Everyday knowledge for you
ประกันชีวิต
10/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก (ซ้ายสุด) ร่วมกิจกรรมการส่งเสริมการประกันภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์สุขกายใจ เดินทางปลอดภัย ให้ประกันภัยร่วมดูแล” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อสร้างการรับรู้ด้านความปลอดภัย และแสดงบทบาทเชิงรุกของภาคประกันภัยในการสร้างความอุ่นใจ ความเชื่อมั่น และความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง ส่งผลให้สังคมแข็งแรงและปลอดภัยในเทศกาลสงกรานต์ โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงาน คปภ. (กลาง) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค (ที่ 2 จากขวา) และนางสาววิไลรัตน์ แสงแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมงาน ในโอกาสนี้ เอไอเอ ยังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วยการมอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้แคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” โดย เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงาน คปภ. โดยมีระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความอุ่นใจในการวางแผนเดินทาง สอดคล้องตามคำมั่นสัญญา ‘เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น Healthier, Longer, Better Lives’ ณ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานครทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด กำหนด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
หุ้น
09/04/2026
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHTหลักการลงทุนที่สอนกัน คือ การลงทุนเป็นเรื่องระยะยาว การจะลงทุนในหุ้นสักบริษัทควรถือให้ยาวพอ ไม่ใช่เก็งกำไรระยะสั้น ๆ โดยเฉพาะหุ้นปันผลบริษัทใหญ่ที่งบการเงินแข็งแกร่ง ให้ผลตอบแทนดี และมีแนวโน้มว่าธุรกิจจะดีในระยะยาวแต่ในทางปฏิบัติ ปัญหาของหลายคน โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ คือ ไม่สามารถทนถือหุ้นได้ยาว ๆ พอราคาผันผวนหรือไม่เป็นไปตามที่คิด ก็ขายออกไปก่อนจึงมีคำถามสำคัญที่น่าหาคำตอบว่า ถ้าอยากถือหุ้นได้ยาวจริง ๆ ต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง ต้องฝึกจิตใจหรือปรับวิธีคิดอย่างไรต้องทำอย่างไรให้ถือหุ้นได้ยาววิบูลย์ พึงประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย แชร์ในวงเสวนา “SET Zooom in Live ตั้งวงเล่า ชาวลงทุน” หัวข้อ “พอร์ตแบบนี้... พี่ว่าไง” เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาว่า การที่จะถือหุ้นระยะยาวได้นั้น นักลงทุนต้องมี 3 ปัจจัยปัจจัยแรก คือ “การเข้าใจธุรกิจ”วิบูลย์บอกว่า นักลงทุนที่ถือหุ้นได้ไม่นานนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ลงทุน ตัดสินใจซื้อตามกระแสหรือลงทุนตามคำแนะนำ โดยไม่ได้เข้าใจพื้นฐานของธุรกิจอย่างแท้จริง ทั้งในแง่โมเดลธุรกิจ ทิศทางของบริษัท หรือแม้แต่บทบาทของผู้บริหารว่าจะพาองค์กรไปในทิศทางที่ควรจะเป็นหรือไม่ถัดมา คือ “การประเมินแนวโน้มธุรกิจ” ว่าธุรกิจนั้นยังเป็นไปตามที่คาดไว้หรือไม่วิบูลย์ชี้ว่า นักลงทุนมักใช้ข้อมูลย้อนหลังเป็นหลักในการตัดสินใจ แต่การลงทุนคือการมองไปข้างหน้า ไม่ใช่มองย้อนอดีต เพราะผลประกอบการที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพสะท้อนว่า “เคยเป็นอย่างไร” แต่ไม่ได้บอกว่า “จะเป็นอย่างไรต่อไป” เขาเปรียบเทียบการลงทุนเหมือนการขับรถ ที่ต้องมองกระจกหน้า มากกว่ากระจกหลังนั่นหมายความว่า นักลงทุนต้องคอยติดตามและประเมินทิศทางอยู่เสมอ ทั้งการแข่งขันที่อาจรุนแรงขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เพราะธุรกิจที่วันนี้ดูแข็งแกร่ง อาจเปลี่ยนไปได้เมื่อมีผู้เล่นใหม่เข้ามา จากที่เคยเป็นซูเปอร์สตาร์ก็อาจไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ตลอดไป ยกตัวอย่างวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แม้จะเป็นกระแสมาแรง แต่ตอนนี้ก็มีการแข่งขันเข้มข้น เพราะมีผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดจำนวนมากอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ “จิตใจของนักลงทุน” ว่าสามารถต้านทานความโลภและความกลัวของตนเองได้หรือไม่วิบูลย์มองว่า แก่นของตลาดหุ้นจริง ๆ แล้วมีเพียงสองอารมณ์ คือ “ความโลภ” เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้น และ “ความกลัว” เมื่อราคาปรับตัวลง ซึ่ง “เราต้องจัดการกับอารมณ์ความโลภและความกลัวของเราให้ได้ ถ้าเราจัดการได้ ตลาดหุ้นก็จะทำอะไรเราไม่ได้”หมายความว่า นักลงทุนต้องไม่ปล่อยให้อารมณ์อยากได้มากขึ้นเรื่อย ๆ มาครอบงำการตัดสินใจ เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อแรงขายทำกำไรเกิดขึ้นพร้อมกัน ราคาหุ้นก็อาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว และในทางกลับกัน เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง ก็ต้องไม่ปล่อยให้ความกลัวมาครอบงำการตัดสินใจ เพราะความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนขายออกไปในจังหวะที่ไม่เหมาะสมจัดการความกลัวอย่างไรการจัดการกับอารมณ์ความโลภและความกลัวของตัวเอง ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุดในสามปัจจัยที่วิบูลย์บอก ดังนั้น คำถามต่อมาคือ แล้วจะจัดการกับความกลัวอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่หุ้นร่วงลงอย่างหนักคนที่ตอบคำถามนี้ได้ดี คือ นุช – วราพรรณ วงศ์สารคาม กรรมการและเลขานุการ สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) ซึ่งได้รับคำชมจากนักลงทุนด้วยกันว่า เป็นคนที่จิตใจนิ่งสุด ๆ ไม่หวั่นแม้เกิดเซอร์กิตเบรกเกอร์วราพรรณเล่าในวงสนทนาเดียวกันว่า ตัวเธอเองสามารถจัดการกับความกลัวได้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เข้ามาลงทุน เพราะหุ้นที่เลือกลงทุนเป็นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ซึ่งต้องเผชิญกับความผันผวนและปัจจัยแวดล้อมค่อนข้างมาก ซึ่งจังหวะที่เหมาะที่สุดในการเข้าซื้อมักเป็นช่วงที่ตลาดนองเลือด ดังนั้น เธอจึงเหมือนได้ฝึกจิตมาแล้วอย่างไรก็ตาม จิตใจที่แข็งแกร่งสามารถจัดการกับความกลัวได้ดีนี้เกิดขึ้นได้จากการที่เธอศึกษาข้อมูลมาอย่างละเอียดแล้วก่อนเข้ามาลงทุน หรือพูดอีกแบบคือ การเป็นคน ‘ใจนิ่ง’ ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มีฐานมาจากข้อมูลที่แน่นพอวราพรรณมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการที่จะถือหุ้นให้ได้ยาว ๆ คือ ต้องรู้ “ข้อมูลของบริษัท” ให้จริง ต้องมีข้อมูลที่มั่นใจได้ว่า บริษัทที่เลือกจะลงทุนนั้นเป็นบริษัทที่น่าจะฝากเงินของเราไปทำเงินต่อได้โดยไม่ต้องกังวลเท่าไรนักขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจอารมณ์ “ความโลภและความกลัว” ทั้งของตัวเองและของคนอื่นในตลาดวราพรรณบอกว่า ความโลภและความกลัวของคนอื่นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถทำความเข้าใจได้ว่า ถ้าคนจำนวนมากตัดสินใจเหมือนกันในเวลาเดียวกัน จะเกิดอะไรขึ้น เช่น ถ้าทุกคนแห่ขายพร้อมกัน หรือแห่ซื้อพร้อมกัน แล้วในจังหวะนั้นตัวเราควรจะตัดสินใจอย่างไร หากเข้าใจกลไกเหล่านี้ได้ ก็จะอยู่กับความผันผวนของตลาดได้เกณฑ์เลือกหุ้นลูกรักที่จะถือไปยาว ๆคำถามในขั้นตอนการมองหาหุ้น คือ หุ้นแบบไหนที่จะเป็น ‘ลูกรัก’ ที่ถือได้ยาวจริง และเกณฑ์ในการเลือกเป็นอย่างไร ควรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์หรือไม่วราพรรณเล่าว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพื้นฐาน คือ โมเดลธุรกิจ ผู้บริหาร และงบการเงิน โดยต้องพิจารณาอย่างลึก ไม่ใช่ดูเพียงผิวเผิน“ถ้าเราให้ความสำคัญกับงบการเงินส่วนบุคคลของตัวเอง เวลาเข้ามาลงทุน เราก็มักจะให้ความสำคัญกับงบการเงินของบริษัท เป็นไปไม่ได้ที่จะละเลย”สำหรับช่วงนี้ วราพรรณมีอีกเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกหุ้น คือ ‘หนี้’ เธอบอกว่า บริษัทที่มีหนี้น้อยจะได้เปรียบ เพราะยิ่งหนี้น้อย โอกาสในการอยู่รอดก็ยิ่งสูง และในทางตรงข้าม บริษัทที่มีหนี้มากจะขยับตัวลำบาก และมีสายป่านสั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น โอกาสอยู่รอดจะน้อยกว่าเธอเปิดเผยว่า บริษัทที่เธอเพิ่งเข้าลงทุนมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.10 ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งด้านการเงิน แม้ในวันที่ตลาดร่วงหนักหรือเกิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ก็ยังแทบไม่ต้องกังวลเลยเมื่อเลือกหุ้นที่น่าไว้วางใจได้แล้ว ก็จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ก็จะช่วยให้สามารถถือหุ้นยาวขึ้นได้อีกไม่มากก็น้อยการลงทุนในหุ้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนอย่างไรก็ตาม วราพรรณมองว่า การลงทุนในหุ้นไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะกับคนที่ตั้งใจศึกษาหาข้อมูลและพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งหากเป็นคนที่ไม่อยากศึกษาอะไรเลย ก็ไม่เหมาะที่จะลงทุนในหุ้น อาจจะต้องลงทุนในกองทุนรวม หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ของหน่วยงาน“การลงทุนเหมือนการลากเส้นต่อจุด จุดก็คือข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ต้องมีจุดก่อนจึงจะลากเส้นได้ ถ้าไม่หาข้อมูล ไม่ทำความเข้าใจ ก็ไม่มีทางจะลงทุนหุ้นได้”อีกด้านหนึ่ง วราพรรณบอกว่า การลงทุนต้องตั้งอยู่บน ‘เหตุผล’ นักลงทุนต้องเป็นคนมีเหตุผล เพราะการลงทุนคือการบริหารเงิน ดังนั้น เราต้องบริหารหนี้ด้วย เพราะหนี้เป็นสวนหนึ่งของการบริหารเงิน ดังนั้น หากคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผล 10-25% ต่อปี แต่ยังต้องเสียดอกเบี้ยบัตรเครดิตในอัตรา 20-25% ก็ถือว่าไม่สมเหตุสมผลวราพรรณแชร์มุมมองชวนคิดต่อว่า การลงทุนควรเป็นส่วนหนึ่งในภาพใหญ่ของการวางแผนชีวิตเพื่อไปสู่การมีความมั่นคงในวันที่ไม่สามารถหารายได้ได้แล้ว ควรมองการลงทุนเป็นกลยุทธ์ในการทำเงิน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรเสียเงินไปกับหนี้มากเกินไปแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ amarintvhttps://www.amarintv.com/spotlight/finance/540970
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
09/04/2026
กรุงเทพมหานคร - แกลเลอรีศิลปะเอกชนในย่านสุขุมวิทอย่าง “สมบัติเพิ่มพูน แกลเลอรี” (Sombat Permpoon Gallery) เดินหน้าปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ หลังเปิดให้บริการในวงการซื้อขายงานศิลปะมายาวนานกว่า 40 ปี โดยประกาศปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรี พร้อมวางแผนปรับโครงสร้างการใช้พื้นที่อาคารในระยะถัดไปนางสาวสมบัติ วัฒนไทย ผู้บริหารแกลเลอรี เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของตลาดศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา ได้มีการปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรีในอัตราประมาณ 50-70% ครอบคลุมผลงานในทุกชั้นของอาคารกรุงเทพมหานคร - แกลเลอรีศิลปะเอกชนในย่านสุขุมวิทอย่าง “สมบัติเพิ่มพูน แกลเลอรี” (Sombat Permpoon Gallery) เดินหน้าปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ หลังเปิดให้บริการในวงการซื้อขายงานศิลปะมายาวนานกว่า 40 ปี โดยประกาศปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรี พร้อมวางแผนปรับโครงสร้างการใช้พื้นที่อาคารในระยะถัดไปนางสาวสมบัติ วัฒนไทย ผู้บริหารแกลเลอรี เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของตลาดศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา ได้มีการปรับราคาผลงานศิลปะภายในแกลเลอรีในอัตราประมาณ 50-70% ครอบคลุมผลงานในทุกชั้นของอาคารขณะเดียวกัน ยังมีแผนเตรียมความพร้อมด้านการสืบทอดธุรกิจในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีการส่งต่อการบริหารงานให้กับทายาทรุ่นต่อไป ได้แก่ นางสาวปนัดดา เลิศหัตถศิลป์ (เจ) เพื่อเข้ามารับช่วงดำเนินกิจการในอนาคตทั้งนี้ แกลเลอรีตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 1 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังคงเปิดให้เข้าชมผลงานศิลปะตามปกติภายใต้รูปแบบการดำเนินงานที่ปรับเปลี่ยนไป โดยการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปรับตัวของธุรกิจศิลปะไทย ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันข้อมูลติดต่อบริษัท สมบัติเพิ่มพูน จำกัด (Sombat Permpoon Gallery)ที่อยู่: 12 สุขุมวิท ซอย 1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110โทรศัพท์: 0-2254-6040-2มือถือ: 08-1866-1502เว็บไซต์: www.sombatpermpoongallery.comLine ID: @sombatgalleryอีเมล: info@sombatpermpoongallery.comแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000033807
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
09/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดงานประกาศรางวัล AIA Hospital Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศประจำปีแก่โรงพยาบาลพันธมิตรทั่วประเทศที่มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเอไอเอในการเดินหน้ายกระดับมอบประสบการณ์และบริการทางการแพทย์แก่ลูกค้าเอไอเอทั่วประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 25 รางวัล โดยใน 24 รางวัลแรกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทละ 8 รางวัลได้แก่ รางวัลผู้ส่งมอบประสบการณ์ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า (Excellence in Patient Experience) รางวัลผู้ส่งเสริมความยั่งยืนด้านประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Value Healthcare) รางวัลผู้ร่วมบริหารจัดการเคลมประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Claim Coordination) และอีก 1 รางวัลสำคัญได้แก่ รางวัลผู้ให้บริการยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Hospital of the Year) เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นยกระดับการดูแลและส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมแก่ลูกค้าของเอไอเอ โดยงานประกาศรางวัลในครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมานายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับโรงพยาบาลทั้ง 25 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับรางวัล AIA Hospital Awards 2025 พร้อมขอขอบคุณโรงพยาบาลพันธมิตรทุกแห่งที่ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเอไอเอเป็นอย่างดีตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันยกระดับการดูแลและส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าของเรา เอไอเอเชื่อว่าสุขภาพที่ดีคือพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันเรามอบความคุ้มครองด้านสุขภาพให้แก่ลูกค้ามากกว่า 2.8 ล้านคนทั่วประเทศ ผ่านโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 900 แห่ง ทั้งนี้ความสำเร็จของการดูแลลูกค้าไม่อาจวัดจากตัวเลขการเคลมสินไหมเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงรวมถึงการส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยม ความอุ่นใจ และการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ซึ่งโรงพยาบาลพันธมิตรทุกแห่งคือกำลังสำคัญในการร่วมส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ให้แก่ลูกค้าของเรา ผมขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่ร่วมกันเดินหน้าสร้างระบบประกันสุขภาพไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกคน”นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “เป้าหมายสูงสุดของเอไอเอ คือการสนับสนุนให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสมอย่างราบรื่น เพื่อสร้างความมั่นใจ อุ่นใจ และความเชื่อใจให้กับลูกค้าและครอบครัว เราขอขอบคุณพันธมิตรโรงพยาบาลทุกท่านที่ร่วมกันดูแลคนไทยอย่างดีมาโดยตลอด แม้ปัจจุบันระบบสาธารณสุขมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้า ควบคู่ไปกับความคาดหวังของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกฝ่ายต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น เอไอเอตระหนักถึงความท้าทายเหล่านี้ และเชื่อว่าการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งคือหัวใจสำคัญของการสร้างระบบสาธารณสุขไทยที่ยั่งยืน” “การเปิดตัว AIA Smart Network ถือเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเอไอเอในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ของประกันสุขภาพในประเทศไทย โดยอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อส่งมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ไร้รอยต่อแก่คนไทย ซึ่งทุกโรงพยาบาลที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบสาธารณสุขและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันสุขภาพของไทย”“ผมขอแสดงความยินดีกับโรงพยาบาลทั้ง 25 แห่งที่ได้รับรางวัล AIA Hospital Awards 2025 ซึ่งความสำเร็จของทุกท่านถือเป็นความสำเร็จในฐานะผู้ที่สร้างความแตกต่างให้กับประเทศไทย และคนไทยทุกคน เพื่ออนาคตของระบบสาธารณสุขไทยที่ยั่งยืน”โรงพยาบาลที่ได้รับรางวัล AIA Hospital Awards 2025 มีจำนวนทั้งสิ้น 25 แห่ง ประกอบด้วย1. รางวัลผู้ส่งมอบประสบการณ์ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า (Excellence in Patient Experience) จำนวนทั้งสิ้น 8 รางวัล แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลนครธน • โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล • โรงพยาบาลศิครินทร์ • โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ภูมิภาคต่าง ๆ 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม • โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา • โรงพยาบาลราชพฤกษ์ • ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่2. รางวัลผู้ส่งเสริมความยั่งยืนด้านประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Value Healthcare) จำนวนทั้งสิ้น 8 รางวัล แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลธนบุรี • โรงพยาบาลปิยะเวท • โรงพยาบาลลาดพร้าว • โรงพยาบาลหัวเฉียวภูมิภาคต่าง ๆ 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง • โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา • โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ • โรงพยาบาลธนบุรี ตรัง3. รางวัลผู้ร่วมบริหารจัดการเคลมประกันสุขภาพยอดเยี่ยม (Excellence in Claim Coordination) จำนวนทั้งสิ้น 8 รางวัล แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต • โรงพยาบาลพญาไท 2 • โรงพยาบาลรามคำแหง • โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทภูมิภาคต่าง ๆ 4 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราช • โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร • โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 • โรงพยาบาลพิษณุเวช4. รางวัลผู้ให้บริการยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Hospital of the Year) จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ • โรงพยาบาลกรุงเทพ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
09/04/2026
ช่วงต้นเดือนเมษายน เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ “ปักกิ่ง” เมืองหลวงของประเทศจีน สวยงามไม่น้อยไปกว่าฤดูกาลใด เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้นานาพันธุ์ พากันผลิดอกบานสะพรั่งไปทั่วตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สวนสาธารณะ หรือริมถนนกลางเมืองดอกไม้ต้นเดือนเมษายน ริมถนนเมืองปักกิ่งโดยปีนี้ รัฐบาลท้องถิ่นเมืองปักกิ่ง เปิดงาน “Blooming Beijing — 2026 Beijing-Tianjin-Hebei Flower-Viewing Season” อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา จัดเต็มกิจกรรมหลากหลายที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิอย่างครบวงจรให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวดอกไม้บานในพระราชวังฤดูร้อนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ยังได้เปิดตัวแผนที่ชมและเลือกซื้อดอกไม้ซึ่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ อาทิ ช่วงเวลาการบานของดอกไม้และพิกัดสถานที่ต่างๆ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงแผนที่ดิจิทัลได้ผ่านเว็บไซต์ของ Beijing Municipal Forestry and Parks Bureau รวมถึงบัญชี We Chat “Capital Landscaping and Greening”, “Capital Smart Landscaping” และ “Changyou Gongyuan”ซากุระในพระราชวังฤดูร้อนนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งจุดสแกนคิวอาร์โค้ดตามสวนสาธารณะ สถานีพืชสวน และตลาดดอกไม้ทั่วเมือง เพื่อให้สามารถเริ่มต้นการเดินทางชมดอกไม้ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยตลอดช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนสาธารณะสำคัญทั่วปักกิ่งจะจัดกิจกรรมธีมดอกไม้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดอกทิวลิป ดอกโบตั๋น หรือดอกบัว สร้างบรรยากาศแห่งสีสันที่ยาวนานตลอดทั้งปี รวมถึงมีการจัดนิทรรศการดอกไม้ระดับนานาชาติอย่างงาน Beijing International Flower Show 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เขตเฟิงไถในช่วงปลายเดือนเมษายนดอกไม้บานในพระราชวังต้อมห้ามซากุระที่สวนอวี้หยวนถันส่วนสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สวนอวี้หยวนถัน (Yuyuantan Park) ซึ่งเป็นจุดเช็กอินอันดับหนึ่งสำหรับคนรักซากุระ ในปีนี้มาในธีม "Sound Awakens the Joy of Music" ที่เน้นการผสมผสานความงามทางสายตากับสุนทรียภาพทางเสียง มีการจัดแสดงดนตรีสดท่ามกลางอุโมงค์ดอกซากุระที่กำลังเข้าสู่ช่วงบานเต็มที่ในช่วงสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่สองของเมษายนสวนอวี้หยวนถันสวนอวี้หยวนถันแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000033971
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
07/04/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดงานพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินผู้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมในระดับสูงสุดของประเทศ ภายใต้โครงการ AIA CI Share and Care (ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568) พร้อมส่งมอบเงินสมทบทุนโครงการจัดสร้างอาคารศูนย์รักษาโรคมะเร็งแบบบูรณาการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผ่าน Donation HUB สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายแรง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,778,315 บาท โดยมีคณะผู้บริหารเอไอเอ นำโดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เป็นตัวแทนมอบเงินสมทบทุนโครงการฯ ให้แก่ คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ศูนย์ฝึกอบรม เอไอเอ ชั้น 6 อาคารสาธรซิตี้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้สำหรับโครงการ AIA CI Share and Care เป็นโครงการที่เอไอเอ ประเทศไทย ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินมากกว่า 56,000 ท่าน รวมถึงลูกค้าเอไอเอ มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ชาวไทยที่เผชิญโรคร้ายแรง ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้มีการบริจาคเงินมูลค่า 30 บาทต่อหนึ่งกรมธรรม์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์โรคร้ายแรง ตลอดระยะเวลาของโครงการ เพื่อมอบแก่สภากาชาดไทยในโครงการศูนย์รักษาโรคมะเร็งแบบบูรณาการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ประเทศไทย ในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ และการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคร้ายแรงให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
01/04/2026
กรุงเทพฯ, 1 เมษายน 2569 – เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ เอ ไลฟ์ (ALive Powered by AIA) โดยบริษัท เอไอเอ เวลเนส จำกัด ส่งความห่วงใยถึงคนไทยทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดตัวแคมเปญ “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์เบิกบานใจ (ไมโครอินชัวรันส์)” มอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุด 5,000 บาท* เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกับการเดินหน้าตามพันธกิจของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยเพื่อความอุ่นใจและลดภาระของครอบครัว ให้คนไทยทั่วประเทศมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีอายุระหว่าง 20 – 70 ปี* สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มฟรี เพียงไปที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/pask26fbo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การดำเนินชีวิต
31/03/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน Kick off ปีที่ 88 อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวคอนเสิร์ต “Let It Live - Let it Last – Let it Rock” โดยได้ คุณตูน อาทิวราห์ คงมาลัย และวง Bodyslam ร่วมแถลงข่าว ในฐานะศิลปินหลักของคอนเสิร์ตครั้งนี้ นอกจากนี้วง Bodyslam ยังได้ร่วมกิจกรรม Meet & Greet อย่างเป็นกันเองกับตัวแทนและพนักงานเอไอเอ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ นำโดย คุณตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาค คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต คุณศรัณยา เทียนถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ตัวแทน และพนักงาน ร่วมงานอย่างอบอุ่น ณ อาคารเอไอเอ ประเทศไทย สำนักงานใหญ่ สำหรับคอนเสิร์ต “Let It Live - Let it Last – Let it Rock” นอกจากวง Bodyslam แล้ว เอไอเอ ยังได้ยกขบวนศิลปินชั้นนำของไทยขึ้นเวที อาทิ ก้อง สหรัฐ, ดา เอ็นโดรฟิน, โจอี้ ภูวศิษฐ์, วี วิโอเลต และแขกรับเชิญพิเศษ บอย พีซเมกเกอร์ โดยจะชวนลูกค้าเอไอเอทั่วประเทศมาร่วมสนุก ส่งต่อพลัง และสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญไปด้วยกัน เพื่อเป็นร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 88 ปี เอไอเอ ประเทศไทย โดยคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี และสำหรับลูกค้าเอไอเอ สามารถติดตามกิจกรรมเพื่อรับสิทธิ์บัตรชมคอนเสิร์ตได้ทางสื่อออนไลน์ของเอไอเอ ประเทศไทย ทั้ง Line Official, Facebook, Instagram, และ TikTok AIA Thailand ได้ในเร็ว ๆ นี้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
25/03/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษและกิจกรรม ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือสนับสนุนโครงการ KKU Volleyball Academy กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ ให้เกียรติร่วมลงนาม พร้อมด้วย นายนครินทร์ ทองเฟื่อง ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อไม่นานมานี้ภายใต้ความร่วมมือในปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ได้มอบเงินสนับสนุนแก่โครงการ KKU Volleyball Academy เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักเรียน–นักศึกษาหญิงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความสนใจและมีความสามารถด้านกีฬาวอลเลย์บอล ให้ได้รับการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เพิ่มทักษะและขีดความสามารถ เพื่อก้าวสู่การเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลระดับอาชีพ ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงพันธกิจของเอไอเอ ประเทศไทยในการดำเนินงานตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสังคมไทย พร้อมส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
24/03/2026
ช่วงแรกๆ ของสงครามอิหร่านกับคู่ขัดแย้งอย่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ดูเหมือนสถานการณ์จะคลี่คลายได้อย่างไม่นาน แต่กลายเป็นว่า นับวันยิ่งทวีความรุนแรง และยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดใด ๆ เลยขณะที่หากมองมุมอื่นของโลก ก็จะยังพบว่ามีสงครามและความตึงเครียดทางด้านความมั่นคงเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น– สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ซึ่งยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดและไม่มีทีท่าจะจบลงง่าย ๆ– สงครามกลางเมืองซูดาน ศึกการแย่งชิงอำนาจระหว่างสองนายพล ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับแสนราย– วิกฤตการณ์ช่องแคบไต้หวัน ที่เป็นความตึงเครียดทางทหารและภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีน และไต้หวันก็คงพอบอกได้ว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ในหนึ่งในช่วงที่โลกกำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดสุด ๆ ก็คงได้นั่นเลยทำให้ตลาดหุ้นในทุกวันนี้ผันผวนไม่ต่างจากหุ้นรายตัว เช่น ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นเกาหลีที่ปรับตัวในแต่ละวันเกิน 5% ต่อวันแล้วสินทรัพย์ไหนที่จะยังรอด ในช่วงที่เรากำลังเผชิญสงครามทุกมุมโลก TODAYBizview จะสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆหากพูดถึงช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนสูง ไม่ว่ามากจากเรื่องเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ภาวะเงินเฟ้อ วิกฤตการเงินต่าง ๆ โรคระบาด รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังปะทุหนึ่งสินทรัพย์ที่นักลงทุนต้องนึกถึงอยู่เสมอคือ ทองคำ เพราะมีความโดดเด่นของทองคำตรงที่มีจำนวนจำกัด ไม่สามารถผลิตได้อย่างไม่จำกัดเหมือนกับสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น ธนบัตร และราคามักจะมีทิศทางที่ตรงกันข้ามกับเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว หรือถดถอย ราคาของทองคำก็จะสูงขึ้นตัวอย่างเช่น– ปี 1986 – 1987 ช่วง Black Monday หรือ วันจันทร์ทมิฬ เหตุการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงอย่างรุนแรง ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 40%– ปี 2009 – 2012 ช่วงวิกฤตซับไพร์ม ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 70%– ปี 2019-2020 ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 34.5%ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าในวันที่เลวร้ายไว้ได้นี่เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยเชื่อมั่นในทองคำ หรือนักลงทุนหลายคนก็เลือกลงทุนทองคำไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวมอย่างไรก็ตาม นอกจากทองคำแล้ว ยังมีสินทรัพย์อื่น ๆ ที่รักษามูลค่าได้เช่นกันนั่นคือ พันธบัตรรัฐบาลอธิบายแบบเข้าใจง่าย พันธบัตรรัฐบาลคือสิ่งที่รัฐออกเพื่อขอกู้ยืมเงินจากประชาชนและบริษัทเอกชน เพื่อใช้ในโครงการต่าง ๆ โดยจะให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยนั่นหมายความว่า รัฐบาลจะเป็นลูกหนี้ และคนซื้อจะเป็นเจ้าหนี้ตรงนี้เองที่บอกว่า ทำไมพันธบัตรรัฐบาลถึงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ Safe haven หรือสินทรัพย์ปลอดภัยเพราะโอกาสที่รัฐบาลจะผิดนัดชำระหนี้น้อยมาก ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายได้ ก็เท่ากับว่าประเทศล้มละลายแล้ว ซึ่งในไทยเองยังไม่เคยมีสักครั้งที่ผิดนัดชำระหนี้ข้อดีอีกอย่างของพันธบัตรรัฐบาล เมื่อเทียบกับการถือเงินสดคือ ได้ผลตอบแทนด้วย แทนที่จะโดนเงินเฟ้อกินไปเรื่อย ๆอย่างไรก็ตาม ต้องดูด้วยว่า พันธบัตรรัฐบาลที่เราจะลงทุนเป็นของประเทศไหน ถ้าเป็นประเทศที่มีส่วนร่วมในสงคราม ก็อาจจะไม่ดีได้เหมือนกัน เพราะหากแพ้สงคราม ประเทศก็มีโอกาสที่จะต้องแบกค่าใช้จ่ายหนัก จนผิดนัดชำระหนี้ได้ต่อมาที่สินทรัพย์ยอดฮิตอย่างหุ้น ดูเผิน ๆ แล้วหุ้นน่าจะร่วงทั้งตลาดแต่ก็มีหุ้นบางกลุ่มไม่ได้รับผลกระทบมากนักนั่นคือ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตขั้นพื้นฐาน เช่น ยา อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ สาธารณูปโภค ที่ไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร ผู้คนก็ยังต้องกินต้องใช้ ดังนั้นบริษัทเหล่านี้มักจะรักษามูลค่าและผลประกอบการไว้ได้เมื่อมีหุ้นที่เสียโอกาส ก็มีหุ้นที่ได้รับประโยชน์เช่นกัน ก็คือหุ้นป้องกันประเทศ หรือหุ้นของบริษัทที่ทำหน้าที่เป็น หน่วยสนับสนุนความมั่นคงให้กับรัฐบาลในแต่ละประเทศซึ่งอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะครอบคลุม ทั้งอากาศยานและอวกาศ, ระบบตรวจจับและเรดาร์, ความมั่นคงไซเบอร์ และยานพาหนะนิรภัยโดยที่หุ้นกลุ่มนี้ได้ประโยชน์ ก็มาจากงบกลาโหมของทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อรับมือกับความตึงเครียดทางการทหารนั่นเองแล้วผลตอบแทนของกลุ่มหุ้นป้องกันประเทศในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ?ถ้าดูข้อมูลจะพบว่า กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง iShares US Aerospace & Defense ETF ให้ผลตอบแทนน้อง ๆ ทองคำเลยทีเดียว โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 62% ขณะที่ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี แตะ 150%จากเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นได้ว่าในวิกฤตก็มีสินทรัพย์ที่สามารถทำผลตอบแทนได้ โดยไม่ต้องใช้กลยุทธ์ที่ทำได้ยาก หรือเครื่องมือทางการเงินที่เข้าใจยาก เพียงแต่ว่าเรานั้นได้ศึกษาการลงทุน และเตรียมพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนที่กลายเป็นเรื่องปกติของโลกสมัยนี้ไว้หรือไม่แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ workpointtodayhttps://www.workpointtoday.com/wealth-asset-794471-2
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
30/04/2024
29/04/2024
12/06/2024
08/10/2024
19/09/2024