Everyday knowledge for you
ห้องแสดงนิทรรศการ
24/02/2026
สยามพารากอน เปิดพื้นที่ Art Jewel แกลอรี่แสดงงานศิลปะ ขนาด 500 ตร.ม. ภายใต้แนวคิด การพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งโอกาส มุ่งสนับสนุนความสามารถของศิลปินไทย ให้ได้แสดงผลงานเป็นที่รู้จักแก่คนไทยและชาวต่างชาติยิ่งขึ้น โดยมี 2 ศิลปินแห่งชาติ นำโดย ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง และศ.เกียรติคุณ ถาวร โกอุดมวิทย์ พร้อมด้วยศิลปินชั้นนำของไทย 20 ท่าน ร่วมกันจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ถ่ายทอดผ่านนิทรรศการศิลปกรรมอันวิจิตร งดงาม และร่วมสมัย วันนี้-25 มี.ค. 69 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอนอ.ปรีชา เถาทองพิธีเปิดงานมีบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ ตลอดจนศิลปิน อาทิ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, จรสิริ สุกรเกยูร, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล, สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, จรรยา สว่างจิตร, พล.ท.ดร. พีระพงษ์ มานะกิจ, สลิล ล่ำซำ, ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์, ผศ.ดร. อนุชา ทีรคานนท์, นิติกร กรัยวิเชียร และเสริมคุณ-วาดฝัน คุณาวงศ์ ร่วมชมนิทรรศการ “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” โดย อ.ปรีชา เถาทอง และนิทรรศการ “กราบ/สักการะ” โดย อ.ถาวร โกอุดมวิทย์ ซึ่งร่วมถ่ายทอดความหมายแห่งการน้อมรำลึกให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ชวนผู้ชมสัมผัสความซาบซึ้งทั้งในมิติของ “ความงาม” และ “ความหมาย” ที่ประณีตลึกซึ้งชฎาทิพ จูตระกูล, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ และ 2 ศิลปินจรรยา สว่างจิตร และพล.ท.ดร. พีระพงษ์ มานะกิจสัณหพิศ โพธิรัตนังกูร และกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ และสลิล ล่ำซำแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000018521
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
24/02/2026
อัพเดตการบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ วันที่ 21 ก.พ. 69 บริเวณถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ หน้าโรงเรียนสาธิตฯ เริ่มทยอยบานสะพรั่งสวยงามแล้ว และคาดว่าถ้าฝนไม่ตกต่อเนื่อง น่าจะบานสะพรั่งกว่านี้ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนเฟซบุ๊กเพจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้อัปเดตการบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ บริเวณหน้าโรงเรียนสาธิตฯ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 69 ว่าภาพจากเฟซบุ๊กเพจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์เริ่มทะยอยบานสะพรั่งสวยงามแล้ว และคาดว่าถ้าฝนไม่ตก วันพรุ่งนี้น่าจะบานสะพรั่งกว่านี้ เนื่องจากยังมีดอกตูมที่รอบานอีกจำนวนหนึ่งค่ะ แนะนำว่ามาช่วงเช้าดอกจะสีสดและอากาศไม่ร้อนค่ะภาพจากเฟซบุ๊กเพจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนพี่ๆเพื่อนๆที่จะเดินทางมาเยี่ยมชม โปรดพิจารณาภาพก่อนการเดินทางด้วยนะคะ ทั้งนี้ การบานของดอกอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพอากาศ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบโดยทันทีค่ะภาพจากเฟซบุ๊กเพจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนสำหรับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่มาเยี่ยมชม พกร่ม หมวก มาด้วยนะคะ อากาศเริ่มร้อนแล้ว และขอความกรุณาเป็นอย่างยิ่ง "อย่าดึง! อย่ารั้ง! อย่าหักกิ่งน้อลๆน๊า " น้อลฯกิ่งเปราะและหักง่ายมากๆ ให้เพื่อนที่มาทีหลังได้ถ่ายรูปกะน้องด้วยนะจ๊ะ‼️‼️‼️สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎️034-351540 (จ-ศ / 08.30-16.30) จากใจ แอดมินกำแพงแสนคนดีคนเดิม มีเรื่องอะไรเพิ่มเติมจะมาบอกอีกน๊าาา XOXO 😘ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000017870
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การวางแผนทางการเงิน
23/02/2026
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงินผู้เขียน : พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่)ความแตกต่างระหว่างคนรายได้สูงกับคนรายได้ต่ำไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งงานหรือโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่อุปนิสัยเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน จากการศึกษาพฤติกรรมของคนทำงานประจำที่มีรายได้สูงโดยนิตยสารธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่น พบว่า สิ่งที่สร้างความต่างอย่างชัดเจนคือวิธีคิด วิธีใช้เวลา และทัศนคติที่มีต่อการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสรุปออกมาได้เป็น 3 อุปนิสัยอุปนิสัยที่หนึ่ง : คิดเรื่องงานในวันหยุดคำว่า “คิดเรื่องงานในวันหยุด” อาจฟังดูขัดกับแนวคิด Work-Life Balance ในปัจจุบัน สำหรับความหมายของคนรายได้สูงการคิดเรื่องงานในวันหยุดไม่ใช่การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้สมองได้คิดอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่กดดันตัวเองจนเครียด แต่ปล่อยให้ความคิดไหลอย่างเป็นธรรมชาติในขณะที่กำลังพักผ่อนหลายคนยังคงไปเที่ยว พักผ่อน ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในระหว่างนั้นกลับสังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น เดินห้างแล้วเห็นวิธีจัดร้านใหม่ ๆ ดูหนังแล้วได้ไอเดียเรื่องการสื่อสาร อ่านหนังสือแล้วเชื่อมโยงกับงานที่ทำอยู่ แม้แต่การสังเกตพฤติกรรมผู้คนในร้านกาแฟ หรือการฟังบทสนทนาในที่สาธารณะ ก็อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจในการแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่งานจุกจิก แต่เป็นการสะสม “วัตถุดิบทางความคิด” เพื่อกลับมาใช้จริงในวันทำงานคนที่มีรายได้สูงมักไม่แยกชีวิตออกเป็นสองส่วนแบบตัดขาด แต่เชื่อมโยงประสบการณ์ชีวิตเข้ากับการทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ พวกเขาไม่ได้ทำให้งานกลายเป็นภาระที่ต้องหนีในวันหยุด แต่กลับทำให้การพักผ่อนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์งาน ทำให้วันจันทร์ไม่ใช่วันที่เริ่มต้นอย่างหมดแรง แต่เป็นวันที่พร้อม “ลงมือทำ” จากไอเดียที่สั่งสมไว้แล้วอุปนิสัยที่สอง : ทำให้ทุกวันคือการเรียนรู้ของตัวเองอีกหนึ่งนิสัยที่พบได้ชัดในกลุ่มคนรายได้สูง คือการตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า “วันนี้เราเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน” แนวคิดนี้อาจดูเรียบง่าย แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระยะยาว เพราะการเติบโตที่แท้จริงไม่ได้มาจากการรอคอยโอกาสใหญ่ ๆ แต่มาจากการพัฒนาตัวเองทีละเล็กทีละน้อยในแต่ละวันแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ การมองว่า “วันนี้เราเป็นครูของตัวเราเองในเมื่อวาน” หากย้อนกลับไปถามตัวเองว่า มีอะไรอยากสอนตัวเองในเมื่อวานบ้าง คำตอบนั้นจะกลายเป็นทิศทางการพัฒนาของเราในวันนี้ และเมื่อทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง คนในวันนี้ก็จะไม่เหมือนคนเมื่อวานอีกต่อไป การสะสมความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน เมื่อเวลาผ่านไปจะกลายเป็นทักษะและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างอย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลที่คนบางคนเติบโตเร็วกว่าคนอื่นแม้จะเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน เพราะพวกเขาไม่ได้ใช้เวลาแค่ผ่านไปแต่ใช้เวลาเพื่อเรียนรู้อุปนิสัยที่สาม : สร้างความสนุกให้กับงานที่ทำหลายคนบอกว่างานของตนเองน่าเบื่อ และเชื่อว่างานที่สนุกมักไม่สามารถทำเงินได้ แต่จากการสังเกตคนที่ประสบความสำเร็จ กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้รอให้งานสนุกเอง แต่เป็นฝ่าย “สร้างความสนุกให้กับงาน” ความแตกต่างนี้อาจดูเล็กน้อย แต่กลับส่งผลอย่างมากต่อแรงจูงใจและผลลัพธ์ในระยะยาวการสร้างความสนุกไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนอาชีพเสมอไป แต่อาจเป็นการตั้งโจทย์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ปรับวิธีทำงาน ทดลองแนวทางที่แตกต่าง หรือมองงานเดิมในมุมใหม่ บางคนอาจลองใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อทำงานซ้ำ ๆ ให้เร็วขึ้น บางคนอาจท้าทายตัวเองด้วยการตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้น หรือบางคนอาจหาวิธีช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในขณะที่ทำงานของตัวเอง เมื่อความสนุกเกิดขึ้น ความตั้งใจและพลังในการทำงานก็ตามมา และผลลัพธ์ด้านรายได้ก็มักตามมาในระยะยาวคนรายได้สูงจำนวนมากจึงไม่ได้เก่งเพราะถูกบังคับให้ทำงานหนัก แต่เพราะพวกเขาหาวิธีทำให้งานกลายเป็นพื้นที่ของการพัฒนาและการทดลองอย่างต่อเนื่อง ความสนุกนี้ไม่ได้เกิดจากภายนอก แต่เกิดจากทัศนคติและการเลือกมุมมองที่พวกเขามีต่องาน แทนที่จะบ่นว่างานซ้ำซาก พวกเขากลับมองหาโอกาสที่จะทำให้งานนั้นดีขึ้น แทนที่จะรอให้ถูกมอบหมายงานที่น่าสนใจ พวกเขากลับสร้างความน่าสนใจให้กับงานที่มีอยู่ นี่คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่างคนที่รู้สึกว่างานเป็นภาระกับคนที่รู้สึกว่างานเป็นโอกาส เมื่ออุปนิสัยเล็ก ๆ สะสมกลายเป็นความต่างที่ยิ่งใหญ่หากพิจารณาทั้ง 3 อุปนิสัยร่วมกัน จะพบว่าคนรายได้สูงไม่ได้ใช้เวลามากกว่าคนอื่นเสมอไป แต่ใช้เวลา “ต่างกัน” พวกเขาเชื่อมโยงชีวิตกับงาน เรียนรู้จากทุกวัน และสร้างแรงจูงใจจากภายในมากกว่าการรอแรงผลักจากภายนอกอุปนิสัยเหล่านี้อาจไม่สร้างผลลัพธ์ทันทีในระยะสั้น แต่เมื่อสะสมต่อเนื่องจะสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาว ทั้งในด้านรายได้ ความก้าวหน้า และคุณภาพชีวิต สุดท้ายแล้วความแตกต่างระหว่างคนรายได้สูงกับคนรายได้ต่ำอาจไม่ได้อยู่ที่โอกาสเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีคิดและอุปนิสัยในชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วยหากวันนี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งหรือรายได้ได้ทันที การเริ่มจากการปรับอุปนิสัยทั้งสามข้อ อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและชีวิตการทำงานในระยะยาว เช่นเดียวกับการคำนวณผลประโยชน์พนักงานที่ต้องอาศัยการคำนวณอย่างรอบคอบจากนักคณิตศาสตร์ประกันภัย การสะสมอุปนิสัยเล็ก ๆ เหล่านี้ก็ต้องการความต่อเนื่องและการมองภาพระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ ABS.แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1967679
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
23/02/2026
‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ปั้น ‘8 Local-Art Horses’ ประติมากรรมร่วมสมัย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 8 สาขาทั่วประเทศเมื่อวัฒนธรรมที่งดงามสามารถสร้างมูลค่าและรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างแท้จริง เซ็นทรัลพัฒนา สานต่อ Authentic Thai Soft Power สู่เวทีโลกในทุกเฟสทีฟ ต่อยอดวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็น Local Wealth ร่วมมือกับชุมชน หน่วยงาน และศิลปินท้องถิ่น สร้างสรรค์ประติมากรรม “8 Local-Art Horses” แลนด์มาร์กตรุษจีนปีมะเมีย ภายใต้แคมเปญ ‘The Great Chinese New Year 2026’ โดยถ่ายทอดเรื่องราวและ City DNA ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นใน 8 พื้นที่ทั่วไทย สู่ผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ทรงพลัง ผสานความหมายมงคลของ “ม้า”สัญลักษณ์ความก้าวหน้าและความรุ่งเรือง ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมไทย–จีนอย่างร่วมสมัย ตอกย้ำแลนด์มาร์กฉลองตรุษจีนที่ดีที่สุด จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่วันนี้ถึง 1 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ และเอสพละนาด รัชดาเช็คอิน ‘8 Local-Art Horses’ งานคราฟต์ประติมากรรมมหามงคล· เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต: ร่วมกับ Chiangmai City Craft Space และ WASOO นำวัสดุรีไซเคิลทางการเกษตรแปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้มงคล แห่งความหวังและอนาคตแห่งความสำเร็จ ผลิบานบนตัวม้าสูงกว่า 2.5 เมตร ในคอนเซ็ปต์ ‘Ride the Blooming Future’ ก้าวสู่อนาคตที่เบ่งบานกับม้ามงคลแห่งการเกิดใหม่ จากผืนดินสู่ลมหายใจของเมือง ต่อยอดคุณค่าจากธรรมชาติสู่เมืองที่ไร้หมอกควัน ม้ามงคลตัวนี้จึงไม่เพียงนำพาความโชคดีในเทศกาลตรุษจีน แต่ยังพาทุกคนก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน· เซ็นทรัล ภูเก็ต: ชมความงดงามอัตลักษณ์ภูเก็ต ผ่านงานผ้า ‘เพอรานากัน’ ที่มีความโดดเด่นเรื่องการผสมผสานศิลปะจีนและท้องถิ่นมลายูเข้าด้วยกันอย่างวิจิตรบรรจง เน้นความหมายอันเป็นมงคลสีสันที่สดใส และรายละเอียดที่ซับซ้อน ดอกไม้ที่มีความหมายดีตามความเชื่อของจีน ดอกโบตั๋น ดอกเบญจมาศ ดอกกล้วยไม้ ผสานความงามและทรงพลังรับปีม้า· เซ็นทรัล นครสวรรค์: ร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น ผ่านงานศิลปะเพ้นท์ลายพู่กัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Power in Motion, Prosperity Blooms’ ออกแบบลวดลายดอกไม้บนตัวม้าที่สื่อถึงพลังแห่งความก้าวหน้า พร้อมความมั่งคั่งที่เติบโต งอกงาม และยั่งยืน· เซ็นทรัล ลำปาง: ประติมากรรมร่วมสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Enter the Blue Carriage – ลำปางเมืองแห่งรถม้าและเซรามิก’ ถ่ายทอดตัวตนผ่านงานศิลปะลงบนรถม้าลำปาง สัญลักษณ์แห่งกาลเวลา ที่ถูกแต่งแต้มด้วยโทนขาวและน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างสรรค์โดยศิลปินท้องถิ่น ‘อารมณ์ดิน สตูดิโอ’ ที่เลือกใช้ลายเส้นและโทนสีที่สะท้อนตัวตนงานเซรามิก· เซ็นทรัล ชลบุรี: สร้างประติมากรรมร่วมสมัยจากภูมิปัญญาพนัสนิคม ในคอนเซ็ปต์ ‘ม้าสานศิลป์ กำแพงจีนเมืองสาน’ เปลี่ยนงานศิลปะเส้นไผ่ธรรมดาผสานศรัทธาจีน เป็นแลนด์มาร์กแห่งศรัทธา ความหวัง และต่อยอด Soft Power ไทย-จีน เพื่อปกป้องรากวัฒนธรรมและนำทางสู่พลังความรุ่งเรืองตลอดเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย· เซ็นทรัล ศาลายา: ร่วมกับคณาจารย์ นักศึกษา ม.ศิลปากร และ รร.สาธิต ศิลปากร สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ บนประติมากรรมม้ามงคล กว่า 60 ตัว ในคอนเซ็ปต์ ‘Flower of Chinese New Year 2026’ เพื่อมอบเป็นของขวัญแทนคำอวยพรในตรุษจีนปีมะเมีย· เซ็นทรัล กระบี่: จับมือศิลปินท้องถิ่นแนว Eco Art ‘ณรงค์ สัญจร’ สร้างสรรค์งานคราฟต์แนว Eco Art ในคอนเซ็ปต์ ‘Twin Horses of Love - ม้าคู่เคียง รักคู่ใจ’ สื่อถึงคู่แท้ที่ ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม เข้ากับความสมบูรณ์ของโลกใต้ท้องทะเล Ocean Elements ผ่านลวดลายแนว Illustrative ที่ดูร่วมสมัย เน้นความรู้สึกของการเคลื่อนไหวพลังอำนาจ และความอิสระ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติทุกส่วนเชื่อมถึงกัน· เซ็นทรัล ขอนแก่น: ร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น Dulyawat Rakdecha สร้างสรรค์ ‘Lucky Red Horse ม้าไฟกับพลังแห่งโชคลาภ’ โดยลวดลายโค้งเว้าของม้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเปลวไฟ ถูกดีไซน์ร่วมสมัย ถ่ายทอดความละเอียดอ่อน ความสดใส รับโชคลาภปีม้าทอง พร้อมมอบความโชคดีในเทศกาลตรุษจีนให้กับทุกคนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000017336
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
23/02/2026
ยลความงดงามของปราสาทโบราณ “ปราสาทนครหลวง” พระนครศรีอยุธยา สักการะพระพุทธบาทสี่รอยในมณฑป ชมปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา สายมูห้ามพลาด ขอพรองค์พระพิฆเนศ ปางชนะมาร ประทับบัลลังก์กะโหลก อายุกว่า 300 ปีไปไหว้พระที่ “อยุธยา” ปกติแล้วเราก็มักจะนึกถึงวัดเก่าแก่ในตัวเมือง หรือโซนเมืองเก่าอยุธยา แต่ในครั้งนี้จะชวนออกมาที่ อ.นครหลวง มาไหว้พระและชมความงามของโบราณสถาน ที่สำคัญใครเป็นสายมูต้องห้ามพลาดปราสาทนครหลวงปราสาทนครหลวงที่นี่คือ “ปราสาทนครหลวง” อีกหนึ่งโบราณสถานแห่งสำคัญคู่เมืองพระนครศรีอยุธยา อยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก สันนิษฐานว่า สร้างในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แต่มาสร้างเป็นที่ประทับก่ออิฐถือปูนในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในแผ่นดินนี้พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบปราสาทศิลาที่เรียกว่า "พระนครหลวง" ในกรุงกัมพูชาเมื่อ พ.ศ. 2147 มาสร้างใกล้วัดเทพจันทร์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่ได้กรุงกัมพูชากลับมาเป็นประเทศราชอีก แต่สร้าง ไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยประการใดไม่ปรากฏ ต่อมาจึงมีผู้มาสร้างวัด สร้างมณฑป และพระพุทธบาทสี่รอยขึ้นบนปราสาทนี้ ส่วนตำหนักที่สร้างข้างปราสาทนี้ได้ปรักหักพังหมดแล้วในอดีต ที่นี่เคยเป็นตำหนักที่ประทับของกษัตริย์ในระหว่างเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จไปลพบุรีสิ่งที่น่าสนใจของ “ปราสาทนครหลวง” นั่นก็คือ ก่อด้วยอิฐทั้งหลัง ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งทำขึ้นโดยนำดินมาถมให้สูง มีระเบียงล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนลดหลั่นกันสามชั้น แต่ละชั้นมีประตูเข้าสู่ชั้นสูงสุดนับสิบประตู ระเบียงคดแต่ละชั้นสร้างปรางค์ประจำทิศทั้งสี่มุม และที่กึ่งกลางก็มีปรางค์ด้วยระเบียงคดระเบียงคดภายในมีปรางค์ประมาณ 30 องค์ รูปทรงคล้ายปรางค์ขอม แต่ก่อด้วยอิฐ ไม่ใช่ศิลาแลง องค์ปรางค์มีการย่อมุมไม้ยี่สิบ หมายถึงมุมหนึ่งทำเป็นมุมเล็กได้ห้ามุม (สี่มุมคูณด้วยห้าจึงมี 20 มุม) จากการบูรณะของกรมศิลปากรพบว่า การสร้างปรางค์ของเดิมใช้โครงไม้ขึ้นรูปก่อนแล้วก่ออิฐล้อตามบริเวณฐานชั้นบนสุดจะเป็นที่ตั้งของมณฑปจตุรมุข ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเอาไว้ข้างใน ล้อมรอบด้วยระเบียงคด ซึ่งระเบียงคด คือส่วนที่เชื่อมต่อปรางค์แต่ละองค์ ปัจจุบันเหลือแต่ผนังของระเบียงคด ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าช่างได้ทำช่องหลอกไว้เป็นซี่คล้ายลูกกรง เรียกว่า “ลูกมะหวด” ช่องดังกล่าวนี้ตัน อากาศและแสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ เป็นลักษณะศิลปะแบบขอม คล้ายกับโบสถ์วัดหน้าพระเมรุ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม ฯลฯมณฑปจตุรมุขพระพุทธบาทสี่รอยสำหรับผู้มาเที่ยวปราสาทนครหลวงจะต้องไม่พลาดไปสักการะ “พระพุทธบาทสี่รอย” ที่ประดิษฐานในมณฑปจตุรมุข ตามข้อมูลระบุว่านายปิ่นหรือตาปะขาวปิ่นเป็นผู้สร้างขึ้นในคราวเดียวกับวัดนครหลวง มีลักษณะเป็นพระพุทธบาทซ้อนกันสี่รอย ลึกลงไปในเนื้อหิน รอยที่ใหญ่ที่สุดกว้างประมาณ 2.50 เมตร ยาว 5.50 เมตร ประดิษฐานในมณฑปบนชั้นสูงสุดของปราสาทนครหลวง มณฑปมีจารึกที่หน้าบันว่า ปฏิสังขรณ์เมื่อ ร.ศ. 122 (พ.ศ.2446 ในสมัยรัชกาลที่ ๕)และบริเวณด้านหน้ามณฑป ยังเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพิฆเนศ” ปางชนะมาร ประทับบนบัลลังก์กะโหลก อายุกว่า 300 ปีพระพิฆเนศ ปางชนะมารขอพรองค์พระพิฆเนศความเป็นมาขององค์พระพิฆเนศ มี 2 เรื่องที่เล่าสืบทอดกันมา คือ ทางแรก พระพิฆเนศองค์นี้ อายุกว่า 300 ปี ได้ประดิษฐานอยู่ในบริเวณนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีผู้รู้ความเป็นมาว่าสร้างเมื่อใดและมาประดิษฐานเมื่อใดทางที่สอง คือ ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์ได้เสด็จประพาสเมืองชวา และได้รับการถวายองค์พระพิฆเนศ ประทับนั่งบนบัลลังก์กะโหลก (ปัจจุบัน ประดิษฐานในห้องศิลปะชวา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) และในช่วงนั้นก็กำลังมีการปฏิสังขรปราสาทนครหลวงแห่งนี้ จึงได้มีการสร้างองค์พระพิฆเนศจำลองมาจากพระพิฆเนศจากชวา และได้นำองค์จำลองมาประดิษฐานไว้ที่ปราสาทนครหลวงแห่งนี้พระพิฆเนศปางชนะมาร ลักษณะเป็นปูนปั้น มีแผ่นกระเบื้องสีติดอยู่ คาดว่ามีการประดับตกแต่งก่อนจะหลุดร่อนออกไปตามกาลเวลา โดยสายมูที่มาที่นี่ ก็มักจะมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน และโชคลาภ โดยเมื่อสำเร็จสมปรารถนาก็มักจะเดินทางกลับมาอีกครั้งตำหนักนครหลวงแผ่นหินพระจันทร์ลอยอีกหนึ่งไฮไลต์ที่อยู่ภายในปราสาทนครหลวงก็คือ “ตำหนักนครหลวง” หรือ ศาลพระจันทร์ลอย ตั้งอยู่ด้านหน้าปราสาทนครหลวง มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอาคารจัตุรมุข ปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระปลัด (ปลื้ม) หรือพระครูวิหาร-กิจจานุการได้นำพระจันทร์ลอยจากวัดเทพจันทร์ลอย ต.พระจันทร์-ลอย อ.นครหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทนครหลวงมาประดิษฐานไว้สำหรับ “แผ่นหินพระจันทร์ลอย” มีลักษณะเป็นแผ่นหินแกรนิตทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ขนาดใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร หนา 6 นิ้ว บนแผ่นหินมีรูปแกะสลักที่ค่อนข้างดูยาก ด้านหนึ่งสลักเป็นรูปพระเจดีย์สององค์และพระพุทธรูปสามองค์ ส่วนอีกด้านหนึ่งสลักเป็นรูปปลาคล้ายสัญลักษณ์ราศีมีน มีผู้สันนิษฐานว่าแผ่นหินดังกล่าวอาจเป็นธรรมจักรที่ยังสร้างไม่เสร็จก็เป็นได้นอกจากนี้บริเวณปราสาทนครหลวงเป็นที่ตั้งของ “วัดนครหลวง” ภายในมีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียวขจี มีอุโบสถสีขาวซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีใบเสมาหินทรายแดงตั้งอยู่รอบอุโบสถ และมีพระประธานประดิษฐานอยู่ด้านในอุโบสถ วัดนครหลวงแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000017835
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
23/02/2026
กรุงเทพฯ 23 กุมภาพันธ์ 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ POEM แบรนด์แฟชั่นไทยชื่อดัง เป็นปีที่ 2เปิดตัว สูท AIA MDRT 2027 ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับภาพลักษณ์และความเป็นมืออาชีพของตัวแทน MDRT ที่เอไอเอ ประเทศไทย ครองแชมป์อันดับหนึ่ง MDRT มากที่สุดในประเทศต่อเนื่องกว่าทศวรรษ พร้อมตั้งเป้าเติบโตระยะยาวสู่ 7,500 MDRT ภายใน 3 ปี เพื่อเดินหน้าส่งมอบการดูแลและช่วยคนไทยวางแผนชีวิต สุขภาพ และการเงิน ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และยูนิต ลิงค์ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Livesคุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของตัวแทนประกันชีวิต รวมถึงที่ปรึกษาทางการเงินของเอไอเอ ให้มีความรู้ความสามารถและทักษะรอบตัวที่สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด โดยมุ่งสร้างตัวแทนมืออาชีพผ่านโครงการ AIA Financial Advisor (AIA FA) ซึ่งจากสถิติ 5 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของตัวแทน MDRT ของเอไอเอมาจาก FA เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเพิ่มจาก 45% มาเป็นกว่า 60% ดังนั้นในปีนี้เราจึงยังมุ่งเน้นในการส่งเสริม FA ให้ก้าวสู่ MDRT เพื่อเป็นเครื่องหมายที่การันตีถึงความเป็นมืออาชีพและความพร้อมในการดูแลคนไทย ให้มีความมั่งคั่งและมั่นคงในชีวิตระยะยาว“ซึ่งปีนี้เราจะเน้นสร้าง MDRT First Timer หรือผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT ครั้งแรก โดยเราจะมีโครงการจัดตั้ง Pre MDRT Club เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ในการสนับสนุนให้ตัวแทนของเราสามารถพิชิต MDRT เป็นครั้งแรก โดยโครงการเป็นรูปแบบการฝึกอบรมเฉพาะทาง และการโค้ชชิ่งโดย MDRT Ambassadors รวมถึงกิจกรรมการเชิดชูเกียรติและรางวัลพิเศษ ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ตัวแทนสามารถเติบโต และก้าวสู่ MDRT ได้เป็นครั้งแรก“ที่สำคัญและเป็นธรรมเนียมในการเชิดชูเกียติ MDRT คือ สูท AIA MDRT ที่ปีนี้เรายังคงได้พาร์ตเนอร์ด้านแฟชั่นมืออาชีพแบรนด์ไทยอย่าง POEM มาออกแบบเสื้อสูท AIA MDRT 2027 ให้เป็นปีที่ 2 โดยมีรายละเอียดของดีไซน์สูทที่ยังคงสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในความสำเร็จ ในฐานะ AIA MDRT ซึ่งถือเป็นคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”คุณชวนล ไคสิริ หรือ ณอน ดีไซน์เนอร์เจ้าของแบรนด์ POEM เผยว่า “ทาง POEM รู้สึกยินดีมาก ๆ ที่สูทดีไซน์โดยแบรนด์ไทยได้รับการยอมรับจากตัวแทนระดับสากล ในคอลเลกชันใหม่นี้ผมจึงตั้งใจที่อยากถ่ายทอดให้สูทตัวนี้มีความพิเศษและมีความหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับสูท MDRT 2027 ผมตั้งใจทำให้เป็น Signature Design for Corporate เพราะต้องการยกระดับสูทให้เป็นมากกว่ายูนิฟอร์มแต่เป็น Signature ที่สะท้อนตัวตนและความสำเร็จ จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์ The Code of Precision ผมตั้งใจให้ตัวสูทมีความหมายซ่อนอยู่ภายใต้ความสวยงาม การได้ออกแบบสูท AIA MDRT เป็นปีที่ 2 ทำให้ผมอยากปรับแต่งและยกระดับคอนเซ็ปต์ให้ลึกขึ้น โดยเลือกใช้เนื้อผ้ามี Texture เป็นเอกลักษณ์ ถ้ามองใกล้ ๆ จะยิ่งเห็นเป็นคำว่า AIAMDRT เรียงกัน นอกจากนี้ยังมีการใช้สี Ombre ที่เป็นเอกลักษณ์ของ POEM โดยสีของสูทเป็นสีแดงไล่ลงมาดำซึ่งสีแดงคือความเชื่อมโยงกับสีแดงของเอไอเอ ผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ใช้สีของแบรนด์ และเอกลักษณ์ของ POEM รวมเข้าด้วยกัน ผมตั้งใจออกแบบเพื่อให้สูทตัวนี้มีความพิเศษกับผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 2027 ทุกท่าน เป็นคุณค่าทางจิตใจ และเป็นสูทที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของตัวแทนทุกคนในสายอาชีพจริง ๆ ครับ”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
20/02/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษและกิจกรรมลูกค้า จับมือกับ สโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) สร้างสีสันวงการลูกหนังไทย ด้วยการจัดการแข่งขัน AIA THAILAND CHAMPIONSHIP 2026 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอล 5 คน (5-a-side Football Tournament) เพื่อเฟ้นหาทีมที่แข็งแกร่งที่สุดจากทั่วประเทศเป็นตัวแทนร่วมสู้ศึกในรายการ AIA Championship 2026 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษการแข่งขันปีนี้ได้รับกระแสตอบรับร้อนแรงตั้งแต่เริ่มประกาศ โดยมีทั้งนักกีฬาและกองเชียร์จากหลายจังหวัดเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุก ความมุ่งมั่น และพลังบวกจากทุกทีมที่ลงสนามล่าฝันในครั้งนี้ หลังการขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น ผลปรากฏว่าทีม The Forward United จาก AIA Leagues คว้าชัยเหนือคู่แข่ง และได้รับสิทธิเป็นทีมตัวแทนประเทศไทย ก้าวสู่การแข่งขันระดับภูมิภาค เพื่อชิงตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้าย ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตัวแทนของไทยจะมีโอกาสร่วมเดินทางสู่ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 8–12 พฤษภาคม 2569 เพื่อร่วมแข่งขันรอบชิงระดับภูมิภาค พร้อมสัมผัสประสบการณ์พิเศษในการชมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญระหว่าง Tottenham Hotspur พบ Leeds United แบบใกล้ชิดติดขอบสนามเอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรหลักอย่าง Tottenham Hotspur เพื่อส่งเสริมให้คนไทยออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
20/02/2026
กรุงเทพฯ 19 กุมภาพันธ์ 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “บี ทูเกตเทอร์ เซฟพลัส โบนัส” (Be Together Save+ Bonus) ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่ออมง่าย คุ้มครองยาว พร้อมเงินคืนระหว่างสัญญาและโอกาสรับเงินปันผล เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการออม สร้างความมั่นคงให้ชีวิต ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่อยู่ในช่วงขาลง นางสาวอรรัตน์ ชุติมิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เชิงกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจแบงก์แอสชัวรันซ์ของธนาคารกรุงเทพ เล็งเห็นถึงความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินสำหรับอนาคต และต้องการทางเลือกที่ช่วยเสริมสภาพคล่องในทุกช่วงเวลา แบบประกันชีวิต “บี ทูเกตเทอร์ เซฟพลัส โบนัส” (Be Together Save+ Bonus) จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความชัดเจนในการชำระเบี้ยประกันภัย เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือด้านการออมที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ไม่เพียงสามารถวางแผนเพื่ออนาคตของตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งต่อให้คนที่รักได้อีกด้วย โดยมีจุดเด่นที่สำคัญ ได้แก่ ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 8 ปี รับความคุ้มครอง 20 ปี, รับเงินคืนรายงวดทุกปี ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 เป็นต้นไป และเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยครบ 8 ปี รับเงินคืน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 8, รับผลประโยชน์ 745% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออยู่ครบกำหนดสัญญา, รับความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 810% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย, เพิ่มโอกาสรับผลประโยชน์ที่สูงขึ้นในรูปแบบเงินปันผล ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 จนถึงครบกำหนดสัญญา”นางสาวพรพิมล ตรงเที่ยงธรรม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปัจจุบันผู้บริโภคต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และดอกเบี้ยโลกที่อยู่ในภาวะขาลง จึงจำเป็นต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการอนาคตทางการเงินทั้งในมิติของความคุ้มครองและการออมได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว จึงร่วมมือกับเอไอเอ ประเทศไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ “บี ทูเกตเทอร์ เซฟพลัส โบนัส” (Be Together Save+ Bonus) เพื่อเป็นทางเลือกในการวางแผนทางการเงินที่ช่วยออมพร้อมคุ้มครองชีวิตแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ภายใต้แนวคิด “เซฟ เพื่ออนาคตที่มั่นคง พลัส โอกาสรับเงินปันผล โบนัส เงินก้อนก่อนครบสัญญา” โดยจ่ายเบี้ยสั้นเพียง 8 ปี คุ้มครองยาว 20 ปี รับผลประโยชน์ที่ชัดเจนจากเงินคืนระหว่างสัญญา ขณะเดียวกันลูกค้ายังมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในรูปแบบเงินปันผลจากการลงทุน จึงถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ ที่สำคัญคือสมัครง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพอย่างสั้น นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกรับความคุ้มครองด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมได้โดยเลือกซื้อสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มค่ารักษาพยาบาล โรคร้ายแรง ชดเชยรายได้ ยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย และอุบัติเหตุ ซึ่งเบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยผลิตภัณฑ์นี้เปิดขายในช่องทางธนาคารกรุงเทพเท่านั้น นับเป็นแผนประกันชีวิตยุคใหม่ที่สร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า เหมือนเช่นที่ธนาคารเป็น “เพื่อนคู่คิด” ในทุกมิติทางการเงินเสมอมา”สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต “บี ทูเกตเทอร์ เซฟพลัส โบนัส” (Be Together Save+ Bonus) สามารถปรึกษาและวางแผนประกันชีวิตได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ 1333 หรือโทร 0 2353 8855 หรือ www.aia.co.th
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
17/02/2026
เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการชำระเบี้ยประกันภัย ช่วยให้การชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเรื่องสะดวก ไม่พลาดทุกความคุ้มครอง จัดแคมเปญ “AUTOPAY เฮรับโชค” มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่สมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติแบบต่อเนื่องผ่านบัตรเครดิต (AUTOPAY) มีสิทธิลุ้นรางวัลในแคมเปญรวมมูลค่ากว่า 580,000 บาทง่าย ๆ เพียงสมัครบริการ AUTOPAY สำหรับกรมธรรม์ที่เข้าเงื่อนไข ภายในวันนี้ ถึง 30 เมษายน 2569 ลูกค้ามีสิทธิลุ้นรับรางวัลมากมาย อาทิ iPhone, iPad, AirPods และบัตรกำนัล Central รวม 70 รางวัล โดยบริษัทจะทำการจับรางวัลและประกาศรายชื่อผู้โชคดีตามกำหนดการของบริษัทสำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครบริการ AUTOPAY ได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิต หรือสมัครด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://pay.aia.co.th/portal และสามารถติดตามรายละเอียด เงื่อนไข รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของแคมเปญได้ที่เว็บไซต์ https://aiathailand.info/autopayluckydraw หมายเหตุ: รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก แก้ไขรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่างๆ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท *เลขที่ใบอนุญาต 213/2569
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
13/02/2026
เอไอเอ ประเทศไทย และ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเปิดตัวความร่วมมือ “AIA LOUNGE” สาขาที่ 2 เพื่อต่อยอดยกระดับการดูแลและการให้บริการลูกค้าของ เอส เอฟ และ เอไอเอ ผ่านบริการแบบ Smart Service Flow พร้อมเปิดตัวพื้นที่ “AIA LOUNGE” เป็นสาขาที่ 2 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว พื้นที่พักคอยที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการโรงภาพยนตร์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ พร้อมจัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอ เพรสทีจ คลับ และเอไอเอ ไวทัลลิตี้ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์มากมาย ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟนางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ เอส เอฟ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการต่อยอดการดูแลลูกค้าคนสำคัญของเอไอเอและเอส เอฟ โดยเอไอเอ เล็งเห็นถึงศักยภาพของโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ที่มีความโดดเด่นในการให้บริการ และยังมีที่ตั้งของสาขาที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้บริการได้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ซึ่งจากผลตอบรับที่ดีของการให้บริการ AIA LOUNGE ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เรามั่นใจ ในการต่อยอดความร่วมมือสู่การเปิด AIA LOUNGE สาขาที่ 2 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยลูกค้าเอไอเอ เพรสทีจ คลับ สามารถรับฟรี Popcorn Mini Set (ป๊อปคอร์นขนาด 46 ออนซ์ พร้อมน้ำดื่มหรือน้ำอัดลมกระป๋อง) เดือนละ 1 สิทธิ์ ส่วนลูกค้าเอไอเอ ไวทัลลิตี้ พลัส ยังสามารถเลือกรับเครื่องดื่ม (น้ำดื่มหรือน้ำอัดลมกระป๋อง) ได้ฟรี เดือนละ 1 สิทธิ์ ที่ AIA LOUNGE ณ โรงภาพยนตร์ ทั้ง 2 สาขา นอกจากนี้ ลูกค้าเอไอเอ ไวทัลลิตี้ พลัส ยังสามารถใช้คะแนนไวทัลลิตี้หรือร่วมกิจกรรมชาเลนจ์ตามเงื่อนไข เพื่อรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรีเพิ่มเติมได้อีกด้วย ถือเป็นความมุ่งมั่นของเอไอเอ ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “เอส เอฟ มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ผ่านการให้บริการและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ โดยได้ร่วมมืออีกครั้งกับ เอไอเอ เพื่อยกระดับการให้บริการผ่าน ‘AIA LOUNGE’ เป็นสาขาที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในการร่วมพัฒนา AIA LOUNGE แห่งแรก ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนสาขาใหม่ล่าสุด จะตั้งอยู่ที่ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการชมภาพยนตร์ให้แก่ลูกค้าของ เอส เอฟ และ เอไอเอ ทั้งจุดพักคอยที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดี”ลูกค้า เอไอเอ และ เอส เอฟ สามารถใช้บริการ “AIA LOUNGE” ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน SF Cinema, www.sfcinema.com รวมถึงสอบถามรายละเอียดได้ผ่านโซเชียลมีเดีย #Sfcinema
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
29/08/2023
19/03/2024
30/04/2024
30/04/2024
29/04/2024