Everyday knowledge for you
ประกันชีวิต
20/03/2026
เอไอเอ ประเทศไทย คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที “2026 Thailand's Most Admired Brand” และ “2025-2026 Thailand’s Most Admired Company" ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge ในปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงครอง 4 รางวัลใหญ่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ รางวัลแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ในกลุ่มประกันชีวิต 24 ปีซ้อน และกลุ่มประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) 7 ปีซ้อน อีกทั้งยังคว้ารางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award หมวดธนาคารและบริการทางการเงิน ในกลุ่มประกันชีวิต มาครองเป็นปีที่ 9 อีกด้วย นอกเหนือจากความสำเร็จในด้านแบรนด์แล้ว เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้รับความเชื่อมั่นจากคนไทยให้ครองตำแหน่ง บริษัทที่น่าเชื่อถือที่สุด กลุ่มประกันชีวิต ติดต่อกันเป็นเวลา 18 ปี โดยมี คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ร่วมด้วย คุณพีร พนิตพล ผู้อำนวยการฝ่าย Total Wealth Solution เป็นตัวแทนรับรางวัลซึ่งทั้ง 4 รางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จที่สะท้อนมาจากเสียงของประชาชนทั่วประเทศ ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอที่ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาสู่ปีที่ 88 ด้วยความเป้าหมายที่ต้องการดูแลคนไทยตลอดทุกช่วงของชีวิตผ่านผลิตภัณฑ์และการบริการที่ครบวงจรทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน ควบคู่กับการตอบแทนคืนสู่สังคมผ่านกิจกรรมด้าน ESG ที่เป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงด้วยความยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
19/03/2026
ฮ่องกง, มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15; กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ต่อหุ้น; ส่วนที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ต่อหุ้น; ยอดเงินปันผลรวมต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่ มูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ19 มีนาคม 2569 – คณะกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทเอไอเอ สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น: ผลประกอบการของธุรกิจใหม่และมูลค่าพื้นฐานของกิจการ • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตขึ้นร้อยละ 15 เป็น 5,516 ล้านเหรียญสหรัฐ • อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย อยู่ที่ร้อยละ 15.8 เพิ่มขึ้น 90 จุด • ส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัยอยู่ที่ 79.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ต่อหุ้น คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงผลประกอบการตามมาตรฐานรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) • กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 7,136 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ต่อหุ้น • มีความเชื่อมั่นว่ากำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ต่อหุ้น จะบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) จากร้อยละ 9 เป็นร้อยละ 11 ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569(1) • อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ร้อยละ 15.5 เพิ่มขึ้นมา 70 จุดเงินกองทุนส่วนเกิน และเงินทุน • มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 6,765 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ต่อหุ้น • เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (net FSG) เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ต่อหุ้น เป็น 4,451 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังการลงทุนในธุรกิจใหม่ • อัตราส่วนทุนของผู้ถือหุ้น อยู่ที่ร้อยละ 221 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568เงินปันผลและโครงการซื้อหุ้นคืน • เงินปันผลประจำปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 คิดเป็น 144.08 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น • ยอดเงินปันผลรวมต่อหุ้น มูลค่า 193.08 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 • โครงการซื้อหุ้นคืนใหม่ มูลค่า 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ(2)นายหลี่ หยวน ซยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “เอไอเอ สร้างผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 ด้วยการเติบโตระดับสองหลักในตัวชี้วัดทางการเงินหลักของเรา ทั้งมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ผลกำไร และการสร้างกระแสเงินสด การเติบโตในวงกว้างทั่วทั้งธุรกิจส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งและความหลากหลายของโครงสร้างธุรกิจของเรา ส่วนทุนตามมูลค่าประกันภัย (EV Equity) เติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ร้อยละ 14 ต่อหุ้น(3) สู่ระดับ 79.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น การดำเนินกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอของเรายังคงส่งเสริมให้อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงาน (ROEV) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROV) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15.8 และร้อยละ 15.5 ตามลำดับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจใหม่ที่มีคุณภาพสูงช่วยสนับสนุนให้กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และส่วนที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ขณะเดียวกัน หลังการลงทุนในธุรกิจใหม่ เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ(net FSG) ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 สู่ระดับ 4,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) และการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์เชิงรุกไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เงินทุนต่ำลง”“ภายใต้นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่รอบคอบ ยั่งยืน และเติบโตอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอให้เพิ่มเงินปันผลประจำปีขึ้นร้อยละ 10 เป็น 144.08 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น ส่งผลให้เงินปันผลรวมทั้งหมดอยู่ที่ 193.08 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน คณะกรรมการยังได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่(2) มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นไปตามนโยบายการบริหารเงินทุนของกลุ่มบริษัท ซึ่งรวมถึงวงเงิน 0.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราการจ่ายผลตอบแทนที่ร้อยละ 75 ของกำไรสุทธิ FSG ประจำปี และวงเงินเพิ่มเติมอีก 1.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการทบทวนสถานะเงินทุนของกลุ่มบริษัทอย่างรอบคอบ”“เอเชียถือเป็นภูมิภาคที่มีโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ โดยมีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งสนับสนุนความต้องการด้านความคุ้มครองและการออมระยะยาวอย่างยั่งยืน แม้จะยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจมหภาคอย่างต่อเนื่อง เอไอเอ อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและมีความพร้อมในการคว้าโอกาสเหล่านี้ ด้วยการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมและหยั่งรากลึกในทั่วทั้งภูมิภาค ควบคู่กับการมุ่งมั่นเดินหน้าตามกลยุทธ์หลักของบริษัท ซึ่งช่วยเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขันให้เราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว”“กลยุทธ์ของเอไอเอ ยังคงมุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องไปกับความต้องการของลูกค้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และโอกาสทางการตลาด โดยเป็นกลยุทธ์ที่ถูกออกแบบให้สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งตลอดวัฏจักรของตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของเราในปี 2568 เราได้ก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยแรงส่งทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเอไอเอ ในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
17/03/2026
วิกฤติราคาน้ำมันพุ่ง 40% จุดกระแสนักลงทุนกังวล ภาวะ ‘เงินเฟ้อ‘ หรือ Stagflation เขย่าเศรษฐกิจโลก โจทย์ใหญ่ของเฟด โบรกแนะลงทุนบอนด์ รับมือเศรษฐกิจวูบขณะนี้นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกำลังจับตามองว่า ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านจะส่งผลกระทบในทิศทางใด ระหว่าง "ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น" หรือ "เศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว" เนื่องจากราคาน้ำมันดิบได้ดีดตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ซึ่งเพิ่มขึ้น 40% จากสิ้นเดือนกุมพาพันธ์ • น้ำมันพุ่ง จุดกระแส Stagflationแม้ในช่วงแรกตลาดจะกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่เริ่มมีเสียงเตือนว่าราคาน้ำมันที่สูงค้างฟ้าอาจกลายเป็นตัวทำลาย “ความต้องการบริโภค” (Demand Destruction) ดาริโอ เพอร์กินส์ จาก TS Lombard ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า แม้วิกฤติราคาน้ำมันจะไม่ได้นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเสมอไป แต่หากย้อนดูประวัติศาสตร์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ที่สุดของสหรัฐมักมีจุดเริ่มต้นมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันแบบนี้เสมอ ดังที่เคยเกิดขึ้นในปี 1974, 1981, 1990, 2001 และ 2008 ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงานและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เริ่มปรากฏให้เห็นในปัจจุบันเอ็ดเวิร์ด แฮร์ริสัน นักกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจมหภาคจาก Bloomberg วิเคราะห์ใน Markets Live ว่า หากตลาดน้ำมันจะฟื้นตัวจากภาวะขาดแคลน (Supply Disruption) ได้นั้น ราคาน้ำมันจำเป็นต้องพุ่งสูงขึ้นไปจนถึงจุดที่ "แพงเกินไป" จนทำให้ความต้องการใช้ลดลง (Demand Destruction) ซึ่งกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวและตัวเลขการเติบโตลดลงเท่านั้นสถานการณ์นี้คือภาพสะท้อนของภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อพุ่งสูงอย่างชัดเจน โดยสิ่งที่นักลงทุนยังไม่แน่ใจในขณะนี้คือ "ปัจจัยใดจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก" ระหว่างความกังวลว่าเศรษฐกิจจะโตช้าลง หรือความกังวลว่าเงินเฟ้อจะยิ่งรุนแรงขึ้น • จับตาการประชุม 'เฟด'การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วทำให้ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากที่ผ่านมา เฟดพยายามกดเงินเฟ้อให้ลงไปแตะเป้าหมายที่ 2% มานานกว่า 5 ปีแต่ยังไม่สำเร็จ สถานการณ์นี้จึงกลายเป็นอุปสรรคในการควบคุมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจนักกลยุทธ์จาก Barclays Plc ให้ความเห็นว่า ในขณะนี้ตลาดมัวแต่กังวลเรื่องเงินเฟ้อจนอาจ "มองข้ามความเสี่ยงด้านการเติบโตของเศรษฐกิจ" ที่กำลังอ่อนแอลง Barclays จึงแนะนำให้รุกเข้าซื้อพันธบัตรหลายประเภท รวมถึงการซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของเดือน ธันวาคม 2027 เพื่อทำกำไรจากการที่ เฟดอาจต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง "แรงกว่าและมากกว่า" ที่คนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ด้าน เจมส์ เอธีย์ จาก Marlborough Investment Management ได้ตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรสหรัฐทันทีหลังจากราคาพันธบัตรปรับตัวลดลงเขามองว่า แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดต้องล่าช้าออกไปบ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นถูกยกเลิกไปเสียทีเดียวนอกจากนี้ เอธีย์ยังให้ความเห็นว่าในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤติราคาน้ำมันที่เลวร้ายลง ตลาดไม่ควรให้น้ำหนักเพียงแค่เรื่องเงินเฟ้อเท่านั้น แต่ควรหันมากังวลเรื่องความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่เขามองว่าตลาดกำลังประเมินผลกระทบในด้านนี้ต่ำเกินไปท่ามกลางการเทขายพันธบัตรในเดือนมีนาคมจนราคาดิ่งลง นักวิเคราะห์มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ โดย ปรียา มิสรา จาก JPMorgan Asset Management ระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ระยะ 10 ปีที่ระดับ 4.25% เพิ่มจาก 3.94% ในเดือนกุมภาพันธ์เริ่มมีความน่าสนใจ เพราะเชื่อว่าหลังจากภาวะเงินเฟ้อผ่านไป ตลาดจะต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะบีบให้เฟดต้องกลับมาลดดอกเบี้ยในที่สุดขณะที่นักกลยุทธ์จาก Barclays และ Natixis มองว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงด้านการเติบโตต่ำเกินไป โดยเฉพาะเมื่ออัตราการว่างงานเริ่มสูงขึ้น จึงแนะนำให้สะสมพันธบัตรระยะสั้น อายุ 2 ปี ที่ให้ผลตอบแทนราว 3.7% เพื่อเตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลงที่อาจมาเร็วกว่าคาดอ้างอิง Bloomberg แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1225303
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
17/03/2026
ใครอยู่เชียงใหม่ หรือมีโปรแกรมไปเที่ยวภายในสัปดาห์นี้ อย่าลืมแวะไปเก็บความงดงามของ “ดอกกัลปพฤกษ์" ที่ให้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอกภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekล่าสุด อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โพสต์ภาพของ “ดอกกัลปพฤกษ์" ซึ่งระบุว่า ตอนนี้หลายต้นกำลังออกดอกเต็มช่อ สีชมพู-ขาวหวานละมุนตัดกับท้องฟ้าและแนวต้นไม้เขียวขจี กลายเป็นมุมถ่ายภาพสุดโรแมนติกที่ไม่ควรพลาดและยังมีอีกหลายต้นที่กำลังเริ่มผลิช่อดอก เตรียมบานต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์นี้ ใครที่กำลังมองหาสถานที่เดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางธรรมชาติบอกเลยว่าช่วงนี้ คือ ช่วงเวลาที่สวยสุดๆภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekสำหรับ “ดอกกัลปพฤกษ์" หลายคนอาจเรียก”ซากุระเมืองไทย" เนื่องจากเมื่อกัลปพฤกษ์ผลัดใบและออกดอก สีชมพูพร้อมกันทั้งต้นดูคล้ายดอกซากุระดอกของกัลปพฤกษ์เมื่อแรกบานมีสีชมพู อ่อนและเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อดอกใกล้โรย สามารถชื่นชมความสวยงามของดอกกัลปพฤกษ์ได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekพิกัด : Sky Walkคาดว่าจะบานสะพรั่งถึง 20 มีนาคม 2569ชมความงามได้ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.สอบถามเพิ่มเติม : 053-114110-2ภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000025661
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
17/03/2026
“กรีนแลนด์” เป็นดินแดนแห่งความสุดขั้วและมอบความประหลาดใจได้ไม่น้อย ในความเป็นจริงแล้ว ดินแดนแห่งนี้ถือเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กินอาณาเขตกว้างใหญ่ถึง 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งหนาทึบ ทำให้มีเพียงราว 20% ของพื้นที่เท่านั้นที่สามารถอยู่อาศัยได้ ดินแดนอันกว้างใหญ่จึงมีประชากรอยู่เพียงราว 56,831 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอินูอิต หรือชนพื้นเมืองPhoto: Leon Neal/Getty Imagesด้วยสภาพภูมิประเทศแบบทุนดราทำให้การเพาะปลูกและการปศุสัตว์แทบเป็นไปไม่ได้เลย ขณะที่สภาพอากาศแปรปรวนและพลังอันดิบเถื่อนรุนแรงของธรรมชาติโดยเฉพาะในฤดูหนาวก็ไม่ปรานีต่อผู้ใด การดำรงอยู่ของสัตว์ป่า พืชพรรณ และมนุษย์ในกรีนแลนด์ จึงดูราวกับปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความโหดร้ายของสภาพแวดล้อมอย่างไรก็ตาม หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่ามนุษย์กลุ่มแรกเข้ามาตั้งถิ่นฐานในกรีนแลนด์ราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล สุนัขลากเลื่อนของกรีนแลนด์ ก็ถือเป็นสายพันธุ์สุนัขบริสุทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุด ด้วยสายดีเอ็นเอย้อนหลังไปถึง 10,000 ปี นอกจากนี้ นอกเขตเมืองนุก (Nuuk) ยังพบหินที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ซึ่งมีอายุมากกว่า 3,500 ล้านปีในทางภูมิศาสตร์กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของทวีปอเมริกาเหนือ แต่ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เกาะแห่งนี้กลับนับเป็นส่วนหนึ่งของทวีปยุโรป โดยปัจจุบัน กรีนแลนด์เป็นดินแดนภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก แต่ได้รับสิทธิในการปกครองตนเองซึ่งมีการขยายอำนาจเพิ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2009อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการปกครองตนเองดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงนโยบายต่างประเทศ นโยบายด้านความมั่นคง และนโยบายการเงิน ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลเดนมาร์ก โดยประชาชนชาวกรีนแลนด์ ถือว่ามีสถานะเป็นพลเมืองเดนมาร์กความน่าสนใจทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ ธรรมชาติแบบสุดขั้ว วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของกรีนแลนด์ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวสายผจญภัย สายรักธรรมชาติดิบๆแบบฮาร์ดคอร์จากทั่วโลก อยากมาสัมผัสประสบการณ์ฤดูกาลท่องเที่ยวกรีนแลนด์ช่วงไฮซีซั่นมักเป็นในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อน ทำให้กลางวันยาวนานเป็นพิเศษ และไม่หนาวทรมานจนเกินไป เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีเวลาออกสำรวจสถานที่ต่างๆ ได้หลากหลายกว่าเดิม เช่น น้ำแข็งกับหิมะที่ละลายก็ทำให้กิจกรรมกลางแจ้งและการเดินทางเข้าถึงพื้นที่หลายแห่งสะดวกยิ่งขึ้น หรือไปยังบางจุดที่สามารถเดินทางได้เฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้นนอกจากนี้ ยังนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการชมสัตว์ป่า ทุ่งทุนดราจะแต่งแต้มด้วยดอกไม้ป่าและพืชพรรณนานาชนิด ขณะที่อุณหภูมิในพื้นที่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลจะอุ่นขึ้นเฉลี่ยราว 5 องศาเซลเซียส และทางตอนใต้ของกรีนแลนด์อาจมีอุณหภูมิสบายๆที่ 15 องศาเซลเซียสอย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากสัมผัสประสบการณ์สุนัขลากเลื่อนไปท่ามกลางทัศนียภาพหิมะขาวโพลน หรือตื่นตาตื่นใจกับการชมแสงเหนือ หรือการปีนป่ายและเดินป่าท่ามกลางผืนน้ำแข็ง ก็เป็นภาคบังคับว่าต้องไปเยือนในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม แต่ในบางวันกลางคืนอาจยาวนานต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง และมีอุณหภูมิในระดับต่ำกว่า 0 องศาเซียลเซียสกิจกรรมยอดนิยมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางสู่กรีนแลนด์ ได้แก่“เดินป่าท่ามกลางภูมิประเทศแบบทุ่งทุนดรา” การเดินป่าผ่านทุ่งทุนดราเป็นหนึ่งในวิธีเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน เมื่อผืนดินอันกว้างใหญ่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พื้นที่ทุนดราจะเต็มไปด้วยไลเคนหลากสี ดอกไม้ป่าสะพรั่งสีสันสดใส และยังมีโอกาสพบสัตว์หายาก เช่น กระต่ายอาร์กติก สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก และวัวมัสก์ ซึ่งนักท่องเที่ยวควรเลือกเดินทางพร้อมไกด์ท้องถิ่นที่จะช่วยอธิบายภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และลักษณะทางธรรมชาติของพื้นที่โดยรอบ“ล่องฟยอร์ด ชมวาฬ สัตว์ป่า และภูเขาน้ำแข็ง” การออกทัวร์ฟยอร์ดด้วยแพดเดิลบอร์ด เฮลิคอปเตอร์ พายคายัก หรือล่องเรือ ล้วนมอบประสบการณ์ที่เผยให้เห็นความงดงามราวกับเหนือจริงของกรีนแลนด์ ตื่นตะลึงไปกับธารน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ปลายฟยอร์ด ที่มีเรื่องเล่ากันว่าภูเขาน้ำแข็งที่เรือไททานิกไปชนนั้นมีต้นกำเนิดจากดินแดนแห่งนี้ นอกจากนั้นการล่องเรือชมวาฬอพยพ นกทะเล ไปจนถึงหมีขั้วโลก และแมวน้ำ ก็เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดPhoto: Rod Longข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยนักท่องเที่ยวไทยต้องยื่นขอวีซ่าแบบเชงเก้นกับสถานทูตเดนมาร์กโดยตรง และต้องระบุว่าต้องการเดินทางไปกรีนแลนด์ เมื่อได้รับวีซ่าจะมีระบุว่า “Valid for Greenland” ซึ่งแตกต่างจากวีซ่าเชงเก้นปกติที่ไม่ได้ระบุประโยคนี้ และวีซ่าเชงเก้นทั่วไปไม่สามารถใช้ไปเที่ยวกรีนแลนด์ได้การเดินทางจากเมืองไทยไม่มีสายการบินตรงไปกรีนแลนด์ ส่วนมากนิยมเดินทางไปเดนมาร์ก หรือประเทศแถบสแกนดิเนเวีย แล้วบินต่อเครื่องไปยังเมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงของกรีนแลนด์ข้อมูลเพิ่มเติมโดยการท่องเที่ยวกรีนแลนด์ (เว็บไซต์ทางการ)https://visitgreenland.comPhoto: Martin Zwick/REDA/Getty Imagesแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000003240
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
17/03/2026
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางศรัณยา เทียนถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัล “สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต (The Excellence in Thai Mind Awards)” บนเวที Thai Mind Awards ซึ่งเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่ององค์กรที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะทางจิตของพนักงานอย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรอย่างยั่งยืนรางวัลนี้สะท้อนถึงผลลัพธ์ของโครงการ “Own Your Mental Health” ที่เอไอเอ ประเทศไทย ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) การป้องกัน ผ่านการให้ความรู้ รวมถึงการอบรมหัวหน้างานให้สามารถสังเกตสัญญาณความเครียดของทีมงาน 2) การสนับสนุน ด้วยเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานประเมินสุขภาพใจของตนเอง การให้คำแนะนำด้านสุขภาพใจจากนักจิตวิทยามืออาชีพ 3) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัย ให้พนักงานรู้สึกสบายใจในการเรียนรู้ ทำงานร่วมกัน และเติบโตร่วมกัน ผ่านบรรยากาศแบบพี่สอนน้อง และพี่เรียนรู้จากน้อง เพื่อเสริมสร้างความผูกพันและการดูแลซึ่งกันและกันในระยะยาวการพิจารณารางวัลในปีนี้จัดทำโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) โดยความสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยประเมินจากมาตรฐานด้านบุคลากรและศักยภาพขององค์กรในการยกระดับคุณภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง ผลการประเมินสะท้อนถึงระดับมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ยืนยันถึงความทุ่มเทขององค์กรในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมให้กับพนักงานทุกคนอย่างแท้จริง เพื่อสนับสนุนให้พนักงานทุกคนเปี่ยมด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อพลังดี ๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ภาษี
11/03/2026
คอลัมน์ : นอกรอบผู้เขียน : ชินภัทร วิสุทธิแพทย์ Partner ONE Law officeกรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนนิติบุคคล กระทำการแทนบริษัท ต้องรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นให้มากที่สุด หากมี “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์” ระหว่าง “ผลประโยชน์บริษัท” และ “ผลประโยชน์ส่วนตนของกรรมการ” กรรมการที่มีส่วนได้ส่วนเสียต้องแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบและไม่อยู่ในกระบวนตัดสินใจใด ๆ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเป็นผู้แทนบริษัทในการทำนิติกรรมสัญญาในธุรกรรมนั้นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการไม่ใช่เรื่องที่ผิดโดยตัวมันเอง หากผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการทับซ้อนกันอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตระหว่างกันและเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกทั้งนี้ เงื่อนไขธุรกรรมต้องไม่ผิดปกติ เป็นเงื่อนไขทางการค้าที่ยอมรับกันโดยทั่วไป (Market Term) และราคาธุรกรรมนั้นต้องเป็นราคาตลาด (Market Price)ตัวอย่าง เช่น บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการ กรรมการให้เช่าที่ดิน/อาคารแก่บริษัท เป็นธุรกรรมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันระหว่างบริษัทและกรรมการ ดังนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าเช่าทรัพย์สิน ต้องเป็นราคาตลาดหรือเป็นราคาเปรียบเทียบอ้างอิงได้ (Comparable Benchmark)ซึ่งผู้ตัดสินใจอนุมัติรายการไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการหรือฝ่ายจัดการของบริษัทตามอำนาจอนุมัติต้องอธิบายให้ได้ว่าธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้น “เงื่อนไขธุรกรรม” และ “มูลค่าธุรกรรม” ไม่แตกต่างกันหากบริษัทกู้ยืมเงินหรือเช่าทรัพย์สินจากบุคคลอื่นกรณีศึกษา บริษัททำกิจการเหมืองแร่ภูเก็ตนำที่ดินของบริษัทหลายสิบแปลงขายให้แก่กรรมการบางคนและผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม รวมถึงบุคคลภายนอกอื่นด้วยในราคา 50,000 บาทต่อตารางวา ต่ำกว่าราคาประเมินกรมที่ดินซึ่งเป็นราคาราชการและราคาตลาดที่ประเมินไว้ที่ 500,000 บาทต่อตารางวา ราคาที่บริษัทขายเป็นราคาที่ต่ำมากต่างกันถึง 10 เท่าแม้ว่าการอนุมัติขายที่ดินของบริษัทซึ่งต้องใช้รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อประกอบการจดทะเบียนนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินบริษัท ณ กรมที่ดิน จะมีกระบวนการประชุมคณะกรรมการบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัท และสำนักงานที่ดินจะไม่ได้ยกประเด็นขายที่ดินของบริษัทต่ำกว่าราคาประเมินจากกรมที่ดินก็ตามอย่างไรก็ตาม กรณีศึกษานี้ยังน่าสงสัยถึงความผิดปกติของธุรกรรมด้านราคาอันเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการ เพราะที่ดินสามารถหาราคาตลาดได้ไม่ยากจากการจ้างที่ปรึกษาประเมินราคาที่ดิน อีกทั้งราคาประเมินจากกรมที่ดินเป็นราคาที่เปิดเผยจากหน่วยงานราชการและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บริษัททำกิจการเหมืองแร่ภูเก็ตเป็นธุรกิจครอบครัวใหญ่มีเครือญาติหลายสิบคนสืบทอดกิจการกันมาหลายรุ่น เมื่อมีธุรกรรมที่ผิดปกติด้านราคาและด้านผู้ซื้อที่ดินที่เป็นกรรมการกับผู้ถือหุ้นบางคน ทำให้สมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่เสียประโยชน์ใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นฟ้องคดีกับกรรมการเองเพราะบริษัทไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีกรรมการเหล่านั้นซึ่งกฎหมายเปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิได้โดยอิสระ หากบริษัทเพิกเฉยไม่รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายเปิดโอกาสให้นี้จะผูกพันเฉพาะกรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนบริษัทเท่านั้น ไม่ผูกพันบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ซื้อที่ดินในธุรกรรมนี้ด้วย เว้นแต่ ผู้ถือหุ้นพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกเหล่านั้นใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและเป็นตัวแทนเชิด (Nominee) ของกรรมการดังกล่าวเพื่อทำธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทอีกทั้งหากบุคคลภายนอกนั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ถึงแหล่งเงินที่นำมาซื้อที่ดินและจำนวนเงินมูลค่าที่ดินไม่สมแก่ฐานะของบุคคลภายนอกแล้ว ย่อมสันนิษฐานได้ว่าธุรกรรมนั้นเป็น “นิติกรรมอำพราง” คือ (1) อำพรางราคาแท้จริง (2) อำพรางคู่สัญญาแท้จริง เมื่อเป็น “นิติกรรมอำพราง” กฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้เป็น “โมฆะ” ตั้งแต่ต้น ดังนั้นการอำพรางปกปิดราคาแท้จริง และอำพรางปกปิดคู่สัญญา จึงเป็นโมฆะใช้ไม่ได้เลยในทางปกติคู่สัญญาต้องผูกพันตาม “นิติกรรมแท้จริง” คือ (1) ราคาซื้อขายแท้จริง (ราคาตลาด) (2) คู่สัญญาแท้จริง (กรรมการ) เมื่อนำนิติกรรมแท้จริงใช้บังคับแล้วตามกฎหมายย่อมถือได้ว่ากรรมการไม่สุจริต เมื่อกรรมการบริษัทไม่สุจริตย่อมสันนิษฐานได้ว่าบุคคลภายนอกที่เป็นตัวแทนเชิดย่อมไม่สุจริตด้วยประเด็นนี้ดูเหมือนเป็นข้อผิดพลาดในการดำเนินคดีใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายบริษัทที่มุ่งหมายไปที่กรรมการบริษัท โดยขาดความเชื่อมโยงด้านกฎหมายไปยังบุคคลภายนอกที่เป็น Nomineeข้อเท็จจริงในกรณีศึกษานี้ ศาลฎีกาตัดสินว่า “กรรมการทุจริต” ศาลสั่งให้กรรมการโอนที่ดินคืนบริษัทหรือให้ใช้ราคาส่วนต่างของที่ดินแก่บริษัทรวมมูลค่า 260 ล้านบาท หากไม่สามารถนำที่ดินคืนบริษัทได้ ส่วนบุคคลภายนอกที่ซื้อที่ดินราคาต่ำไม่ต้องรับผิดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นเพราะกฎหมายบริษัทมุ่งหมายต่อกรรมการทุจริตเท่านั้นกรรมการบริษัทเป็นผู้แทนนิติบุคคลมีความรับผิดชอบต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น กฎหมายบริษัทไม่ได้ขยายผลไปถึงบุคคลภายนอกอันไม่ใช่ผู้แทนนิติบุคคลที่ต้องรับผิดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นดังเช่นกรรมการบริษัทคดีนี้น่าสนใจที่คำสั่งของศาลไม่ครอบคลุม “ตัวแทนเชิด” ส่งผลให้บุคคลภายนอกที่ซื้อที่ดินราคาต่ำกว่าจริงหลุดพ้นจากกฎหมายบริษัท กล่าวคือ ตัวแทนเชิดไม่ได้ถูกนำมาพิสูจน์ให้ศาลเห็นถึงความสุจริตของบุคคลภายนอกกลุ่มนั้นทั้งที่โดยทั่วไป ผู้ซื้อที่ดินที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง ควรทราบถึงราคาตลาดหรือราคาราชการของที่ดินก่อนที่จะลงทุนซื้อ ผิดวิสัยสำหรับคนค้าขายที่ดิน หากพบว่าที่ดินราคาถูกเกินจริง ควรสงสัยและตรวจสอบก่อนซื้อขายที่ดินถึงความผิดปกติด้านราคา ตามหลักความระมัดระวังเมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมสันนิษฐานได้ว่าบุคคลภายนอกกลุ่มนั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการสมรู้ร่วมคิดทุจริตร่วมกันกับกรรมการที่ทุจริตด้วยภายหลังกรณีศึกษาข้างต้น ประมวลรัษฎากรได้แก้ไขกฎหมายภาษีในปี 2563 โดยกำหนดเรื่อง “การโอนกำไรในเครือ” (Transfer Pricing) สำหรับ ”ผู้ถือหุ้น” และ “บริษัทในกลุ่ม” ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50% หรือมีอำนาจควบคุมผ่านกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารในตำแหน่งที่สำคัญต่อการบริหารจัดการบริษัท หากมีการทำรายการระหว่างกันเช่น การถือหุ้น ซื้อขาย ให้บริการ ให้กู้ยืมเงิน เป็นต้น ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ด้านการถือหุ้นและการใช้อำนาจควบคุมให้แก่กรมสรรพากรทั้งนี้ กฎหมายภาษียอมรับ “รายการระหว่างกัน” ที่เกิดขึ้นได้ในธุรกิจการค้า แต่ไม่ยอมรับ “ราคาระหว่างกันที่บิดเบือน” ไม่เป็นตามราคาตลาด อันส่งผลให้เกิดการทุจริตเลี่ยงภาษีและเป็นการเอาเปรียบประเทศรวมถึงผู้ประกอบการรายอื่นที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1971614
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันสุขภาพ
11/03/2026
ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ก้าวกระโดดไปอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ “ประกันสุขภาพ” เองก็ต้องมีการพัฒนารูปแบบใหม่ให้ทันสมัยและรองรับต่อรูปแบบการรักษาที่ปรับเปลี่ยนไปเช่นกัน ทั้งในด้านวงเงินความคุ้มครองที่ขยายเพิ่มขึ้นและความคุ้มครองเรื่องการรักษาให้ครอบคลุมในนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวสัญญาให้เป็น “มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่” ทำให้ผู้เอาประกันได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น“มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่” (New Health Standard) เป็นประกาศจาก “สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย” (คปภ.) เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์ ลดความซับซ้อนของสัญญาประกันสุขภาพที่แต่ละบริษัทประกันตั้งหัวข้อผลประโยชน์ไม่เหมือนกัน ทำให้เปรียบเทียบกันได้ยาก รวมถึงเนื้อหาข้อกำหนดบางอย่างยังมีช่องโหว่ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันโดนเอาเปรียบจากการไม่สามารถเบิกเคลมได้ หากหัวข้อการรักษาไม่ตรงกับข้อกำหนดที่ระบุความคุ้มครองในกรมธรรม์“คปภ. จึงทำมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่นี้ขึ้นมา เพื่อให้เนื้อหาในกรมธรรม์ของสัญญาประกันสุขภาพมีความทันสมัย คุ้มครองได้ครอบคลุมมากขึ้น อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน เปรียบเทียบกันได้ และไม่เกิดการเอาเปรียบผู้ทำประกัน”เมื่อเข้าใจใน “มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่” แล้ว สิ่งที่เราควรสำรวจเพิ่มเติมว่าถึงเวลาที่จะอัปเดตประกันสุขภาพฉบับใหม่หรือยัง มี 7 ข้อดังนี้1. ค่ารักษาพยาบาลและวงเงินความคุ้มครองที่มีอยู่: ตรวจสอบว่าแผนประกันสุขภาพที่มีอยู่นั้นมีค่ารักษาพยาบาลเป็นแบบไหน เป็นแบบ “แยกค่าใช้จ่าย” หรือ “เหมาจ่าย” วงเงินคุ้มครองเพียงพอต่อการใช้งานจริงในปัจจุบันหรือไม่ เช่น เคยทำไว้ 15 ปีที่แล้วแบบประกันค่าห้องที่ 1,000 ต่อคืน มีวงเงินค่ารักษาหนึ่งแสนบาท ซึ่งถ้าคิดว่าไม่เพียงพอในปัจจุบันแล้วก็ควรพิจารณาทำเพิ่มหรือเปลี่ยนแผนประกัน2. ผลประโยชน์ความคุ้มครองที่ “เพิ่มขึ้น” หรือ “ลดลง”: แผนประกันสุขภาพใหม่มีความคุ้มครองหมวดอื่นๆ เพิ่มเติมดีกว่าเดิมหรือไม่ เช่น มีความคุ้มครองค่าใช้จ่ายการตรวจสุขภาพ ค่ารักษาทางทันตกรรม ค่ารักษาแบบผู้ป่วยนอก เป็นต้น ทั้งนี้ควรต้องตรวจสอบด้วยว่ามีความคุ้มครองอะไรที่หายไปหรือไม่ เพราะบางครั้งแบบประกันเดิมก็มีความคุ้มครองบางรายการ ที่ครอบคลุมมากกว่าแบบประกันใหม่เช่นกัน3. เบี้ยประกัน: การเปลี่ยนแผนประกันใหม่ที่ดีขึ้น วงเงินคุ้มครองมากขึ้นอาจจะชำระเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นอีกไม่มาก ซึ่งอาจจะคุ้มค่ามากกว่า และ หากต้องชำระเบี้ยเพิ่มขึ้น ก็ควรพิจารณาความสามารถในการชำระเบี้ยและแผนการเงินในระยะยาวของเราด้วย4. สิทธิประโยชน์ใหม่ๆ: ตรวจสอบว่าแผนประกันใหม่นั้นมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่เราสนใจหรือไม่ เช่น บริการพบแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ (Telemedicine), ส่วนลดเบี้ยประกันสำหรับผู้ที่สุขภาพดี เป็นต้น5. ความเหมาะสมกับสไตล์การใช้ชีวิต: ต้องดูว่าแผนประกันใหม่ที่เราสนใจนั้นเหมาะสมกับสไตล์การใช้ชีวิตและความต้องการของเราหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ไม่ว่าอย่างไรเราก็จะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแน่นอน แต่แผนประกันที่มีอยู่ดูแล้วไม่เพียงพอแน่นอน เราก็ต้องดูแผนประกันใหม่ที่เหมาะสมกับโรงพยาบาลที่เราคาดว่าจะใช้บริการ ซึ่งหากต้องชำระเบี้ยเพิ่มเติม เราต้องพิจารณาความสามารถในการชำระเบี้ยของเราด้วย6. สุขภาพร่างกายของเรา: ถ้าเราอยู่ในช่วงที่อายุยังไม่เยอะ ข้อนี้อาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไรต้องกังวลมากนัก สามารถปรับแผนประกันสุขภาพ โดยการสมัครใหม่แทนเล่มเก่าได้อย่างสบาย การทำประกันสุขภาพฉบับใหม่ ควรทำในช่วงที่สุขภาพร่างกายเรายังสมบูรณ์และแข็งแรงดีที่สุด เพื่อจะได้รับผลประโยชน์ในเรื่องความคุ้มครองอย่างเต็มที่ และไม่ต้องเสี่ยงกับการโดนพิจารณาเพิ่มเบี้ยประกัน7. ความคุ้มครองที่ยกเว้น หรือ อาการป่วยที่เรื้อรัง: เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ ถ้าประกันฉบับที่มีอยู่นั้นให้ความคุ้มครองครบถ้วน และเกิดมีโรคประจำตัวเกิดขึ้นในระหว่างทางที่ถือประกันฉบับเดิมนั้น เราควรพิจารณาเป็นการทำฉบับใหม่เพิ่มเติมเลยจะดีกว่า เพราะถ้ายกเลิกเล่มเดิมไปจะทำให้เราเสียประโยชน์ในความคุ้มครองโรคนั้นๆ ที่คาดว่าประกันฉบับใหม่จะยกเว้นความคุ้มครองไปเมื่อสำรวจครบ 7 ข้อแล้วสรุปได้ว่าควรมีการอัปเดตแผนประกันสุขภาพใหม่ ก็ควรพิจารณาในเรื่องระยะเวลาของการทำประกันสุขภาพฉบับใหม่โดยทำประกันสุขภาพฉบับใหม่ ก่อนที่เล่มเดิมจะหมดความคุ้มครอง 30 - 120 วัน เพราะว่า • ประกันสุขภาพโดยทั่วไป จะมีระยะเวลารอคอยในการคุ้มครอง 30 วัน หลังประกันอนุมัติ • บางโรค จะมีระยะเวลารอคอยในการคุ้มครอง 60-120 วัน แล้วแต่แบบประกันและสัญญาเพิ่มเติม • บางครั้งเราอาจตรวจเจออาการหรือโรค ขณะสมัครทำประกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการยกเว้นความคุ้มครอง, เพิ่มเบี้ยประกัน หรืออาจทำประกันสุขภาพใหม่ไม่ได้เลย ถ้าเรารู้ตัวก่อนก็จะยังสามารถเก็บประกันสุขภาพเล่มเดิมไว้ได้“การอัปเดตประกันสุขภาพนั้นถือเป็นกระบวนการในการวางแผนทางการเงินที่สำคัญ เป็นการตรวจสอบแผนทางการเงินของเราในด้านการจัดการความเสี่ยง ช่วยปรับปรุงความคุ้มครองให้ตรงตามความจำเป็นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นโดยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ อีกด้วย”การอัปเดตนั้นจะทำให้มีแผน “ประกันสุขภาพ” ที่เหมาะสมที่สุด โดยสามารถตรวจสอบตามขั้นตอนนี้ได้ด้วยตัวเอง หากยังมีความสงสัยในเรื่องเงื่อนไขความคุ้มครอง หรือเงื่อนไขสัญญาต่างๆ ก็สามารถสอบถามได้ที่ตัวแทนประกัน เจ้าหน้าที่บริษัท หรือนักวางแผนการเงินมืออาชีพ ก็จะได้คำแนะนำที่ชัดเจนและตรงประเด็นที่สุดแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ wealthythaihttps://www.wealthythai.com/en/updates/wealth-management/wealth-ez/28273
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
11/03/2026
• สวัชโรกร วรรณศร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานการกำเนิดอาณาจักรล้านนา• ผลงานชิ้นสำคัญที่ถอดแบบจากตำนานคือ ประติมากรรมกวางทองคำในชื่อ "ทลายคำ" และเตียงหินของเจ้าหลวงคำแดงในชื่อ "Call me by the Weight"• ศิลปินใช้สัญลักษณ์จากตำนานเพื่อตั้งคำถามและนำเสนอแนวคิดเรื่อง "การอยู่ร่วมกันของสิ่งที่แตกต่าง" และข้อจำกัดในการสื่อสาร• ผลงานเหล่านี้ถูกจัดแสดงในนิทรรศการ "Roots & Rituals" ที่อัคนี่ แกลลอรี (AGNI Gallery) กรุงเทพฯตำนานของดินแดนทางเหนือของไทยมีเรื่องเล่าว่า ‘พระยาโจรณี’ พบกวางทองคำเดินอยู่ในป่า ด้วยความงดงามที่หาได้ยากยิ่ง ปรารถนาจะนำมาไว้ในอุทยานส่วนตัว จึงมอบหมายภารกิจสำคัญแก่ ‘เจ้าสุวรรณคำแดง’ ผู้เป็นบุตรชาย ให้ระดมไพร่พลออกไล่จับกวางตัวนี้มาให้ได้เมื่อเจ้าสุวรรณคำแดงและกองทัพไล่ตามกวางทองคำมาจนถึง ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ กวางทองคำได้หายตัวไปแต่เจ้าสุวรรณคำแดงกลับพบ ‘บึงบัว’ ที่มีลักษณะพิเศษ คือมีบัว 7 กอ แต่ละกอมีดอกบานลดหลั่นกันไปตั้งแต่ 7 ดอกไปจนถึง 1 ดอกฤาษีในบริเวณนั้นตีความว่า นี่คือนิมิตหมายอันดีของการสร้างบ้านเมือง ณ ที่นี้ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง เช่น ปลูกข้าวเพียง 7 ครั้ง แต่เลี้ยงคนได้นานถึง 7 ปีประติมากรรมกวางทองคำเจ้าสุวรรณคำแดงตัดสินใจตั้งรกรากในพื้นที่นี้ไม่กลับเมืองเดิม ก่อนตั้งชื่อเมือง ได้มีการทำพิธีพยากรณ์โดยนำ ‘เตียงหิน’ ของตนเองมาชั่งน้ำหนัก ปรากฏเป็นตัวเลขในภาษาโบราณที่ใช้ในขณะนั้น (คล้ายบาลี) เป็นที่มาของชื่อ “ล้านนา” ในเวลาต่อมาเจ้าสุวรรณคำแดงจึงมีฐานะเป็นปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเมืองล้านนา ขานพระนามว่า ‘เจ้าหลวงคำแดง’ และนี่คือปฐมบทแห่งการตั้งเมืองเชียงใหม่จากตำนานดังกล่าว สวัชโรกร วรรณศร ศิลปินรุ่นใหม่นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงาน ประติมากรรมกวางทองคำ ศิลปินตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า ทลายคำ (ภาษาล้านนาดั้งเดิม) ทำจากวัสดุทองเหลือง จัดแสดงในนิทรรศการ Roots & Rituals ที่ AGNI (Art Gallery & Next Ideas) หรือ ‘อัคนี่ แกลลอรี’ แกลลอรีศิลปะร่วมสมัยในกรุงเทพฯสวัชโรกร วรรณศร เป็นศิลปินเชื้อสายผสม มารดาเป็นชาวไทใหญ่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2510 - 2520 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลต่างด้าวในปี พ.ศ.2530 บิดาเป็นชาวล้านนา (เชียงใหม่)หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วิชาเอกภาพพิมพ์) เมื่อปี พ.ศ. 2561ความแตกต่างที่หลากหลายในครอบครัวกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้เขาชอบตั้งคำถามและนำเสนอเรื่อง “การอยู่ร่วมกันของสิ่งที่แตกต่างกัน” ในงานศิลปะสวัชโรกรยังสนใจนำ เทคโนโลยี มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงานศิลปะเพื่อสื่อความหมายใหม่ เช่น ใช้ 3D Printing สร้างประติมากรรมหินงอกประกอบผลงาน Liberation Drum (เสียงกลองที่ดังออกมาจากถ้ำหลวงเชียงดาวในวันพระ) เพราะเขามองว่า กระบวนการพิมพ์แบบ 3 มิติ (การฉีดพลาสติกทีละชั้น) มีความคล้ายคลึงกับการก่อตัวของหินงอกในธรรมชาติที่แร่ธาตุค่อยๆ ทับถมกันประติมากรรม Call me by the Weight และภาพจิตรกรรมผีอ้าปากในนิทรรศการนี้ สวัชโรกรยังจัดแสดงประติมากรรม เตียงนอนเจ้าหลวงคำแดง ศิลปินตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า Call me by the Weight โดยจำลองรูปลักษณ์มาจาก ‘เตียงหิน’ ตามตำนานที่ปรากฏในหนังสือ ‘ประชุมตำนานล้านนาไทย’ ของอาจารย์สงวน โชติสุขรัตน์ จัดวางไว้ที่ด้านหน้าของ ภาพจิตรกรรมผีอ้าปาก ที่มีแสงสว่างออกมาจากปาก สะท้อนข้อจำกัดของมนุษย์ด้านการสื่อสาร“แม้สรรพสิ่งเหล่านั้นกำลังพยายามสื่อสารบางอย่างออกมา แต่ด้วย ภาวะวิทยา (Ontology) ของมนุษย์ในปัจจุบัน เราไม่สามารถเข้าไปทำความเข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังพูดคุยอะไรกันอยู่ แสงที่ออกปากจึงเป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารที่เราเห็นแต่ไม่รู้ความหมาย” ศิลปินกล่าวนิทรรศการ Roots & Rituals ยังจัดแสดงผลงานศิลปะของ Dishon Yuldash ศิลปินหญิงชาวอุซเบกิสถาน ถ่ายทอดประเด็นเรื่องความทรงจำและการเปลี่ยนแปลงผ่านประติมากรรมที่มีรูปทรงเรียบลื่น ไหลต่อเนื่อง และตอบสนองต่อแสงรวมถึงการเคลื่อนไหวของผู้ชมDishon Yuldash สำเร็จการศึกษาจาก Joseph Bakstein Institute of Contemporary Art ในนครมอสโก เป็นผู้ก่อตั้งแกลเลอรีไม่แสวงหาผลกำไร ISSMAG และแพลตฟอร์ม Prolog.VisionDishon Yuldash, Maria Kolotovkina ภัณฑารักษ์ และสวัชโรกร วรรณศรผลงานบางส่วนของ Dishon Yuldashติดตามชมผลงานศิลปะอีกหลายชิ้นของ สวัชโรกร วรรณศร ที่นำแบบแผนและความเชื่อในวัฒนธรรมภาคเหนือของไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในนิทรรศการ Roots & Rituals และผลงานต่างวัฒนธรรมของ Dishon Yuldash ได้ตั้งแต่วันนี้-17 มีนาคม 2569 หมายเหตุ : AGNI Gallery เลขที่ 15/2 ชั้น 6 ซอยร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (BTS เพลินจิต) เข้าชมฟรีแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1222938
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
11/03/2026
รู้ไว้ก่อนบิน! 6 ความลับที่สายการบินไม่อยากให้คุณรู้หลายคนอาจมองว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินคือการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย แต่เบื้องหลังการให้บริการยังมี “ความลับ” ที่สายการบินมักไม่เปิดเผยอย่างชัดเจน ด้านล่างคือ 6 ความจริงที่อาจทำให้คุณประหลาดใจ1. ทำไมห้องโดยสารมักจะหรี่ไฟ?ในเที่ยวบินกลางคืนหรือเมื่อบินผ่านพื้นที่มีสภาพอากาศแปรปรวน ลูกเรือจะหรี่ไฟในห้องโดยสาร เพื่อให้สายตาผู้โดยสารคุ้นชินกับความมืดไว้ล่วงหน้า หากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยให้ผู้โดยสารมองทางออกได้ดีขึ้น แทนที่จะถูก “ตัดสินด้วยแสง” ในช่วงเวลาที่แสงดับกระทันหัน2. ทำไมเครื่องบินไม่เติมน้ำมันเต็มถัง?ไม่ได้เติมน้ำมันเต็มถังเป็นมาตรการลดน้ำหนักและประหยัดต้นทุน แถมยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับนักบิน หากเผชิญเหตุที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือลงจอดที่สถานีระหว่างทาง ก็สามารถจัดการได้โดยไม่ต้องแบกรับน้ำหนักเกินจำเป็น3. กฎระเบียบก่อนบิน ไม่ใช่แค่พิธีกรรมคำแนะนำอย่างการงอพนักพิงเก้าอี้, พับโต๊ะอาหาร, ดึงม่านหน้าต่างขึ้น, คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องพิธี แต่ช่วยให้ผู้โดยสารพร้อมตอบสนองในสถานการณ์ภัย อำนวยให้การช่วยเหลือ หรือการอพยพเป็นไปได้ง่ายขึ้น4. ระวัง! อย่าให้ของกินตกลงบนถาดแม้ภาพรวมบริการในเที่ยวบินจะดูสะอาด แต่ถาดอาหารบางทีอาจไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเข้มงวดในช่วงเปลี่ยนเที่ยวบินหรือเชื่อมต่อเวลาใกล้เคียง ดังนั้น หากเป็นไปได้ ควรเลี่ยงให้ของกินสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวถาด5. พรมบนเครื่องบิน แหล่งสะสมแบคทีเรียที่น่ากลัวพื้นพรมในห้องโดยสารเป็นจุดที่แทบไม่มีใครทำความสะอาดบ่อยครั้ง เมื่อรวมกับคราบฝุ่น ดิน น้ำหก หรือแม้แต่ของเสียจากเด็กเล็ก ก็สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าระหว่างเที่ยวบินจะปลอดภัยกว่า6. ช่วงเวลาที่ลูกเรือ “หวาดกลัว” มากที่สุดหนึ่งในเรื่องที่ลูกเรือกลัวไม่ใช่เหตุทางเทคนิค แต่เป็นพฤติกรรมของผู้โดยสารที่เกิดอารมณ์แปรปรวน เช่น ลูกเรือเคยเล่าว่าเจอผู้โดยสารตื่นตระหนก กรีดร้องว่าโดนรุม หรือมีปัญหากับการถือสัมภาระ ซึ่งสร้างความตึงเครียดระหว่างเที่ยวบินอย่างมากเบื้องหลังเที่ยวบินที่ดูราบรื่น มีระบบ ปฏิบัติการ และมาตรการรัดกุมหลายอย่าง ทั้งสิ่งที่คุณเห็นและสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ สายการบินอาจไม่อยากให้เปิดเผยทั้งหมด แต่ทั้งหมดออกแบบมาเพื่อ “ความปลอดภัยสูงสุด” ของผู้โดยสารในทุกเส้นทางขอขอบคุณข้อมูล :sohaแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1452899/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
14/05/2025
29/04/2024
08/10/2024
30/04/2024
10/06/2024