คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ห้องแสดงนิทรรศการ

Jamsan กับหนังสือนิทานเด็กลายเส้นดาร์ค It's Okay to Not Be Okay ที่กรุงเทพฯ

01/08/2024

Jamsan (จัมซัน) นำผลงานภาพวาดหนังสือนิทานเด็กใน It's Okay to Not Be Okay ซีรีส์เกาหลีเรื่องดัง พร้อมผลงานภาพวาดชุด Red Chair และ Rose from the Stars จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่กรุงเทพฯครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ Jamsan (ออกเสียง จัมซัน) ศิลปินชาวเกาหลีใต้ผู้มีชื่อเสียงจากการทำ หนังสือนิทาน (storybook) ประกอบซีรีส์ดัง It's Okay to Not Be Okay เดินทางนำผลงานวิจิตรศิลป์ของเขามาจัดแสดงร่วมกับงานคอนเซ็ปต์อาร์ต (Concept Art) และภาพประกอบ (Illustration) ในชื่อ นิทรรศการ Jamsan's Director's Cut ที่กรุงเทพฯนิทรรศการ Jamsan's Director's CutJamsan อายุ 50 ปี มีชื่อจริงว่า “คังซัน” เป็นนักวาดภาพประกอบชาวเกาหลีใต้รุ่นแรกที่บุกเบิกอาณาจักรของคอนเซ็ปต์อาร์ตในเกาหลี กล่าวได้ว่าเขาเป็นศิลปินในกลุ่ม concept artist คือศิลปินซึ่งสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เหมือนหรือไม่ต้องเหมือนงานศิลปะก็ได้ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยแนวคิดผลงานคอนเซปต์อาร์ตที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ‘จัมซัน’ อย่างท่วมท้นในเวลาข้ามคืน คือการสร้างสรรค์ หนังสือนิทานภาพวาด (storybook) ให้กับซีรีส์สุดฮิตของเครือข่ายเคเบิล tvN เรื่อง It's Okay to Not Be Okay เมื่อปี 2563 ซึ่งโด่งดังในหลายประเทศ รวมทั้งไทยที่มีชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยว่า “เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน”ถึงขนาดที่ว่า หลังซีรีส์จำนวน 16 ตอน จบลงไปในเดือนสิงหาคม 2563 แต่ หนังสือนิทานภาพวาด It's Okay to Not Be Okay ยังคงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นพาดหัวข่าวสื่อบันเทิงเกาหลีต่อไปอีก เพราะบริษัทผู้ผลิตซีรีส์ตัดสินใจตีพิมพ์ หนังสือนิทานเด็ก 5 เล่ม ที่ปรากฏในซีรีส์ แล้ววางจำหน่ายจริงในร้านหนังสือผลปรากฏว่า หนังสือนิทานจำนวน 5 เล่มดังกล่าว ติดอันดับรายชื่อหนังสือขายดี 20 อันดับแรกของเดือน ตามข้อมูลของเว็บไซต์ Kyobo Bookstore และ YES24อาร์ตเวิร์ค Boy Who Grew up Eating Nightmaresที่ในซีรีส์ It's Okay to Not Be Okay ต้องมีหนังสือนิทานก็เพราะนางเอกในเรื่องชื่อ โกมุนยอง ซึ่งรับบทโดย ซอเยจี (Seo Yea-ji) เป็นนักเขียนหนังสือเด็กชื่อดังและมีข่าวลือว่าเธอมีบุคลิกภาพต่อต้านสังคม หนังสือนิทานเด็กที่ตัวละคร "โกมุนยอง" วาด จึงมีเอกลักษณ์ดูแปลกตา แตกต่างไปจากหนังสือนิทานเด็กทั่วไปที่มีสีสันสวยงาม หนังสือนิทานทั้ง 5 เล่มในซีรีส์ก็คือ  •  Boy Who Grew up Eating Nightmares  •  Zombie Kid  •  The Cheerful Dog  •  The Hand, the Monkfish  •  Finding the Real Faceด้วยความสําเร็จของซีรีส์และหนังสือนิทานทั้ง 5 เล่ม ได้มีการตีพิมพ์หนังสืออีก 2 เล่มที่มีสคริปต์ของละคร It's Okay to Not Be Okay 1 และ 2 เพิ่มเข้ามาในคอลเลคชั่นในนิทรรศการสุดพิเศษ Jamsan's Director's Cut จัมซันได้นำต้นฉบับภาพวาดของหนังสือนิทานประกอบซีรีส์ It's Okay to Not Be Okay มาจัดแสดงให้ชมและเดินทางมาเปิดนิทรรศการด้วยตนเอง  •  นิทรรศการ Jamsan's Director's CutJamsan มีชื่อจริงว่า “คังซัน”นิทรรศการ Jamsan's Director's Cut พาทุกคนไปสัมผัสกับเส้นทางการสร้างสรรค์ศิลปะอันหลากหลายของ “จัมซัน” ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นดินแดนแห่งจินตนาการที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ด้วยลายเส้นของศิลปินรวมทั้งเรื่องราวภาพวาดแฟนตาซีเหนือจริงในภาพวาดชุด Red Chair และ Rose from the Stars การผจญภัยของเด็กสาวนาม Rose อันเป็นที่รักของผองเพื่อนรวมไปถึงผลงานคอนเซ็ปต์อาร์ตที่เขาชื่นชอบและถนัดมากกว่า 30 ปี จากซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay  และเรื่อง Encounter (Boyfriend)เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนรักศิลปะซึ่งสนใจและหลงใหลในศิลปะจากเกาหลีใต้จะได้มาเปิดประสบการณ์ผ่านผลงานศิลปะ ซึ่งไม่เพียงแค่แสดงออกถึงทักษะความเชี่ยวชำนาญ แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวและความหมายอันลึกซึ้ง  •  ส่วนจัดแสดงนิทรรศการชั้นแรกพื้นที่หนึ่งในส่วนจัดนิทรรศการชั้นล่างของแกลลอรีผู้เข้าชมจะได้พบกับจิตรกรรมร่วมสมัย 25 ชิ้น ซึ่งรวมถึงผลงานภาพวาดชุดแรก Red Chair (เก้าอี้สีแดง) มาจนถึง Rose from the Stars (กุหลาบจากดวงดาว) ทั้งหมดนำมาเสนอในรูปแบบใหม่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของเด็กผู้หญิงกับหมีแดงและสายสัมพันธ์ซึ่งแยกกันไม่ออก ชิ้นงานเหล่านี้โดดเด่นด้วยความแตกต่างของสีซึ่งมีชีวิตชีวา รวมทั้งองค์ประกอบบนผืนผ้าใบอันเป็นเอกลักษณ์และดึงดูดสายตาอย่างที่ไม่เคยเห็นในผลงานของจัมซันมาก่อน ภาพวาดชุด Red ChairRed Chair เป็นสัญลักษณ์ของ “สถานที่พักผ่อน” สําหรับเด็กผู้หญิง ดวงดาว และดอกกุหลาบ ศิลปินวาดเก้าอี้ด้วยสีแดงเพราะเป็นสีสัญลักษณ์ของดอกกุหลาบและความรักจัมซัมวาดภาพเด็กผู้หญิงนั่งบนเก้าอี้สีแดงพร้อมกับแสดงการเดินทางในใจของเธอ ทุกฉากหลังในแต่ละภาพคือทิวทัศน์ในความคิดของเธอเองภาพวาดชุด Rose from the Stars หมายถึงการเดินทางของดอกกุหลาบที่บานจากดวงดาวอันไกลโพ้นศิลปินกล่าวว่า เด็กผู้หญิงในภาพคือดอกกุหลาบที่กำลังเดินทาง เด็กหญิงอยากรู้อยากเห็นโดยเผชิญหน้าและมองเข้าไปในสถานที่ที่เรารู้จักหรือแม้แต่สถานที่ที่ลึกที่สุดในใจเรา ได้เจอกับเรื่องราวต่างๆ ในเส้นทางเลือกเดิน ตัวละครนี้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาเจอมาในอดีตด้วยจัมซันอธิบายภาพวาดชุด Rose from the Stars (สีน้ำมันบนผ้าใบ)“ภาพวาดที่มีดวงดาวตกอยู่ที่พื้น และดาวที่กำลังตกมาจากฟ้า อยากให้ทุกคนเห็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตตอนนี้อาจจะผ่านไปแล้ว หรืออาจยังมาไม่ถึงก็ได้” จัมซัน กล่าวขณะนำชมนิทรรศการ พร้อมกับยกตัวอย่างภาพวาดเด็กหญิงกำลังยืนมองหมู่ดาวที่กำลังร่วงหล่นจากท้องฟ้าลงสู่พื้นว่า“ก่อนที่ดาวจะตกลงมา ทุกคนก็จะมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตใช่ไหม เป็นช่วงเวลาที่เด็กผู้หญิงคนนี้กำลังจดจำช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต เหมือนเป็นความรู้สึกให้ทุกคนรู้สึกว่าช่วยจดจำฉันหน่อยในเวลาที่ฉันดีที่สุดแบบนี้ เหมือนอยากจะรักษาช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเก็บไว้กับตัว”จัมซันอธิบายสัญลักษณ์ต่างๆ ในภาพวาดภาพวาดเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกส่วนตัวของศิลปิน เช่น ดอกกุหลาบเหี่ยวเฉา พูดเรื่องเรากำลังละเลยความรักอยู่หรือไม่, บ้านสีฟ้า เป็นตัวแทนความเจ็บปวดในชีวิตที่เขาเคยใช้ชีวิตอยู่มาในบ้านหลังนั้น (ลองไปหากันดูว่าอยู่ในภาพใด)ขณะที่ ต้นกระบองเพชรที่มีหนาม เป็นตัวแทนของความเจ็บปวด บางภาพมีเด็กผู้หญิงกำลังถือต้นกระบองเพชรไว้ในมือ แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่ทุกคนเก็บไว้Red Chair Art Toys อาร์ตทอยครั้งแรกของ Jamsanถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้ต้องทำหน้าตาแบบนี้ตลอด ศิลปินตอบว่า “สิ่งที่ยากที่สุดคือการวาดปากเด็กผู้หญิงคนนี้ มือสั่นมากตอนวาด จริงๆ ปากเด็กผู้หญิงคนนี้บางกว่าลายเซ็นของผมอีก แต่ปากก็ดึงความรู้สึกของรูปนั้นๆ ได้ดี”ในพื้นที่นิทรรศการชั้นล่างนี้ยังมีการเปิดตัว อาร์ตทอย ชิ้นแรกของจัมซันซึ่งสร้างสรรค์โดยความร่วมมือกับ Maison JE Bangkok (เมซง เจอี กรุงเทพฯ) แกลลอรีซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการฯ  •  ส่วนจัดแสดงนิทรรศการชั้น 2Jamsan พูดถึงการทำหนังสือนิทานให้ซีรีส์  It's Okay to Not Be Okayแฟนศิลปะและแฟนซีรีส์เกาหลีพลาดไม่ได้กับการจัดแสดงผลงานคอนเซ็ปต์อาร์ตและภาพวาดดิจิทัลจากซีรีส์เรื่อง It's Okay to Not Be Okay และซีรีส์เรื่อง Encounter (Boyfriend) ซึ่งเป็นงานศิลปะที่มีคุณภาพสูงและภาพประกอบอันยอดเยี่ยม หลายชิ้นงานนำออกมาแสดงที่นี่เป็นครั้งแรก“ตอนที่ทำผลงานเพื่อไปใส่ในซีรีส์ ผมค่อนข้างมีเวลาน้อย อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องทำต้องวาดออกมาแล้ว ได้โทรศัพท์คุยกับผู้กำกับซีรีส์” จัมซัม กล่าวถึงการจัดทำหนังสือนิทานภาพวาดที่ใช้ในซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay ซึ่งพอคิดกลับไปแล้วก็เหนื่อยแน่นอนจัมซันยังไม่ได้ดูซีรีส์ เพราะซีรีส์ยังไม่ได้ถ่ายทำ เขาจึงต้องฟังความคิดเห็นจาก พัคชินอู (Park Shin-woo) ผู้กำกับซีรีส์ และกลั่นกรองออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นการตัดสินใจเลือกทำอะไรคือสิ่งสำคัญที่เราต้องทำให้เร็ว เป็นช่วงเวลาที่ได้ประสบการณ์ใหม่ๆอาร์ตเวิร์คหนังสือนิทาน Finding the Real Face ในซีรีส์ It's Okay to Not Be Okayอาร์ตเวิร์ค Finding the Real Faceลายเส้นในหนังสือนิทาน Boy Who Grew up Eating Nightmares ประกอบซีรีส์ It's Okay to Not Be Okayจัมซันเล่าต่อไปว่า เนื่องจากหนังสือนิทานน่าจะปรากฏในฉากต่างๆ ไม่กี่วินาที ด้วยความที่อยากแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านเข้าไปในภาพวาดที่จะเห็นเพียงไม่กี่วินาที จึงเลือกวิธี 'การวาดเส้น'“ผมคิดว่า การวาดด้วยเส้นไปสัมพันธ์กับความรู้สึกของคนดู ทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับภาพของผมได้ กลายเป็นว่าทำให้ทุกคนชื่นชอบและได้มีฉากที่นำภาพวาดของผมออกมาในซีรีส์มากขึ้น”Jamsan สาธิตการวาดภาพ Zombie Kidอาร์ตเวิร์ค Zombie Kid ในซีรีส์ It's Okay to Not Be Okayอาร์ตเวิร์ค Zombie Kidหนังสือนิทานประกอบซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ได้ใช้สีสันสดใสและไม่มีสีมากมาย จัมซัมมองว่าในซีรีส์ นักแสดงสามารถสื่อสารและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างดีอยู่แล้ว  ถ้าใส่สีในหนังสือนิทานมากเกินไป การส่งต่อความรู้สึกหรือการสื่อสารอาจไม่สามารถทำได้ดีมากในการใช้ในซีรีส์การที่เขาเลือกใช้สีโทนมืด (dark color) กับหนังสือนิทานเพื่อแสดงความเสียหายทางอารมณ์ที่ตัวละครในซีรีส์ได้รับ แม้แต่การใช้ สีแดง อย่างเข้มข้น ในหนังสือนิทานเรื่อง Zombie Kid ก็ด้วยวัตถุประสงค์เดียวกันจัมซันกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการวาดภาพในหนังสือนิทานชุดนี้คือ “การวาดให้ตัวเหมือนไม่มีกระดูก ต้องทำให้ภาพลักษณ์ดูจดจำได้ง่าย การเว้นระยะห่างของตัวละครในบางภาพก็สำคัญที่สุด”ภาพวาดประกอบซีรีส์ Encounter (Boyfriend)ในนิทรรศการ Jamsan's Director's Cut ยังมีภาพวาดประกอบซีรีส์เรื่อง Encounter (Boyfriend) ซึ่งจัมซันสร้างสรรค์คอนเซ็ปตอาร์ตโดยนำเสนอแต่ละตอนราวกับเทพนิยายสำหรับผู้ใหญ่ เน้นไปที่องค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ “ประสบการณ์ด้านคอนเซ็ปต์อาร์ตและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำให้ผมมีความสามารถในการสื่อสารความรู้สึกด้วยภาพ จนได้รับความซาบซึ้งและเห็นอกเห็นใจจากผู้ชม”ภาพวาดประกอบซีรีส์ Encounter (Boyfriend)ภาพวาดประกอบซีรีส์ Encounter (Boyfriend)หนังสือ Artist Jamsan Red Chair ArtbookJamsan เซ็นชื่อให้กับผู้ซื้อหนังสือ Artist Jamsan Red Chair Artbookภายในงานนิทรรศการยังมีหนังสือศิลปะเล่มพิเศษ Artist Jamsan Red Chair Artbook สำหรับจำหน่ายเป็นของที่ระลึกอันทรงคุณค่า ซึ่งผู้ชมสามารถนำความทรงจำและความประทับใจจากนิทรรศการกลับบ้านไปด้วยหนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนบันทึกการเดินทางทางศิลปะที่ผ่านมาของจัมซัน โดยได้รวบรวมเรื่องราวแนวความคิดการทำงานของเขาไว้อย่างละเอียด พร้อมภาพผลงานต้นฉบับซึ่งหาดูได้ยากแกลลอรี Maison JE Bangkok ถนนสุรวงศ์นิทรรศการ Jamsan's Director's Cut จัดแสดงที่ Maison JE Bangkok (เมซง เจอี กรุงเทพฯ) ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ วันที่ 22 มิ.ย.-21 ก.ค.2567 เวลา 11.00-19.00 น.แหล่งที่มาข่าวต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1135736

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

ทําไมต้องเปิดหน้าต่างเครื่องบินทุกครั้ง เวลาที่เครื่องบินขึ้น-ลง

01/08/2024

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมต้องเปิดหน้าต่างเครื่องบินทุกครั้ง เวลาที่เครื่องบินขึ้น-ลง เพราะทุกครั้งเมื่อใกล้เวลาที่เครื่องบินจะเทคตัวขึ้น หรือ ลงจอดเมื่อถึงจุดหมาย กัปตันประกาศทุกครั้งให้ผู้โดยสารเปิดม่านหน้าต่างเครื่องบินเสมอ ตามมาด้วยลูกเรือต้องเดินตรวจสอบ ทั้งที่บางครั้งแดดยังส่องผู้โดยสารอยู่เลย หรือบางคนก็รู้สึกกลัวต้องหลับตาปี๋เอาเอง คุณเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไม จะส่งผลเรื่องอะไรบ้าง เรามาไขข้อสงสัยกัน คำตอบจากสายการบินให้เหตุผลว่าเป็นเหตุผลทางด้านความปลอดภัย เนื่องจากเวลาเครื่องขึ้นและลงเป็นช่วงเวลาที่สามารถเกิดสิ่งผิดปกตินอกเครื่องได้ซึ่งนอกจากการเปิดหน้าต่างจะช่วยให้ลูกเรือสามารถสังเกตการณ์ได้แล้ว ผู้โดยสารทุกคนยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสอดส่องดูแลสิ่งผิดปกติภายนอกเครื่องบินด้วยเช่นกัน  ซึ่งหากกล่าวแยกเป็นสถานการณ์แล้วสามารถแบ่งได้เป็นวัตถุประสงค์หลักได้ 3 ประการทำไมต้องเปิดหน้าต่างเครื่องบินทุกครั้ง เวลาที่เครื่องบินขึ้น-ลง1. เพื่อให้บรรดาลูกเรือ หรือ Cabin Crew ได้เห็นสภาพภายนอกได้ชัดก่อนที่เครื่องบินจะเทคตัว หรือ แลนดิ้งนั้นการเปิดหน้าต่างสำคัญมากสำหรับบรรดาลูกเรือเพราะจะทำให้เขาและเธอนั้นได้สังเกตสภาพภายนอกตัวเครื่อง หากเกิดเหตุฉุกเฉินแสงสว่างที่ลอดมาทางหน้าต่างจะทำให้ลูกเรือสามารถพาผู้โดยสารไปยังประตูฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที2. กรณีฉุกเฉิน การช่วยเหลือจากด้านนอกจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเครื่องได้ชัดเจนขึ้นเมื่อมีเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้นการให้ความช่วยเหลือจากด้านนอกนั้น จำเป็นที่จะต้องสังเกตความเป็นไปในตัวเครื่องการเปิดหน้าต่างเครื่องเอาไว้ จะทำให้เจ้าหน้าที่ รู้สภาพภายในเครื่องได้เป็นอย่างดี3. ผู้โดยสารเองก็มีส่วนช่วยในการสังเกตหลายครั้งที่มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นบนเครื่องบิน ผู้โดยสารจะเป็นคนเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นด้านนอกตัวเครื่อง ขณะที่บรรดาลูกเรือ อาจจะยุ่งจนไม่ได้สังเกต ดังนั้นการที่เปิดหน้าต่างเอาไว้จะทำให้ผู้โดยสาร ได้ช่วยสังเกตเพื่อความปลอดภัยของตนเองไปด้วย4. เพิ่มแสงสว่างเวลาเครื่องขึ้นลงนั้น ไฟในตัวเครื่องจะถูกปิดทั้งหมด การเปิดหน้าต่างจะช่วยให้เพิ่มแสงสว่างภายในเครื่องได้เป็นอย่างดีแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1404033/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

คนไทยไม่กล้าทำธุรกิจ เหตุผลหลักกลัวล้มเหลว-ขาดทุน

31/07/2024

การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะต้องประเมินความเสี่ยงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น สภาวะเศรษฐกิจ, เงินทุน, ความเสี่ยงสินค้าที่จะผู้ประกอบการกำลังปรึกษาธุรกิจผลสำรวจของกรุงเทพโพลล์ร่วมกับคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรื่องคนไทยคิดอย่างไรกับโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจ ประจำไตรมาสสองของปี 2567 โดยเก็บข้อมูลประชาชนทั่วไปจำนวน 1,228 คน ในช่วงวันที่ 18-28 มิ.ย.2567 (เปรียบเทียบกับผลสำรวจก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค.67) พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้- ร้อยละ 43.9 เห็นโอกาสหรือความพร้อมสำหรับการริเริ่มธุรกิจในอนาคตมากที่สุด ลดลงร้อยละ 8.4 จากการสำรวจครั้งก่อน- ร้อยละ 38.7 มีความรู้ ความสามารถ รวมถึงทักษะ และประสบการณ์ที่จำเป็นในการที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ลดลงร้อยละ 5.9 จากการสำรวจครั้งก่อน- ร้อยละ 59.9 ไม่อยากลงทุนทำธุรกิจเพราะกลัวความล้มเหลว เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากการสำรวจครั้งก่อน โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.4 กลัวล้มเหลว กลัวขาดทุน รองลงมาร้อยละ 45.1 บอกปัญหาข้าวของราคาแพง ค่าครองชีพสูง, ร้อยละ 43.6 ไม่มีเงินทุนมากพอ, ร้อยละ 31.1 บอกน้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ ราคาสูงขึ้น และ ร้อยละ 27 บอกขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับ smartsmehttps://smartsme.co.th/content/252591

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันภัย

เสียเบี้ยน้อย เสียยาก เสียค่าซ่อมมาก เสียง่าย

31/07/2024

บทความโดย “นายธนภัทร จินดาหลวง”ที่ปรึกษาการเงิน AFPT สมาคมนักวางแผนการเงินไทยรถยนต์คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญของทุกครอบครัว บางครอบครัวมีมากกว่าหนึ่งคัน บนท้องถนนจึงคลาคล่ำไปด้วยยานยนต์ ตั้งแต่รถใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งออกจากโชว์รูม ไปจนถึงรถที่ถูกใช้งานมานานหลายปีสำหรับรถใหม่ป้ายแดง ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ มักจะมีโปรโมชั่น แถมฟรีประกันชั้น 1 จึงไม่น่ากังวลนัก เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ จะครอบคลุมภัยมากกว่า แต่รถยนต์ที่ใช้มานานกว่านั้น เจ้าของรถส่วนใหญ่เริ่มลังเลในการต่อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ในปีถัดไป อาจจะเป็นเพราะว่าต่อประกันทุกปีไม่เคยชนไม่เคยเคลม หรือคิดว่าตนเองน่าจะขับรถระมัดระวังอยู่แล้ว หรือต้องการประหยัดเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นแทนอย่างไรก็ตาม การประกันภัยคือการวางแผนทางการเงินขั้นพื้นฐานที่ควรจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ รวมถึงการประกันรถยนต์ปัจจุบันหลายคนทำแค่ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ โดยเหตุผลที่ไม่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือมี พ.ร.บ.อยู่แล้ว จึงไม่อยากเสียเงินทำประกันอีกประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับจะคุ้มครองในส่วนของชีวิตและค่ารักษาพยาบาล ขณะที่ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจะรวมถึงค่าซ่อมแซมรถที่เกิดความเสียหายและอื่น ๆ ซึ่งค่าซ่อมรถบางคันมีตั้งแต่หลักหมื่นบาท หลักแสน ถึงหลักล้านบาทก็มี ดังที่ได้เคยเห็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ กรณีชนแล้วหนี (เพราะรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิด และรู้ตัวว่าไม่มีประกัน และคงจะไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้)หรือชนแล้วไม่หนี แต่อ้างว่าไม่มีประกัน ไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายได้ ยอมถูกดำเนินคดี เพราะไม่สามารถชดใช้ค่าเสียหายได้ ยิ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งค่าซ่อมค่อนข้างสูง ดังนั้น หากไม่มีประกันภาคสมัครใจ ทุกครั้งที่ขับรถบนท้องถนน นั่นหมายถึงกำลังเผชิญภัยกับความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้น ควรโอนความเสี่ยงเหล่านี้ไปให้บริษัทประกันภัยเพื่อรับความเสี่ยงแทนสำหรับเจ้าของรถยนต์ที่กังวลใจเรื่องเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ค่อนข้างสูง สามารถพิจารณาประกันภัยรถยนต์ชั้น 2, ชั้น 3  หรือชั้น 5 (2+, 3+) เป็นทางเลือกเพิ่มเติมได้ เพราะเบี้ยประกันที่ถูกลง แต่ความคุ้มครองหลายอย่างก็ลดลงเช่นกัน หรือหากคิดว่าไม่ได้ขับรถมากนัก (เน้นจอดมากกว่า) ก็เลือกแบบประกันที่เลือกเวลาขับขี่ คือจ่ายเบี้ยประกันเฉพาะเวลาที่ขับ หากขับน้อยก็จ่ายเบี้ยประกันน้อยการวางแผนประกันภัยรถยนต์ที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นการวางแผนทางการเงินอย่างหนึ่ง หากไม่มีประกันภัยภาคสมัครใจ เพราะกังวลเรื่องเบี้ยประกันและไม่อยากเสียเบี้ยประกันสูง อย่างน้อยที่สุดก็ควรเลือกทำประกันภัยชั้น 3 ไว้ก่อน เพราะราคาไม่สูงมากนัก เช่น เบี้ยประกันภัยชั้น 3 รถยนต์นั่งเก๋ง เริ่มต้นปีละ 1,900 บาท รถยนต์กระบะเริ่มต้นปีละ 2,700 บาท โดยความคุ้มครองความเสียหายรถคู่กรณีสูงถึง 800,000 บาทเป็นต้นตัวอย่าง ขับรถไปชนรถอีกคัน ปรากฏว่ามีค่าซ่อมประมาณ 300,000 บาท หรือขับรถไปชนกับรถยนต์ไฟฟ้า โดยค่าซ่อมตัวรถและแบตเตอรี่ประมาณ 700,000 บาท หากทำประกันภาคสมัครใจ (ประกันภัยชั้น 3) ก็จะครอบคลุมค่าใช้จ่าย ตรงกันข้าม หากมีเพียงประกันรถยนต์ภาคบังคับก็ต้องหาเงินมาจ่ายค่าซ่อมรถถึงแม้หลายคนอาจลังเลที่จะทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เพราะมองว่าเบี้ยประกันสูง และต้องการเก็บเงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยอื่น ๆ หากเป็นเช่นนี้ผู้เขียนก็คงได้แต่ภาวนาว่าเจ้าของรถยนต์แต่ละคันที่ไม่มีประกันอย่าได้โชคร้ายเผลอขับไปชนคันอื่น มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าเสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่ายแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1592381

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ชวนมาสำรวจวงโคจรสายสัมพันธ์ของชีวิตผ่าน GROUP EXHIBITION BY NINJA ROMAN PARE LOLAY

31/07/2024

MMAD - MunMun Art Destination (แมด - มันมัน อาร์ต เดสทิเนชั่น) และ MMAD MASS GALLERY (แมด แมส แกลเลอรี) ขอเชิญทุกคนมาร่วมสำรวจวงโคจรสายสัมพันธ์ของชีวิต ครอบครัว และการเติบโต ผ่านนิทรรศการ PLUTO NEPTUNE 7 10 40 54  นิทรรศการกลุ่มครั้งล่าสุดของครอบครัว ศรีทองดี ซึ่งประกอบไปด้วย โลเล ทวีศักดิ์, แพร นัดดา, โรมัน และ นินจา สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันทั้งอายุ ความคิด ประสบการณ์ มุมมอง ที่ถูกค้นพบว่าทั้ง 4 โคจรร่วมกันอย่างมีจังหวะ เหมือนท่วงทำนองดนตรีที่เล่นอย่างเพลิดเพลิน ไร้เส้นกรอบกฎเกณฑ์ ผสมผสานการทดลอง และการด้นสดแปลกใหม่ในบางสถานการณ์ ณ MMAD MASS GALLERY (แมด แมส แกลเลอรี) ชั้น 2 แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน - 18 สิงหาคม 2567 เวลา 11.00 - 19.00 น.อัปเดตแวดวงศิลปะ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: MMAD - MunMun Art Destination และ Facebook: MunMunแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1448327/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

เผยโฉมบีโกเนียดาดหินทราย สีสันหน้าฝน ส้มกุ้งบนผืนป่าภูหินร่องกล้า

31/07/2024

ชมความงามธรรมชาติ เผยโฉมบีโกเนียดาดหินทราย "ส้มกุ้ง" สีสันหน้าฝน บนผืนป่าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ชูใบสีสลับแสดแดงอมน้ำตาล ลวดลายสวยงามคล้ายรูปหัวใจพาชมความงามธรรมชาติ เผยโฉมบีโกเนียดาดหินทราย "ส้มกุ้ง" สีสันหน้าฝน บนผืนป่าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ชูใบสีสลับแสดแดงอมน้ำตาล ลวดลายสวยงามคล้ายรูปหัวใจ  •  ทำความรู้จักบีโกเนียดาดหินทราย หรือ "ส้มกุ้ง"𝐁𝐞𝐠𝐨𝐧𝐢𝐚 l 𝐏𝐡𝐮𝐡𝐢𝐧𝐫𝐨𝐧𝐠𝐤𝐥𝐚 𝐍𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐏𝐚𝐫𝐤ดาดหินทราย หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ส้มกุ้ง พืชตระกูลบีโกเนียบนภูหินร่องกล้า ที่อวดสีสันความงดงามเติมแต่งธรรมชาติในช่วงหน้าฝน ชูใบสีสลับแสดแดงอมน้ำตาล ลวดลายสวยงามคล้ายรูปหัวใจ ขึ้นตามผนังหินที่ในแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าพบได้บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานหินปุ่ม-ผาชูธง โดยจุดที่พบจะอยู่บริเวณผนังหินบริเวณที่หลบภัยทางอากาศสำนักอำนาจรัฐ (อยู่ทางขวามือเมื่อมาจากผาชูธง) นับเป็นสีสันให้กับผืนป่าหน้าฝนได้อย่างสวยงามช่วงนี้ใครมาภูหินร่องกล้า แวะไปดูบีโกเนียดาดหินทรายได้ แล้วจะตกหลุมรักสิ่งเล็กๆ พาหัวใจพองโตอ้างอิง-ภาพ : นายศราวุฒิ ทองเมือง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ,กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ,สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)แหลง่ที่มาข่าวต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1133949

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ภาษี

3 วิธีประหยัดภาษี เพิ่มพูนความมั่งมีในวัยเกษียณ

31/07/2024

บทความโดย “บุณยนุช ยุทธ์ประทุม”นักวางแผนการเงิน CFP® สมาคมนักวางแผนการเงินไทยวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ความใฝ่ฝันของทุกคนในการวางแผนเกษียณ คือ มีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดอายุขัย มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี มีปัจจัย 4 ครบถ้วน ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคได้อยู่ในสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความปลอดภัย แต่เงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูง ทำให้บั่นทอนกำลังในการใช้จ่ายที่ให้คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง รวมทั้งยังต้องบริหารจัดการเรื่องการประหยัดภาษีไม่ให้เป็นภาระที่หนักจนเกินไปดังนั้น จึงควรหาวิธีประหยัดภาษีเพื่อช่วยให้ชาววัยเกษียณได้บริหารการเงินของตนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีเงินเหลือเพิ่มพูนความมั่งมีศรีสุข เพื่อคุณภาพชีวิตดี ๆ1. การวางแผนเงินรายได้ที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นภาษี เช่น เงิน กบข. กองทุน SSF, RMF, PVD รวมถึงเงินคืนจากประกันชีวิตที่ตรงตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ซึ่งเมื่อรวมเงินรายได้จากแหล่งต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา มักรวมเป็นเงินก้อนใหญ่ที่มีมูลค่าสูง หากผู้วางแผนเกษียณละเลยสิทธิประโยชน์เรื่องภาษีนี้ ก็จะทำให้มูลค่าของเงินที่ได้รับลดลงอย่างมาก ได้รับจริงน้อยลงกว่าที่คิดไว้2. การทำเครดิตภาษีปันผล จากรายได้ของดอกเบี้ยและเงินปันผลที่หัก ณ ที่จ่าย 15% และ 10% ตามลำดับ สามารถเลือกได้ว่าจะให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้าย (Final Tax) หรือนำเงินดอกเบี้ยและเงินปันผลทั้งหมดมารวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินรายได้บุคคลธรรมดาใหม่ซึ่งในผู้เกษียณอายุที่ไม่มีเงินเดือนประจำ การนำเงินดอกเบี้ยและเงินปันผลมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อาจได้รับเงินภาษีคืนบางส่วนหรือทั้งหมด นับว่าคุ้มกว่าการให้เงินได้ที่เป็น Final Taxตัวอย่าง นายเกษียณสุข อายุ 65 ปี เมื่อรวมรายได้จากส่วนต่าง ๆ โดยในที่นี้แสดงรายได้ที่ต้องเสียภาษีจากเงินปันผลส่วนเดียวรายได้จากเงินปันผลปีละ ​​​​​500,000 บาทได้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ ​​​​190,000 บาทหักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท​​​ 100,000 บาทหักค่าลดหย่อนของตัวเอง​​​ ​60,000 บาทคงเหลือเงินได้สุทธิเพื่อนำไปคำนวณภาษี ​​​150,000 บาททั้งนี้เงินได้ที่มีสุทธิน้อยกว่า 150,001 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี ดังนั้น เมื่อนายเกษียณสุขนำรายได้จากเงินปันผลนี้ไปยื่นแบบ ภงด.90 กับทางสรรพากร นายเกษียณสุขจะได้เงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายคืนทั้งหมด 50,000 บาท (500,000 x 10%)3. การกำหนดเวลาการรับเงินรายได้ เช่น รายได้จากเงินปันผลในประเทศไทยของบริษัทตัวเอง หรือรายได้จากต่างประเทศที่นำมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งผู้วางแผนภาษีอาจทยอยรับเงินรายได้นี้ เพื่อลดฐานภาษีให้ต่ำลง ก็จะช่วยให้เสียภาษีน้อยลง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ตัวอย่าง นายเกษียณสบาย อายุ 65 ปีมีรายได้จากต่างประเทศ 5 ล้านบาท หากนายเกษียณสบายนำเงินรายได้ทั้งหมดมารวมในคราวเดียวกันรายได้​​​​​ 5,000,000 บาทได้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ ​​190,000 บาทหักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท​ 100,000 บาทหักค่าลดหย่อนของตัวเอง​​​ 60,000 บาทคงเหลือเงินได้สุทธิเพื่อนำไปคำนวณภาษี ​4,650,000 บาททำให้นายเกษียณสบาย ต้องเสียภาษีถึง 1,160,000 บาท แต่ถ้านายเกษียณสบาย ทยอยรับเงินเข้ามาในไทยปีละ 1,000,000 บาท เป็นเวลา 5 ปีรายได้​​​​​ 1,000,000 บาทได้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ ​​190,000 บาทหักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ​100,000 บาทหักค่าลดหย่อนของตัวเอง​​​ 60,000 บาทคงเหลือเงินได้สุทธิเพื่อนำไปคำนวณภาษี ​650,000 บาททำให้นายเกษียณสบาย เสียภาษีเพียงปีละ 50,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี รวมภาษี 250,000 บาท เทียบกับการนำเงินทั้งหมดเข้ามาในประเทศไทยในคราวเดียวกัน นายเกษียณสบายสามารถประหยัดภาษีไปได้ 910,000 บาท (1,160,000-250,000)จากตัวอย่างการประหยัดภาษี 3 วิธีข้างต้น จะทำให้ผู้เกษียณเสียภาษีน้อยลง ช่วยเพิ่มกำลังในการจับจ่ายใช้สอย และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพที่ดีมากขึ้น ดังนั้น การวางแผนภาษียิ่งทำได้เร็ว ย่อมส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องจ่ายภาษีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีการวางแผนเตรียมไว้ตั้งแต่วัยทำงานก็จะทำให้มีเงินสะสมเพิ่มขึ้น จึงเป็นการเพิ่มพูนความมั่งมีในวัยเกษียณ เพิ่มความสุขกายและสบายใจ และการวางแผนการเงินที่ดีทำให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตได้ตลอดอายุขัยแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1602884

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

รันทดใจ! สาวร้องเกิดอุบัติเหตุ ถูกตัดขา 2 ข้าง แต่ประกันชีวิตไม่จ่าย อ้างทำเจ้าอื่นไว้ด้วย

31/07/2024

สาวร้อง ถูกตัดขา 2 ข้าง แต่ประกันไม่จ่าย อ้างปิดข้อมูล ทำกับประกันเจ้าอื่นไว้ด้วย ที่ทำหลายเจ้าเพราะต้องการเก็บเงินให้ลูก ถูกมองว่าทำร้ายตัวเอง หวังเงินเมื่อวันที่ 5 ก.ค.67 น.ส.โชติกา หรือทิพย์ อายุ 30 ปี พร้อมสามี เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานี เข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจาก มูลนิธิรณรงค์ท้วงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เนื่องจากน.ส.โชติกาไม่ได้รับความเป็นธรรม จากบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ที่ทำประกันชีวิตไว้ แต่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินเคลมประกันที่เกิดอุบัติเหตุหลังพลาดถูกเลื่อยยนต์ตัดที่ขาจนขาด 2 ข้าง ขณะกำลังช่วยกันตัดต้นไม้กับน้องชายในบ้านพัก โดยทางบริษัทประกันอ้าง ผู้เสียหายปกปิดข้อมูล ไม่แจ้งว่าทำประกันกับบริษัทอื่น จึงปฎิเสธไม่จ่ายเงินและยกเลิกกรมธรรม์ของน.ส.โชติกาน.ส.โชติกา เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าของร้านนินิมาร์ทขนาดเล็กในจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 24 เม.ย.67 ตนทำประกันชีวิตกับบริษัทแห่งหนึ่ง ผ่านทางโบรกเกอร์ธนาคาร ซึ่งขั้นตอนการทำประกันมีการสอบถามเรื่องอาชีพ ตนแจ้งว่าทำธุรกิจส่วนตัว โดยตกลงเบี้ยประกันปีละ 15,500 บาทต่อมาวันที่ 7 พ.ค.67 ตนเกิดอุบัติเหตุหลังไปช่วยน้องตัดต้นไม้ริมรั้วบ้าน แล้วถูกเลื่อยยนต์ที่ใช้ตัดต้นไม้ สะบัดมาโดนขาทำให้ขาขาดทั้ง 2 ข้าง สามีนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษา หลังออกจากโรงพยาบาล ตนจึงแจ้งไปทางบริษัทประกันชีวิตเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.67 เพื่อขอรับสิทธิ์รายได้ชดเชยในวงเงินการทำประกันชีวิต เป็นเงิน 10 ล้านบาทหลังจากนั้นในวันที่ 21 มิ.ย.67 ตนก็ได้รับหนังสือจากบริษัทประกันแจ้งกลับมาว่า ขอยกเลิกกรรมธรรม์ที่ทำไว้กับบริษัท โดยหนังสือแจ้งว่า ตนปกปิดข้อมูล โดยไม่แจ้งว่าได้ทำประกันชีวิตกับเจ้าอื่นไว้ด้วยตนยอมรับว่าทำประกันชีวิตไว้กับบริษัทอื่นอีก 3 เจ้า รวมทั้งประกันจากบัตรเอทีเอ็มของ 2 ธนาคาร แต่ตนยังไม่ได้แจ้งไป เพียงแค่แจ้งบริษัทนี้บริษัทเดียว ถ้าเจ้าอื่นเขาเกิดทำตามบริษัทนี้ ตนต้องสูญเงินชดเชยอุบัติเหตุ 29 ล้าน เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ตนและครอบครัวเสียใจมาก ถูกสังคมมองว่าทำร้ายตัวเอง เพื่อต้องการเงินประกัน“หนูยืนยันเลยว่า ที่ทำประกันชีวิตหลายเจ้า ก็เพราะต้องการเก็บเงินไว้ให้ลูก ถ้าเกิดหนูเป็นอะไรขึ้นมา ถ้าจะทำแบบนั้น ไม่ทำวงเงินประกันแค่นี้ ต้องทำ100-200 ล้านบาท ทุกวันนี้ทุกข์ใจมาก เคยเดินได้ไปไหนมาไหนได้ ขับรถรับส่งลูกที่โรงเรียน เดินจัดของที่ร้าน แต่ทุกวันนี้ทำอะไรไม่ได้เลย ไปกินข้าวนอกบ้านก็ต้องให้สามีอุ้ม คนมองก็อายเขา บางคนอาจคิดสมเพชว่า เราพิการทำไมไม่อยู่บ้านลูกสาวก็ยังมาถามตนอยู่เลยว่า ขาของแม่หายไปไหน ใครจะอยากเป็นคนพิการ ลงทุนตัดขาตัวเอง เพื่อต้องการเงินประกัน มาลองมาทำดูว่ามันทรมานจิตใจแค่ไหน ทุกวันนี้เป็นคนพิการสมบูรณ์แบบ เพราะเจ้าหน้าที่เขาออกบัตรให้แล้ว” น.ส.โชติกา กล่าวด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า กรณีที่เราจงใจฉ้อโกงบริษัทประกัน หมายถึงปกปิดข้อเท็จจริง แต่ก็ต้องดูเงื่อนไขของบริษัทประกันด้วย ที่สำคัญบริษัทสามารถตรวจสอบและยกเลิกสัญญาในเวลา 2 สัปดาห์ได้ กรณีเคสนี้เขาทำประกันอุบัติเหตุไว้ทางบริษัทต้องรับผิดชอบ เพราะเขาไม่ได้ทำผิดสัญญา เขาแค่ซื้อประกันหลายเจ้าส่วนที่เขาอ้างว่าผู้เสียหายทำประกันชีวิตไว้หลายบริษัทนั้น ตนมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ทางกฎหมายเราต้องใช้เวลาต่อสู้กันหลายปี แล้วสุดท้ายผู้บริโภคก็ชนะคดีเกือบทุกราย เพราะว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ว่าเราต้องใช้เวลาต่อสู้นาน ทางคปพ.น่าจะสั่งให้ทางบริษัทประกัน ปฏิบัติตามสัญญาที่ผู้เสียหายทำกรมธรรม์ไว้แหล่งที่มาข่าวต้นฉบับข่าวสดออนไลน์https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_777777815329

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

รวมคาแรคเตอร์ศิลปะ ‘ความเหงาที่เราเลือก’ ใน The Art of A(Loneliness)

31/07/2024

สำรวจมิติ 'ความเหงา' กับ The Art of A(Loneliness) นิทรรศการศิลปะที่เกิดจากความร่วมมือของ Lonely Boy และนักสร้างสรรค์คาแรคเตอร์รุ่นใหม่อีก 5 ท่านจากภาคอีสานที่มีแฟนคลับติดตามมากมาย ในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2567 จัดแสดงในร้านกาแฟสุดเท่ของขอนแก่นThe Art of A(Loneliness) เป็นชื่อนิทรรศการหนึ่งในงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2567” หรือ Isan Creative Festival 2024 (ISANCF2024) จัดขึ้นภายใน ร้านกาแฟ Lonely Boy ย่านกังสดาล ติดรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น“เริ่มจาก CEA เห็นตัวคาแรคเตอร์ Lonely Boy เลยเข้ามาติดต่อ หลังจากคุยกันแล้ว จึงได้มีการจัดนิทรรศการนี้ขึ้นภายใต้คอนเซปต์ Lonely เป็นการสำรวจ ความเหงา ของคนในสังคมและคนในพื้นที่ย่านกังสดาลแห่งนี้” ถิรเดช อธิชาสกลชัย กล่าวถึงที่มาของนิทรรศการ The Art of A(Loneliness)ถิรเดช อธิชาสกลชัย กับคาแรคเตอร์ Lonely Boyถิรเดช สำเร็จการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์จากประเทศออสเตรเลีย สนุกกับการออกแบบดิจิทัลอาร์ตควบคู่กันไป หลังสร้าง คาแรคเตอร์ Lonely Boy จึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟชื่อเดียวกันได้ราว 8 เดือนที่ผ่านมาจริงๆ เขาตั้งใจเปิดร้านกาแฟมานานแล้ว แต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 จึงพักโครงการไว้ก่อนจนกระทั่งเวลาเอื้ออำนวย จึงหยิบคอนเซปต์ Lonely ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวที่เคยคิดไว้มาพัฒนาเป็นคาแรคเตอร์ Lonely Boyถิรเดช อธิบายว่า Lonely Boy เป็นตัวแทนของคนอับโชคที่ยังหาคนที่มีความเหงาที่เหมือนกันยังไม่เจอ แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เหมือนคนอื่น ไม่ได้ตอบโจทย์กับความรู้สึกภายใน การต้องเสียความเป็นตัวเอง จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่จะต้องแลกเด็กชายขี้เหงาคนนี้เลือกเรียนรู้ที่จะอยู่กับ ความเหงา ที่มี และเรียนรู้ที่จะโอบกอดความเหงาภายใต้ชื่อ Lonely Boyร้านกาแฟ Lonely Boyกล่าวได้ว่า Lonely Boy คือเด็กชายขี้เหงาแห่ง กังสดาล ย่านชุมชนที่แสนจะครึกครื้นในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น แม้กระทั่งชื่อซอยที่ร้านกาแฟตั้งอยู่ยังเรียกกันต่อๆ มา “ซอยวุ่นวาย” และพัฒนากลายเป็นนิทรรศการ The Art of A(Loneliness) ในเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2567“เราตั้งคำถามขึ้นมา ในพื้นที่ที่วุ่นวายขนาดนี้มีความเหงาอยู่หรือเปล่า ทุกคนเคยได้สำรวจไหมความเหงาจริงๆ คืออะไร การที่เราไม่มีคนอยู่ด้วยข้างๆ หรือเปล่า หรือการที่เรามีคนอยู่รายล้อมเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครเข้าใจเราเลยสักคน” ถิรเดช กล่าวถึงคอนเซปต์นิทรรศการ The Art of A(Loneliness)นิทรรศการ The Art of A(Loneliness) เป็นการร้อยเรียงและสำรวจมิติ ความเหงา ผ่านการแสดงออกของผู้คนในสังคมเมือง ด้วยผลงานศิลปะจากการตีความ ‘ความเหงา’ ที่แตกต่างกันของ ศิลปิน 6 คน คือ Lonely boy, วาดน้อง, NHAMM, AVEGEE, TURRY HARDZ และ SIRI X Clay i NAMIA Studio  •  TURRY HARDZ : Door to Solitudeประตูสู่ความสันโดษ ของ TURRY HARDZศิลปินรุ่นใหม่ชาวอีสานใช้ชื่อว่า TURRY HARDZ เติบโตจากการสร้างสรรค์ภาพดิจิทัลในอินสตาแกรม ตีความ Lonely คือ ความสันโดษ คือช่วงเวลาหนึ่งที่ได้หลบหนีบทบาทหน้าที่ หลบหนีผู้คนชีวิตความวุ่นวายในเมืองใหญ่ความสันโดษ จึงเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง ได้ครุ่นคิด ทบพวนความต้องการและเป้าหมายต่างๆ จะได้ยินเสียงความต้องการจริงๆ ของตัวเอง ว่าให้คุณค่ากับอะไรแนวคิดถ่ายทอดเป็นผลงานภาพวาดผสมศิลปะจัดวางในธีม Door to Solitude หรือประตูสู่ความสันโดษ โดยศิลปินทำประตูเล็กๆ ด้วยกระดาษสีสันสดใส ติดไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ของร้านกาแฟ เมื่อเปิดประตูกระดาษออกดูข้างใน จะพบภาพวาดคาแรคเตอร์รูป 'หนู' สวมใส่เสื้อผ้าที่บ่งบอกอาชีพต่างๆ  •  Lonely boy : Lonely by Choiceคาแรคเตอร์ Lonely Boy“ในนิทรรศการนี้ งานของผมใช้คอนเซปต์ Lonely by Choice ล้อเลียนความหมาย Single by Choice (จงใจโสด) แต่ Lonely by Choice มีความหมายที่บางครั้งการที่เราแปลกแยกแล้วไม่มีใครเข้าใจ การที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเข้าให้ได้กับสังคม ทำให้สูญเสียความเป็นตัวเอง ก็ไม่ใช่ เราจึงจงใจเลือกอยู่กับตัวเอง” ถิรเดช กล่าวถึงคาแรคเตอร์ Lonely Boy เด็กชายนั่งกอดเข่า ที่เห็นอยู่ในร้านบริเวณหน้าสเตชั่นเครื่องดื่มและเบเกอรี่บนผนังพื้นที่ด้านในสุดของร้าน ยังมีภาพวาดภายใต้คาแรคเตอร์ Lonely Boy อีก 20 ภาพ เป็นโลลี่บอยในหลากหลายอาชีพที่ถิรเดชเห็นอยู่รายรอบย่านกังสดาล เช่น ไรเดอร์ หมอ วินมอเตอร์ไซด์ ผู้สูงวัย พระสงฆ์ ฯลฯ ชวนให้เกิดบทสนทนาอาชีพเหล่านี้มีความเหงาให้เผชิญอย่างไรหรือไม่Lonely Boy สำรวจความเหงาคนอาชีพต่างๆภาพ ‘Lonely Boy ถือดาบ’ มาได้อย่างไร ถิรเดชอธิบายว่าเขาหยิบเหตุการณ์จริงที่มีข่าวฮือฮาผู้ชายถือดาบวิ่งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2567 จนกลายเป็นไวรัล มาเป็นแรงบันดาลใจแรกที่เป็นไวรัล ทำให้เกิดข้อสงสัยและคิดกันไปต่างๆ นานา ว่าเขาคือใคร ทำไมทำเช่นนั้น เพราะความเหงา เพราะปัญหาสภาพจิตใจ หรือเพราะอะไรความจริงแล้ว ชายคนนั้นเป็นเพียงนักวิ่งปกติคนหนึ่งที่นึกสนุกแต่งกายเลียนแบบ โรโรโนอา โซโร คาแรคเตอร์นักล่าโจรสลัดจากแอนิเมชันดังเรื่อง One PieceLonely Boy กับความในใจของผีสะพานขาวบนผนังยังมีภาพลายเส้นสัญลักษณ์ภูติผี!“ผมสะท้อนมุมมองความเหงาของ ผีสะพานขาว ไม่เคยมีใครทักฉันเลย ฉันอยู่ตรงนี้มาตั้งนาน” ถิรเดชเริ่มต้นเล่าที่มาของภาพวาดใครเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น คงทราบเรื่องชวนขนหัวลุกของ ‘สะพานขาว’ ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เรื่องมีอยู่ว่า หนุ่มสาวคู่หนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว มีใครไม่รู้เอาลวดสลิงไปขึงช่วงกลางสะพาน ตัดคอผู้หญิงคนนั้นขาด แต่ผู้ชายยังไม่รู้ตัวว่าแฟนของตนตายแล้ว เพราะก้มหน้าขับรถด้วยเร็ว จึงไม่โดนสลิง เมื่อขับไปถึงปั๊มน้ำมันพอจะลงจากรถ จึงเห็นแฟนตัวเองคอขาดจากนั้นก็มีอุบัติเหตุหลายครั้งเกิดขึ้นบนสะพานขาว บางคนขับรถเข้าไปในมหาวิทยาลัยตอนดึก ใกล้ข้ามสะพานขาว วิทยุในรถดับไปเฉยๆ เมื่อลองเปิดใหม่ เสียงที่ได้ยินคือเพลง ธรณีกรรแสง จึงปิดวิทยุเพื่อตัดปัญหาเมื่อรถวิ่งไปเรื่อยๆ แสงไฟหน้ารถส่องเห็นคนสองคนเดินอยู่ไม่ไกล จู่ๆ เครื่องยนต์ดับ แต่เสียงเพลงธรณีกันแสงกลับดังขึ้นเองเมื่อคนสองคนเดินเข้ามาใกล้ เขาจึงเห็นชายหญิงคู่หนึ่ง ผู้ชายไม่มีแขน ผู้หญิงกำลังหิ้วหัวของตัวเอง (ที่มา: เว็บไซต์ Alist academy)ใครมีโอกาสไปชมนิทรรศการ The Art of A(Loneliness) หากสงสัยในความเหงาของ Lonely Boy ภาพอื่นๆ ลองแลกเปลี่ยนความเห็นกับคุณถิรเดชเพิ่มเติม  •  วาดน้องสำรวจความเหงาของ 'น้อง'ศิลปินซึ่งใช้ชื่อ วาดน้อง ร่วมสำรวจความเหงาด้วยการแปร ภาพวาดรูปสัตว์ ที่ศิลปินรัก เช่น สุนัข แมว เป็นงาน ประติมากรรม ที่มีความน่ารักตามภาพวาด ซึ่งศิลปินใช้คำเรียกสัตว์เหล่านั้นว่า “น้อง”เล่า ‘ความเหงา’ ของสัตว์เลี้ยงที่ถูกเลี้ยงตัวเดียว ต้องการอยากมีเพื่อน ศิลปินอธิบายเพิ่มเติมด้วยการพูดแทนความรู้สึกของ 'น้อง' ว่า“เลามาคาเฟ่ สนุกจัง แต่กัวๆๆ งือ คิดถึงบ้าน อู้หูว ไคอะ แม่ๆไปไหน” (เรามาคาเฟ่ สนุกจัง แต่กลัวๆๆ งือ คิดถึงบ้าน อู้หูว ใครอ่ะ แม่ๆ ไปไหน)"นี่คือเสียงในหัวของสัตว์เลี้ยงหลากหลายที่มายังคาเฟ่ ความคิดที่คาดเดาไม่ได้ของน้องๆ สัตว์เลี้ยงที่กลัวปนตื่นเต้น อารมณ์เปลี่ยนไปมาได้ตลอด เจอสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ไม่คุ้นหน้า คนที่ไม่คุ้นเคย ถึงจะมีสิ่งมีชีวิตมากมายมาหายใจร่วมกันที่นี่ แต่ในใจกลับเหงาอย่างน่าประหลาด แค่แม่เดินไปห้องน้ำก็ร้องไห้อุ๋งอิ๋งแล้ว" เป็นคำอธิบายที่ศิลปินขยายความผลงานของศิลปิน 'วาดน้อง'ประติมากรรมน้องๆ เหล่านี้ ได้รับการจัดวางเป็นอิริยาบถต่างๆ ภายในบริเวณร้านกาแฟ ให้ผู้เข้าชมตีความตามจินตนาการและประสบการณ์ส่วนตัว เช่น บางตัวอยู่ในท่าทางเกาะผนังกระจก มองเข้ามาในร้าน เหมือนอยากหาเพื่อนเล่น หรืออยากรู้อยากเห็นว่าข้างในร้านทำอะไรกัน หรือเป็นความรู้สึกอย่างอื่น แล้วแต่จะตีความประติมากรรมบางชิ้นวางอยู่ตัวเดียวท่ามกลางดงหญ้า บางตัวจัดวางเป็นคู่แต่หันหน้าไปทิศเดียวกัน ฯลฯ ให้ผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการตีความกัน ไม่มีถูกไม่มีผิด ลองไปค้นหาดู 'น้อง' อยู่ตรงไหนกันบ้าง  •  AVEGEE : Think Boy Lonely Boyคาแรคเตอร์ Think Boy Lonely Boyปกติศิลปินซึ่งใช้นามว่า AVEGEE (อเวจี) สร้างสรรค์ผลงานภาพวาด เป็นเจ้าของภาพวาดคาแรคเตอร์ Think Boy ซึ่งบริเวณศีรษะมักเปิดให้เห็นด้านในว่ากำลังคิดอะไรในนิทรรศการนี้ AVEGEE สร้างสรรค์ประติมากรรมคาแรคเตอร์ Think Boy Lonely Boy เด็กน้อยผู้ต้องเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยสีสัน แต่ภายในกลับรู้สึกโดดเดี่ยวโดยไม่ทราบสาเหตุ และต้องการใครสักคนที่เข้าใจ ช่วยนำบางสิ่งมาเติมเต็มช่องว่างภายในใจที่ขาดหายไปบริเวณที่รูปหัวใจของประติมากรรมสามารถเปิดออกได้ เป็นสัญลักษณ์ว่า ผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถเติมเต็มความโดดเดี่ยวนี้ได้  •  SIRI X Clay i NAMIA Studio : Alone but not Lonelyคาแรคเตอร์ Tomato TwinsSIRI หรือ สิรินาฏ สายประสาท คือศิลปินผู้สร้างสรรค์คาแรคเตอร์ Tomato Twins โดยมีแรงบันดาลใจจากลูกสาวฝาแฝด 2 คนที่ตอนเด็กๆ มีแก้มแดงเหมือนลูกมะเขือเทศศิลปินมองว่า การเกิดมาพร้อมกันเป็นคู่ การอยู่เป็นคู่กันตลอด ทำให้ฝาแฝดไม่เคยเหงา การที่มีพวกเขาเป็นเพื่อน ก็จะทำให้ไม่เหงาด้วยเหมือนกันจึงนำคอนเซปต์ความเหงาที่เป็นชื่อของร้านกาแฟ มารวมกับความไม่เคยเหงาของ Tomato Twins โดยตีความว่า ถึงแม้แยกตัวเองอยู่เพียงลำพัง แต่ก็จะไม่เดียวดาย หรือ Alone but not Lonelyภาพวาดน้องเม่นจิ๋ว จาก Clay-i กับ Tomato Twinsครั้งนี้ SIRI ยังชวนเพื่อนมาด้วยอีกตัว เป็น น้องเม่นจิ๋ว จาก Clay-i สตูดิโอเซรามิกสุดน่ารัก ถือเป็นการคอลแล็บส์กับงานเซรามิกครั้งแรกของสิริและ Clay-i Studio ผลงานประกอบด้วยงานเพ้นท์สีอะคริลิค ขนาด 80X100 เซนติเมตร ใช้โทนสีที่ต่างไปจากสีสดใสแบบ Tomato Twins โดยตั้งใจให้เป็นโทนสีของดินพื้นบ้านที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งในงานเซรามิกของ Clay-i ที่จัดแสดงร่วมกัน  •  NHAMM : Kram Boy in Khonkaenผู้เข้าชมนิทรรศการฯ ร่วมระบายความเหงากับ Kram Boyครูสอนศิลปะและคนทำงานศิลปะแห่งจังหวัดสกลนคร ซึ่งใช้นามพู่กันว่า NHAMM (อ่านว่า แหนม) ผู้สร้างสรรค์คาแรคเตอร์ Kram Boy หรือ ก่ำบอย เด็กชายที่เกิดมาพร้อมกับเพื่อนพี่น้องมากมายในแม่น้ำอันกว้างใหญ่ เติบโตตามวัยและออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ มากมายครั้งนี้ 'ก่ำบอย' เดินทางมาขอนแก่น ชวน ‘คนเหงา’ มาทำงานศิลปะลงบนผ้าใบด้วยกัน ด้วย ‘รหัสสี’ ที่ช่วยบอกระดับความเหงาของทุกคน เชิญระบายความในใจไว้รอบๆ ก่ำบอยขนมเค้กรูปไดโนเสาร์นิทรรศการ The Art of A(Loneliness) จัดแสดงที่ ร้านกาแฟ Lonely Boy เลขที่ 140/491 ถนนอดุลยาราม ย่านกังสดาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น  ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.00 – 20.00 น. (ปกติร้านเปิดบริการถึง 18.00 น.)ภายในร้านกาแฟ Lonely Boy มีเครื่องดื่มประเภทกาแฟ (ร้อนและเย็น) อาทิ คอฟฟี่ลาเต้, อเมริกาโน, มอคค่า ลาเต้, คาปูชิโน, คาราเมล มัคคิอาโต, อเมริกาโนน้ำส้มคั้น, อเมริกาโนน้ำมะพร้าว, แฟลตไวท์, เอสเพรสโซเครื่องดื่มประเภทไม่ใช่กาแฟ อาทิ มัทฉะลาเต้, เกนไมฉะ (Genmaicha),  โฮจิฉะ, โกโก้ลาเต้, เวอร์จิน โมฮิโตเมนูเบเกอรี่ออกแบบเป็นรูปทรงน่ารัก เช่น Lonely Dinosaur (195 บาท) เค้กรูปตัวไดโนเสาร์สีเขียววางบนเค้กอัลมอนด์ครัมเบิล, Teddy Love เค้กรูปหมีนอนบนเค้กช็อกโกแลต เป็นอาทินั่งจิบเครื่องดื่ม ชิมขนมเค้ก ร่วมสำรวจ 'ความเหงา' ไปกับผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบขนมเค้กรูปหมีมัทฉะ พรีเมียมแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับ bangkokbiznewshttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1134487

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติทับลาน แหล่งมรดกโลก ป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศไทย

31/07/2024

อุทยานแห่งชาติทับลาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,387,375 ไร่ หรือ 2,235.80 ตารางกิโลเมตร เดิมประกาศเป็นป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๐๖ เพื่อสงวนคุ้มครองไว้ซึ่งพื้นที่ป่า ต่อมาจึงประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 3 ป่า ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี ป่าสงวนแห่งชาติป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน และป่าสงวนแห่งชาติป่าวังน้ำเขียวอุทยานแห่งชาติทับลานอุทยานแห่งชาติทับลานอุทยานแห่งชาติทับลาน ป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศไทยอุทยานแห่งชาติทับลาน มีสังคมพืชที่จัดเป็นป่าลุ่มต่ำที่มีความสมบูรณ์มาก มีสังคมพืชที่มีการซ้อนทับกันของลักษณะทางนิเวศวิทยาของป่าภาคกลาง กับนิเวศวิทยาของป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าโดยเฉพาะบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน ท้องที่ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่มี ต้นลาน ป่าขึ้นกระจายพันธุ์ในพื้นที่อย่างหนาแน่น ซึ่งต้นลานจัดเป็นไม้ตระกูลปาล์ม เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นสูงประมาณ 10 - 26 เมตร จึงกล่าวได้ว่า ลานป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นป่าลานธรรมชาติผืนที่สมบูรณ์ที่สุด และผืนสุดท้ายของประเทศไทยอุทยานแห่งชาติทับลาน ป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศไทยอุทยานแห่งชาติทับลาน บ้านหลังที่สองของเสือโคร่ง แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 39 ของประเทศไทยมีสภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง นอกจากป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน ยังสมบูณณ์ด้วยป่าธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่าง ๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย อุทยานแห่งชาติทับลานมีสังคมพืชที่จัดเป็นป่าลุ่มต่ำที่มีความสมบูรณ์มาก จัดเป็นสังคมพืชที่มีการซ้อนทับกันของลักษณะทางนิเวศของป่าภาคกลางและป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความหลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้ ประกอบไปด้วยป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ และป่าดงดิบแล้ง และสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะเสือโคร่ง ซึ่งเรียกได้ว่าป่าทับลาน เป็นบ้านหลังที่สองของเสือโคร่งในประเทศไทย รองจากกลุ่มป่าห้วยขาแข้ง - ทุ่งใหญ่นเรศวร จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ จากยูเนสโก (UNESCO) ในปี พ.ศ. 2548 อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากที่ตั้งภายในกลุ่มป่า จะเห็นได้ว่าอุทยานแห่งชาติทับลานมีพื้นที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของกลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลหากมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญที่ส่งผลกับความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณและสัตว์ป่าที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทับลานในอนาคตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่กำลังจะหายไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เห็นชอบแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ. 2543 ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งหากใช้แนวเขตดังกล่าวจะส่งผลให้สูญเสียพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน...ไปกว่า 265,000 ไร่ ....ลงชื่อแสดงความคิดเห็น การกำหนดใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทั้งนี้ อุทยาน​แห่งชา​ติทับลาน จะนำผลการแสดงความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการกำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ต่อไปร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่ออนาคตของอุทยานแห่งชาติทับลาน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยร่วมกันได้ตั้งแต่วันนี้ - 12 กรกฎาคม 2567 ผ่านช่องทางhttps://docs.google.com/.../1FAIpQLSdOxZiTKKlqQF.../viewformแหล่งที่มาข่าวต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1448383/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X