Everyday knowledge for you
ห้องแสดงนิทรรศการ
11/03/2026
• สวัชโรกร วรรณศร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานการกำเนิดอาณาจักรล้านนา• ผลงานชิ้นสำคัญที่ถอดแบบจากตำนานคือ ประติมากรรมกวางทองคำในชื่อ "ทลายคำ" และเตียงหินของเจ้าหลวงคำแดงในชื่อ "Call me by the Weight"• ศิลปินใช้สัญลักษณ์จากตำนานเพื่อตั้งคำถามและนำเสนอแนวคิดเรื่อง "การอยู่ร่วมกันของสิ่งที่แตกต่าง" และข้อจำกัดในการสื่อสาร• ผลงานเหล่านี้ถูกจัดแสดงในนิทรรศการ "Roots & Rituals" ที่อัคนี่ แกลลอรี (AGNI Gallery) กรุงเทพฯตำนานของดินแดนทางเหนือของไทยมีเรื่องเล่าว่า ‘พระยาโจรณี’ พบกวางทองคำเดินอยู่ในป่า ด้วยความงดงามที่หาได้ยากยิ่ง ปรารถนาจะนำมาไว้ในอุทยานส่วนตัว จึงมอบหมายภารกิจสำคัญแก่ ‘เจ้าสุวรรณคำแดง’ ผู้เป็นบุตรชาย ให้ระดมไพร่พลออกไล่จับกวางตัวนี้มาให้ได้เมื่อเจ้าสุวรรณคำแดงและกองทัพไล่ตามกวางทองคำมาจนถึง ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ กวางทองคำได้หายตัวไปแต่เจ้าสุวรรณคำแดงกลับพบ ‘บึงบัว’ ที่มีลักษณะพิเศษ คือมีบัว 7 กอ แต่ละกอมีดอกบานลดหลั่นกันไปตั้งแต่ 7 ดอกไปจนถึง 1 ดอกฤาษีในบริเวณนั้นตีความว่า นี่คือนิมิตหมายอันดีของการสร้างบ้านเมือง ณ ที่นี้ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง เช่น ปลูกข้าวเพียง 7 ครั้ง แต่เลี้ยงคนได้นานถึง 7 ปีประติมากรรมกวางทองคำเจ้าสุวรรณคำแดงตัดสินใจตั้งรกรากในพื้นที่นี้ไม่กลับเมืองเดิม ก่อนตั้งชื่อเมือง ได้มีการทำพิธีพยากรณ์โดยนำ ‘เตียงหิน’ ของตนเองมาชั่งน้ำหนัก ปรากฏเป็นตัวเลขในภาษาโบราณที่ใช้ในขณะนั้น (คล้ายบาลี) เป็นที่มาของชื่อ “ล้านนา” ในเวลาต่อมาเจ้าสุวรรณคำแดงจึงมีฐานะเป็นปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเมืองล้านนา ขานพระนามว่า ‘เจ้าหลวงคำแดง’ และนี่คือปฐมบทแห่งการตั้งเมืองเชียงใหม่จากตำนานดังกล่าว สวัชโรกร วรรณศร ศิลปินรุ่นใหม่นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงาน ประติมากรรมกวางทองคำ ศิลปินตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า ทลายคำ (ภาษาล้านนาดั้งเดิม) ทำจากวัสดุทองเหลือง จัดแสดงในนิทรรศการ Roots & Rituals ที่ AGNI (Art Gallery & Next Ideas) หรือ ‘อัคนี่ แกลลอรี’ แกลลอรีศิลปะร่วมสมัยในกรุงเทพฯสวัชโรกร วรรณศร เป็นศิลปินเชื้อสายผสม มารดาเป็นชาวไทใหญ่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2510 - 2520 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลต่างด้าวในปี พ.ศ.2530 บิดาเป็นชาวล้านนา (เชียงใหม่)หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วิชาเอกภาพพิมพ์) เมื่อปี พ.ศ. 2561ความแตกต่างที่หลากหลายในครอบครัวกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้เขาชอบตั้งคำถามและนำเสนอเรื่อง “การอยู่ร่วมกันของสิ่งที่แตกต่างกัน” ในงานศิลปะสวัชโรกรยังสนใจนำ เทคโนโลยี มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงานศิลปะเพื่อสื่อความหมายใหม่ เช่น ใช้ 3D Printing สร้างประติมากรรมหินงอกประกอบผลงาน Liberation Drum (เสียงกลองที่ดังออกมาจากถ้ำหลวงเชียงดาวในวันพระ) เพราะเขามองว่า กระบวนการพิมพ์แบบ 3 มิติ (การฉีดพลาสติกทีละชั้น) มีความคล้ายคลึงกับการก่อตัวของหินงอกในธรรมชาติที่แร่ธาตุค่อยๆ ทับถมกันประติมากรรม Call me by the Weight และภาพจิตรกรรมผีอ้าปากในนิทรรศการนี้ สวัชโรกรยังจัดแสดงประติมากรรม เตียงนอนเจ้าหลวงคำแดง ศิลปินตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า Call me by the Weight โดยจำลองรูปลักษณ์มาจาก ‘เตียงหิน’ ตามตำนานที่ปรากฏในหนังสือ ‘ประชุมตำนานล้านนาไทย’ ของอาจารย์สงวน โชติสุขรัตน์ จัดวางไว้ที่ด้านหน้าของ ภาพจิตรกรรมผีอ้าปาก ที่มีแสงสว่างออกมาจากปาก สะท้อนข้อจำกัดของมนุษย์ด้านการสื่อสาร“แม้สรรพสิ่งเหล่านั้นกำลังพยายามสื่อสารบางอย่างออกมา แต่ด้วย ภาวะวิทยา (Ontology) ของมนุษย์ในปัจจุบัน เราไม่สามารถเข้าไปทำความเข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังพูดคุยอะไรกันอยู่ แสงที่ออกปากจึงเป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารที่เราเห็นแต่ไม่รู้ความหมาย” ศิลปินกล่าวนิทรรศการ Roots & Rituals ยังจัดแสดงผลงานศิลปะของ Dishon Yuldash ศิลปินหญิงชาวอุซเบกิสถาน ถ่ายทอดประเด็นเรื่องความทรงจำและการเปลี่ยนแปลงผ่านประติมากรรมที่มีรูปทรงเรียบลื่น ไหลต่อเนื่อง และตอบสนองต่อแสงรวมถึงการเคลื่อนไหวของผู้ชมDishon Yuldash สำเร็จการศึกษาจาก Joseph Bakstein Institute of Contemporary Art ในนครมอสโก เป็นผู้ก่อตั้งแกลเลอรีไม่แสวงหาผลกำไร ISSMAG และแพลตฟอร์ม Prolog.VisionDishon Yuldash, Maria Kolotovkina ภัณฑารักษ์ และสวัชโรกร วรรณศรผลงานบางส่วนของ Dishon Yuldashติดตามชมผลงานศิลปะอีกหลายชิ้นของ สวัชโรกร วรรณศร ที่นำแบบแผนและความเชื่อในวัฒนธรรมภาคเหนือของไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในนิทรรศการ Roots & Rituals และผลงานต่างวัฒนธรรมของ Dishon Yuldash ได้ตั้งแต่วันนี้-17 มีนาคม 2569 หมายเหตุ : AGNI Gallery เลขที่ 15/2 ชั้น 6 ซอยร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (BTS เพลินจิต) เข้าชมฟรีแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1222938
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
11/03/2026
รู้ไว้ก่อนบิน! 6 ความลับที่สายการบินไม่อยากให้คุณรู้หลายคนอาจมองว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินคือการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย แต่เบื้องหลังการให้บริการยังมี “ความลับ” ที่สายการบินมักไม่เปิดเผยอย่างชัดเจน ด้านล่างคือ 6 ความจริงที่อาจทำให้คุณประหลาดใจ1. ทำไมห้องโดยสารมักจะหรี่ไฟ?ในเที่ยวบินกลางคืนหรือเมื่อบินผ่านพื้นที่มีสภาพอากาศแปรปรวน ลูกเรือจะหรี่ไฟในห้องโดยสาร เพื่อให้สายตาผู้โดยสารคุ้นชินกับความมืดไว้ล่วงหน้า หากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยให้ผู้โดยสารมองทางออกได้ดีขึ้น แทนที่จะถูก “ตัดสินด้วยแสง” ในช่วงเวลาที่แสงดับกระทันหัน2. ทำไมเครื่องบินไม่เติมน้ำมันเต็มถัง?ไม่ได้เติมน้ำมันเต็มถังเป็นมาตรการลดน้ำหนักและประหยัดต้นทุน แถมยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับนักบิน หากเผชิญเหตุที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือลงจอดที่สถานีระหว่างทาง ก็สามารถจัดการได้โดยไม่ต้องแบกรับน้ำหนักเกินจำเป็น3. กฎระเบียบก่อนบิน ไม่ใช่แค่พิธีกรรมคำแนะนำอย่างการงอพนักพิงเก้าอี้, พับโต๊ะอาหาร, ดึงม่านหน้าต่างขึ้น, คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องพิธี แต่ช่วยให้ผู้โดยสารพร้อมตอบสนองในสถานการณ์ภัย อำนวยให้การช่วยเหลือ หรือการอพยพเป็นไปได้ง่ายขึ้น4. ระวัง! อย่าให้ของกินตกลงบนถาดแม้ภาพรวมบริการในเที่ยวบินจะดูสะอาด แต่ถาดอาหารบางทีอาจไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเข้มงวดในช่วงเปลี่ยนเที่ยวบินหรือเชื่อมต่อเวลาใกล้เคียง ดังนั้น หากเป็นไปได้ ควรเลี่ยงให้ของกินสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวถาด5. พรมบนเครื่องบิน แหล่งสะสมแบคทีเรียที่น่ากลัวพื้นพรมในห้องโดยสารเป็นจุดที่แทบไม่มีใครทำความสะอาดบ่อยครั้ง เมื่อรวมกับคราบฝุ่น ดิน น้ำหก หรือแม้แต่ของเสียจากเด็กเล็ก ก็สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าระหว่างเที่ยวบินจะปลอดภัยกว่า6. ช่วงเวลาที่ลูกเรือ “หวาดกลัว” มากที่สุดหนึ่งในเรื่องที่ลูกเรือกลัวไม่ใช่เหตุทางเทคนิค แต่เป็นพฤติกรรมของผู้โดยสารที่เกิดอารมณ์แปรปรวน เช่น ลูกเรือเคยเล่าว่าเจอผู้โดยสารตื่นตระหนก กรีดร้องว่าโดนรุม หรือมีปัญหากับการถือสัมภาระ ซึ่งสร้างความตึงเครียดระหว่างเที่ยวบินอย่างมากเบื้องหลังเที่ยวบินที่ดูราบรื่น มีระบบ ปฏิบัติการ และมาตรการรัดกุมหลายอย่าง ทั้งสิ่งที่คุณเห็นและสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ สายการบินอาจไม่อยากให้เปิดเผยทั้งหมด แต่ทั้งหมดออกแบบมาเพื่อ “ความปลอดภัยสูงสุด” ของผู้โดยสารในทุกเส้นทางขอขอบคุณข้อมูล :sohaแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1452899/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวทั่วไป
09/03/2026
"รายงานใหม่เผยประเทศ IQ สูงสุดปี 2026 ประเทศไทยอันดับน่าตกใจ โลกเผยการเปลี่ยนแปลงหลายชาติ เอเชียตะวันออกครองแชมป์"การจัดอันดับระดับเชาวน์ปัญญาหรือ IQ ของประเทศทั่วโลกยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ตัวชี้วัดศักยภาพของประเทศในทุกมิติ แต่ก็ถือเป็นดัชนีสำคัญที่สะท้อนถึงระบบการศึกษา การเข้าถึงการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะทางปัญญาของประชากรเว็บไซต์ International IQ Test ได้เผยผลการจัดอันดับค่าเฉลี่ย IQ ของประเทศต่าง ๆ ประจำปี 2026 โดยใช้ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการทดสอบทั่วโลก ซึ่ง IQ หรือ Intelligence Quotient หมายถึงความสามารถด้านการคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ และการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งเป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดและเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก'ผลการจัดอันดับล่าสุดพบว่า ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเกาหลีใต้คว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนนเฉลี่ย 106.97 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการลงทุนในระบบการศึกษาที่ต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี'อีกปัจจัยสำคัญคือระบบการเรียนที่มีการแข่งขันสูง การให้ความสำคัญกับการสอบมาตรฐานและการศึกษาที่เข้มข้น ทำให้เกาหลีใต้ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านคะแนน IQ ของโลกไว้ได้อันดับ 2 ตกเป็นของจีน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 106.48 แม้จะลดลงเล็กน้อยจากปี 2025 แต่จีนมีจำนวนผู้เข้าร่วมการทดสอบมากที่สุดในฐานข้อมูล ทำให้คะแนนดังกล่าวสะท้อนกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ส่วนญี่ปุ่นอยู่ในอันดับ 3 ด้วยคะแนนเฉลี่ยประมาณ 106.3 โดยยังคงรักษามาตรฐานจากวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่มีระเบียบวินัยสูง ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และอัตราการรู้หนังสือที่สูงมากในปี 2026 ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในกลุ่มประเทศ 10 อันดับแรก โดยออสเตรเลียขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ถือเป็นการไต่ระดับที่โดดเด่น สะท้อนถึงการลงทุนด้านการศึกษาและงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นขณะเดียวกัน เวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีการเติบโตของคะแนน IQ สูงที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จนสามารถก้าวขึ้นมาติด 10 อันดับแรกของโลกได้สำเร็จ หลังจากในปี 2025 ยังอยู่อันดับที่ 25การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการพัฒนาด้านการศึกษา การเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล และการแข่งขันทางวิชาการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับประเทศไทย ในปี 2026 อยู่ในอันดับที่ 31 ของโลก ด้วยคะแนนเฉลี่ย 99.94 คะแนน ลดลงจากปีก่อนที่เคยอยู่อันดับ 15 และมีคะแนนเฉลี่ย 101.52 คะแนนอย่างไรก็ตาม นักวิชาการจำนวนมากชี้ว่า การจัดอันดับ IQ ไม่ได้เป็นตัวนิยามความฉลาดของประเทศอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากสติปัญญาของมนุษย์มีหลายมิติ และยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม โภชนาการ ตลอดจนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมดังนั้น ผลการจัดอันดับ IQ จึงควรถูกมองเป็นเพียงภาพสะท้อนของประสิทธิภาพในการทดสอบทางปัญญา มากกว่าการใช้เป็นตัวชี้วัดระดับความฉลาดของแต่ละประเทศอย่างตายตัวข้อมูลจาก international-iq-test และ Ghana Reportแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยนิวส์ออนไลน์https://www.thainewsonline.co/news/898192
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
09/03/2026
โลกร้อนเป็นเหตุ ตารางชมซากุระญี่ปุ่นปีนี้ มีแนวโน้มบานเร็วกว่าปกติเป็นเวลาหลายศตวรรษที่การเบ่งบานของ “ดอกซากุระ” กลายเป็นเสมือนจังหวะหัวใจของฤดูใบไม้ผลิในประเทศญี่ปุ่น สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ ความงดงามชั่วคราว และปรัชญาเรื่องความไม่จีรังของชีวิต อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม ปี 2026 นี้ จังหวะของฤดูกาลดังกล่าวกำลังเดินเร็วขึ้นกว่าที่เคยข้อมูลล่าสุดจาก Japan Meteorological Corporation (JMC) ระบุว่า ซากุระกำลังจะบานสะพรั่งทั่วประเทศเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การบานของซากุระในญี่ปุ่นกำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือของประเทศอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของปฏิทินธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของหนึ่งในประเพณีทางวัฒนธรรมเก่าแก่พยากรณ์ซากุระปี 2026การอัปเดตล่าสุดจาก JMC ระบุว่า ซากุระพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ (Somei Yoshino) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมที่สุดของญี่ปุ่น จะเริ่มผลิบานในพื้นที่ตอนใต้และตอนกลางเร็วกว่าปกติประมาณ 5–7 วันนักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ปรากฏการณ์ซากุระบานเร็วในปี 2026 เป็นผลโดยตรงจาก ฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ และคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแม้ฤดูหนาวปีนี้จะยังมีช่วงอากาศหนาวเพียงพอสำหรับการพักตัวของต้นไม้ แต่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคมได้ทำหน้าที่ราวกับ ปุ่มเร่งเวลาทางชีวภาพ ทำให้กระบวนการออกดอกเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าปกติแม้ความแตกต่างเพียงหนึ่งสัปดาห์อาจดูเล็กน้อย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนที่วางแผนการเดินทางเพื่อชมซากุระล่วงหน้าเป็นเดือนหรือเป็นปี ความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วันจึงอาจหมายถึงการพลาดช่วง “มันไค” (Mankai) หรือช่วงที่ดอกซากุระบานเต็มที่ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นปรากฏการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล แต่ยังเป็นสัญญาณหนึ่งของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกอีกด้วยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000022896
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
09/03/2026
สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ร่วมกับ พาเลท อาร์ตสเปซ (Palette Artspace) แกลลอรี่แสดงผลงานศิลปะชั้นนำของไทย จัดนิทรรศการ “White Canvas Thailand ครั้งที่ 6 รวมกว่า 60 ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่จากการประกวดโครงการผืนผ้าใบสีขาว ประจำปี 2568 ภายใต้ความร่วมมือของ กรุงเทพมหานคร และ SPUTNIK International พร้อมแรงสนับสนุนจากเครือข่ายศิลปะไทย–ญี่ปุ่นมาโดยตลอด เพื่อส่งเสริมและเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ที่มีความสามารถในภูมิภาคเอเชีย พร้อมเปิดพื้นที่ให้จินตนาการและความคิดของศิลปินรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดอย่างอิสระผ่านแนวคิดของ “ผืนผ้าใบสีขาว” จุดเริ่มต้นของความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด เพื่อให้ผู้ที่รักงานศิลปะได้มาชื่นชม โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 10 มีนาคม 2569 ณ บริเวณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะนิทรรศการในครั้งนี้เป็นการรวบรวมผลงานชิ้นเยี่ยมที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น สะท้อนบทบาทของศิลปะในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การค้นหาตัวตน และการสื่อสารมุมมองต่อโลกของเยาวชนไทย โดยมีผลงานไฮไลต์อย่าง “ดาวลูกไก่” ของเด็กหญิงพิชชานันท์ ชัยประโคม ที่นำแรงบันดาลใจจากการสำรวจดวงดาวบนฟ้ามาเปรียบเทียบกับความรักความผูกพันของแม่ไก่ที่คอยปกป้องดูแลลูกไก่ เหมือนกับคุณแม่ที่คอยมอบความรักความอบอุ่นและส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เติบโตอย่างมีสติเป็นคนดีของสังคม เช่นเดียวกับผลงานชื่อ “กลับดาว” ของนางสาวณภาค์ เจียรกุล ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแสงแห่งดวงดาวในการนำทางเพื่อเดินทางกลับไปหาความหวังที่สถิตอยู่ในตัวตนของเราอีกครั้งนอกจากนี้ยังมีผลงาน “พื้นที่จำกัด” ของนางสาวพิมพ์พิศา อนุฤทธิ์ ที่เล่าเรื่องราวผ่านการผสมผสานวัตถุซึ่งเป็นภาพแทนของสภาวะการใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัดของคนชนชั้นล่าง สะท้อนการปรับตัวเพื่อดำรงอยู่ท่ามกลางบริบททุนนิยมและความแตกต่างทางชนชั้น โดยนำวัสดุต่าง ๆ มาประยุกต์ออกแบบเป็นที่พักทางกายและใจที่งดงาม เป็นภาวะที่ต้องอยู่ร่วมกับสังคมสมัยใหม่อย่างแนบเนียนจนมักถูกมองข้ามไป โดยนิทรรศการเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันนี้ – 10 มีนาคมนี้ ณ บริเวณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-011-7500 หรือ Facebook: Siam Takashimayaแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000020021
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
09/03/2026
เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าพันธกิจสร้างความมั่งคั่งให้กับคนไทย เพื่อความมั่นคงในชีวิตระยะยาว ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ซึ่งเอไอเอ เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูนิต ลิงค์ ต่อเนื่องมานานกว่า 16 ปี[1] และล่าสุดกับการจัดงานสัมมนาสุดเอกซ์คลูซีฟ AIA WEALTH FORUM 2026 ภายใต้หัวข้อ WEALTH – LIFE – BALANCE นำโดย คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย และคุณสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานในงาน ร่วมด้วย คุณพีร พนิตพล ผู้อำนวยการ ฝ่าย Total Wealth Solution เอไอเอ ประเทศไทย และวิทยากรมากประสบการณ์ด้านการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ร่วมเผยมุมมองทิศทางเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย โดยมีแขกผู้มีเกียรติและตัวแทนเข้าร่วมกว่า 300 ท่าน ณ โรงแรม เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ คุณสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ซึ่งถูกกำหนดโดย 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ 1) การปฏิวัติด้าน AI ที่กำลังเปลี่ยนจาก “เทรนด์” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจยุคใหม่” 2) การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitical Fragmentation นั่นคือ ยุคแห่งความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อกำลังถูกแทนที่ด้วยโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น ส่งผลลัพธ์คือโลกที่มีความ “แยกส่วนมากขึ้น” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลงทุนระยะยาว และ 3) ทิศทางเงินเฟ้อที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค จากการผสมผสานของมาตรการภาษีการค้าแบบเจาะจง, การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง, และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ส่งผลให้เงินเฟ้อของแต่ละประเทศมีทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมากขึ้น เทรนด์เหล่านี้กำลังก่อให้เกิดโครงสร้างตลาดแบบใหม่ และทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องมีมุมมองเชิงลึกและกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม“ด้วยการบริหารเชิงรุก เพื่อเฟ้นหาโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุดและเน้นสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้แก่นักลงทุน บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) จึงได้พัฒนาโซลูชันด้านการลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งที่ตอบโจทย์และทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยได้นำเสนอกองทุน AIA Global Active Income Fund (AIA GAIF) ผ่านนวัตกรรมประกันยูนิต ลิงค์ ของเอไอเอตัวใหม่ล่าสุด “AIA Elite Income Prestige (Unit Linked)” มุ่งเสริมความมั่นคงในระยะยาว เน้นลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ให้เงินทำงาน เพื่อเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนไทยในการลงทุนสร้างโอกาสรับรายได้ที่สม่ำเสมอ เหมาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวน”คุณผดุง ทรงอธิกมาศ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และการจัดสรรสินทรัพย์ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เสริมว่า “กลยุทธ์การลงทุนที่ทาง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) มุ่งเน้นคือ กลยุทธ์ Income Strategy โดยมีจุดเด่นคือการออกแบบพอร์ตลงทุนเพื่อสร้างโอกาสรับรายได้ในระยะยาว โดยผสานสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดเข้ากับการลงทุนที่มีโอกาสเติบโต ทำให้ผลตอบแทนมีลักษณะคล้ายหุ้น แต่มีความผันผวนต่ำกว่า และมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งรายได้และเสถียรภาพของพอร์ตลงทุนในระยะยาว”ด้าน Mr. Jeremy H. Butterworth, Managing Director and Investment Strategist, Wellington Management ระบุว่า “ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์ Income Strategy หลัก ๆ 3 ข้อได้แก่ 1. ป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Protection)การลงทุนในหุ้นทั่วโลก คือการลงทุนในธุรกิจจริง บริษัทจำนวนมากสามารถเพิ่มกำไรและปรับขึ้นราคาสินค้าได้ในระยะยาว ซึ่งช่วยรับมือกับเงินเฟ้อได้ 2. ป้องกันการปรับตัวลงของพอร์ต (Downside Protection)พอร์ตที่เน้น Income มักลงทุนในบริษัทที่มีรายได้และกระแสเงินสดมั่นคง จึงมีความผันผวนน้อยกว่าพอร์ตหุ้นทั่วไป แม้อาจไม่ได้เติบโตหวือหวาเหมือนหุ้นเติบโตสูง แต่มีแนวโน้มรับมือกับตลาดผันผวนได้ดีกว่าในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดัน 3. โอกาสรับรายได้ที่สม่ำเสมอ (Steady Income)ด้วยการลงทุนในบริษัทคุณภาพสูงที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และเสริมด้วยกลยุทธ์อย่าง Covered Call พอร์ตจึงสามารถสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่อง ซึ่งการสร้างโครงสร้างรายได้ที่กระจายความเสี่ยงในลักษณะนี้ ไม่ใช่สิ่งที่นักลงทุนรายบุคคลจะทำได้ง่าย“โดยภาพรวม การสร้างพอร์ตที่กระจายการลงทุนในบริษัทคุณภาพสูง และสามารถส่งมอบทั้งการป้องกันเงินเฟ้อ การควบคุมความเสี่ยงขาลง และรายได้ที่สม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ด้วยเหตุนี้ Wellington Management จึงเลือกจับมือเป็นพันธมิตรกับ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เพื่อส่งมอบโซลูชันการลงทุนที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์เป้าหมายของผู้ลงทุนในระยะยาวอย่างแท้จริง”Mr. Kelvin Lam, Managing Director, Head of Sales, Southeast Asia, Allianz Global Investors กล่าวถึงกลยุทธ์การลงทุนที่ผสานกับฝั่ง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ว่า “ทาง Allianz Global ใช้กลยุทธ์ Allianz Income และ Growth Strategy ซึ่งถูกออกแบบบนแนวคิดที่เรียบง่ายแต่มีวินัย คือการจัดสรรการลงทุน โดยแบ่งน้ำหนัก เท่า ๆ กัน และสำหรับกองทุน AIA Global Active Income Fund (AIA GAIF) ได้ถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อนักลงทุนในผลิตภัณฑ์ AIA Elite Income Prestige (Unit Linked) โดยกองทุนนี้ถูกพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ทั้ง Income และ Growth ผ่านแหล่งรายได้ที่หลากหลายถึง 7 แหล่ง อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของพอร์ตคือ หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bonds) ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีในช่วงตลาดขาขึ้น และในขณะเดียวกัน ช่วยลดความผันผวนและจำกัดการขาดทุนในช่วงตลาดขาลง ที่สำคัญกลยุทธ์นี้ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว โดยมีข้อมูลผลการดำเนินงานจริง นับตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งสามารถทำผลงานได้ดีมาอย่างสม่ำเสมอ”หมายเหตุ:[1] ข้อมูลจากเอไอเอ ประเทศไทย ณ เดือนธันวาคม 2568คำเตือน: •ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง • ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์ • การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
06/03/2026
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน ผู้เขียน : พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่) หนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินก็คือ “ลายแทงแห่งความรวย” ซึ่งสามารถทำได้โดยการสร้างสินทรัพย์ที่สามารถเสริมสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และให้งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ การเป็นนักลงทุนที่ดีในธุรกิจจึงหมายถึงการที่สามารถสร้างสินทรัพย์ที่ดีได้โดยการแสวงหาการลงทุนที่เหมาะสมได้นั่นเอง ในบรรดานักลงทุนที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด จะเห็นได้ว่านักลงทุนสามารถแบ่งออกได้เป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ 1. นักลงทุนพันธุ์แท้ที่เป็นผู้ประกอบการ และลงทุนในธุรกิจของตัวเอง 2. นักลงทุนที่เป็นเจ้าของกิจการทางอ้อม โดยการเอาเงินไปลงทุนในตลาดการเงิน ผู้ประกอบการหรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเอง การสร้างธุรกิจให้เป็นของตัวเองนั้นจะต้องยอมรับกับการที่มีรายได้ไม่แน่นอน (และก็ไม่เท่ากันทุกเดือนด้วย) อีกทั้งยังจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการล้มละลายเมื่อบริหารผิดพลาด แถมยังต้องติดหนี้ติดสินเพิ่มเติมอีกต่างหาก การตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเองจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ และเหมาะสมเสียก่อนที่จะทำการใดลงไป แม้ว่าโอกาสในการประสบความสำเร็จนั้นจะมีน้อยหรือน้อยมากก็ตาม ความพยายามและไม่ท้อถอยก็ถือเป็นแรงผลักดันที่จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้มากขึ้น โอกาสในการประสบความสำเร็จของนักลงทุนประเภทนี้ จะมีมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยหลัก ๆ 3 อย่างคือ 1) การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ การแข่งขันกันในทางธุรกิจนั้นนับวันก็ยิ่งดุเดือดมากยิ่งขึ้น ซึ่งธุรกิจที่ดีนั้นไม่จำเป็นจะต้องเน้นแต่การแข่งขันแต่เพียงอย่างเดียว การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำนั้น จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการหาลูกค้า และตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ในตลาดได้ 2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็น และไม่ให้มันเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ แม้ว่าธุรกิจจะทำกำไรได้มากมายแค่ไหน แต่หากขาดสภาพคล่อง หรือเงินสดไปชำระหนี้แล้ว ก็เหมือนกับคนหน้าตาดีที่อยู่ ๆ ก็ขาดอากาศหายใจแล้วก็ตายจากไป (ในทางกลับกัน การที่มีแต่เงินสดแต่ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง ก็เหมือนกับคนที่หายใจไปวัน ๆ แต่สุขภาพทรุดโทรม ได้แต่รอวันตายจากไปในที่สุดเช่นกัน) เจ้าของกิจการที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะในตัวธุรกิจ หรือในตัวของเจ้าของเอง ก็จะทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น 1. การทำแผนธุรกิจที่ดีไปยื่นเสนอให้กับธนาคารในกรณีที่ขอสินเชื่อ หรือการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เป็นต้น 2. สำหรับเงินทุนที่มีมาอยู่แล้วจากตระกูล ก็สามารถให้ลูก ๆ หลาน ๆ ในตระกูลเอาไว้เล่นลองผิด ลองถูกได้ หรือสำหรับคนที่ญาติทางภรรยาหรือสามีไปรู้จัก หรือมีคอนเน็กชั่นกับคนใหญ่คนโต ก็สามารถพากันไปคุยขอวงเงินกู้พิเศษกับธนาคาร ซึ่งก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป 3) การที่สามารถมีพนักงานที่เก่งและดีมาทำงานแทนเขาได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจทุกประเภทคือ “ทรัพยากรบุคคล” เพราะไม่ว่าบริษัทจะดีแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถดำเนินอยู่ได้เมื่อบุคลากรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งเมื่อมองตามมุมนี้แล้วก็จะเห็นกันอยู่ ว่าการทำธุรกิจทั่วไปนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะคือ แบบที่จ้างตัวเอง และแบบที่จ้างคนอื่น - การจ้างตัวเอง (Self-Employment) ข้อดีของการจ้างตัวเองคือ สามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทั่วถึง และสามารถดำเนินงานให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าการให้คนอื่นบริหารงานแทน ข้อเสียของการจ้างตัวเองคือ การที่ไม่สามารถปล่อยวางกิจการได้ และเมื่อใดที่เจ้าของกิจการล้มป่วย ก็หมายถึงวันที่กิจการนั้นเกิดล้มป่วยด้วยเช่นกัน - การจ้างคนอื่น ข้อดีของการจ้างคนอื่นคือ การที่เจ้าของกิจการเองสามารถเอาเวลาไปคิดทำอย่างอื่น และขยายโลกทัศน์ให้กว้างไกลได้มากขึ้น สร้างสินทรัพย์ให้งอกเงยขึ้นมาเรื่อย ๆ จะเห็นได้ทั่วไปจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ ที่เวลาส่วนใหญ่จะเอาไปใช้ในการพบปะสังสรรค์ หรือเล่นกอล์ฟ เป็นต้น ข้อเสียของการจ้างคนอื่นจึงอยู่ที่การต้องมอบความไว้วางใจให้กับคนอื่น โดยที่เจ้าของกิจการจะต้องรับความเสี่ยงเอาไว้เองเมื่อกิจการขาดทุน โดยปัญหาที่ปวดหัวกันอยู่ทุกที่ ก็คือปัญหาในด้านการบริหารคน เพราะการจะให้คนอื่นมาบริหารงานแทนนั้น จะต้องฝึกให้คิดแก้ปัญหาแทนเจ้าของกิจการให้ได้ก่อน ซึ่งก็ต้องมีการมอบหมายและพัฒนาตามความถนัดและเหมาะสม บทสรุป การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเองนั้นก็คือการ “ใส่ไข่ลงในตะกร้าใบเดียว” ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จได้ก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ออกดอกออกผล และเกิดแรงเหวี่ยงที่ทำให้ก่อเกิดรายได้ ทำให้เข้าถึงหนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างที่รู้ว่าความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจของตัวเองนั้นก็มีไม่มาก ดังนั้น เทคนิคการบริหารความเสี่ยงจึงมีส่วนสำคัญในการประกอบธุรกิจด้วยเช่นกัน แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1876195
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
06/03/2026
เอไอเอ ประเทศไทย จัดกิจกรรม “LOVE YOUR VIBES” ชวนพนักงานมาเติมพลังดี ๆ ทั้งสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการดูแลตัวเองแบบรอบด้าน ในเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา โดยมีคุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนพนักงาน ซึ่งงานนี้จัดเต็มด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สนุก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ทุกสาย ไม่ว่าจะสายสุขภาพ สายกิจกรรม สายชอป หรือสายมู พร้อมจับมือวาโก้ จัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทรวงอก ผ่านแคมเปญ “LOVE THROUGH CARE: Hat for Heart หนึ่งหมวก หนึ่งกำลังใจ” ที่เปิดให้พนักงานตกแต่งหมวกสุดสร้างสรรค์เพื่อมอบและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง ต่อด้วยความรู้ด้านสุขภาพจากกิจกรรม “LOVE YOUR WELLBEING” Health Talk ตอน “มะเร็งวายร้าย…วัยรัก” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่พบในผู้หญิงให้พนักงานรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมที่ร่วมสนุกกันได้ทั้งวัน ได้แก่ • LOVE YOUR ENERGY ค้นหาแพทเทิร์นพลังงานของตัวเองผ่าน Human Design: Know Your Energy พร้อมเวิร์กชอปเข้าใจง่าย • LOVE YOUR FUTURE ตรวจดวงชะตากับผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ • LOVE YOUR LIFE ชอปเพลินกับสินค้าแบรนด์ดัง ที่ AIA Market • พร้อมบูธจาก MSD ให้ความรู้เรื่องวัคซีน HPV เพื่อสุขภาพในระยะยาว กิจกรรม “LOVE YOUR VIBES” ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของเอไอเอในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้พนักงานดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งกาย ใจ และอนาคตของตัวเองและคนรอบข้าง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
06/03/2026
“ซับบอร์ด” เคลื่อนคล้อยลอยบนผิวน้ำอย่างอ้อยอิ่ง ผ่านไปตามร่องน้ำขนาดกว้างไม่กี่เมตรที่โอบขนาบความเขียวขจีของพืชพันธุ์ตามธรรมชาติเบียดเสียดสูงต่ำสลับกลมกลืนกับพืชเกษตรกรรมในสวนริมคลอง ร่มเงาจากพลังสีเขียวสองฟากฝั่งปล่อยความสดชื่นราวร่ายมนต์สะกด มีเสียงทักทายจากชาวบ้านท้องถิ่นถามไถ่เป็นระยะ พร้อมๆกับบางช่วงที่เสียงสุนัขเฝ้าสวนเห่ากันเกรียวเมื่อเห็นแขกแปลกหน้าพายอุปกรณ์สีสันสดใสล่องผ่านคุ้งน้ำบรรยากาศทั้งหมดนี้เป็นความรื่นรมย์ไร้การปรุงแต่งที่นำนักท่องเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์วิถีชีวิตดั้งเดิมชาวอัมพวา ในรูปแบบร่วมสมัย อิ่มอรรถรสทั้งสนุกสนาน ผ่อนคลายใจ และได้สาระความรู้ไปพร้อมกัน แถมยังได้ผลไม้สดๆจากชาวสวนติดไม้ติดมือกลับไปด้วยสำรวจความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในอัมพวาแรงบันดาลใจจาก “บางกะจะสู่อัมพวา”“อัมพวา” อำเภอท่องเที่ยวชื่อดังของสมุทรสงคราม นับเป็นหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลองนับร้อยสาย แต่เมื่อความเจริญเติบโตกับการคมนาคมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การสัญจรทางน้ำก็ลดบทบาทลงเป็นทางเลือกรอง สำหรับชีวิตประจำวันนั้นคงเหลือเพียงคนในท้องถิ่นบางส่วนที่ยังใช้เรือลัดเลาะล่องไปตามผืนน้ำสำหรับการคมนาคม หรือเพื่อการค้าขายอย่างไรก็ตาม มีชาวอัมพวาที่ต้องการประยุกต์วิถีสัญจรทางน้ำดั้งเดิมให้เข้ากับความร่วมสมัยแห่งยุค จึงเป็นที่มาของกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่าง “การพายซับบอร์ดเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตแบบคนท้องถิ่น” โดย “Ampawa SUP Board”ผู้ริเริ่มกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้วิถีชีวิตในอัมพวา อย่าง “นฤพนธ์ อุชุวัฒนะ” เป็นชาวอัมพวาโดยกำเนิด ด้วยความชื่นชอบเดินทางท่องเที่ยว ทำธุรกิจนำเที่ยวไปทั่วประเทศ จนกระทั่งหลายปีก่อนมีโอกาสไปเยือนจังหวัดจันทบุรี และได้ลองไปพายซับบอร์ดกับ “SUPscribe Chanthaburi” ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสายกรีนในพื้นที่ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี แนะนำผู้มาเยือนการพายซับบอร์ดที่ตำบลบางกะจะ เป็นเส้นทางนำไปสัมผัสธรรมชาติป่าโบราณอายุนับร้อยปี พร้อมกับวิถีชีวิตประมงในชุมชน นฤพันธ์ จึงเกิดแรงบันดาลใจว่าการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ ก็น่าจะเหมาะเมืองบ้านเกิดที่เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลองกับวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม“สมุทรสงคราม มีจุดขายเรื่องการทำสวนเกษตร ในสมัยก่อนชาวบ้านก็ใช้เรือเป็นพาหนะสัญจรไปตามร่องน้ำตามสวนต่างๆ ผมจึงอยากลองเอาซับบอร์ดมาใช้เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งพายง่ายและสะดวกกว่าเรือมาก นักท่องเที่ยวมือใหม่มาครั้งแรกก็สามารถพายได้เลย” ผู้ก่อตั้ง Ampawa SUP Board กล่าวต้นจากเที่ยวอัมพวาแบบสายกรีน“Ampawa SUP Board” เริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อต้นปี พ.ศ.2565 รูปแบบกิจกรรมคือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พายซับบอร์ดท่องเที่ยวไปตามแม่น้ำลำคลองและร่องสวน โดยไม่มีสิ่งใดไปรบกวนธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม เพราะมีเพียงซับบอร์ดกับไม้พายที่ใช้แรงมือกับการทรงตัว แล้วล่องออกไปเรียนรู้ถึงความสำคัญของระบบนิเวศรอบๆตัว พร้อมศึกษาวิถีเกษตรกรรมลุงเนตร เจ้าของสวนส้มโอเส้นทางยอดฮิต อันเป็นจุดหมายปลายทางของ Ampawa SUP Board มักนำไปเที่ยวชมสวนผลไม้ในชุมชนที่เป็นเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร อย่าง “สวนลุงเนตรอัมพวา” ซึ่งโดดเด่นด้วยส้มโอหวานฉ่ำ รวมทั้งผลไม้ตามฤดูกาล (บางปีก็เต็มไปด้วยลิ้นจี่) นักท่องเที่ยวจึงมีโอกาสได้ทั้งการพายซับบอร์ดออกกำลังกาย ชมวิถีชีวิต และได้ช้อป-ชิม ผลไม้สดจากสวนในคราวเดียวกันโดยรูปแบบและเส้นทางการท่องเที่ยวนั้น ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง ตามแต่ฤดูกาล บางเดือนอาจต้องออกพายตั้งแต่เช้ามืด แต่บางเดือนอาจจะพายในช่วงบ่ายก็ได้ ซึ่งทีม Ampawa SUP Board จะไปให้บริการตามจุดที่นัดหมาย หรือบางรีสอร์ตที่อยู่ในเส้นทางการพายอยู่แล้วก็สามารถสอบถามล่วงหน้าส้มโอหวานฉ่ำจากนั้นก็พายกันไปเป็นกลุ่ม ชมธรรมชาติและวิถีชีวิตสองข้างทาง โดยมีจุดหมายเป็นผลไม้สดๆชื่นใจ หรือบางทริปในบางฤดูกาล อาจเป็นการศึกษาวิถีชีวิตด้านอื่นๆ เช่น การจับกุ้งแม่น้ำ การพายออกไปแม่น้ำใหญ่ (สำหรับผู้มีความชำนาญ)โดยรูปแบบการพายซับบอร์ดนั้น ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เพราะอุปกรณ์ซับบอร์ดไม่ต่างจากทุ่นลอยน้ำขนาดใหญ่ และมีการรัดข้อเท้าของผู้พายไว้เสมอ ขณะที่น้ำในร่องสวนตามเส้นทางหลัก มีความลึกเพียงประมาณหน้าอกเท่านั้น และเป็นน้ำนิ่งในคลองเล็กๆ บรรดาฝีพายมือใหม่จึงคลายความกังวลไปได้มือใหม่ก็พายได้ในวันเดียวข้อมูลเพิ่มเติมตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามสอบถามจองล่วงหน้า คุณบอล โทร.06-5083-8521ราคา เริ่มต้นที่ 790-990 บาทต่อคน (แล้วแต่ระยะทาง) ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงwww.facebook.com/ampawasupboardแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000022189
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
06/03/2026
คนรักงานศิลป์ห้ามพลาด งาน “Mango Art Festival 2026” เทศกาลศิลปะสีสันสุดยิ่งใหญ่ของไทย ที่จะปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์สู่ระดับ “ICON” นิยามใหม่แห่งศิลปะที่ก้าวข้ามกาลเวลา ระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกเตรียมพบกับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเทศกาลศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันที่สุดในประเทศไทย Mango Art Festival 2026 ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างสง่างาม ภายใต้คอนเซปต์ ‘ICON’ พื้นที่รวบรวมปรากฏการณ์ทางศิลปะและการออกแบบที่จะเปลี่ยน "แรงบันดาลใจ" ให้กลายเป็น "ตำนาน"ในปีนี้ Mango Art Festival มุ่งเน้นการนำเสนอพลังของศิลปะร่วมสมัย เฉลิมฉลองพลังของศิลปะและการออกแบบ ที่สามารถใช้ผืนผ้าใบ วัสดุ สิ่งธรรมดาต่างๆ หรือแม้กระทั่งความคิดชั่วขณะและแรงบันดาลใจรอบตัว ให้กลายเป็นผลงานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น (Identity) จนกลายเป็นไอคอนที่ไร้พรมแดนและอยู่เหนือกาลเวลาปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นตำนาน! ผ่านศิลปะร่วมสมัย ดีไซน์ แฟชั่น งานคราฟต์ ไปจนถึงการแสดงสดที่ปลุกทุกประสาทสัมผัส จัดแสดงระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกMango Art Festival 2026 ยังคงยึดมั่นในการเชื่อมต่อศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน พร้อมเป็นพื้นที่ในการ Cross Over ของความคิดสร้างสรรค์จากศิลปินและนักออกแบบทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Vibrant Hub แห่งวัฒนธรรมร่วมสมัยของเอเชีย ภายในงานแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนหลัก ที่สะท้อนมุมมองศิลปะหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ · Gallery Zone: แหล่งรวมผลงานสร้างสรรค์จากแกลเลอรีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ทั้ง YOD TOKYO & Editions จากญี่ปุ่น, gallery. sort of. จากฟิลิปปินส์, A4 ART GALLERY จากมาเลเซีย และอื่นๆ · Independent Artist Zone: พื้นที่ปล่อยของสำหรับศิลปินอิสระที่มาพร้อมไอเดียสดใหม่จากหลากหลายพื้นที่ทั่วไทยและต่างประเทศ ปีนี้มีไฮไลท์ทั้ง JOAN CORNELLÀ, Janfive Studio, Bonyuki, BGC Glass Studio, Emon Surakitkoson, Nawat Cubic และอีกมากมายกว่า 100 ศิลปิน · Newcomer Zone: พื้นที่แจ้งเกิดของศิลปินรุ่นใหม่ 95 คน ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็น ICON คนต่อไป · Craft Zone: การประยุกต์งานหัตถกรรมดั้งเดิม สู่งานดีไซน์ที่ทันสมัยและยั่งยืน · Special Exhibition Zone: นิทรรศการสุดพิเศษ ที่จัดทำขึ้นเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ทั้ง Little Man โดย TOR ที่สร้างปรากฏการณ์เมื่อปีที่แล้วในงาน Treasure Discovered 2025 ในช่วง Chiang Mai Design Week และ Special Collection curated by Nim Niyomsin · Main Stage: พื้นที่สำหรับการแสดงสดโดย Performer จากหลากหลายแขนง และกิจกรรมพูดคุย (Talk) จากเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในวงการสร้างสรรค์Mango Art Festival ไม่ใช่แค่เทศกาลศิลปะ แต่คือบทสนทนาระหว่างไอเดีย ผู้คน และเมือง พื้นที่ที่ความธรรมดากลายเป็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ทุกคนสามารถค้นหาความหมายของคำว่า ‘ICON’ ในแบบของตัวเองงาน “Mango Art Festival 2026” จัดแสดงวันที่ 4 - 8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) ชั้น 1 และ 2 รายละเอียดเพิ่มเติม FB/IG: MangoArtFestival Website: https://www.mangoartfestival.com/แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000021975
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
15/07/2025
20/06/2024
25/11/2024
29/04/2024
30/04/2024