ข่าวการเงิน

สร้างทางรอด จากอำนาจของเงิน


คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
ผู้เขียน : พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่)


หนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินก็คือ “ลายแทงแห่งความรวย” ซึ่งสามารถทำได้โดยการสร้างสินทรัพย์ที่สามารถเสริมสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และให้งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ การเป็นนักลงทุนที่ดีในธุรกิจจึงหมายถึงการที่สามารถสร้างสินทรัพย์ที่ดีได้โดยการแสวงหาการลงทุนที่เหมาะสมได้นั่นเอง


ในบรรดานักลงทุนที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด จะเห็นได้ว่านักลงทุนสามารถแบ่งออกได้เป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ


1. นักลงทุนพันธุ์แท้ที่เป็นผู้ประกอบการ และลงทุนในธุรกิจของตัวเอง


2. นักลงทุนที่เป็นเจ้าของกิจการทางอ้อม โดยการเอาเงินไปลงทุนในตลาดการเงิน


ผู้ประกอบการหรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเอง


การสร้างธุรกิจให้เป็นของตัวเองนั้นจะต้องยอมรับกับการที่มีรายได้ไม่แน่นอน (และก็ไม่เท่ากันทุกเดือนด้วย) อีกทั้งยังจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการล้มละลายเมื่อบริหารผิดพลาด แถมยังต้องติดหนี้ติดสินเพิ่มเติมอีกต่างหาก การตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเองจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ และเหมาะสมเสียก่อนที่จะทำการใดลงไป


แม้ว่าโอกาสในการประสบความสำเร็จนั้นจะมีน้อยหรือน้อยมากก็ตาม ความพยายามและไม่ท้อถอยก็ถือเป็นแรงผลักดันที่จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้มากขึ้น


โอกาสในการประสบความสำเร็จของนักลงทุนประเภทนี้ จะมีมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยหลัก ๆ 3 อย่างคือ


1) การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ


การแข่งขันกันในทางธุรกิจนั้นนับวันก็ยิ่งดุเดือดมากยิ่งขึ้น ซึ่งธุรกิจที่ดีนั้นไม่จำเป็นจะต้องเน้นแต่การแข่งขันแต่เพียงอย่างเดียว การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำนั้น จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการหาลูกค้า และตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ในตลาดได้


2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็น และไม่ให้มันเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ


แม้ว่าธุรกิจจะทำกำไรได้มากมายแค่ไหน แต่หากขาดสภาพคล่อง หรือเงินสดไปชำระหนี้แล้ว ก็เหมือนกับคนหน้าตาดีที่อยู่ ๆ ก็ขาดอากาศหายใจแล้วก็ตายจากไป (ในทางกลับกัน การที่มีแต่เงินสดแต่ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง ก็เหมือนกับคนที่หายใจไปวัน ๆ แต่สุขภาพทรุดโทรม ได้แต่รอวันตายจากไปในที่สุดเช่นกัน)


เจ้าของกิจการที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะในตัวธุรกิจ หรือในตัวของเจ้าของเอง ก็จะทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น


1. การทำแผนธุรกิจที่ดีไปยื่นเสนอให้กับธนาคารในกรณีที่ขอสินเชื่อ หรือการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เป็นต้น


2. สำหรับเงินทุนที่มีมาอยู่แล้วจากตระกูล ก็สามารถให้ลูก ๆ หลาน ๆ ในตระกูลเอาไว้เล่นลองผิด ลองถูกได้ หรือสำหรับคนที่ญาติทางภรรยาหรือสามีไปรู้จัก หรือมีคอนเน็กชั่นกับคนใหญ่คนโต ก็สามารถพากันไปคุยขอวงเงินกู้พิเศษกับธนาคาร ซึ่งก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป


3) การที่สามารถมีพนักงานที่เก่งและดีมาทำงานแทนเขาได้


สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจทุกประเภทคือ “ทรัพยากรบุคคล” เพราะไม่ว่าบริษัทจะดีแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถดำเนินอยู่ได้เมื่อบุคลากรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งเมื่อมองตามมุมนี้แล้วก็จะเห็นกันอยู่ ว่าการทำธุรกิจทั่วไปนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะคือ แบบที่จ้างตัวเอง และแบบที่จ้างคนอื่น


- การจ้างตัวเอง (Self-Employment)


ข้อดีของการจ้างตัวเองคือ สามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทั่วถึง และสามารถดำเนินงานให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าการให้คนอื่นบริหารงานแทน


ข้อเสียของการจ้างตัวเองคือ การที่ไม่สามารถปล่อยวางกิจการได้ และเมื่อใดที่เจ้าของกิจการล้มป่วย ก็หมายถึงวันที่กิจการนั้นเกิดล้มป่วยด้วยเช่นกัน


- การจ้างคนอื่น


ข้อดีของการจ้างคนอื่นคือ การที่เจ้าของกิจการเองสามารถเอาเวลาไปคิดทำอย่างอื่น และขยายโลกทัศน์ให้กว้างไกลได้มากขึ้น สร้างสินทรัพย์ให้งอกเงยขึ้นมาเรื่อย ๆ จะเห็นได้ทั่วไปจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ ที่เวลาส่วนใหญ่จะเอาไปใช้ในการพบปะสังสรรค์ หรือเล่นกอล์ฟ เป็นต้น


ข้อเสียของการจ้างคนอื่นจึงอยู่ที่การต้องมอบความไว้วางใจให้กับคนอื่น โดยที่เจ้าของกิจการจะต้องรับความเสี่ยงเอาไว้เองเมื่อกิจการขาดทุน โดยปัญหาที่ปวดหัวกันอยู่ทุกที่ ก็คือปัญหาในด้านการบริหารคน เพราะการจะให้คนอื่นมาบริหารงานแทนนั้น จะต้องฝึกให้คิดแก้ปัญหาแทนเจ้าของกิจการให้ได้ก่อน ซึ่งก็ต้องมีการมอบหมายและพัฒนาตามความถนัดและเหมาะส


บทสรุป


การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเองนั้นก็คือการ “ใส่ไข่ลงในตะกร้าใบเดียว” ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จได้ก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ออกดอกออกผล และเกิดแรงเหวี่ยงที่ทำให้ก่อเกิดรายได้ ทำให้เข้าถึงหนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างที่รู้ว่าความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจของตัวเองนั้นก็มีไม่มาก ดังนั้น เทคนิคการบริหารความเสี่ยงจึงมีส่วนสำคัญในการประกอบธุรกิจด้วยเช่นกัน


แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์
https://www.prachachat.net/finance/news-1876195
X