คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ท่องเที่ยว

9 ที่เที่ยวน้ำตกใกล้กรุงเทพฯ 2569 เที่ยวธรรมชาติชิล ๆ เล่นน้ำคลายร้อน

15/05/2026

ที่เที่ยวน้ำตกใกล้กรุงเทพฯ 2569 ที่เที่ยวธรรมชาติ เดินทางง่าย เที่ยววันเดียวก็ฟิน ชวนไปเล่นน้ำ พักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ใกล้กรุงLearn moreรวมพิกัดที่เที่ยวน้ำตกใกล้กรุงเทพฯ 2569 เอาใจสายธรรมชาติ ที่อยากหลบความวุ่นวายไปพักผ่อนท่ามกลางป่าเขา สูดอากาศสดชื่นและฟังเสียงสายน้ำไหลแบบชิล ๆ แต่ละแห่งเดินทางไม่ไกลจากเมือง เหมาะสำหรับทริปวันเดียวหรือทริปสั้น ๆ ชวนชาร์จพลังให้ร่างกายและใจ พร้อมเก็บภาพสวย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่เที่ยวน้ำตก ใกล้กรุงเทพฯ1. น้ำตกวังก้านเหลือง จังหวัดลพบุรีสวรรค์ใกล้กรุงที่ไม่ควรพลาด ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของที่นี่คือเป็นน้ำตกที่เกิดจาก "น้ำผุด" จากใต้ดินไหลมารวมกันจนกลายเป็นลำธารขนาดใหญ่ ทำให้น้ำมีสีฟ้าใสราวน้ำทะเลและเย็นชื่นใจอยู่เสมอ และยังมีสะพานแขวนยาวที่ทอดผ่านลำธารให้เราได้ถ่ายรูปสวย ๆ ก่อนจะลงไปแช่น้ำในแอ่งธรรมชาติที่กว้างขวางและไม่ลึกจนเกินไป เดินทางจากกรุงเทพฯ ก็ง่าย ไว้พาครอบครัวมาปูเสื่อล้อมวงกินส้มตำริมน้ำตก รับรองว่าได้ความสดชื่นกลับไปแบบเต็มอิ่ม  •  ที่อยู่ : ตำบลท่าดินดำ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกวังก้านเหลือง2. น้ำตกเก้าโจน (เก้าชั้น) จังหวัดราชบุรีพิกัดที่เที่ยวน้ำตกใกล้กรุงเทพฯ น่าเช็กอิน และมีน้ำให้ชื่นใจตลอดทั้งปี เสน่ห์ของที่นี่คือสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหินแกรนิตลดหลั่นกันลงมาถึง 9 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีความสวยงามต่างกันไป ตั้งแต่แอ่งน้ำกว้างที่เด็ก ๆ เล่นได้ปลอดภัย ไปจนถึงน้ำตกสูงสง่าสำหรับสายลุยที่ชอบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศป่าไม้เขียวขจีและอากาศที่เย็นสบายก ยิ่งถ้าได้แวะแช่ "ธารน้ำร้อนบ่อคลึง" ที่อยู่ใกล้ ๆ กันก่อนกลับ จะถือเป็นการคอมโบพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบสุด ๆ  •  ที่อยู่ : ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกเก้าโจน (เก้าชั้น)3. น้ำตกเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรีอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ความโดดเด่นของที่นี่คือความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบชื้นที่ยังคงความบริสุทธิ์สูงมาก มีน้ำตกทั้งหมดถึง 16 ชั้น โดยไฮไลท์อยู่ที่ชั้นต้น ๆ ที่มีแอ่งน้ำใสให้ลงแช่ตัวคลายร้อนได้แบบฟิน ๆ ท่ามกลางเสียงนกร้องและผีเสื้อหลากสีสันที่บินมาอวดโฉมให้เห็นตลอดทางเดิน ข้อดีคือเดินทางสะดวก มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และบรรยากาศไม่วุ่นวายเท่าแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก เหมาะสำหรับเติมพลังชีวิตด้วยไอเย็นจากน้ำตกคลายร้อนช่วงหน้าร้อนนี้  •  ที่อยู่ : ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี  •  เบอร์โทรศัพท์ : 09 8361 1327  •  เฟซบุ๊ก : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว Khao Soi Dao Wildlife Sanctuary  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกเขาสอยดาว4. น้ำตกเขาบรรจบ จังหวัดจันทบุรีฟินไปกับสายน้ำใสไหลเย็นที่ตัดผ่านโขดหินน้อยใหญ่ มีสะพานแขวนไม้เก่าแก่ทอดข้ามลำธารให้ได้ถ่ายรูปสวย ๆ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านคลุมลำธารจนกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ธรรมชาติ จุดนี้มีน้ำไหลเอื่อย ๆ ไม่ลึกจนเกินไป เหมาะมากสำหรับการลงแช่ตัวฟังเสียงน้ำไหล หรือนั่งล้อมวงกินอาหารริมน้ำ ในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว เดินทางจากกรุงเทพฯ มาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ได้รีเฟรชร่างกายด้วยอากาศบริสุทธิ์และน้ำเย็น ๆ จนลืมความร้อนไปเลย  •  ที่อยู่ : ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกเขาบรรจบ5. น้ำตกคลองไพบูลย์ จังหวัดจันทบุรีสระว่ายน้ำธรรมชาติที่น้ำใสจนมองเห็นพื้นหินและฝูงปลา มีลักษณะเป็นน้ำตกสายกว้างที่มีแอ่งน้ำตื้น ๆ สลับลึกพอดิบพอดี ทำให้ลงเล่นน้ำได้ปลอดภัยและผ่อนคลายสุด ๆ ท่ามกลางบรรยากาศป่าไม้ที่ร่มรื่น ที่สำคัญคือมีน้ำไหลเย็นฉ่ำให้ชื่นใจตลอดทั้งปี เดินทางจากกรุงเทพฯ ก็สะดวก ถนนเข้าถึงตัวน้ำตกได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับการขับรถมาปูเสื่อพักผ่อนริมลำธาร รับลมเย็นๆ และฟังเสียงน้ำไหลคลายเครียดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์  •  ที่อยู่ : อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกคลองไพบูลย์6. น้ำตกสาวน้อย จังหวัดปราจีนบุรีความโดดเด่นของที่นี่คือเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านแก่งหินกว้างขวาง มีแอ่งน้ำตื้นที่ใสสะอาดและปลอดภัย เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กมาลงเล่นน้ำแกว่งขาให้ชื่นใจ ท่ามกลางแมกไม้ที่ร่มรื่นและอากาศที่บริสุทธิ์ของป่าเขาอีโต้ นอกจากจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ง่ายเพียงชั่วโมงเศษแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีเส้นทางปั่นจักรยานเสือภูเขาและจุดชมวิวผาหินซ้อนให้ได้เที่ยวครบจบในที่เดียว ถือเป็นโอเอซีสเล็ก ๆ ที่จะช่วยรีเฟรชร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี  •  ที่อยู่ : เทศบาลตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกสาวน้อย7. น้ำตกแก่งหรุ จังหวัดสระบุรีตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกเจ็ดสาวน้อยเพียง 300 เมตร แต่ให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและคนไม่พลุกพล่านเท่า ความเจ๋งคือมีน้ำใสสีเขียวมรกตให้ลงแช่ตัวได้ตลอดทั้งปี โดยมีบริการเช่าห่วงยางและชุดเล่นน้ำให้พร้อมสรรพ แม้ที่นี่จะขอความร่วมมืองดนำอาหารภายนอกเข้าเพื่อรักษาความสะอาด แต่ด้านในก็มีร้านอาหารรสเด็ดคอยให้บริการแบบจุใจ สำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือใครที่อยากนอนฟังเสียงน้ำไหลยาว ๆ ที่นี่ก็มีทั้งที่พักและลานกางเต็นท์พร้อมอุปกรณ์ครบชุดไว้รองรับ เรียกว่าขับรถจากกรุงเทพฯ แป๊บเดียวก็ได้เปลี่ยนโหมดมาพักผ่อนกลางป่าริมลำธารได้แบบชิล ๆ แล้ว  •  ที่อยู่ : บ้านแก่งหรุ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี  •  เบอร์โทรศัพท์ : 08 2650 8103  •  เฟซบุ๊ก : น้ำตกแก่งหรุ มวกเหล็ก สระบุรี8. น้ำตกบึงไม้ จังหวัดสระบุรีลำธารน้ำตกหินปูนขนาดกะทัดรัดที่ไหลเอื่อย ๆ ผ่านโขดหินและรากไม้ใหญ่ ทำให้น้ำใสสะอาดและมีแอ่งน้ำตื้น ๆ ให้ลงไปนั่งแช่ตัวอ่านหนังสือหรือล้อมวงกินส้มตำกับครอบครัว จุดเด่นคือบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยอุโมงค์ต้นไม้ปกคลุมตลอดลำธาร ช่วยกรองแสงแดดให้เย็นสบายตลอดวัน แม้จะเป็นน้ำตกเล็ก ๆ แต่ก็มีน้ำไหลให้ชื่นใจเกือบตลอดปี แถมยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นในมวกเหล็ก ทำให้เป็นจุดแวะพักเติมความสดชื่นที่ช่วยรีเฟรชร่างกายได้ดีเยี่ยมก่อนขับรถกลับกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเศษเท่านั้น  •  ที่อยู่ : ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกบึงไม้9. น้ำตกวัดปากบาง จังหวัดกาญจนบุรีที่เที่ยวน้ำตกคลายร้อนใกล้กรุงเทพฯ ที่เกิดจากฝายทดน้ำบริเวณวัดปากบาง ทำให้มีสายน้ำไหลตกลดหลั่นลงมาเป็นม่านน้ำกว้างดูสวยงามและมีน้ำให้เล่นตลอดทั้งปี มีลานหินกว้างที่น้ำตื้นและใสสะอาด เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กมาลงเล่นน้ำแกว่งขาหรือนั่งแช่ตัวคลายร้อนได้ชิล ๆ และยังมีร้านอาหารและที่จอดรถใกล้จุดเล่นน้ำเพียงไม่กี่ก้าว ถือเป็นโอเอซีสฉบับย่อส่วนที่ช่วยเติมความสดชื่นได้ทันใจโดยไม่ต้องเดินทางไกล  •  ที่อยู่ : หมู่ 2 ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี  •  พิกัด Google Maps : น้ำตกวัดปากบางใครกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ ที่เที่ยวน้ำตกเหล่านี้คืออีกตัวเลือกที่น่าไปเช็กอิน เก็บไว้เป็นลิสต์ทริปสั้น ๆ แล้วออกไปเติมพลังกับธรรมชาติกัน ^ ^ หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้งขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว Khao Soi Dao Wildlife Sanctuary, เฟซบุ๊ก น้ำตกแก่งหรุ มวกเหล็ก สระบุรีแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกระปุก.คอมhttps://travel.kapook.com/view299540.html

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย นำทีม “The Forward United” แชมป์ AIA THAILAND CHAMPIONSHIP 2026 ผงาดคว้าชัยศึกใหญ่ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

15/05/2026

เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าปลุกพลังลูกหนังไทยอย่างยิ่งใหญ่ นำโดย นางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษและกิจกรรมลูกค้า ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง สโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) จัดการแข่งขัน AIA THAILAND CHAMPIONSHIP 2026 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอล 5 คน (5-a-side Football Tournament) เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติในรายการ AIA CHAMPIONSHIP 2026 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในการแข่งขัน AIA CHAMPIONSHIP 2026 รอบตัดสิน (Grand Final) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ความสำเร็จของลูกหนังไทย เมื่อทีม The Forward United ลโชว์ฟอร์มสุดแข็งแกร่ง เอาชนะคู่แข่ง ทั้ง 8 ทีม ซึ่งมาจาก 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย, เกาหลี, จีน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, กัมพูชา, และนิวซีแลนด์  ได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนผงาดคว้าแชมป์ AIA CHAMPIONSHIP 2026 มาครองอย่างสมศักดิ์ศรี สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยในสนามระดับนานาชาตินอกจากนี้ ทีมตัวแทนประเทศไทยยังได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลก ด้วยการเข้าชมการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง Tottenham Hotspur พบ Leeds United แบบใกล้ชิดติดขอบสนาม เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความประทับใจและแรงบันดาลใจจากเกมฟุตบอลระดับสูงสุดของโลกทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมด้านกีฬา ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่างสโมสรฟุตบอล Tottenham Hotspur เพื่อจุดประกายให้คนไทยหันมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

การวางแผนทางการเงิน

อยาก vs. จำเป็น ใช้จ่ายอย่างมีสติ เพราะชีวิตต้องเลือกให้พอดี

14/05/2026

“ของก็มีครบแล้ว แต่ทำไมยังรู้สึกอยากซื้อเพิ่มอยู่ตลอดเวลา” ความรู้สึกคุ้นๆ แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่กำลังกลายเป็นอารมณ์ร่วมของผู้บริโภคจำนวนมากในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และนำไปสู่คำถามที่เริ่มถูกตั้งขึ้นบ่อยขึ้นว่า การใช้จ่ายของเราในวันนี้ ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ความจำเป็น” หรือกำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “ความอยาก” มากกว่าที่คิด ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า “Overconsumption” หรือ การบริโภคที่เกินความจำเป็น ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อของมากเกินไป แต่คือสภาวะที่ผู้บริโภคถูกกระตุ้นให้ “อยากใช้เงินอยู่ตลอดเวลา” ผ่านโครงสร้างของเศรษฐกิจดิจิทัล ตั้งแต่อัลกอริธึมของแพลตฟอร์มออนไลน์ โปรโมชั่นแบบจำกัดเวลา ไปจนถึงคอนเทนต์ที่แข่งขันกันแย่งชิงความสนใจในทุกวินาทีของชีวิตเมื่อโลกออนไลน์ทำให้ “การซื้อ” ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวในอดีต การตัดสินใจซื้ออาจเกิดขึ้นจากความจำเป็นหรือการวางแผนล่วงหน้า แต่ในปัจจุบัน ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องสินค้าและราคา หากแต่กำลังแข่งขันกันเพื่อแย่ง “เวลาในสายตา” ของผู้บริโภค ยิ่งแพลตฟอร์มดิจิทัลเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ได้ละเอียดมากขึ้น ระบบก็ยิ่งสามารถนำเสนอสิ่งที่ “ตรงใจ” ได้แม่นยำขึ้น ผลลัพธ์คือ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่ากำลังตัดสินใจซื้อด้วยตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงกำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความอยากอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Flash Sale, Live Commerce โฆษณาแบบเฉพาะบุคคล ไปจนถึงรีวิวสินค้าแบบเรียลไทม์ที่ทำให้การ “ไม่ซื้อ” กลายเป็นเรื่องยากขึ้นโดยไม่รู้ตัวข้อมูลประมาณการจาก Statista ผู้ให้บริการฐานข้อมูลและสถิติระดับโลก ระบุว่า มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยในปี 2569 มีแนวโน้มแตะระดับกว่า 1 ล้านล้านบาท ขณะที่ผู้บริโภคไทยใช้เวลากับโซเชียลมีเดียเฉลี่ยประมาณ 2.3 ชั่วโมงต่อวัน สะท้อนการเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้งานดิจิทัลสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เส้นแบ่ง “อยาก” กับ “จำเป็น” ที่เลือนลงทุกวันภาพการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ของคนไทย ยังสอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จากการสำรวจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของครัวเรือน พ.ศ. 2568 ระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ตโฟน และใช้ช่องทางออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการค้นหาและซื้อสินค้าและบริการ ความสะดวกดังกล่าวทำให้กระบวนการตัดสินใจซื้อสั้นลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การใช้จ่ายจำนวนมากเกิดขึ้นจาก “อารมณ์ ณ ขณะนั้น” มากกว่าการไตร่ตรองถึงความจำเป็นในระยะยาว จนนำไปสู่พฤติกรรมที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า Emotional Spending ซึ่งกำลังพบได้บ่อยขึ้นในกลุ่มวัยทำงานและผู้บริโภคเมือง เมื่อการซื้อกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา “การบริโภค” จึงไม่ใช่กิจกรรมเป็นครั้งคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียนOverconsumption ไม่ได้กระทบแค่กระเป๋าเงิน แต่กดดันเศรษฐกิจไทยแม้การบริโภคจะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ แต่เมื่อการใช้จ่ายเติบโตบนฐานที่เกินสมดุล ผลกระทบย่อมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับบุคคล ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ ปี 2568 อยู่ในระดับประมาณ 16.3–16.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นราว 86–87% ต่อ GDP ซึ่งยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านการเงินของครัวเรือนไทยที่ยังคงดำรงอยู่ ท่ามกลางค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายด้านการเงินของคนไทยจึงไม่ใช่แค่เรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว หากแต่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้จ่ายและวินัยทางการเงินในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้บัตรเครดิตไม่ใช่ผู้ร้าย หากใช้เป็นเครื่องมือบริหารชีวิตท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้สิน บัตรเครดิตมักถูกมองว่าเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้เชี่ยว ชาญด้านการเงินจำนวนไม่น้อยเห็นตรงกันว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เครดิต” แต่อยู่ที่การขาดการตระหนักรู้ทางการเงิน (Financial Awareness) และการบริหารเงินอย่างมีระบบในมุมของ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บทบาทของบัตรเครดิตในยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจาก “เครื่องมือกระตุ้นการใช้จ่าย” ไปสู่ “เครื่องมือบริหารสภาพคล่องและวางแผนชีวิต” มากขึ้น การใช้จ่ายอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้หมายถึงการใช้เงินให้น้อยที่สุด แต่คือการใช้เงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตและศักยภาพทางการเงินของแต่ละคน ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มใช้บัตรเครดิตอย่างมีเป้าหมาย เช่น ใช้กับรายจ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ใช้โปรโมชันเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ใช้คะแนนสะสมบนบัตรเครดิตเพื่อความคุ้มค่าการใช้จ่าย แบ่งชำระเฉพาะสินค้าที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ควบคุมงบประมาณผ่านแอปพลิเคชัน และติดตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองแบบเรียลไทม์แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนว่า โลกการเงินยุคใหม่อาจไม่ได้ต้องการ “คนใช้เงินมากที่สุด” แต่ต้องการ “คนใช้เงินอย่างมีคุณภาพมากที่สุด”วินัยทางการเงิน คือ Soft Skill สำคัญของยุคที่ทุกอย่างชวนให้ซื้อในวันที่เทคโนโลยีทำให้การซื้อเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้ว ความสามารถในการ “หยุดคิดก่อนจ่าย” กำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของคนยุคใหม่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้เกิดจากการไม่ใช้เงิน แต่เกิดจากการเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เงินควรถูกใช้ไปเพื่ออะไร และในโลกที่ทุกแพลตฟอร์มแข่งขันกันด้วยการดึงความสนใจ ผู้บริโภคที่ได้เปรียบที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ซื้อได้มากที่สุด แต่คือคนที่รู้จักคำว่า “พอดี” และเลือกใช้เงินอย่างมีสติในแบบที่สอดคล้องกับชีวิตของตนเองแหล่งที่มาข่าวและภาพ positioningmaghttps://positioningmag.com/1572493

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันสุขภาพ

คนไทยซื้อประกันสุขภาพเอกชนกว่า 10 ล้าน หนุนรพ.สธ.เปิด ‘พรีเมียมคลินิก’

14/05/2026

สมาคมประกันชีวิตไทย เผยคนไทยเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพเอกชนกว่า 10 ล้านคน กว่า 80% ไม่ใช่กลุ่มคนร่ำรวย หนุน รพ.สธ. เปิดพรีเมียมคลินิก ชี้ช่วยขยายฐานการบริการที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ -ระบบประกันสุขภาพนมั่นคงขึ้นการอภิปราย เรื่อง “PREMIUM MOPH บริการสุขภาพทางเลือกใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข” ภายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาระบบบริการคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ และคลินิกรูปแบบพิเศษ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569”เมื่อเร็วๆนี้นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช  หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การขับเคลื่อนพรีเมียมคลินิก(Premium Clinic)ของรพ.สธ. จะต้องอยู่ภายใต้หลักการ "Win-Win-Win" โดยต้องไม่มีการกระทบต่อสิทธิการรักษาปกติของประชาชนทั่วไปเป็นอันขาด การเปิดบริการพิเศษนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำรายได้ส่วนเกินกลับมาจุนเจือ และพัฒนาบริการในระบบปกติให้ดียิ่งขึ้นรวมถึง เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ด้วยค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามความสามารถ จะช่วยรักษาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญให้อยู่ในระบบโรงพยาบาลรัฐต่อไป โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลและระบบธรรมาภิบาลที่เข้มงวด เพื่อความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของการดำเนินงานขณะที่ นพ.วุฒิวงศ์ สมบูรณ์เรืองศรี  ประธานคณะแพทย์ที่ปรึกษา สมาคมประกันชีวิตไทย ให้มุมมองว่า การที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(รพ.สธ.)เปิด พรีเมียมคลินิก จะช่วยให้ระบบประกันสุขภาพมั่นคงขึ้น เพราะเป็นการขยายฐานการบริการที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จากที่ปัจจุบันมีประชาชนเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพเอกชนกว่า 10 ล้านคนกว่า 80% ไม่ใช่กลุ่มคนร่ำรวย แต่เป็นกลุ่มคนวัยทำงาน พนักงานบริษัท หรือแม้แต่พนักงานระดับปฏิบัติการ ซึ่งได้รับสวัสดิการประกันกลุ่มจากบริษัทนายจ้างแบบวงเงินที่จำกัด คนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดพรีเมียมคลินิกในโรงพยาบาลรัฐ เพราะทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพสูงและสะดวกรวดเร็วในส่วนของกระบวนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทประกัน นพ.วุฒิวงศ์อธิบายว่า  ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เนื่องจากผู้เอาประกันหลายคนมักสับสนระหว่างประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ โดยประกันอุบัติเหตุจะคุ้มครองเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่คาดฝันและไม่เจตนาเท่านั้น แต่ไม่ครอบคลุมการเจ็บป่วยจากโรครวมถึง ระบบการประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้า สำหรับเคสผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน เพื่อให้คนไข้ทราบล่วงหน้าว่าประกันจะคุ้มครองเท่าใด และต้องเตรียมเงินส่วนต่างไว้เท่าไร จะช่วยลดความกังวลใจและปัญหาการร้องเรียนในภายหลัง ส่วนเคสที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล ก็มีระบบการทำรีวิวระหว่างการรักษา เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาออกจากโรงพยาบาล การเคลมค่ารักษาจะเป็นไปอย่างราบรื่นปัจจุบันอาจจะยังมีข้อจำกัดในบางกรมธรรม์ใหม่ที่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน เพื่อตรวจสอบข้อมูล แต่ทางสมาคมฯ ก็มีมาตรการกำกับดูแลให้บริษัทประกันดำเนินการจ่ายคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดสมาคมประกันชีวิตไทย มีกำหนดจัดโปรแกรมการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเงื่อนไขกรมธรรม์ ,เกณฑ์การพิจารณาการรักษาแบบ Day Surgery หรือการผ่าตัดที่สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว ซึ่งปัจจุบันประกันได้ขยายความคุ้มครองครอบคลุมถึงการผ่าตัดใหญ่ที่ใช้การวางยาสลบหรือการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง รวมถึง การใช้เทคโนโลยีส่องกล้อง แม้จะมีข้อยกเว้นทั่วไปในกรมธรรม์ เช่น การทำร้ายตัวเอง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือโรคทางจิตเวชบางประเภทที่ยังไม่รวมอยู่ในสัญญามาตรฐาน แต่โดยภาพรวมแล้วเคสที่ส่งเคลมเข้ามามีอัตราการอนุมัติสูงถึง 90%นพ.วุฒิพงศ์ ฝากคำขอที่สำคัญ 3 ประการไปยังผู้บริหารและแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ เพื่อให้การประสานงานระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทประกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด1. ไม่ตกใจ เมื่อรพ.ได้รับจดหมายสอบถามจากบริษัทประกัน เพราะบริษัทมองเห็นเพียงข้อมูลบนกระดาษและต้องการความชัดเจนเพื่อประโยชน์ของคนไข้2. ไม่โกรธ เนื่องจากการเขียนสรุปการรักษาที่สั้นเกินไปอาจทำให้ผู้พิจารณาสินไหมไม่เข้าใจภาพรวมการรักษาที่แท้จริง3. ไม่เพิกเฉย ต่อการสอบถามข้อมูล เพราะการไม่ตอบกลับหรือให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนจะส่งผลโดยตรงต่อสิทธิ์ของผู้ป่วย ทำให้เสียโอกาสในการได้รับการคุ้มครองตามที่ควรจะเป็น“เมื่อรพ.ได้รับจดหมายสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทประกัน ขอให้มองว่าเป็นการประสานงานเพื่อผลประโยชน์ของคนไข้ ไม่ใช่การจับผิด และขอให้ช่วยสื่อสารข้อมูลทางการแพทย์ที่ชัดเจนกลับมา เพื่อให้การพิจารณาสิทธิประโยชน์เป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่เสียโอกาสในการรักษาของผู้ป่วย”นพ.วุฒิวงศ์กล่าว แหล่งที่มาข่าวและภาพจ้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1233164

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

‘CHROMATIC : Spectrum of Color’ สัมผัสสีสันแห่งวิถีชีวิต ผ่านผลงานภาพถ่ายโดย ‘มิก-วรวิล สนเจริญ’

14/05/2026

‘มิก-วรวิล สนเจริญ’ เจ้าของผลงานนิทรรศการภาพถ่าย CHROMATICบทสนทนาเกิดขึ้นท่ามกลางภาพถ่ายที่เปี่ยมด้วยสีสัน รูปทรงแห่งสถาปัตยกรรม แสงเงาที่ทาบทา และห้วงขณะแห่งวิถีชีวิตของผู้คนใน 3 ย่านการค้าสำคัญ คือทรงวาด พาหุรัด ปากคลองตลาด ที่ถูกบันทึกไว้ผ่านเลนส์กล้อง‘มิก-วรวิล สนเจริญ’ เจ้าของผลงานนิทรรศการภาพถ่าย CHROMATIC‘ผู้จัดการออนไลน์’ สัมภาษณ์พิเศษ ‘มิก-วรวิล สนเจริญ’ เจ้าของผลงานภาพถ่ายในนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก CHROMATIC: A Journey Through Neighborhood Color ซึ่งจัดกำลังแสดง ณ Tay Songwatประเด็นการพูดคุยอันหลากหลายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มิกได้ถ่ายทอดมุมมองต่างๆ ที่เขาได้พบเห็นระหว่างการเดินสำรวจและถ่ายภาพในย่านการค้าอันเก่าแก่ไม่ว่านิยามของ ‘CHROMATIC : Spectrum of Color’, มุมมองด้านสถาปัตยกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิต, ไอเดียฟื้นฟูย่านเก่าด้วย Creative Economy, ความพยายามรักษารูปแบบ Original ของอาคาร สถาปัตยกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในย่าน,เบื้องหลัง-ความเป็นมาของนิทรรศการ, มิติที่ 4 ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งในการถ่ายภาพรวมทั้งพูดคุยถึงตัวตนใน 2 บทบาทของมิก คือ การเป็นนักวางกลยุทธ์ทางการตลาด และช่างภาพอิสระที่มีความสุขกับการ Capture moment…เฝ้ามองห้วงขณะผ่านเลนส์กล้องCHROMATIC… Spectrum of Colorมิกเอ่ยถึงที่มาของชื่อนิทรรศการได้อย่างน่าสนใจว่า“คำว่า CHROMATIC หมายถึง Spectrum of Colorคำว่า ‘สี’ ในที่นี้ เราไม่ได้คุยกันถึงวัตถุ Object หรือสถาปัตยกรรม แต่ ‘สี’ในนิทรรศการนี้ สื่อสารถึง ‘Way of living’ หรือวิถีชีวิต การใช้ชีวิตของผู้คน ใน Area นี้”เหตุใด CHROMATIC - Spectrum of Color จึงกลายเป็น Topic ที่มิกสนใจเนื่องจากมิกมองว่า ย่านเหล่านี้เป็น ‘พหุวัฒนธรรม’“เรามีคนไทย, คนไทยเชื้อสายจีน, คนจีน และคนอินเดีย ใช้ชีวิตร่วมกันใน Area เหล่านี้ แชร์พื้นที่ร่วมกัน ทำการค้าระหว่างกัน ทำให้เกิดวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่ยังอยู่ร่วมกัน ผู้คนที่แตกต่างแต่อยู่ร่วมกัน รวมถึง สิ่งของในการใช้ชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย‘สี’ ในที่นี้ จึงไม่ใช่แค่ Object แต่เล่าถึงวิธีการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทำให้เกิดความน่าสนใจในพื้นที่ โดยเฉพาะถ้าสังเกตเห็นจากงานที่ถ่ายมา สิ่งที่ผมนำเสนอก็คือ ‘สี’ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อในการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งเรื่องของการทำมาค้าขาย เรื่องของสถาปัตยกรรม เรื่องของวิถีแห่งการใช้ชีวิตของคนที่อยู่ตรงนั้น เป็นแนวคิดของการนำเสนอ CHROMATIC ออกมาเป็น Exhibition”สถาปัตยกรรมสะท้อนวิถีชีวิตถามว่า ในนิทรรศการ CHROMATIC คุณมองว่า สถาปัตยกรรมในย่านทรงวาด พาหุรัด ปากคลองตลาด สะท้อนยุคสมัยและวิถีชีวิตผู้คนอย่างไรบ้างมิกตอบว่าสถาปัตยกรรมในย่านนี้ถูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสไตล์ที่เราเรียกว่า European Chinese มี element ของความเป็นยุโรปเข้ามา เห็นได้ว่า มี Ornament ที่หน้าอาคาร มีความเป็นฝรั่งเข้ามา แล้วก็มีความ Chinese มีความเป็นจีนเข้ามานอกจากนั้น ยังมีสิ่งที่มิกพบว่ามีคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจ คือเมื่อเข้าไปศึกษาจริงๆ แล้ว จะพบว่ารูปแบบของอาคาร สื่อสารถึงรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น ในยุคแรกๆ ในย่านทรงวาด สังเกตได้ว่าตึกแถวหรือ Shophouse แถวนี้ค่อนข้างยาว และมีพื้นที่เป็นที่เก็บของค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ย่านทรงวาดเดิมเป็นโกดังหรือ Warehouse ของธุรกิจด้านพืชผลการเกษตร ณ จุดหนึ่งก็ถูกเปลี่ยนเป็นร้านรองเท้าหรือผลิตภัณฑ์ของเล่น เรายังเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ในย่านนี้“เพราะฉะนั้น รูปทรงของสถาปัตยกรรมจึงสื่อสารถึงฟังก์ชั่นการใช้ชีวิต การทำการค้าของคนในสมัยนั้น”ในย่านทรงวาด ตึกแต่ละหลังยังมีช่องที่คนไว้ใช้ชักรอกของจากชั้นล่างขึ้นมาเก็บไว้ชั้นบน ตึกส่วนใหญ่ในย่านนี้ก็จะมีช่องแบบนี้อยู่ ขณะที่ย่านพาหุรัด แม้อาจมีสถาปัตยกรรมคล้ายกันแต่มี element ของ Culture แบบคนอินเดียเข้ามา ทำให้มีความแตกต่างและมีความวาไรตี้มากขึ้นเส้นระนาบและมิติที่ 4มิกเล่าว่าความประทับใจของการทำโปรเจ็กต์ครั้งนี้ สังเกตเห็นได้จากงานภาพถ่ายที่เขานำเสนอ“ผมนำเสนอผ่านรูปทรง แสงและเงา และสถาปัตยกรรมที่มองผ่านเส้นระนาบ นี่คือ Fundamental component ของการมองความสวยงาม ของการมองสถาปัตยกรรมในแบบของผม ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันถูกนำเสนอออกมาในงานอย่างชัดเจน”“จริงๆ แล้วในเรื่องสถาปัตยกรรม เรามักมีการคุยกันถึงเรื่อง ‘มิติ ที่ 4’ปกติเรามักพูดถึงงาน 3 มิติ (*หมายเหตุ : หมายถึง ความกว้าง-ความยาว/สูง-ความลึก/ความหนา) ส่วนมิติที่ 4 คือ ‘เวลา’ หากถามว่าเวลาส่งผลต่อสถาปัตยกรรมอย่างไร นั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงของแสงและแต่ช่วงเวลาของวัน ทำให้เกิดเงา เกิด Effect ของภาพที่มีความแตกต่างกันไป”“ผมสนุกกับการลองใช้เวลา กับช่วงเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละวันในแต่ละสถานที่ เพราะสิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือเวลาที่แตกต่างไป Effect ของภาพหรือแสงและเงาจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราก็ไม่สามารถกลับไป Capture มันได้ เพราะมันผ่านไปแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ผมตื่นเต้นกับมันทุกครั้งที่ได้เห็น ทุกวันนี้ เมื่อได้เดินบนถนนทรงวาดเอง หรือใน Area ใกล้ๆ ผมก็อยากจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพทุกครั้งเพราะเราไม่รู้ว่าจะเห็นแสงแบบนี้ เงาครั้งนี้อีกเมื่อไหร่” มิกบอกเล่าได้อย่างน่าสนใจเบื้องหลัง-ความเป็นมาของนิทรรศการเมื่อขอให้ช่วยเล่าเบื้องหลังความเป็นมาของนิทรรศการ CHROMATICมิกตอบว่า ในช่วงหลังๆ ย่านทรงวาดเป็นพื้นที่ที่มิกแวะเวียนมาบ่อยครั้งและมีโอกาสได้รู้จักกับเปิ้ล-วาสนาและเบียร์-ชาญวิทย์ ชัยพิทักษ์กุล แห่งร้าน Tay Songwat ซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการในครั้งนี้ รวมทั้งเพื่อนรุ่นพี่คือจารุวรรณ ธนพัฒนากุล (ผู้ร่วมก่อตั้งเบิกบานบุรีที่เขาใหญ่และเป็นผู้มีส่วนร่วมจัดงาน WALKK: Bangkok Re-Birth นำชมวิถีชีวิตผู้คนและย่านเมืองเก่าของกรุงเทพ)“ผมรู้จักคุณเปิ้ลคุณเบียร์มานานแล้ว ทั้งสองท่านก็แนะนำให้รู้จักคุณจารุวรรณด้วย เราจึงมีโอกาสได้คุยกันว่า ทรงวาดค่อนข้าง Popular ขึ้นมาในช่วง 2-3 ปีนี้ มีทั้งนักท่องเที่ยว มีทั้งคนรุ่นใหม่ๆ แวะเวียนมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ย่านทรงวาดยังมีอะไรมากกว่านั้น”“Area นี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสำหรับกรุงเทพและประเทศไทย แล้วเรื่องราวเหล่านี้ยังไม่ถูกสื่อสารผ่านไปให้กับนักท่องเที่ยวหรือคนรุ่นใหม่ที่เข้ามา เราจึงคิดกันว่า ทำยังไงให้คนรุ่นใหม่เค้าเข้าใจว่าพื้นที่เหล่านี้ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์กับคนไทย”มิกเล่าว่า เพื่อนทั้ง 3 คนที่เอ่ยถึงข้างต้น ได้เอ่ยชวนเขาว่า ‘ลองไปเดินชมทรงวาดกันไหม’ จากนั้น ได้มีโอกาสพบกับ ‘ฤต นากชื่น’ นักโบราณคดี ผู้พามิกและเพื่อนทั้ง 3 คน ไปเดินสัมผัสย่านทรงวาด ตลาดน้อย เลยไปถึงปากคลองตลาดและพาหุรัดด้วย“ย่านเหล่านี้เป็นย่านการค้าเก่าแก่ของกรุงเทพ ซึ่งพอเรามีโอกาสได้เข้าไปเดินแล้วรู้สึกว่ามันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรามองข้ามไป มันเป็นพื้นที่ที่คนธรรมดาอย่างผมซึ่งเป็นคนกรุงเทพก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะมาแถวนี้ ยกเว้นมาทรงวาดแล้วก็มาดู มาถ่ายรูปร้านกาแฟ แต่เราไม่ได้เดินเข้าไปใน Area ที่ผู้คนใช้ชีวิตจริงๆ”“เมื่อเดินเข้าไปแล้ว พบว่ามันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ มีเสน่ห์จากทั้งสถาปัตยกรรม ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้ง Object ที่อยู่ในชุมชน ทำให้เกิดเป็นแนวความคิดว่า เมื่อเราเจอสิ่งนี้แล้ว เราอยากนำมาเล่าเรื่องให้กับคนที่เข้ามาใน Area เหล่านี้ ได้เห็น ได้สัมผัส จึงเกิดเป็นไอเดียว่า เราอยากนำเสนอเป็นภาพถ่ายที่เป็น Medium ซึ่งเป็นสื่อที่ผมถนัดและใช้ในการนำเสนอ ใช้ในการถ่ายทอด Message เกิดเป็นแนวคิดที่อยากจัดเป็นนิทรรศการขึ้นมา”กลิ่นอายความทรงจำเมื่อ 23 ปีก่อนย้อนกลับไปเมื่อ 23 ปีที่แล้ว มิกเล่าว่า เขาได้ทำ Student Project เมื่อครั้งศึกษาอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม มิกได้ทำ Photo Book เก็บบันทึกเรื่องราวของพื้นที่ในย่านเยาวราช-สำเพ็ง-พาหุรัด ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงและทับซ้อนกับการจัดนิทรรศการในครั้งนี้“ผมก็คิดว่าเป็นไอเดียที่ดีนะ ที่เราได้กลับมามองดูว่า 23 ปีที่ผ่านไป มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ก็เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ผมอยากนำเสนอสิ่งนี้ แล้วก็อยากให้ผู้คนได้เห็นว่าวิวัฒนาการของพื้นที่เหล่านี้ ย่านเหล่านี้ เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา”นิทรรศการ CHROMATIC ในปัจจุบัน ภาพที่จัดแสดงเป็นภาพจากกล้องดิจิตัล แต่ Photobook เมื่อ 23 ปีก่อนเป็นภาพฟิล์ม“ 23 ปีที่แล้ว ผมใช้กล้องฟิล์ม และใช้เทคนิคที่เรียกว่า Cross Processing เป็นการนำฟิล์มสไลด์ มาล้างด้วยน้ำยาฟิล์มสีเนกาทีฟ ทำให้เกิดปฏิกริยาทางเคมี เมื่อเราอัดรูปออกมา รูปจะเกิดสีที่ไม่คาดฝันซึ่งในแต่ละครั้งที่อัดรูป สีที่ได้ก็จะแตกต่างกันออกไป เป็นเทคนิคที่เราได้ Inspiration จากการที่เราลงพื้นที่มาถ่ายรูป แล้วเราพบว่าคาแรคเตอร์ของสีโดดเด่นมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่เราได้เห็นเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วรวมทั้งเรื่องของการค้า Architecture และชีวิตผู้คนที่เป็นจุดเชื่อมโยง เป็นจุดเชื่อมต่อกัน”“นอกจากนั้นในนิทรรศการนี้ เราจะมีอีกโซน เป็นโซนเครื่องฉายสไลด์อยู่ด้านหน้า นั่นเป็นการถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ เป็นภาพถ่ายปัจจุบัน เราก็จะเห็นจุดเชื่อมโยงของการใช้สื่อที่เป็น Analog อย่างฟิล์มสไลด์และเครื่องฉายสไลด์ที่จะทำให้เรากลับไปเห็นภาพในอดีตซ้อนทับกับภาพที่อยู่ในปัจจุบันได้ชัดเจนมากขึ้น”บางสิ่งที่คงอยู่อดถามไม่ได้ว่า ย่าน ‘ทรงวาด พาหุรัด ปากคลองตลาด’ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คุณถ่ายภาพในนิทรรศการครั้งนี้ ก็เป็นย่านที่อยู่ไม่ไกลจากที่คุณทำโปรเจ็กต์เมื่อ 23 ปีที่แล้วที่เยาวราช สำเพ็งและพาหุรัด ในมุมมองของคุณมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง อะไรที่คงเดิม อะไรที่หายไปมิกตอบว่า “สิ่งที่ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์คือ 23 ปีที่ผ่านไป Area นี้ มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย ทั้งในรูปแบบของอาคาร สถาปัตยกรรม และรูปแบบของวิถีการใช้ชีวิต”“เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ผ่านมาถึงวันนี้ พาหุรัดก็ยังเป็นตลาดผ้า ปากคลองฯ ก็ยังเป็นตลาดดอกไม้ สำเพ็งก็ยังเป็นตลาดขายของ Giftshop รูปแบบการใช้ชีวิตยังคงเดิม นี่เป็นสิ่งที่ผมประทับใจ เพราะกรุงเทพใน Area อื่นๆ มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก แต่ใน Area นี้ ยังรักษาภาพดั้งเดิมไว้ได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีหลายอย่าง ผมมองว่า อย่างเช่นทรงวาดเอง ถึงแม้ว่าตัวอาคารยังเหมือนเดิม แต่ว่ามีเรื่องของ Modernize ต่างๆ เข้ามา ไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่ดีนะครับ มีเป้าหมายที่ดี ทำให้ดึงดูดคนใหม่ๆ เข้ามา แต่สิ่งที่เราอยาก Keep มันต่อไป คือเราอยาก Keep document ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เอาไว้ เพราะ ณ วันนี้ เราเห็นว่าเริ่มมีร้านค้า คาเฟ่น่ารักๆ บนถนน หมายความว่ามันกำลังจะถูก Develop เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผมเชื่อว่าชาวทรงวาดเอง ชุมชนใน Area นี้เองก็พยายามจะรักษาความเป็นต้นตำรับ หรือความเป็น Original ของอาคาร สถาปัตยกรรม และรูปแบบการใช้ชีวิตของทรงวาดก็ยังอยู่ เป็นการ Balance ระหว่างโลกใหม่กับโลกเก่าครับ”ไอเดียฟื้นฟูย่านเก่าด้วย Creative Economyมิกสะท้อนมุมมองว่า เขามีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เคยไปทำงานที่ ลอนดอนและได้ใช้ชีวิตในอีกหลายประเทศ สิ่งที่เขาสนใจ คือ ณ วันนี้ ในประเทศไทยหรือในกรุงเทพเอง น่าจะมีการฟื้นฟู หรือพัฒนาย่านที่เราเรียกว่าย่านเมืองเก่า โดยรักษาภาพดั้งเดิม รักษาความเป็น Original ของย่านหรือของพื้นที่นั้นๆ ไว้ โดยที่เราใช้ความสามารถของ Creative Economy เข้ามาช่วย ทำให้ย่านเหล่านี้มีมิติมากขึ้น มีเรื่องราวที่สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ทำให้คนรุ่นใหม่อยากกลับมาใช้ชีวิตในย่านที่เรียกว่าย่านเมืองเก่า และส่งผลต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ทั้งทำให้ความเป็นเมืองเก่า ความเป็น Original ของกรุงเทพกลับมาอีกครั้งนึง สิ่งนี้คือสิ่งที่มิกอยากบอกต่อไม่เพียงเฉพาะในย่านเมืองเก่าเหล่านี้ แต่ในกรุงเทพ ยังมีพื้นที่อีกมากมายที่พร้อมจะถูกฟื้นฟูและ Modernize ขึ้นมา แล้วดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เข้ามา สร้าง Story ใหม่ๆ มิกยังยกตัวอย่างย่าน Shoreditch ในลอนดอนด้วยว่ามีความคล้ายย่านทรงวาดอย่างมาก ในยุคช่วงศตวรรษที่ 20 พื้นที่ย่านนี้เป็นโกดัง เป็น Industrial ในการผลิตและเก็บของ เมื่อถึงยุคนึงก็ถูกทิ้งร้าง เป็นย่านที่ไม่มีใครสนใจ กระทั่ง ในที่สุด มีกลุ่ม Creative Economy เข้าไปฟื้นฟู “วันนี้ Shoreditch กลายเป็น Area ที่เราเรียกว่า Hipster Area มีคนครีเอทีฟ คนที่สนใจงานดีไซน์ งานออกแบบ งานอาร์ต เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ ทำให้พื้นที่ที่มันเคยถูกทิ้งร้างกลับมามีชีวิตอีกครั้งนึงเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่ทรงวาด แต่กรุงเทพยังมีพื้นที่อีกเยอะแยะมากมาย ที่อาจจะถูกเพิกเฉยละเลยไป แต่ถ้าเรานำสิ่งที่เรียกว่า Creative Economy เข้ามาก็จะทำให้พื้นที่เหล่านั้นน่าอยู่มากขึ้น มีเรื่องราวมากขึ้นและกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”2 บทบาทที่แตกต่างและเชื่อมโยงสำหรับความเป็นมาของชายคนนี้ ในการก้าวเข้ามาสู่บทบาทของช่างภาพอิสระ และมีนิทรรศการภาพถ่ายเป็นครั้งแรก ก็นับว่าน่าสนใจคล้ายมีหลายเฉดสี ไม่ต่างจากภาพของเขานอกจากการเป็นช่างภาพอิสระแล้ว มิกยังทำงานเป็นนักวางกลยุทธ์ทางการตลาดด้วย ส่วนงานช่างภาพอิสระนับเป็นอีก Moment หนึ่งที่ทำด้วยความรักในศิลปะแห่งการถ่ายภาพ“โดยหน้าที่ของผม ผมทำงานใน Agency โฆษาซึ่งดูแลเรื่องการวางกลยุทธ์ทางการสื่อสารทางการตลาด ทำพวกโฆษณา แคมเปญ Branding ให้กับแบรนด์ใหญ่ๆ ทั้ง Global Brand และ Local Brand ด้วย”“ผมทำงานนี้มาเกือบ 20 ปีแล้วครับ แล้วก็มีช่วงที่ไปทำงานที่ประเทศอังกฤษ ที่ลอนดอนด้วย ช่วงปี 2022-2023 นอกจากงานหลักแล้วผมก็สนใจการถ่ายภาพมาโดยตลอด เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสทำออกมาในรูปแบบ Exhibition ครั้งนี้เป็นครั้งแรก”แล้วการเป็นช่างภาพอิสระมอบอะไรให้ชีวิตบ้างมิกตอบว่า “คำถามนี้ ทำให้ผมได้มีโอกาสนั่งหาคำตอบ ว่าทำไมเราสนุกกับการถ่ายภาพและทำงานเป็นนักวางกลยุทธ์ทางการตลาดไปพร้อมๆ กัน ผมว่า 2 Role นี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ เราเป็น Storyteller เราเป็นนักเล่าเรื่อง”“ในการวางกลยุทธ์ทางการตลาด เราเล่าเรื่องผ่านความเข้าใจของผู้คน ผ่านพฤติกรรมของผู้คน การสังเกตพฤติกรรมของผู้คน แต่การเป็นช่างภาพ เราเล่าผ่านพื้นที่ แสง สี แต่ทั้งสองบทบาทนี้ก็คือการสื่อสารข้อความที่เราอยากสื่อไปถึงคนฟัง ถึงผู้รับสารของเรา เป็น Process เดียวกัน แต่ว่าใช้จุดตั้งต้นและวิธีการที่แตกต่างกัน นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผมสนุกกับทั้งสองอย่างไปในเวลาเดียวกัน”“เวลาเราทำแบรนด์ เราสื่อสารในเรื่องของแบรนด์ แต่งานภาพถ่าย คือสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารจริงๆ”ทราบว่าคุณยังเป็นช่างภาพถ่ายภาพนักกีฬาด้วย คุณร่วมงานกับ CrossFit Inc. และได้เป็นช่างภาพในงาน CrossFit Regional Games ในหลากหลายประเทศในทวีปเอเชียได้อย่างไรมิกตอบว่า “มีอีก Another Part ที่ผมสนใจ คือผมเป็นคนออกกำลังกาย เล่นกีฬา และเมื่อครั้งไปเรียนปริญญาโทที่อเมริกาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว (MBA : University of Massachusetts-Boston) ก็มีโอกาสได้เล่นกีฬาที่เรียกว่า CrossFit เมื่อกลับมาที่เมืองไทย ก็มีโอกาสได้อยู่ในกลุ่ม CrossFit ที่เป็น Community ทั้งในเอเชียเลย แล้วผมชื่นชอบการถ่ายภาพอยู่แล้ว มีโอกาสได้เข้าไปร่วมในการถ่ายภาพการแข่งขัน ใน Scale ที่เป็น Local ทั้งในเมืองไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง บาหลี และเกาหลีใต้ ก็ไปเข้าตา CrossFit Organization ที่อเมริกา เค้าจึงติดต่อมา ช่วงนั้นเป็นปี 2019 มีงาน CrossFit Regional ที่เซี่ยงไฮ้ เค้าก็ติดต่อให้ผมไป เพราะเค้าต้องการคน Local ที่รู้จักกับ Community ในเอเชียเข้าไปร่วมด้วย”“ผมทำงานกับคนที่อยู่ในวงการ CrossFit ทั้งในและต่างประเทศ พวกเค้าก็จะรู้จักและ Recommend ผมให้กับ CrossFit ที่อเมริกา ผมจึงมีโอกาสไปร่วมงานกับ CrossFit Organization ที่อเมริกา ที่เค้ามาจัดที่เซี่ยงไฮ้ แล้วก็มีโอกาสได้พบกับทั้งช่างภาพและผู้สื่อข่าวกีฬาจากต่างประเทศ รวมทั้งนักกีฬาจากต่างประเทศอีกมากมายครับ เป็นอีกหนึ่งความสนใจ”แต่ไม่ว่าบทบาทของการเป็นนักกลยุทธ์ทางการตลาดหรือการเป็นช่างภาพอิสระณ วันนี้ มิกยอมรับว่า…“วันนี้ สิ่งที่ผมสนใจที่สุดก็คือการ Capture moment เล็กๆ ที่หลายๆ คน อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญ”สัมผัสผลงานและตัวตน ของ ‘มิก สนเจริญ’ ที่ถ่ายทอดแต่ละห้วงขณะผ่านภาพถ่ายในนิทรรศการครั้งนี้ได้อย่างมีมิติ เปี่ยมเอกลักษณ์เฉพาะตัว และแฝงไว้ด้วยความหมายที่น่าสนใจ……..Text By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูลPhoto : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, วรวิล สนเจริญเอื้อเฟื้อสถานที่ : Tay Songwatนิทรรศการ CHROMATIC: A Journey Through Neighborhood Color จัดแสดง ณ TAY Songwat (ถนนทรงวาด) ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000041136

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

เดินป่าครั้งแรกไม่งง! เทคนิคเตรียมตัวอย่างไรให้สนุกและปลอดภัย

14/05/2026

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไป "เดินป่า" ครั้งแรกอย่างปลอดภัยนาทีนี้กิจกรรมยอดฮิตของคนรุ่นใหม่คงหนีไม่พ้นการเดินป่า หนึ่งกิจกรรมที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจ การได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และพิชิตขีดจำกัดของตัวเอง แต่สำหรับมือใหม่แล้ว การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญของความสนุกและความปลอดภัย นี่คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะช่วยให้การเดินป่าครั้งแรกของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าจดจำ.1. เตรียม "ข้อมูล" และ "ร่างกาย" ให้พร้อมก่อนลุยก่อนจะจัดกระเป๋า สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความรู้จัก "ป่า" ที่เราจะไป และ "ร่างกาย" ของตัวเราเอง การรู้เขารู้เราจะช่วยให้สามารถวางแผนและเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น.ศึกษาเส้นทางและสภาพแวดล้อม  •  รู้เขารู้เรา: ศึกษาข้อมูลเส้นทางอย่างละเอียดเกี่ยวกับระยะทางและความชัน ควรเลือกเส้นทางสำหรับมือใหม่โดยเฉพาะ เช่น เส้นทางระยะสั้น 1–2 วัน.  •  สภาพอากาศและความเสี่ยง: ตรวจสอบอุณหภูมิสูงสุด–ต่ำสุด และเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสม รวมถึงศึกษาว่ามีสัตว์หรือแมลงอันตราย (เช่น ทาก) หรือไม่.  •  ติดต่อเจ้าหน้าที่: สอบถามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดเส้นทาง สภาพพื้นที่ และข้อควรปฏิบัติจากอุทยานหรือผู้ให้บริการนำเที่ยว.เตรียมความพร้อมของร่างกาย  •  ออกกำลังกายล่วงหน้า: ควรเริ่มฝึกร่างกายอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ก่อนเดินทาง โดยเน้นการบริหารกล้ามเนื้อขาและปอด.  •  ฝึกความทนทาน: ซ้อมเดินเร็ว เดินขึ้นบันได หรือวิ่งเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ และฝึกท่า Squat (สควอท) หรือ Lunge เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา.  •  พักผ่อนให้พอ: คืนก่อนเดินทางควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเต็มที่และพร้อมสำหรับกิจกรรมหนัก.2. เตรียมอุปกรณ์จำเป็นสำหรับนักเดินป่ามือใหม่การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินป่าอย่างมาก ควรตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนออกเดินทางเสมอ.รองเท้าและเครื่องแต่งกาย  •  รองเท้าเดินป่า (Hiking Boots/Shoes): ควรเลือกแบบที่มีดอกยางที่ยึดเกาะดี กันน้ำได้ในระดับหนึ่ง และที่สำคัญคือต้องลองใส่และเดินจนคุ้นชินก่อน เพื่อป้องกันรองเท้ากัด.  •  ถุงเท้า: ควรใช้ถุงเท้าสำหรับเดินป่าโดยเฉพาะ (หนา, ระบายอากาศดี) เพื่อลดการเสียดสีและป้องกันการเกิดแผลพุพอง.  •  เสื้อผ้า: สวมใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่เนื้อผ้าแห้งง่าย ระบายอากาศได้ดี (ไม่ควรใส่ผ้าฝ้าย 100% เพราะอมน้ำและแห้งยาก) และเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมและกันฝนที่มีน้ำหนักเบา.อุปกรณ์สำคัญอื่น ๆ  •  กระเป๋าเป้ (Backpack): เลือกขนาดที่เหมาะสม (สำหรับทริป 1–2 วัน อาจใช้ขนาด 30–45 ลิตร) ควรมีระบบซัพพอร์ตหลังและสายรัดหน้าอก/เอวที่ดีเพื่อกระจายน้ำหนัก.  •  ไม้เท้าเดินป่า (Trekking Poles): เป็นอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงได้มากถึง 20–30% และช่วยในการทรงตัวบนทางลาดชันหรือทางลื่นได้ดีเยี่ยม.  •  อาหาร น้ำ และไฟ: ควรพกน้ำอย่างน้อย 1.5–2 ลิตรต่อวัน เตรียมขนมขบเคี้ยวที่ให้พลังงานสูง และไฟฉายคาดศีรษะพร้อมแบตเตอรี่สำรอง.3. สิ่งที่ต้องมีในชุดปฐมพยาบาลชุดปฐมพยาบาลเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเดินป่าทุกครั้ง ควรเตรียมยาสามัญที่จำเป็นและยาประจำตัวให้พร้อมเสมอ.  •  ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid Kit): ยาแก้ปวด ลดไข้ ยาแก้แพ้ พลาสเตอร์ปิดแผล ผ้าก๊อซ และยาฆ่าเชื้อ.  •  ยาป้องกันแมลง: ยาทากันยุง/กันทาก และถุงกันทาก (ถ้าเส้นทางมีทากเยอะ).  •  ยาประจำตัว: สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด.ข้อควรจำสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอเมื่ออยู่ในป่า ควรเดินเป็นกลุ่มและห้ามแยกตัวออกไปเดินคนเดียว ควรหยุดพักสั้น ๆ 5–10 นาที ทุก 1–2 ชั่วโมงของการเดิน ไม่ควรพักบ่อยหรือนานเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและเดินต่อได้ยากขึ้น ปฏิบัติตามกฎของอุทยานอย่างเคร่งครัด และจิบน้ำบ่อย ๆ ก่อนที่จะรู้สึกกระหายเพื่อจัดการกับความร้อน.การเดินป่าคือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และเป็นการเรียนรู้ตัวเอง การเตรียมตัวที่ดี จะช่วยให้คุณพร้อมรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบที่รออยู่ข้างหน้า ขอให้สนุกกับการเดินทางครั้งแรกในโลกกว้าง!แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1453031/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

การวางแผนทางการเงิน

เปิดทริคเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน ทำยังไงให้พร้อม? เพื่อชีวิตไม่สะดุดในทุกสถานการณ์

11/05/2026

ในยุคที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจผันผวน การมีเงินสำรองไว้ใช้จ่าย ในเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หรือ “เงินสำรองฉุกเฉิน” จึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นใจและลดแรงกระแทกเมื่อชีวิตสะดุดPPTV Wealth จึงนำเคล็ดลับจาก fintips by ttb มาชวนทุกคนทำความเข้าใจว่า เงินสำรองฉุกเฉินไม่ใช่แค่เงินออมทั่วไป แต่คือ “เครื่องมือบริหารความเสี่ยง” ที่ช่วยให้ยังใช้ชีวิตต่อได้ แม้ในวันที่รายได้ไม่เป็นไปตามแผนเปิดเคล็ดลับเก็บ “เงินสำรองฉุกเฉิน" เตรียมยังไงให้พร้อม? เพื่อชีวิตไม่สะดุดในทุกสถานการณ์แล้วคำถามคือจะเริ่มสร้างเงินสำรองฉุกเฉินอย่างไร ให้ทำได้จริงและไม่กระทบค่าใช้จ่ายปัจจุบัน โดยเริ่มจาก 4 เคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดการกำหนดบทบาทของเงินฉุกเฉินเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีรายได้ เราจะอยู่ได้กี่เดือน เพราะเงินสำรองฉุกเฉินควรถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชีวิตเดินหน้าต่อได้อย่างน้อย 3-6 เดือน โดยมีสูตรคำนวณก็เข้าใจง่าย คือ  ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน × จำนวนเดือนที่ต้องการสำรอง = เป้าหมายเงินฉุกเฉิน  และเมื่อมีตัวเลขและเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยลดความกังวลและแรงกดดันเมื่อต้องเจอสถานการณ์เฉพาะหน้า2. เก็บก่อนใช้ สร้างวินัยทันทีที่มีรายได้โดยเมื่อเงินเดือนเข้า ควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินก่อนเสมอ อย่ารอให้เหลือแล้วค่อยเก็บ และอาจจะตั้งโอนเงินอัตโนมัติเข้าบัญชีออมเงินทันที พร้อมวางแผนรายจ่ายให้เหมาะกับตัวเอง หรือใช้สูตรแบ่งเงินแบบง่ายๆ อย่างสูตร 50-30–20  หรือ 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น / 30% ไลฟ์สไตล์ / 20% ออมและลงทุน ทั้งนี้ สัดส่วนสามารถปรับได้ตามรายได้และเป้าหมายของแต่ละคน3. แยกบัญชีให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยบริหารเงินได้ง่ายขึ้นการแยกบัญชีตามเป้าหมาย เช่น บัญชีรายรับ–รายจ่าย บัญชีออมเงิน และบัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน จะช่วยลดโอกาสเผลอนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เมื่อแต่ละบัญชีมีบทบาทที่ชัดเจน ก็จะช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเงินสำรองฉุกเฉินควรอยู่ในบัญชีที่สามารถถอนใช้ได้ทันทีเมื่อจำเป็น4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนเป็นเงินเก็บสำรองเมื่อจดรายรับ–รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ จะเริ่มเห็นชัดว่าอะไร “จำเป็น” และอะไร “ตัดได้” เงินส่วนที่ลดลงมาได้ ไม่ควรถูกนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายใหม่ที่ไม่จำเป็น แต่ควรโอนเข้าบัญชีเงินสำรองฉุกเฉินทันที หากทำอย่างต่อเนื่อง เงินสำรองจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวดังนั้น ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การเริ่มต้นสร้างเงินสำรองฉุกเฉินตั้งแต่วันนี้ คือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้รับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ และเสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/274388

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันควบการลงทุน

ชวนดู… “ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)” ก่อนตัดสินใจซื้อ

11/05/2026

11 พฤษภาคม 2569 : ตลาดประกันชีวิตไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะ “ประกันชีวิตควบการลงทุน” หรือ Unit Linked ที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือกรมธรรม์นำเงินบางส่วนไปลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีเทคโนโลยี หรือธีม AI ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลกแม้ว่าผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้จะยังไม่ใช่ “Index-Linked Insurance” แบบเต็มรูปแบบเหมือนในสหรัฐอเมริกา แต่ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ “ความคุ้มครองชีวิต” ควบคู่กับ “โอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดทุนโลก”มาทำความรู้จักประกันภัยประเภทนี้ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น “ประกันชีวิตเชื่อมการลงทุน คืออะไร?”ประกันประเภทนี้ มีรูปแบบที่พบมากในไทย คือ “ประกันชีวิตควบการลงทุน” (Unit Linked) ซึ่งแบ่งเบี้ยประกันออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนที่ใช้ซื้อความคุ้มครองชีวิต 2.ส่วนที่นำไปลงทุนในกองทุนรวมจุดเด่น คือ ผู้ถือกรมธรรม์สามารถเลือกสัดส่วนการลงทุนเองได้ เช่น กองทุนหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หุ้นสหรัฐฯ ตราสารหนี้ หรือกองทุนธีมเทคโนโลยีและ AIในช่วงที่ผ่านมา หลายบริษัทประกันเริ่มเพิ่มกองทุนที่อ้างอิงตลาดสหรัฐฯ เช่น ดัชนี S&P 500 หรือ Nasdaq ผ่านกองทุน Feeder Fund ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนระดับโลกผ่านกรมธรรม์ประกันได้ง่ายขึ้นจุดเด่นของประกันชีวิตเชื่อมการลงทุน1. ได้ทั้งความคุ้มครองและโอกาสลงทุน ผู้ซื้อจะได้รับความคุ้มครองชีวิตในเวลาเดียวกับที่เงินบางส่วนถูกนำไปลงทุน ช่วยตอบโจทย์คนที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาวแบบ “สองต่อ”2. เข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศได้ง่ายขึ้น หลายคนอาจยังไม่สะดวกเปิดพอร์ตลงทุนต่างประเทศโดยตรง การลงทุนผ่านกรมธรรม์จึงเป็นอีกช่องทางที่ช่วยกระจายการลงทุนไปยังเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ ที่มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลกอยู่จำนวนมาก3. ปรับเปลี่ยนกองทุนได้ตามภาวะตลาด กรมธรรม์หลายแบบเปิดโอกาสให้สับเปลี่ยนกองทุนภายในได้ ทำให้นักลงทุนสามารถปรับพอร์ตตามสภาวะเศรษฐกิจหรือระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้4. เหมาะกับการวางแผนระยะยาวผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้มักถูกออกแบบเพื่อการออมและลงทุนระยะยาว เช่น การเกษียณ การส่งต่อมรดก หรือการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว อย่างไรก็ตาม ข้อควรรู้และความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา แม้จะมีจุดเด่นหลายด้าน แต่ประกันชีวิตควบการลงทุนไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทุกคน เพราะมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงจากการลงทุนร่วมด้วย  •  ผลตอบแทนไม่การันตี ต่างจากประกันสะสมทรัพย์ทั่วไป มูลค่าเงินลงทุนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุน หากตลาดหุ้นปรับตัวลง มูลค่ากรมธรรม์ก็อาจลดลงได้เช่นกัน  •  มีค่าธรรมเนียมหลายส่วนผู้ซื้อควรศึกษาโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เช่น ค่าความคุ้มครองชีวิต ค่าบริหารกรมธรรม์ ค่าธรรมเนียมกองทุน ค่าใช้จ่ายในการสับเปลี่ยนกองทุน หากไม่เข้าใจต้นทุนทั้งหมด อาจทำให้ผลตอบแทนสุทธิต่ำกว่าที่คาด  •  ต้องติดตามการลงทุนพอสมควร แม้จะอยู่ในรูปแบบประกัน แต่ผู้ถือกรมธรรม์ยังต้องติดตามภาวะตลาดและเลือกกองทุนให้เหมาะสม เพราะผลตอบแทนขึ้นอยู่กับการลงทุนจริง 4. ไม่เหมาะกับผู้ที่รับความผันผวนไม่ได้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้เติบโตสูงในระยะยาว แต่ระยะสั้นอาจผันผวนแรง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีหรือธีม AI ที่มีโอกาสปรับขึ้นและลงรวดเร็วส่วนใครบ้างที่อาจเหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้ ซึ่งผู้ที่ต้องการทั้งประกันชีวิตและการลงทุนในสัญญาเดียว คนวัยทำงานที่มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว ผู้ที่รับความเสี่ยงจากตลาดทุนได้ระดับหนึ่ง ผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ ขณะที่ผู้ที่ต้องการ “เงินต้นปลอดภัย” หรือไม่ต้องการติดตามการลงทุน อาจเหมาะกับประกันแบบดั้งเดิมมากกว่าสำหรับทางเลือกที่ควรศึกษาก่อนตัดสินใจก่อนซื้อ ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบหลายด้าน เช่น ความคุ้มครองชีวิต ค่าธรรมเนียมรวม จำนวนกองทุนให้เลือก นโยบายลงทุนต่างประเทศ ความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ต ผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุน รวมถึงควรอ่านเอกสารเสนอขายและทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างละเอียดท้ายที่สุด ประกันชีวิตเชื่อมการลงทุนไม่ใช่ “ทางลัดสร้างความร่ำรวย” แต่เป็นอีกเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยผสาน “การคุ้มครอง” และ “การลงทุน” เข้าไว้ด้วยกัน ผู้บริโภคจึงควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระยะเวลาการลงทุนของตนเอง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวแหล่งที่มาข่าวและภาพจ้นฉบับซีเคว้ล ออนไลน์https://www.sequelonline.com/?p=204632

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

เปิดประสบการณ์ศิลปะครั้งใหม่ นิทรรศการที่รวมล้านเรื่องเล่าไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน

11/05/2026

สยามพารากอน ร่วมกับ Joyman Gallery และ M Contemporary เปิดประสบการณ์ทางศิลปะครั้งพิเศษในนิทรรศการ “TRILLION STORIES UNDER THE SKY” ที่ชวนทุกคนออกเดินทางสำรวจความหมายของตัวตนและโลกที่เราอาศัยอยู่ พร้อมตั้งคำถามต่อความเป็นมนุษย์ เมือง และความสัมพันธ์ในยุคปัจจุบัน ผ่าน 2 นิทรรศการเดี่ยวจากศิลปินร่วมสมัย ที่ตีความโลกในแบบของตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ โดยเตรียมเปิดให้ชม “เรื่องเล่านับล้าน” ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ระหว่างวันที่ 1 - 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแห่งใหม่ล่าสุดของเอเชีย บนชั้น 5 สยามพารากอนภายใต้นิทรรศการครั้งนี้ได้รวม 2 นิทรรศการน่าสนใจเข้าไว้ด้วยกัน คือ “Millions of CATS and ONE CAT: แมวล้านตัวกับแมวหนึ่งตัว” นิทรรศการเดี่ยวของ เนียม มะวรคนอง ที่ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ภาพ ระบบ และตัวตน ในยุคที่ข้อมูลหลั่งไหลเกินขีดจำกัดของการรับรู้ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ผ่านภาพแมวจำนวนมหาศาลที่ปรากฏในผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิคบนผ้าใบกว่า 27 ชิ้น ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะของการดำรงอยู่ร่วมกันในโลกที่ความแตกต่างค่อย ๆ เลือนหาย และความเหมือนถูกขยายจนกลายเป็นมาตรฐานของสังคม นิทรรศการนี้ไม่ได้ให้คำตอบ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามต่อการมองเห็น การรับรู้ และความหมายของการมีอยู่ ในโลกที่เต็มไปด้วย “ความมากมาย” และ “ความเหมือน” อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและ “BENEATH THE HORIZON LINE” นิทรรศการเดี่ยวของ Zillustation (การุญ เจียมวิริยะเสถียร) ซึ่งชวนผู้ชมชะลอจังหวะและค้นพบความงดงามของเมืองในมิติที่อาจไม่เคยสังเกตมาก่อน ผ่านผลงานศิลปะที่นำเสนอ “เมือง” ในฐานะพื้นที่มีชีวิต ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว การพบพาน และความทรงจำ ผลงานชุดนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายขาวดำอันละเอียดอ่อนจากปากกาหมึกดำ ถ่ายทอดเป็นแผนที่เชิงศิลปะที่ผสานระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการด้วยกลิ่นอายของป๊อปอาร์ตและการอ้างอิงวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างมีชั้นเชิง จนเกิดเป็นโลกที่ดูเหนือจริง แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนวิถีชีวิตและความงดงามที่ซ่อนอยู่ในมหานครทั้งนี้ ทั้งสองนิทรรศการใน “TRILLION STORIES UNDER THE SKY” นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้หยุดมองโลกอีกครั้ง ท่ามกลางเรื่องเล่ามากมายรอบตัว พร้อมเชิญชวนให้คนรักศิลปะมาร่วมออกเดินทางสำรวจ “เรื่องเล่านับล้าน” และค้นพบความหมายของการมีอยู่ในโลกยุคปัจจุบันภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ระหว่างวันที่ 1 – 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000043141

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

ทะเลหมอกฤดูฝน สดชื่นยามเช้าที่ "อุทยานแห่งชาติภูเรือ"

11/05/2026

"อุทยานแห่งชาติภูเรือ" จ.เลย เผยโฉมทะเลหมอกฤดูฝน สวยงามราวภาพวาด เติมความสดชื่นให้ผืนป่าหลังสายฝนเพจ "กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" เผยภาพทะเลหมอกยามเช้าในช่วงฤดูฝน ที่ "อุทยานแห่งชาติภูเรือ" จ.เลย พร้อมชวนเที่ยวพักผ่อนฮีลใจ เติมความสดชื่นในช่วงฤดูฝนหากใครกำลังมองหาที่พักผ่อนที่ "ฮีลใจ" ได้จริง ฤดูฝนนี้ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย คือคำตอบที่ไม่ต้องลังเลนางสาวเนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ธรรมชาติบนยอดภูเรือกำลังอยู่ในช่วงงดงามที่สุดช่วงหนึ่งของปี หลังจากฝนตกต่อเนื่อง ผืนป่าเขียวขจีกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง อากาศเย็นสบายตลอดวัน อุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 18 องศาเซลเซียส พร้อมด้วย "ทะเลหมอก" สีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยปกคลุมยอดเขาในยามเช้า ราวกับโลกอีกใบที่อยู่เหนือเมฆ(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศบนยอดภูเรือปกคลุมไปด้วยสายหมอกขาวหนา ลอยเหนือแนวเขาสลับซับซ้อน ผสานกับสีเขียวสดของผืนป่าหลังสายฝน กลายเป็นภาพธรรมชาติที่ทั้งละมุน สงบ และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นวิวหมอกหนาท่ามกลางขุนเขา, ถนนสายเล็กกลางป่าสีเขียว หรือจุดชมวิวที่มองเห็นภูเขาไกลสุดสายตา — ทุกมุมคือโอกาสทองของนักถ่ายภาพและทุกคนที่อยากเก็บความทรงจำงามๆ ไว้กับตัวนอกจากความงามบนยอดภูรอบอำเภอภูเรือ ยังเต็มไปด้วยสถานที่น่าแวะเยือน ได้แก่ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง สถาปัตยกรรมงดงามกลางธรรมชาติ, วัดป่าห้วยลาด สงบ ร่มรื่น เหมาะพักจิตใจ, บ้านไฮตาก วิถีชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงเสน่ห์ และดงอีมู้ จุดเช็กอินยอดนิยมที่สายธรรมชาติห้ามพลาด ทั้งนี้ อุทยานฯ ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกท่าน ลดการใช้พลาสติก รักษาความสะอาด และดูแลธรรมชาติร่วมกัน เพื่อให้ผืนป่าภูเรือยังคงสวยงามสำหรับทุกคนในวันข้างหน้า"ทะเลหมอกภูเรือ ฤดูฝนนี้ — มีให้เห็นแค่ช่วงนี้เท่านั้น อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ได้มา"(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000044059

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X