอนไซ หาชมยากอายุกว่า 500 ปี ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น นำเสนอ AWAKEN THE SAMURAI การแสดงสุดพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันทรงพลังของ ซามูไร ผ่านศิลปะการใช้ดาบคาตานะแบบเต็มรูปแบบจาก ชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO) สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้สืบสานศาสตร์การต่อสู้และวัฒนธรรมนักรบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สัมผัสเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และปรัชญาการดำเนินชีวิตของซามูไร ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่นชมการแสดง นินจาอิงะ ต้นกำเนิดแห่งศาสตร์นินจา ที่เผยให้เห็นความลึกลับของวิชาพรางตัว เทคนิคการต่อสู้ และทักษะการเอาตัวรอดอันเป็นเอกลักษณ์วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 14.00 / 17.00 น.ไฮไลต์พลังแห่งดาบ• The Art of Samurai & Ninja เรื่องราวของสองนักรบในตำนานชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ที่สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศแห่งตระกูลทากาโมริ (ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ผ่านผู้สืบทอดสายเลือด “ซามูไรคนสุดท้าย” พบเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง ซามูไร ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ นินจา ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นสำนักดาบชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO)• The Way of the Warrior สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบันวันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00 - 20.00 น.การแสดงจากสำนักดาบชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO)• เวิร์กชอป Experience Japanese Craft ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เช่น ศิลปะการพับกระดาษ Origami, Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์ตุ๊กตาแมวกวักและเครื่องรางมงคลจากดินปั้น เพื่อนำพาโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้าน, Samurai by Reiner Knizia บอร์ดเกมวางกลยุทธ์ระดับคลาสสิก ที่จะพาคุณร่วมประลองไหวพริบและฝึกการตัดสินใจท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ผู้รักบอร์ดเกม พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ และความบันเทิงไว้ในงานเดียวนิทรรศการบอนไซ (A Living Legacy of Time Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของบอนไซญี่ปุ่น พบกับ The Magnificent Seven 7 ต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซของงาน พร้อมคอลเลคชันบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากในประเทศไทย รวมถึง ต้นประธานอายุกว่า 500 ปี ถ่ายทอดความงดงามของกาลเวลา ศิลปะ และปรัชญาแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงต้นบอนไซทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้และเรื่องราวจากหลากหลายยุคสมัย ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกบอนไซอย่างใกล้ชิดKishu Shimpaku ต้นประธานอายุกว่า 500 ปีBonsai Exhibition Tour ร่วมฟังเรื่องราว ความเป็นมา และเอกลักษณ์ของบอนไซแต่ละต้น ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Bonsai Hunter (เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รอบเวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 / 17.00 น.)ต้น Itoigawa Shimpaku อายุ 150 ปีต้น Kishu Shimpaku อายุกว่า 150 ปีต้น Kishu Shimpaku อายุกว่า 70 ปียังมี Bonsai Workshop เรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและการดูแลรักษาต้นบอนไซจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 22 และ 29 สิงหาคม 2569 เวล 13.00-15.00 น.) ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Bonsai Hunterวันที่ 20 – 30 สิงหาคม 2569 ณ Living Hall ชั้น 3 เวลา 10.00 – 20.00 น.Bonsai Lucky Draw พิเศษ! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ภายในงาน รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับบอนไซสนญี่ปุ่นและของรางวัลมูลรวมกว่า 50,000บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนดร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งซามูไร สัมผัสความงดงามของศิลปะการต่อสู้ วิถีนักรบ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและนิทรรศการบอนไซ ในงาน The Wondrous Japan Heritage 2026 ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน สอบถามที่ FB: Siam Paragon และ www.siamparagon.co.th#มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น #ซามูไรและนินจา #นิทรรศการบอนไซ #สยามพารากอน แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1247875
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
20/08/2026
แม้ว่า “เร แมคโดนัลด์” สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงมากฝีมือ รวมทั้งการเป็นนายแบบ พิธีกรรายการวัยรุ่น ตั้งแต่ยุค 90 แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นบุคคลในวงการบันเทิงคนแรกๆของเมืองไทยที่เปิดโลกการเดินทางในบทบาทของนักท่องเที่ยวสไตล์แบ็คแพ็กและโซโลทราเวลภาพ: Rayron : เร่ร่อน"เร" ภาพลักษณ์ของ “นักเดินทาง” ที่แท้จริงหลังจากเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงมาแล้วระยะหนึ่ง นักแสดงรายนี้ไม่ได้เดินทางไปนำเสนอไลฟ์สไตล์หรูหรา แต่กลับเลือกสไตล์ที่เรียกว่า “แบ็กแพ็กเกอร์และโซโลทราเวล” อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกรายการท่องเที่ยวแนวนี้ในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ในขณะที่รายการท่องเที่ยวส่วนใหญ่เน้นความสะดวกสบาย หรูหรา และจุดหมายยอดนิยม เร เลือกที่จะสะพายเป้เดินทางด้วยตัวเอง หรือไปกับกลุ่มเพื่อนสนิท และนำเสนอในมุมมองประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงระหว่างทางภาพ: Rayron : เร่ร่อนรายการที่เขาเคยเป็นพิธีกรและผลิตเองสะท้อนแนวคิดนี้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น No Visa รายการท่องเที่ยวที่พาเที่ยวในประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า. Roaming รายการท่องเที่ยวด้วยรถไฟ จากหัวลำโพงไปอังกฤษ ผ่าน 2 ทวีป 16 ประเทศ รวมถึงเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย , 48 ชั่วโมง รายการท่องเที่ยวที่เน้นที่หมายใกล้ๆ เช่นในอาเซียน, TT Rider ที่ขี่รถตุ๊กตุ๊กข้ามประเทศเพื่อนบ้าน, “FOOD TRIBE” ไป-ล่า-กิน รายการเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ อาหารการกิน และการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นรูปแบบการเดินทางที่ไม่ค่อยมีใครทำโดยจุดเด่นของเร ในความเป็นนักเดินทาง คือความจริงใจและความเรียบง่ายที่นำเสนอออกมาในรายการ เขาไม่พยายามสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญที่รู้ทุกอย่าง แต่เล่าเรื่องผ่านสายตาของคนที่อยากรู้อยากเห็น ชอบลุย และยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการหลงทาง รถเสีย หรือการสื่อสารที่ติดขัดภาพ: Rayron : เร่ร่อนเป็นหัวหน้าเผ่าที่ช่อง "Rayron : เร่ร่อน”ในช่วงหลังที่สื่อดิจิทัลเริ่มแพร่หลายและได้รับความนิยม เร หันมาทุ่มเทกับช่อง YouTube Rayron : เร่ร่อน ซึ่งเขาก่อตั้งขึ้น โดยอธิบายตัวเองว่าเป็น แหล่งรวมการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ที่เกิดจากการชวนผู้สร้างสายเดินทางหลายคนมารวมตัวกัน โดยมี เร แมคโดนัลด์เป็นผู้ริเริ่ม/“หัวหน้าเผ่า” และมุ่งนำเสนอการเดินทางไปยังสถานที่แปลกใหม่ แตกต่าง และมีสไตล์ของตัวเอง และกลายเป็นพื้นที่ที่เขาได้ทำคอนเทนต์ตามสไตล์ตัวเองอย่างเต็มที่หนึ่งในภาพจำที่แฟน ๆ พูดถึงบ่อยคือโปรเจกต์ overlanding กับรถตุ๊กตุ๊กชื่อ “ลำดวน” ที่พาเดินทางข้ามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงจีนและญี่ปุ่นภาพ: Rayron : เร่ร่อนลำดวนไม่ใช่แค่พาหนะ แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์การเดินทางที่เร เชื่อมั่น คือการหาความพิเศษจากสิ่งธรรมดา การใช้ของใกล้ตัว และการไม่ยอมแพ้เมื่อเจออุปสรรค แม้จะต้องซ่อมรถกลางทางหรือถูกปฏิเสธจากอู่ซ่อมหลายแห่ง เขาก็ยังเดินทางต่อไปพร้อมกับเพื่อน ๆ อย่างลีโอ พุฒ และต้าร์ เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา ในรายการอย่าง ติดคุย และ ติดเที่ยว และยังทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวในชื่อ “พุฒ ต้า เร”ภาพ: Rayron : เร่ร่อนเร เคยกล่าวไว้ในหลายโอกาสว่า การเดินทางทำให้เขาได้ค้นหาตัวเอง และเชื่อว่าประสบการณ์สำคัญกว่าสิ่งของ เขาชอบจุดหมายที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวกระแสหลัก เช่น มองโกเลีย เปรู เนปาล หรืออินเดีย เพราะต้องการให้คนไทยเห็นว่าโลกกว้างกว่าการชอปปิ้งหรือร้านอาหารดังขณะเดียวกัน หลายครั้งเขาก็แทรกประเด็นการท่องเที่ยวเชิงสารคดีที่เข้มข้นเข้าไว้ในรายการ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาพ: Rayron : เร่ร่อนความเป็นไอคอนของนักเดินทางสำหรับคนรุ่นที่เติบโตมากับรายการท่องเที่ยวของ เร แมคโดนัลด์ กล่าวได้ว่านักแสดงรายนี้ คือ ต้นแบบของนักเดินทางที่กล้าออกนอกกรอบ ไม่กลัวความลำบาก และไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ดาราคนดัง พิสูจน์ว่าการท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กและโซโลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชาวต่างชาติ แต่คนไทยก็สามารถทำได้และสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้เช่นกันภาพ: Rayron : เร่ร่อนหลายคนยกเขาเป็น “หัวหน้าเผ่า” ของกลุ่มเพื่อนนักเดินทาง และช่องเร่ร่อน ซึ่งเป็นผลงานของเขาล่าสุดนั้น ยังกลายเป็นพื้นที่ที่คนดูรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปด้วยกันผ่านเรื่องราวของผู้คนที่พบเจอ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนที่ได้ระหว่างทาง สร้างแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครหลายคนในการเดินทางไปสัมผัสโลกกว้างด้วยตัวเองภาพ: Rayron : เร่ร่อนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000081567
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
10/08/2026
ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์กรณีพฤติกรรมการเจตนากู้เงินโดยไม่ชำระคืน หรือกระแส “บิดหนี้” ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อดิจิทัล การพิจารณาข้อมูลสถิติเชิงตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาพรวมโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือนและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ของประเทศไทยตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564-2568) บนพื้นฐานข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ชวนย้อนเส้นทางสถิติหนี้สินครัวเรือนและหนี้เสียในระบบสถาบันการเงินของไทย นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน มีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ดังนี้ย้อนรอยเส้นทางหนี้เสีย : จากวิกฤตโควิดสู่การปรับฐานข้อมูล • ปี 2564 (ช่วงโควิด-19) : การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงส่งผลให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงแตะระดับ 14.5-14.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของ GDP แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะหยุดชะงัก แต่ตัวเลข NPL ในระบบยังไม่ขยายตัวฉับพลัน เนื่องจากสถาบันการเงินดำเนินมาตรการพักชำระหนี้และมาตรการซอฟต์โลนตามนโยบายของ ธปท. เพื่อประคองสภาพคล่องของลูกหนี้ • ปี 2565 (ระยะทยอยฟื้นตัว) : เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินปกติ สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ลดลงมาอยู่ที่ 86.8% ผลจากการขยายตัวของมูลค่า GDP อย่างไรก็ตาม หลังจากการทยอยสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เริ่มส่งสัญญาณค้างชำระจนกลายเป็นกลุ่มหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือน (Special Mention : SM) • ปี 2566 (การปรับขอบเขตฐานข้อมูล) : ธปท. ปรับปรุงการจัดเก็บสถิติหนี้สินครัวเรือนให้สะท้อนภาพรวมทั้งระบบ โดยนำข้อมูลหนี้จากกองทุนให้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และสหกรณ์ออมทรัพย์เข้ามาประมวลผล ส่งผลให้ยอดหนี้ครัวเรือนรวมในทางสถิติทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 16.36 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 91.3% ของ GDP • ปี 2567-2568 (การกระจายตัวของหนี้เสียและการคุมเข้ม) : ปริมาณหนี้เสียสะสมในระบบเครดิตบูโรขยับขึ้นแตะระดับ 1.1-1.2 ล้านล้านบาท โดยสัญญาณความตึงตัวปรากฏชัดในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ ควบคู่กับการเร่งปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน (DR) และการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา (TDR)โครงสร้าง NPL และกลุ่มสินเชื่อเปราะบางในปัจจุบันสถิติจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) สะท้อนโครงสร้างหนี้เสียในระบบการเงินดังนี้ : • สัดส่วน NPL สะสม : ยอดหนี้เสีย (NPL) ในระบบเครดิตบูโรทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 9.7% ของยอดหนี้รวมในฐานข้อมูล ขณะที่กลุ่มหนี้กำลังจะเสีย (SM หรือค้างชำระ 1-3 เดือน) มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 4.3% • สินเชื่อรายย่อยไม่มีหลักประกัน : สถิติระบุว่าหนี้เสียส่วนใหญ่ของบัญชีลูกหนี้รายย่อย เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกัน โดยเฉพาะกลุ่มวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อบัญชี ซึ่งมีปริมาณจำนวนบัญชีสูงที่สุด • สินเชื่อเพื่อการซื้อสินค้า : สินเชื่อประเภท “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) มีอัตราการเติบโตของจำนวนบัญชีสูงขึ้นในกลุ่มวัยเริ่มทำงาน สะท้อนพฤติกรรมสะสมภาระหนี้ขนาดเล็กหลายรายการพร้อมกันกลไกระบบการเงินและกฎหมายต่อพฤติกรรม “บิดหนี้”จากกรณีการเผยแพร่เนื้อหาชักชวนให้เจตนาไม่ชำระหนี้สินเชื่อดิจิทัลในโลกออนไลน์ ข้อเท็จจริงเชิงระบบและข้อกฎหมายระบุไว้ ดังนี้1. ระบบการตรวจสอบและการประเมินความเสี่ยง : ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลและสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ดำเนินการอนุมัติสินเชื่อผ่านการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และบันทึกสัญญาดิจิทัลที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมวิเคราะห์เครดิตสกอร์อย่างเป็นระบบ2. การบันทึกประวัติในระบบเครดิตบูโร : การผิดนัดชำระหนี้เกินกว่ากำหนดจะถูกส่งบันทึกประวัติไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ตามกฎหมายการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ซึ่งกระทบต่อการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินในอนาคต3. ผลกระทบทางกฎหมาย : การกู้ยืมเงินเป็นสัญญาทางแพ่ง ซึ่งมีกระบวนการบังคับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 การฟ้องร้อง ดำเนินคดีไกล่เกลี่ย และการบังคับคดีอายัดเงินเดือนหรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ หากสืบทราบพยานหลักฐานว่าผู้กู้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือมีเจตนาหลอกลวงเพื่อไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ก่อนทำสัญญา อาจเข้าข่ายการพิจารณาความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรการกำกับดูแลและการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนเพื่อบริหารจัดการระดับ NPLs และป้องกันปัญหาหนี้เสียเรื้อรัง ภาครัฐและ ธปท. ได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อน ดังนี้ • หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม : กำหนดให้สถาบันการเงินประเมินความสามารถในการชำระหนี้โดยคำนึงถึงเงินคงเหลือที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (Debt Service Ratio : DSR) • การเร่งรัดปรับโครงสร้างหนี้ : ผลักดันให้สถาบันการเงินเสนอเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้แก่ลูกหนี้ก่อนกลายเป็น NPL และการช่วยเหลือลูกหนี้ NPL รายย่อยให้สามารถผ่อนชำระตามความสามารถจริงเพื่อฟื้นฟูประวัติทางการเงินภาพรวมหนี้ปัจจุบัน ปี 2569หนี้ครัวเรือน สัดส่วนต่อ GDP ทรงตัวอยู่ที่ราว 86.7% ข้อมูลจากเครดิตบูโรระบุว่า สัดส่วน NPL สะสมอยู่ที่ประมาณ 9.7% ของยอดหนี้ในระบบ และกลุ่มหนี้กำลังจะเสีย (ค้างชำระ 1-3 เดือน) อยู่ที่ราว 4.3% โดยกลุ่มที่มีปัญหามากที่สุดยังคงเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อไม่มีหลักประกันวงเงินขนาดเล็ก สะท้อนว่าลูกหนี้ระดับฐานรากยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพคล่องแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-2047862
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
10/08/2026
สมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยผลการจัดงาน “วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี โดยผลการจัดงานชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยงผ่านการประกันชีวิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการออมเงิน การสร้างหลักประกัน และการคุ้มครองสุขภาพในระยะยาว ซึ่งตอกย้ำบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนผลการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทสมาชิกที่รายงานผลการเสนอขายผลิตภัณฑ์ภายในงานจำนวน 13 บริษัท พบว่ามีผู้เอาประกันภัยรวม 298 ราย คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรวม 137.33 ล้านบาท และมีทุนประกันภัยรวม 262.48 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประกันชีวิตยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการเงินและบริหารความเสี่ยงของประชาชน แม้เศรษฐกิจจะยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้ร่วมงานจำนวน 187 คน ยังเผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจ โดยมีผู้ที่ตั้งใจเดินทางมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต 30.5% ขณะที่ 69.5% เป็นกลุ่มที่เดินผ่านและแวะเข้าร่วมงานภายในศูนย์การค้า ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 45–54 ปี และ 55 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสูงที่สุด ส่งสัญญาณว่าประชาชนวัยทำงานตอนปลายและวัยก่อนเกษียณให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาวทั้งข้อมูลการซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงานและผลสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมงานชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า "ประกันออมทรัพย์" ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยแบบประกันออมทรัพย์ (Endowment Insurance) มีสัดส่วนสูงถึง 64.77% ของกรมธรรม์ที่ทำภายในงาน ขณะที่ผลสำรวจยังพบว่า ประกันออมทรัพย์และสะสมทรัพย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ร่วมงานให้ความสนใจมากที่สุด รองลงมาคือประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง โดยผู้ที่ตั้งใจซื้อส่วนใหญ่มีงบประมาณค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 10,001–30,000 บาทต่อปี บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ประชาชนมุ่งเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ผลสำรวจพบว่า สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook, LINE และ TikTok เป็นช่องทางที่ประชาชนรับรู้ข่าวสารการจัดงานมากที่สุด รองลงมาคือตัวแทนประกันชีวิต และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในพื้นที่จัดงาน ขณะเดียวกันยังมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนไม่น้อยที่ทราบการจัดงานจากการเดินภายในศูนย์การค้า แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลควบคู่กับการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย เป็นปัจจัยสำคัญในการขยายการรับรู้และส่งเสริมความเข้าใจด้านการประกันชีวิตสู่สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังระบุว่าได้รับทั้งความสนุกสนานจากกิจกรรมภายในงานและได้รับความรู้จากเจ้าหน้าที่ผู้ให้คำแนะนำ ตอกย้ำว่าการจัดกิจกรรมในรูปแบบที่ผสมผสานสาระความรู้กับกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นนางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ผลการจัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ในปีนี้ ไม่เพียงสะท้อนการตอบรับของประชาชนต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการตื่นตัวของประชาชนในการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความนิยมในผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และความสนใจในประกันสุขภาพ ซึ่งแสดงถึงความต้องการสร้างทั้งความมั่นคงทางการเงินและหลักประกันในการดำรงชีวิตของคนไทยสมาคมประกันชีวิตไทยจะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการจัดงานครั้งนี้ไปใช้ในการพัฒนาการสื่อสาร การจัดกิจกรรม และการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการประกันชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละช่วงวัย พร้อมผลักดันให้การประกันชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับซีเคว้ล ออนไลน์https://www.sequelonline.com/?p=209835
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
11/09/2024
30/04/2024
29/04/2024
24/02/2026
05/05/2026