คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ข่าวทั่วไป

ประเทศ IQ สูงสุดปี 2026 ประเทศไทยอันดับน่าตกใจ แม้เอเชียยังนำโด่ง

09/03/2026

"รายงานใหม่เผยประเทศ IQ สูงสุดปี 2026 ประเทศไทยอันดับน่าตกใจ โลกเผยการเปลี่ยนแปลงหลายชาติ เอเชียตะวันออกครองแชมป์"การจัดอันดับระดับเชาวน์ปัญญาหรือ IQ ของประเทศทั่วโลกยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ตัวชี้วัดศักยภาพของประเทศในทุกมิติ แต่ก็ถือเป็นดัชนีสำคัญที่สะท้อนถึงระบบการศึกษา การเข้าถึงการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะทางปัญญาของประชากรเว็บไซต์ International IQ Test ได้เผยผลการจัดอันดับค่าเฉลี่ย IQ ของประเทศต่าง ๆ ประจำปี 2026 โดยใช้ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการทดสอบทั่วโลก ซึ่ง IQ หรือ Intelligence Quotient หมายถึงความสามารถด้านการคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ และการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งเป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดและเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก'ผลการจัดอันดับล่าสุดพบว่า ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเกาหลีใต้คว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนนเฉลี่ย 106.97 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการลงทุนในระบบการศึกษาที่ต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี'อีกปัจจัยสำคัญคือระบบการเรียนที่มีการแข่งขันสูง การให้ความสำคัญกับการสอบมาตรฐานและการศึกษาที่เข้มข้น ทำให้เกาหลีใต้ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านคะแนน IQ ของโลกไว้ได้อันดับ 2 ตกเป็นของจีน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 106.48 แม้จะลดลงเล็กน้อยจากปี 2025 แต่จีนมีจำนวนผู้เข้าร่วมการทดสอบมากที่สุดในฐานข้อมูล ทำให้คะแนนดังกล่าวสะท้อนกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ส่วนญี่ปุ่นอยู่ในอันดับ 3 ด้วยคะแนนเฉลี่ยประมาณ 106.3 โดยยังคงรักษามาตรฐานจากวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่มีระเบียบวินัยสูง ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และอัตราการรู้หนังสือที่สูงมากในปี 2026 ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในกลุ่มประเทศ 10 อันดับแรก โดยออสเตรเลียขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ถือเป็นการไต่ระดับที่โดดเด่น สะท้อนถึงการลงทุนด้านการศึกษาและงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นขณะเดียวกัน เวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีการเติบโตของคะแนน IQ สูงที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จนสามารถก้าวขึ้นมาติด 10 อันดับแรกของโลกได้สำเร็จ หลังจากในปี 2025 ยังอยู่อันดับที่ 25การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการพัฒนาด้านการศึกษา การเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล และการแข่งขันทางวิชาการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับประเทศไทย ในปี 2026 อยู่ในอันดับที่ 31 ของโลก ด้วยคะแนนเฉลี่ย 99.94 คะแนน ลดลงจากปีก่อนที่เคยอยู่อันดับ 15 และมีคะแนนเฉลี่ย 101.52 คะแนนอย่างไรก็ตาม นักวิชาการจำนวนมากชี้ว่า การจัดอันดับ IQ ไม่ได้เป็นตัวนิยามความฉลาดของประเทศอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากสติปัญญาของมนุษย์มีหลายมิติ และยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม โภชนาการ ตลอดจนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมดังนั้น ผลการจัดอันดับ IQ จึงควรถูกมองเป็นเพียงภาพสะท้อนของประสิทธิภาพในการทดสอบทางปัญญา มากกว่าการใช้เป็นตัวชี้วัดระดับความฉลาดของแต่ละประเทศอย่างตายตัวข้อมูลจาก international-iq-test และ Ghana Reportแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยนิวส์ออนไลน์https://www.thainewsonline.co/news/898192

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

อัปเดต ฤดูชมซากุระญี่ปุ่นปี 2026: คาดปีนี้บานเร็วกว่าปกติจากภาวะโลกร้อน

09/03/2026

โลกร้อนเป็นเหตุ ตารางชมซากุระญี่ปุ่นปีนี้ มีแนวโน้มบานเร็วกว่าปกติเป็นเวลาหลายศตวรรษที่การเบ่งบานของ “ดอกซากุระ” กลายเป็นเสมือนจังหวะหัวใจของฤดูใบไม้ผลิในประเทศญี่ปุ่น สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ ความงดงามชั่วคราว และปรัชญาเรื่องความไม่จีรังของชีวิต อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม ปี 2026 นี้ จังหวะของฤดูกาลดังกล่าวกำลังเดินเร็วขึ้นกว่าที่เคยข้อมูลล่าสุดจาก Japan Meteorological Corporation (JMC) ระบุว่า ซากุระกำลังจะบานสะพรั่งทั่วประเทศเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การบานของซากุระในญี่ปุ่นกำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือของประเทศอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของปฏิทินธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของหนึ่งในประเพณีทางวัฒนธรรมเก่าแก่พยากรณ์ซากุระปี 2026การอัปเดตล่าสุดจาก JMC ระบุว่า ซากุระพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ (Somei Yoshino) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมที่สุดของญี่ปุ่น จะเริ่มผลิบานในพื้นที่ตอนใต้และตอนกลางเร็วกว่าปกติประมาณ 5–7 วันนักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ปรากฏการณ์ซากุระบานเร็วในปี 2026 เป็นผลโดยตรงจาก ฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ และคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแม้ฤดูหนาวปีนี้จะยังมีช่วงอากาศหนาวเพียงพอสำหรับการพักตัวของต้นไม้ แต่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคมได้ทำหน้าที่ราวกับ ปุ่มเร่งเวลาทางชีวภาพ ทำให้กระบวนการออกดอกเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าปกติแม้ความแตกต่างเพียงหนึ่งสัปดาห์อาจดูเล็กน้อย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนที่วางแผนการเดินทางเพื่อชมซากุระล่วงหน้าเป็นเดือนหรือเป็นปี ความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วันจึงอาจหมายถึงการพลาดช่วง “มันไค” (Mankai) หรือช่วงที่ดอกซากุระบานเต็มที่ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นปรากฏการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล แต่ยังเป็นสัญญาณหนึ่งของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกอีกด้วยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000022896

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

เช็กอินพิกัดงานศิลป์ “White Canvas Thailand ครั้งที่ 6” รวมที่สุดผลงานศิลปินหน้าใหม่ของไทย ชมฟรี วันนี้ – 10 มีนาคม 2569 ณ ณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะ

09/03/2026

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ร่วมกับ พาเลท อาร์ตสเปซ (Palette Artspace) แกลลอรี่แสดงผลงานศิลปะชั้นนำของไทย จัดนิทรรศการ “White Canvas Thailand ครั้งที่ 6 รวมกว่า 60 ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่จากการประกวดโครงการผืนผ้าใบสีขาว ประจำปี 2568 ภายใต้ความร่วมมือของ กรุงเทพมหานคร และ SPUTNIK International พร้อมแรงสนับสนุนจากเครือข่ายศิลปะไทย–ญี่ปุ่นมาโดยตลอด เพื่อส่งเสริมและเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ที่มีความสามารถในภูมิภาคเอเชีย พร้อมเปิดพื้นที่ให้จินตนาการและความคิดของศิลปินรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดอย่างอิสระผ่านแนวคิดของ “ผืนผ้าใบสีขาว” จุดเริ่มต้นของความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด เพื่อให้ผู้ที่รักงานศิลปะได้มาชื่นชม โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 10 มีนาคม 2569 ณ บริเวณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะนิทรรศการในครั้งนี้เป็นการรวบรวมผลงานชิ้นเยี่ยมที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น สะท้อนบทบาทของศิลปะในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การค้นหาตัวตน และการสื่อสารมุมมองต่อโลกของเยาวชนไทย โดยมีผลงานไฮไลต์อย่าง “ดาวลูกไก่” ของเด็กหญิงพิชชานันท์ ชัยประโคม ที่นำแรงบันดาลใจจากการสำรวจดวงดาวบนฟ้ามาเปรียบเทียบกับความรักความผูกพันของแม่ไก่ที่คอยปกป้องดูแลลูกไก่ เหมือนกับคุณแม่ที่คอยมอบความรักความอบอุ่นและส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เติบโตอย่างมีสติเป็นคนดีของสังคม เช่นเดียวกับผลงานชื่อ “กลับดาว” ของนางสาวณภาค์ เจียรกุล ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแสงแห่งดวงดาวในการนำทางเพื่อเดินทางกลับไปหาความหวังที่สถิตอยู่ในตัวตนของเราอีกครั้งนอกจากนี้ยังมีผลงาน “พื้นที่จำกัด” ของนางสาวพิมพ์พิศา อนุฤทธิ์ ที่เล่าเรื่องราวผ่านการผสมผสานวัตถุซึ่งเป็นภาพแทนของสภาวะการใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัดของคนชนชั้นล่าง สะท้อนการปรับตัวเพื่อดำรงอยู่ท่ามกลางบริบททุนนิยมและความแตกต่างทางชนชั้น โดยนำวัสดุต่าง ๆ มาประยุกต์ออกแบบเป็นที่พักทางกายและใจที่งดงาม เป็นภาวะที่ต้องอยู่ร่วมกับสังคมสมัยใหม่อย่างแนบเนียนจนมักถูกมองข้ามไป โดยนิทรรศการเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันนี้ – 10 มีนาคมนี้ ณ บริเวณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-011-7500 หรือ Facebook: Siam Takashimayaแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000020021

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ จัดงาน AIA WEALTH FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด WEALTH – LIFE – BALANCE พร้อมพาลูกค้าสินทรัพย์สูงก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่งคั่งและมั่นคง

09/03/2026

เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าพันธกิจสร้างความมั่งคั่งให้กับคนไทย เพื่อความมั่นคงในชีวิตระยะยาว ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ซึ่งเอไอเอ เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูนิต ลิงค์ ต่อเนื่องมานานกว่า 16 ปี[1] และล่าสุดกับการจัดงานสัมมนาสุดเอกซ์คลูซีฟ AIA WEALTH FORUM 2026 ภายใต้หัวข้อ WEALTH – LIFE – BALANCE  นำโดย คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย และคุณสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานในงาน ร่วมด้วย คุณพีร พนิตพล ผู้อำนวยการ ฝ่าย Total Wealth Solution เอไอเอ ประเทศไทย และวิทยากรมากประสบการณ์ด้านการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ร่วมเผยมุมมองทิศทางเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย โดยมีแขกผู้มีเกียรติและตัวแทนเข้าร่วมกว่า 300 ท่าน ณ โรงแรม เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ คุณสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ซึ่งถูกกำหนดโดย 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ 1) การปฏิวัติด้าน AI ที่กำลังเปลี่ยนจาก “เทรนด์” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจยุคใหม่” 2) การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitical Fragmentation นั่นคือ ยุคแห่งความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อกำลังถูกแทนที่ด้วยโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น ส่งผลลัพธ์คือโลกที่มีความ “แยกส่วนมากขึ้น” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลงทุนระยะยาว และ 3) ทิศทางเงินเฟ้อที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค จากการผสมผสานของมาตรการภาษีการค้าแบบเจาะจง, การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง, และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ส่งผลให้เงินเฟ้อของแต่ละประเทศมีทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมากขึ้น เทรนด์เหล่านี้กำลังก่อให้เกิดโครงสร้างตลาดแบบใหม่ และทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องมีมุมมองเชิงลึกและกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม“ด้วยการบริหารเชิงรุก เพื่อเฟ้นหาโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุดและเน้นสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้แก่นักลงทุน บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) จึงได้พัฒนาโซลูชันด้านการลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งที่ตอบโจทย์และทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยได้นำเสนอกองทุน AIA Global Active Income Fund (AIA GAIF) ผ่านนวัตกรรมประกันยูนิต ลิงค์ ของเอไอเอตัวใหม่ล่าสุด “AIA Elite Income Prestige (Unit Linked)” มุ่งเสริมความมั่นคงในระยะยาว เน้นลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท  ให้เงินทำงาน เพื่อเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนไทยในการลงทุนสร้างโอกาสรับรายได้ที่สม่ำเสมอ เหมาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวน”คุณผดุง ทรงอธิกมาศ  ผู้อำนวยการ ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และการจัดสรรสินทรัพย์ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เสริมว่า “กลยุทธ์การลงทุนที่ทาง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) มุ่งเน้นคือ กลยุทธ์ Income Strategy โดยมีจุดเด่นคือการออกแบบพอร์ตลงทุนเพื่อสร้างโอกาสรับรายได้ในระยะยาว โดยผสานสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดเข้ากับการลงทุนที่มีโอกาสเติบโต ทำให้ผลตอบแทนมีลักษณะคล้ายหุ้น แต่มีความผันผวนต่ำกว่า และมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งรายได้และเสถียรภาพของพอร์ตลงทุนในระยะยาว”ด้าน Mr. Jeremy H. Butterworth, Managing Director and Investment Strategist, Wellington Management ระบุว่า “ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์ Income Strategy หลัก ๆ 3 ข้อได้แก่   1. ป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Protection)การลงทุนในหุ้นทั่วโลก คือการลงทุนในธุรกิจจริง บริษัทจำนวนมากสามารถเพิ่มกำไรและปรับขึ้นราคาสินค้าได้ในระยะยาว ซึ่งช่วยรับมือกับเงินเฟ้อได้   2. ป้องกันการปรับตัวลงของพอร์ต (Downside Protection)พอร์ตที่เน้น Income มักลงทุนในบริษัทที่มีรายได้และกระแสเงินสดมั่นคง จึงมีความผันผวนน้อยกว่าพอร์ตหุ้นทั่วไป แม้อาจไม่ได้เติบโตหวือหวาเหมือนหุ้นเติบโตสูง แต่มีแนวโน้มรับมือกับตลาดผันผวนได้ดีกว่าในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดัน  3. โอกาสรับรายได้ที่สม่ำเสมอ (Steady Income)ด้วยการลงทุนในบริษัทคุณภาพสูงที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และเสริมด้วยกลยุทธ์อย่าง Covered Call พอร์ตจึงสามารถสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่อง ซึ่งการสร้างโครงสร้างรายได้ที่กระจายความเสี่ยงในลักษณะนี้ ไม่ใช่สิ่งที่นักลงทุนรายบุคคลจะทำได้ง่าย“โดยภาพรวม การสร้างพอร์ตที่กระจายการลงทุนในบริษัทคุณภาพสูง และสามารถส่งมอบทั้งการป้องกันเงินเฟ้อ การควบคุมความเสี่ยงขาลง และรายได้ที่สม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ด้วยเหตุนี้  Wellington Management จึงเลือกจับมือเป็นพันธมิตรกับ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เพื่อส่งมอบโซลูชันการลงทุนที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์เป้าหมายของผู้ลงทุนในระยะยาวอย่างแท้จริง”Mr. Kelvin Lam, Managing Director, Head of Sales, Southeast Asia, Allianz Global Investors กล่าวถึงกลยุทธ์การลงทุนที่ผสานกับฝั่ง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ว่า “ทาง Allianz Global ใช้กลยุทธ์ Allianz Income และ Growth Strategy ซึ่งถูกออกแบบบนแนวคิดที่เรียบง่ายแต่มีวินัย คือการจัดสรรการลงทุน โดยแบ่งน้ำหนัก เท่า ๆ กัน และสำหรับกองทุน AIA Global Active Income Fund (AIA GAIF) ได้ถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อนักลงทุนในผลิตภัณฑ์ AIA Elite Income Prestige (Unit Linked) โดยกองทุนนี้ถูกพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ทั้ง Income และ Growth ผ่านแหล่งรายได้ที่หลากหลายถึง 7 แหล่ง  อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของพอร์ตคือ หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bonds) ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีในช่วงตลาดขาขึ้น และในขณะเดียวกัน ช่วยลดความผันผวนและจำกัดการขาดทุนในช่วงตลาดขาลง ที่สำคัญกลยุทธ์นี้ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว โดยมีข้อมูลผลการดำเนินงานจริง นับตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งสามารถทำผลงานได้ดีมาอย่างสม่ำเสมอ”หมายเหตุ:[1] ข้อมูลจากเอไอเอ ประเทศไทย ณ เดือนธันวาคม 2568คำเตือน: •ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง • ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์ • การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต  

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

สร้างทางรอด จากอำนาจของเงิน

06/03/2026

คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน ผู้เขียน : พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่) หนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินก็คือ “ลายแทงแห่งความรวย” ซึ่งสามารถทำได้โดยการสร้างสินทรัพย์ที่สามารถเสริมสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และให้งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ การเป็นนักลงทุนที่ดีในธุรกิจจึงหมายถึงการที่สามารถสร้างสินทรัพย์ที่ดีได้โดยการแสวงหาการลงทุนที่เหมาะสมได้นั่นเอง ในบรรดานักลงทุนที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด จะเห็นได้ว่านักลงทุนสามารถแบ่งออกได้เป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ 1. นักลงทุนพันธุ์แท้ที่เป็นผู้ประกอบการ และลงทุนในธุรกิจของตัวเอง 2. นักลงทุนที่เป็นเจ้าของกิจการทางอ้อม โดยการเอาเงินไปลงทุนในตลาดการเงิน ผู้ประกอบการหรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเอง การสร้างธุรกิจให้เป็นของตัวเองนั้นจะต้องยอมรับกับการที่มีรายได้ไม่แน่นอน (และก็ไม่เท่ากันทุกเดือนด้วย) อีกทั้งยังจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการล้มละลายเมื่อบริหารผิดพลาด แถมยังต้องติดหนี้ติดสินเพิ่มเติมอีกต่างหาก การตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเองจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ และเหมาะสมเสียก่อนที่จะทำการใดลงไป แม้ว่าโอกาสในการประสบความสำเร็จนั้นจะมีน้อยหรือน้อยมากก็ตาม ความพยายามและไม่ท้อถอยก็ถือเป็นแรงผลักดันที่จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้มากขึ้น โอกาสในการประสบความสำเร็จของนักลงทุนประเภทนี้ จะมีมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยหลัก ๆ 3 อย่างคือ 1) การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ การแข่งขันกันในทางธุรกิจนั้นนับวันก็ยิ่งดุเดือดมากยิ่งขึ้น ซึ่งธุรกิจที่ดีนั้นไม่จำเป็นจะต้องเน้นแต่การแข่งขันแต่เพียงอย่างเดียว การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำนั้น จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการหาลูกค้า และตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ในตลาดได้ 2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็น และไม่ให้มันเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ แม้ว่าธุรกิจจะทำกำไรได้มากมายแค่ไหน แต่หากขาดสภาพคล่อง หรือเงินสดไปชำระหนี้แล้ว ก็เหมือนกับคนหน้าตาดีที่อยู่ ๆ ก็ขาดอากาศหายใจแล้วก็ตายจากไป (ในทางกลับกัน การที่มีแต่เงินสดแต่ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง ก็เหมือนกับคนที่หายใจไปวัน ๆ แต่สุขภาพทรุดโทรม ได้แต่รอวันตายจากไปในที่สุดเช่นกัน) เจ้าของกิจการที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะในตัวธุรกิจ หรือในตัวของเจ้าของเอง ก็จะทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น 1. การทำแผนธุรกิจที่ดีไปยื่นเสนอให้กับธนาคารในกรณีที่ขอสินเชื่อ หรือการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เป็นต้น 2. สำหรับเงินทุนที่มีมาอยู่แล้วจากตระกูล ก็สามารถให้ลูก ๆ หลาน ๆ ในตระกูลเอาไว้เล่นลองผิด ลองถูกได้ หรือสำหรับคนที่ญาติทางภรรยาหรือสามีไปรู้จัก หรือมีคอนเน็กชั่นกับคนใหญ่คนโต ก็สามารถพากันไปคุยขอวงเงินกู้พิเศษกับธนาคาร ซึ่งก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป 3) การที่สามารถมีพนักงานที่เก่งและดีมาทำงานแทนเขาได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจทุกประเภทคือ “ทรัพยากรบุคคล” เพราะไม่ว่าบริษัทจะดีแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถดำเนินอยู่ได้เมื่อบุคลากรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งเมื่อมองตามมุมนี้แล้วก็จะเห็นกันอยู่ ว่าการทำธุรกิจทั่วไปนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะคือ แบบที่จ้างตัวเอง และแบบที่จ้างคนอื่น - การจ้างตัวเอง (Self-Employment) ข้อดีของการจ้างตัวเองคือ สามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทั่วถึง และสามารถดำเนินงานให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าการให้คนอื่นบริหารงานแทน ข้อเสียของการจ้างตัวเองคือ การที่ไม่สามารถปล่อยวางกิจการได้ และเมื่อใดที่เจ้าของกิจการล้มป่วย ก็หมายถึงวันที่กิจการนั้นเกิดล้มป่วยด้วยเช่นกัน - การจ้างคนอื่น ข้อดีของการจ้างคนอื่นคือ การที่เจ้าของกิจการเองสามารถเอาเวลาไปคิดทำอย่างอื่น และขยายโลกทัศน์ให้กว้างไกลได้มากขึ้น สร้างสินทรัพย์ให้งอกเงยขึ้นมาเรื่อย ๆ จะเห็นได้ทั่วไปจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ ที่เวลาส่วนใหญ่จะเอาไปใช้ในการพบปะสังสรรค์ หรือเล่นกอล์ฟ เป็นต้น ข้อเสียของการจ้างคนอื่นจึงอยู่ที่การต้องมอบความไว้วางใจให้กับคนอื่น โดยที่เจ้าของกิจการจะต้องรับความเสี่ยงเอาไว้เองเมื่อกิจการขาดทุน โดยปัญหาที่ปวดหัวกันอยู่ทุกที่ ก็คือปัญหาในด้านการบริหารคน เพราะการจะให้คนอื่นมาบริหารงานแทนนั้น จะต้องฝึกให้คิดแก้ปัญหาแทนเจ้าของกิจการให้ได้ก่อน ซึ่งก็ต้องมีการมอบหมายและพัฒนาตามความถนัดและเหมาะสม บทสรุป การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเองนั้นก็คือการ “ใส่ไข่ลงในตะกร้าใบเดียว” ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จได้ก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ออกดอกออกผล และเกิดแรงเหวี่ยงที่ทำให้ก่อเกิดรายได้ ทำให้เข้าถึงหนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างที่รู้ว่าความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจของตัวเองนั้นก็มีไม่มาก ดังนั้น เทคนิคการบริหารความเสี่ยงจึงมีส่วนสำคัญในการประกอบธุรกิจด้วยเช่นกัน แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1876195

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ จัดงาน “LOVE YOUR VIBES” รักเรา รักษ์โลก ส่งต่อพลังบวกให้ตัวเราและโลกใบนี้

06/03/2026

เอไอเอ ประเทศไทย จัดกิจกรรม “LOVE YOUR VIBES” ชวนพนักงานมาเติมพลังดี ๆ ทั้งสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการดูแลตัวเองแบบรอบด้าน ในเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา โดยมีคุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนพนักงาน ซึ่งงานนี้จัดเต็มด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สนุก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ทุกสาย ไม่ว่าจะสายสุขภาพ สายกิจกรรม สายชอป หรือสายมู พร้อมจับมือวาโก้ จัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทรวงอก ผ่านแคมเปญ “LOVE THROUGH CARE: Hat for Heart หนึ่งหมวก หนึ่งกำลังใจ” ที่เปิดให้พนักงานตกแต่งหมวกสุดสร้างสรรค์เพื่อมอบและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง  ต่อด้วยความรู้ด้านสุขภาพจากกิจกรรม “LOVE YOUR WELLBEING” Health Talk ตอน “มะเร็งวายร้าย…วัยรัก” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่พบในผู้หญิงให้พนักงานรับชมผ่านช่องทางออนไลน์  นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมที่ร่วมสนุกกันได้ทั้งวัน ได้แก่   •  LOVE YOUR ENERGY ค้นหาแพทเทิร์นพลังงานของตัวเองผ่าน Human Design: Know Your Energy พร้อมเวิร์กชอปเข้าใจง่าย    •  LOVE YOUR FUTURE ตรวจดวงชะตากับผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์    •  LOVE YOUR LIFE ชอปเพลินกับสินค้าแบรนด์ดัง ที่ AIA Market   •  พร้อมบูธจาก MSD ให้ความรู้เรื่องวัคซีน HPV เพื่อสุขภาพในระยะยาว กิจกรรม “LOVE YOUR VIBES” ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของเอไอเอในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้พนักงานดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งกาย ใจ และอนาคตของตัวเองและคนรอบข้าง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

Ampawa SUP Board พายซับบอร์ด สำรวจอันซีน “อัมพวา”

06/03/2026

“ซับบอร์ด” เคลื่อนคล้อยลอยบนผิวน้ำอย่างอ้อยอิ่ง ผ่านไปตามร่องน้ำขนาดกว้างไม่กี่เมตรที่โอบขนาบความเขียวขจีของพืชพันธุ์ตามธรรมชาติเบียดเสียดสูงต่ำสลับกลมกลืนกับพืชเกษตรกรรมในสวนริมคลอง ร่มเงาจากพลังสีเขียวสองฟากฝั่งปล่อยความสดชื่นราวร่ายมนต์สะกด มีเสียงทักทายจากชาวบ้านท้องถิ่นถามไถ่เป็นระยะ พร้อมๆกับบางช่วงที่เสียงสุนัขเฝ้าสวนเห่ากันเกรียวเมื่อเห็นแขกแปลกหน้าพายอุปกรณ์สีสันสดใสล่องผ่านคุ้งน้ำบรรยากาศทั้งหมดนี้เป็นความรื่นรมย์ไร้การปรุงแต่งที่นำนักท่องเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์วิถีชีวิตดั้งเดิมชาวอัมพวา ในรูปแบบร่วมสมัย อิ่มอรรถรสทั้งสนุกสนาน ผ่อนคลายใจ และได้สาระความรู้ไปพร้อมกัน แถมยังได้ผลไม้สดๆจากชาวสวนติดไม้ติดมือกลับไปด้วยสำรวจความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในอัมพวาแรงบันดาลใจจาก “บางกะจะสู่อัมพวา”“อัมพวา” อำเภอท่องเที่ยวชื่อดังของสมุทรสงคราม นับเป็นหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลองนับร้อยสาย แต่เมื่อความเจริญเติบโตกับการคมนาคมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การสัญจรทางน้ำก็ลดบทบาทลงเป็นทางเลือกรอง สำหรับชีวิตประจำวันนั้นคงเหลือเพียงคนในท้องถิ่นบางส่วนที่ยังใช้เรือลัดเลาะล่องไปตามผืนน้ำสำหรับการคมนาคม หรือเพื่อการค้าขายอย่างไรก็ตาม มีชาวอัมพวาที่ต้องการประยุกต์วิถีสัญจรทางน้ำดั้งเดิมให้เข้ากับความร่วมสมัยแห่งยุค จึงเป็นที่มาของกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่าง “การพายซับบอร์ดเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตแบบคนท้องถิ่น” โดย “Ampawa SUP Board”ผู้ริเริ่มกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้วิถีชีวิตในอัมพวา อย่าง “นฤพนธ์ อุชุวัฒนะ” เป็นชาวอัมพวาโดยกำเนิด ด้วยความชื่นชอบเดินทางท่องเที่ยว ทำธุรกิจนำเที่ยวไปทั่วประเทศ จนกระทั่งหลายปีก่อนมีโอกาสไปเยือนจังหวัดจันทบุรี และได้ลองไปพายซับบอร์ดกับ “SUPscribe Chanthaburi” ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสายกรีนในพื้นที่ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี แนะนำผู้มาเยือนการพายซับบอร์ดที่ตำบลบางกะจะ เป็นเส้นทางนำไปสัมผัสธรรมชาติป่าโบราณอายุนับร้อยปี พร้อมกับวิถีชีวิตประมงในชุมชน นฤพันธ์ จึงเกิดแรงบันดาลใจว่าการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ ก็น่าจะเหมาะเมืองบ้านเกิดที่เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลองกับวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม“สมุทรสงคราม มีจุดขายเรื่องการทำสวนเกษตร ในสมัยก่อนชาวบ้านก็ใช้เรือเป็นพาหนะสัญจรไปตามร่องน้ำตามสวนต่างๆ ผมจึงอยากลองเอาซับบอร์ดมาใช้เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งพายง่ายและสะดวกกว่าเรือมาก นักท่องเที่ยวมือใหม่มาครั้งแรกก็สามารถพายได้เลย” ผู้ก่อตั้ง Ampawa SUP Board กล่าวต้นจากเที่ยวอัมพวาแบบสายกรีน“Ampawa SUP Board” เริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อต้นปี พ.ศ.2565 รูปแบบกิจกรรมคือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พายซับบอร์ดท่องเที่ยวไปตามแม่น้ำลำคลองและร่องสวน โดยไม่มีสิ่งใดไปรบกวนธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม เพราะมีเพียงซับบอร์ดกับไม้พายที่ใช้แรงมือกับการทรงตัว แล้วล่องออกไปเรียนรู้ถึงความสำคัญของระบบนิเวศรอบๆตัว พร้อมศึกษาวิถีเกษตรกรรมลุงเนตร เจ้าของสวนส้มโอเส้นทางยอดฮิต อันเป็นจุดหมายปลายทางของ Ampawa SUP Board มักนำไปเที่ยวชมสวนผลไม้ในชุมชนที่เป็นเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร อย่าง “สวนลุงเนตรอัมพวา” ซึ่งโดดเด่นด้วยส้มโอหวานฉ่ำ รวมทั้งผลไม้ตามฤดูกาล (บางปีก็เต็มไปด้วยลิ้นจี่) นักท่องเที่ยวจึงมีโอกาสได้ทั้งการพายซับบอร์ดออกกำลังกาย ชมวิถีชีวิต และได้ช้อป-ชิม ผลไม้สดจากสวนในคราวเดียวกันโดยรูปแบบและเส้นทางการท่องเที่ยวนั้น ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง ตามแต่ฤดูกาล บางเดือนอาจต้องออกพายตั้งแต่เช้ามืด แต่บางเดือนอาจจะพายในช่วงบ่ายก็ได้ ซึ่งทีม Ampawa SUP Board จะไปให้บริการตามจุดที่นัดหมาย หรือบางรีสอร์ตที่อยู่ในเส้นทางการพายอยู่แล้วก็สามารถสอบถามล่วงหน้าส้มโอหวานฉ่ำจากนั้นก็พายกันไปเป็นกลุ่ม ชมธรรมชาติและวิถีชีวิตสองข้างทาง โดยมีจุดหมายเป็นผลไม้สดๆชื่นใจ หรือบางทริปในบางฤดูกาล อาจเป็นการศึกษาวิถีชีวิตด้านอื่นๆ เช่น การจับกุ้งแม่น้ำ การพายออกไปแม่น้ำใหญ่ (สำหรับผู้มีความชำนาญ)โดยรูปแบบการพายซับบอร์ดนั้น ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เพราะอุปกรณ์ซับบอร์ดไม่ต่างจากทุ่นลอยน้ำขนาดใหญ่ และมีการรัดข้อเท้าของผู้พายไว้เสมอ ขณะที่น้ำในร่องสวนตามเส้นทางหลัก มีความลึกเพียงประมาณหน้าอกเท่านั้น และเป็นน้ำนิ่งในคลองเล็กๆ บรรดาฝีพายมือใหม่จึงคลายความกังวลไปได้มือใหม่ก็พายได้ในวันเดียวข้อมูลเพิ่มเติมตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามสอบถามจองล่วงหน้า คุณบอล โทร.06-5083-8521ราคา เริ่มต้นที่ 790-990 บาทต่อคน (แล้วแต่ระยะทาง) ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงwww.facebook.com/ampawasupboardแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000022189

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

กลับมาอีกครั้งงาน “Mango Art Festival 2026” งานที่คนรักศิลปะต้องห้ามพลาด

06/03/2026

คนรักงานศิลป์ห้ามพลาด งาน “Mango Art Festival 2026” เทศกาลศิลปะสีสันสุดยิ่งใหญ่ของไทย ที่จะปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์สู่ระดับ “ICON” นิยามใหม่แห่งศิลปะที่ก้าวข้ามกาลเวลา ระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกเตรียมพบกับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเทศกาลศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันที่สุดในประเทศไทย Mango Art Festival 2026 ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างสง่างาม ภายใต้คอนเซปต์ ‘ICON’ พื้นที่รวบรวมปรากฏการณ์ทางศิลปะและการออกแบบที่จะเปลี่ยน "แรงบันดาลใจ" ให้กลายเป็น "ตำนาน"ในปีนี้ Mango Art Festival มุ่งเน้นการนำเสนอพลังของศิลปะร่วมสมัย เฉลิมฉลองพลังของศิลปะและการออกแบบ  ที่สามารถใช้ผืนผ้าใบ วัสดุ สิ่งธรรมดาต่างๆ หรือแม้กระทั่งความคิดชั่วขณะและแรงบันดาลใจรอบตัว ให้กลายเป็นผลงานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น (Identity) จนกลายเป็นไอคอนที่ไร้พรมแดนและอยู่เหนือกาลเวลาปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นตำนาน! ผ่านศิลปะร่วมสมัย ดีไซน์ แฟชั่น งานคราฟต์ ไปจนถึงการแสดงสดที่ปลุกทุกประสาทสัมผัส จัดแสดงระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกMango Art Festival 2026 ยังคงยึดมั่นในการเชื่อมต่อศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน พร้อมเป็นพื้นที่ในการ Cross Over ของความคิดสร้างสรรค์จากศิลปินและนักออกแบบทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Vibrant Hub แห่งวัฒนธรรมร่วมสมัยของเอเชีย 
ภายในงานแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนหลัก ที่สะท้อนมุมมองศิลปะหลากหลายรูปแบบ ได้แก่  ·  Gallery Zone: แหล่งรวมผลงานสร้างสรรค์จากแกลเลอรีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
ทั้ง YOD TOKYO & Editions จากญี่ปุ่น, gallery. sort of. จากฟิลิปปินส์, A4 ART GALLERY จากมาเลเซีย และอื่นๆ  ·  Independent Artist Zone: พื้นที่ปล่อยของสำหรับศิลปินอิสระที่มาพร้อมไอเดียสดใหม่จากหลากหลายพื้นที่ทั่วไทยและต่างประเทศ ปีนี้มีไฮไลท์ทั้ง JOAN CORNELLÀ, Janfive Studio, Bonyuki, BGC Glass Studio, Emon Surakitkoson, Nawat Cubic และอีกมากมายกว่า 100 ศิลปิน  ·  Newcomer Zone: พื้นที่แจ้งเกิดของศิลปินรุ่นใหม่ 95 คน ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็น ICON คนต่อไป  ·  Craft Zone: การประยุกต์งานหัตถกรรมดั้งเดิม สู่งานดีไซน์ที่ทันสมัยและยั่งยืน  ·  Special Exhibition Zone: นิทรรศการสุดพิเศษ ที่จัดทำขึ้นเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ทั้ง Little Man โดย TOR ที่สร้างปรากฏการณ์เมื่อปีที่แล้วในงาน Treasure Discovered 2025 ในช่วง Chiang Mai Design Week และ Special Collection curated by Nim Niyomsin  ·  Main Stage: พื้นที่สำหรับการแสดงสดโดย Performer จากหลากหลายแขนง และกิจกรรมพูดคุย (Talk) จากเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในวงการสร้างสรรค์Mango Art Festival ไม่ใช่แค่เทศกาลศิลปะ แต่คือบทสนทนาระหว่างไอเดีย ผู้คน และเมือง พื้นที่ที่ความธรรมดากลายเป็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ทุกคนสามารถค้นหาความหมายของคำว่า ‘ICON’ ในแบบของตัวเองงาน “Mango Art Festival 2026” จัดแสดงวันที่ 4 - 8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) ชั้น 1 และ 2 รายละเอียดเพิ่มเติม FB/IG: MangoArtFestival Website: https://www.mangoartfestival.com/แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000021975

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน AIA Recruitment Kick-off 2026 : Forcing the Future ขับเคลื่อนกลยุทธ์ FA 4.0 พร้อมเส้นทางสู่โบนัส CAB 10 ปี 10 ล้านบาท มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

04/03/2026

เอไอเอ ประเทศไทย จัดงาน AIA Recruitment Kick-off 2026 : Forcing the Future เดินหน้าวางทิศทางการพัฒนา ที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพ (AIA Financial Advisor – FA) ยุคใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอาชีพ ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ FA 4.0 ที่เอไอเอมุ่งสร้าง FA มืออาชีพให้สามารถส่งมอบการดูแลและช่วยลูกค้าวางแผนความคุ้มครองเพื่อสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งในทุกช่วงของชีวิต พร้อมเปิดตัวเส้นทางสู่โบนัส CAB 10 ปี 10 ล้านบาท ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ AIA FA เห็นคุณค่าในอาชีพ และไม่หยุดพัฒนาตนเองเพื่อคว้าโอกาสการเติบโตสู่ระดับผู้บริหาร อีกทั้งยังตอกย้ำความพร้อมของเอไอเอ ในการสนับสนุน FA ให้ก้าวสู่ความสำเร็จ ด้วยการให้เครื่องมือดิจิทัลที่ทันสมัย และ Ecosystem ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ AIA FA คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญของเราคือต้องก้าวนำการเปลี่ยนแปลง โดยไม่รอให้อนาคตมาถึง ดังนั้นแนวคิด "Forcing the Future" จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ในการ “นำการเปลี่ยนแปลง” ท่ามกลางเทคโนโลยี และ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเอไอเอได้ลงทุนพัฒนาในด้านเครื่องมือดิจิทัล และ AI มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุน FA ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที เรามั่นใจว่าแม้ AI จะพัฒนาได้ไกล แต่ความเชื่อใจ ความเข้าใจมนุษย์ และการดูแลลูกค้าแบบมนุษย์ คือหัวใจที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้ ดังนั้น FA ของเราทุกท่านจึงมีความหมายอย่างยิ่ง และเป็นผู้ส่งมอบคุ้มครองให้กับคนไทย สำหรับในปีนี้เราเปิดตัว FA 4.0 โดยเพิ่มผลตอบแทนให้กับการทำงานอย่างหนักของ FA ด้วย CAB 10 ปี 10 ล้าน เพื่อให้ FA ทุกท่านรู้สึกถึงความมั่นคงในอาชีพอันน่าภาคภูมิใจนี้ และเติบโตไปพร้อมกับเอไอเอด้วยความยั่งยืนต่อไป”นอกจากนี้ คุณนิคฮิล แอดวานี ยังได้ร่วมแสดงความยินดีกับ FA ทั้ง 85 ท่าน ที่สามารถพิชิต CAB 5 ปี 5 ล้านบาท ประจำปี 2568 รวมมูลค่าโบนัสกว่า 425 ล้านบาท โดยครั้งนี้นับเป็นปีที่ 4 ที่เอไอเอจัดงานมอบโบนัส CAB ให้แก่ FA ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จจากการทำงานอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องอย่างแท้จริงในงาน คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้กล่าวถึงกลยุทธ์ในการพัฒนา AIA FA ว่า “ภายใต้แนวทาง “Forcing The Future : AIA FA” ถือเป็นการยกระดับ AIA FA ที่เริ่มต้นจากความต้องการของลูกค้า เพื่อพัฒนาที่ปรึกษาฯ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งบทบาทใหม่ของ FA ที่ต้องเป็นที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพเต็มรูปแบบ (Holistic Advisor) โดยเน้นทักษะสำคัญ 4 ด้านของ FA ยุคใหม่  1.  Financial Knowledge - ที่ต้องเข้าใจทุกเรื่องการเงิน ไม่ใช่แค่ประกัน แต่รวมถึงสุขภาพ ความเสี่ยง การลงทุน การออม และวางแผนเกษียณ เพื่อออกแบบคำแนะนำที่ครบกว่าเดิม  2.  Holistic Advisory Skill - การออกแบบแผนชีวิตทั้งภาพ ช่วยลูกค้าวางแผนชีวิตทั้งระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้ายุคใหม่มองหา  3.  Digital literacy - ต้องสามารถใช้ดิจิทัลได้คล่อง ทำงานเร็วขึ้น และให้บริการลูกค้าได้ดีกว่าเดิม   4.  Human Skills - เข้าใจลูกค้า เป็น ‘ที่ปรึกษาที่ลูกค้าเชื่อใจ’ และทำหน้าที่ในการสร้างความสัมพันธ์ระยาวกับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้“สำหรับเทรนด์ลูกค้ายุคใหม่ ส่วนใหญ่ต้องการประสบการณ์ที่มาจากทั้งมนุษย์ (Human) ผนวกกับ ดิจิทัล (Digital) โดยจะได้รับทั้งการดูแลด้วยความเข้าใจและใส่ใจจากมนุษย์ พร้อมกับความรวดเร็วและแม่นยำจากการบริการดิจิทัล แน่นอนว่าเอไอเอ มีความพร้อมทั้งสองด้าน ประกอบกับการมี Ecosystem ที่แข็งแกร่ง และการพัฒนาต่อยอดอย่างไม่หยุดยั้ง ย่อมเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เรายังคงความเป็นผู้นำในตลาดประกันชีวิตและสุขภาพของประเทศไทย สะท้อนได้ถึงอนาคตและโอกาสการเติบโตของอาชีพตัวแทนและที่ปรึกษาฯ เอไอเอ”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

การวางแผนทางการเงิน

85% ของคนไทย ยังไม่ได้คิดหรือวางแผนการออมเพื่อเกษียณ

27/02/2026

ธปท. เปิดข้อมูล 85% ของคนไทย ยังไม่ได้คิดหรือวางแผนการออมเพื่อเกษียณ ขณะที่วัยทำงาน 31-60 ปี และกลุ่มอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน ยังไมได้เริ่มวางแผน สะท้อนความไม่พร้อมต่อการเข้าสังคมผู้สูงอายุธนาคารแห่งประเทศไทย เปิด รายงานปี 2567 ชี้ คนไทยมีทักษะทางการเงินดีขึ้นต่อเนื่อง และอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่อง “ดอกเบี้ยและดอกเบี้ยทบต้น”  เพราะหลายคนยังไม่วางแผนการใช้เงิน และเลือกกู้ยืม เมื่อเงินไม่พอใช้ขณะที่คนรุ่นใหม่มีทัศนคติและค่านิยมให้ความสำคัญกับความสุขในปัจจุบันมากกว่าการวางแผนระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินของบุคคลและครัวเรือนระยะยาวธปท. เปิดข้อมูล 85% ของคนไทย ยังไม่ได้คิดหรือวางแผนการออมเพื่อเกษียณ ขณะที่วัยทำงาน 31-60 ปี และกลุ่มอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน ยังไมได้เริ่มวางแผน สะท้อนความไม่พร้อมต่อการเข้าสังคมผู้สูงอายุหากมาโฟกัสที่ การออม คนไทยเก็บออมเงิน แต่เงินออมฉุกเฉินไม่พอ และยังไม่ได้คิดวางแผนหรือวางแผนออมเกษียณ พบว่า   •  91.5% ของคนไทยเก็บออมเงิน  •  77.3% มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน  •  86% ยังไม่ได้วางแผนเกษียณหรือยังไม่สามารถทำตามแผนออมเกษียณได้สะท้อนว่าหลายคนยังไม่สามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่เพียงพอในระยะยาวซึ่งหากดูข้อมูลอีกด้าน พบว่า การใช้บริการทางการเงิน ผู้ใช้บริการพื้นฐานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฝากเงินและโอนเงิน ขณะที่บริการอื่น เช่น บัตรเครดิต ประกัน และการลงทุน ยังมีผู้ใช้ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งการใช้สินเชื่อมีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มอาชีพ จากการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโดยการฝากเงินของคนไทย 96.1% มีบัญชีเงินฝากในระบบ แต่ในจำนวนนี้ 91.9% มีบัญชีเงินฝากเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และ 56.1% มีบัญชีเงินฝากที่ตั้งใจออม และส่วนใหญ่การออมยังเป็นไปในรูปแบบเงินสด 81.5% ขณะที่มีเพียง 1.9% ที่นำเงินไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ มาดูที่การออมเผื่อฉุกเฉิน ในกรณีขาดรายได้ กะทันหัน กว่า 75%  ของคนไทยมีเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายได้ไม่เกิน 6 เดือน  โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เด็กจบใหม่ และผู้ประกอบอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น กลุ่มลูกจ้างเอกชน หรือ อาชีพอิสระสะท้อนถึงความเปราะบางในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อมาคือ การออมเผื่อเกษียณ กว่า 85% ของคนไทยยังไม่ได้คิดหรือวางแผนการออมเพื่อเกษียณ โดยพบว่า คนวัยทำงานที่มีอายุ 31-60 ปี และกลุ่มอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน มั่นคง ที่ควรให้ความสำคัญกับการ เตรียมตัวเกษียณ กลับเป็นกลุ่มที่ยังไม่เริ่มวางแผน หรือเริ่มแต่ยังทำไม่ได้ ตามแผนมากที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พร้อมของประชาชนต่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ  (Aging Society)อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังบอกด้วยว่า ผู้ที่มีระดับเงินออมเผื่อฉุกเฉิน 6 เดือนขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการเก็บออมเพื่อเกษียณมากขึ้น รวมทั้งมีความสามารถในการจัดการหนี้สินได้ดีกว่า ซึ่งสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดี ซึ่งเพิ่มโอกาสในการบรรลุ เป้าหมายการเก็บออมระยะยาว ลดความกังวลเกี่ยวกับการจัดการภาระหนี้สิน และส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงิยอีกด้วยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/269633

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X