Everyday knowledge for you
ประกันภัย
03/02/2026
คปภ. ชี้แจงกรณีเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ยืนยันผู้เอาประกันยังเลือกทำประกันรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ตามปกติ ประชาชนสามารถเลือกทำประกันรถยนต์แบบ “ระบุชื่อผู้ขับขี่” หรือ “ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่” ได้ตามความสมัครใจ พร้อมเผยหลักเกณฑ์ใหม่เปิดให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 5 ราย เปิดทางรับส่วนลดเบี้ยตามพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี สูงสุด 40%รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฎข่าวและมีการนำเสนอข้อมูลอย่างแพร่หลายว่า สำนักงาน คปภ. ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ซึ่งกำหนดให้ผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกฉบับต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด จำนวน 5 ราย โดยไม่สามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ใช้งานรถยนต์คันเอาประกันภัยได้นั้น อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้างสำนักงาน คปภ. ขอชี้แจงและยืนยันว่า คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ไม่ได้ยกเลิกการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่แต่อย่างใด โดยประชาชนผู้เอาประกันภัยทุกรายยังคงสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่จากบริษัทประกันภัยได้ตามปกติ ทั้งนี้ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่เลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อตามหลักเกณฑ์ใหม่ จะสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด จำนวน 5 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระบุได้เพียง 2 ราย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นหากมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี แม้ว่ากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวจะกำหนดให้มีการระบุชื่อผู้ขับขี่ แต่หากผู้เอาประกันภัย มีความจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุชื่อเป็นผู้ใช้รถยนต์ ผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน ในกรณีที่อุบัติเหตุดังกล่าวมิได้เกิดจากความประมาทของบุคคลนั้นการออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มเติมแบบมาตรฐานกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานรถยนต์ในปัจจุบัน และยกระดับระบบประกันภัยรถยนต์ของประเทศไทยให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงหรือชำระค่าเบี้ยประกันภัยในอัตราที่สูงขึ้นจากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้อื่นที่มีความเสี่ยงมากกว่า นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยอย่างเป็นธรรม โดยชำระค่าเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย และได้รับผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ นอกจากผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยตามประวัติการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของรถยนต์คันเอาประกันภัยแล้ว ยังจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมจากประวัติพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ด้วย โดยจะมีการจัดระดับความเสี่ยงออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 1 ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ไปจนถึงระดับ 5 ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ โดยพิจารณาจากพฤติกรรมการขับขี่ย้อนหลัง 12 เดือนนับแต่วันที่ขอเอาประกันภัย หากผู้ขับขี่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุจากความประมาทในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทประกันภัยจะนำระดับพฤติกรรมการขับขี่จากปีที่ผ่านมา ไปใช้ในการคำนวณค่าเบี้ยประกันภัย ตัวอย่างเช่น ในปีแรกของการนำพฤติกรรมการขับขี่มาใช้ หากผู้ขับขี่ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุจากความประมาท ระดับพฤติกรรมการขับขี่จะถูกกำหนดให้อยู่ในระดับ 2 ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยทันทีในปีแรกที่มีการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และหากไม่มีการเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง ระดับพฤติกรรมการขับขี่จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงระดับ 5 ซึ่งจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุดถึง 40%“สำนักงาน คปภ. ยืนยันว่า การออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าทำสัญญาหรือการใช้ทรัพย์สินของตนเองแต่อย่างใด ประชาชนผู้เอาประกันภัยทุกรายยังคงสามารถเลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทั้งแบบระบุชื่อและไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ได้ตามความเหมาะสมกับลักษณะการใช้รถยนต์ของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้เอาประกันภัยที่มีประวัติการขับขี่ดีจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยทันที อันเป็นการจ่ายเบี้ยประกันภัยอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริง”แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1959108
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
03/02/2026
สยามพารากอน จัดนิทรรศการ “Between Earth and Light–ระหว่างผืนดินและแสงสว่าง” นำเสนอผลงานจิตรกรรมของ Jean-Paul Decroix (ฌอง-ปอล เดอคร็อกซ์) ศิลปินชาวเบลเยี่ยม อดีตนักกฎหมายผู้ที่หลงใหลในงานศิลปะ อันเป็นการสำรวจบทสนทนาอันลึกซึ้งระหว่างสสารและแสง ผ่านภาษาของท่วงท่าและวัสดุที่บันทึกร่องรอยของเวลา แรงโน้มถ่วง และความทรงจำลงบนผืนผ้าใบ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในไทย ของการนำผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซอายุกว่า 20 ปี มาจัดแสดง ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน วันนี้-8 ก.พ. 69ภายในงานมีเหล่าคนดังผู้หลงใหลในงานศิลปะ พร้อมแสดงความยินดีกับ ฌอง-ปอล เดอคร็อกซ์ และเจย์-จริยดี สเปนเซอร์ อย่างคับคั่ง อาทิ ปริญญา-เพลินจันทร์ รุ่นประพันธ์, อรวรรณ เสตะพันธุ, คณชัย เบญจรงคกุล, พัชทรี ภักดีบุตร และ มรุวุตม์ บูรณศิลปิน เป็นต้นฌอง-ปอล เดอคร็อกซ์ ผู้มองการวาดภาพเป็น “ภาษา” ของท่าทางและวัสดุ การทำงานบนพื้น ด้วยเทคนิค Action Painting โดยใช้ทั้งร่างกายเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ วัสดุไหล เคลื่อนตัว และหยุดนิ่ง บันทึกการเคลื่อนไหวและกาลเวลาไว้ในแต่ละชั้นของพื้นผิว ยางมะตอย ดิน และพิกเมนต์จากแร่ธาตุถูกนำมาใช้เพื่อสร้างภาษาทางทัศนศิลป์ที่สัมผัสได้ ซึ่งเก็บรักษาความทรงจำของท่าทางเอาไว้ในเชิงกายภาพการนำเสนอครั้งนี้ รวบรวมผลงานกว่าสองทศวรรษ เพื่อสร้างบทสนทนาระหว่างปารีสและกรุงเทพฯ ระหว่างสองช่วงชีวิต และสองวิธีในการอยู่อาศัยอยู่ในโลก เป็นการเชื่อมโยงประสบการณ์ การรับรู้ และสภาวะของการดำรงอยู่ผ่านภาษาทางจิตรกรรม ผลงานของเขาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ชวนให้นึกถึงภูมิทัศน์ ความทรงจำ และเศษเสี้ยวของช่วงเวลาที่ไม่จำเป็นต้องถูกอธิบาย หากแต่ต้อง “ก้าวข้าม” เพื่อเข้าถึงความรู้สึกภายในงานเผยตัวผ่านแสง ระยะใกล้ และวิธีที่ดำรงอยู่ในพื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการรับรู้และตีความ ในโลกที่อิ่มตัวไปด้วยภาพที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา เชื้อเชิญให้เกิดการใคร่ครวญ ความเนิบช้า และการดำรงอยู่ในความเงียบงัน เป็นพื้นที่ของการหยุด การมอง และการรู้สึกอย่างลึกซึ้งแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000006529
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
03/02/2026
สกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เชียงใหม่ จุดท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับสายเที่ยวชิล ถ่ายรูปสวย และสัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติใกล้เมืองหากกำลังมองหาที่เที่ยวเงียบ ๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ สกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เชียงใหม่ คือพิกัดที่ตอบโจทย์ ด้วยบรรยากาศโปร่งโล่งและวิวกว้าง ชวนให้เดินเล่นและใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย ไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบครอบครัว คู่รัก หรือสายถ่ายรูป ที่นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่อยากให้แวะมา เชื่อว่าน่าจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกประทับใจได้ไม่ยาก ว่าแต่บรรยากาศที่นี่จะเป็นยังไง น่าเที่ยวมากแค่ไหน ? ตามมาดูด้วยกันเลยสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลเชียงใหม่ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เชียงใหม่ อยู่ที่ไหนสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ตั้งอยู่ที่ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (พิกัด Google Maps : สกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล)ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอรู้จักสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เป็นทางเดินชมวิวบริเวณริมเขื่อน ความยาวรวม 246 เมตร แบ่งเป็นทางเดินกระจก ระยะทาง 120 เมตร และทางเดินไม้สังเคราะห์ ระยะทาง 126 เมตร เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านระบบชลประทาน และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการเรียนรู้แห่งใหม่ของเชียงใหม่อีกด้วยภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอจุดเด่นอยู่ที่บรรยากาศรอบเขื่อนซึ่งเงียบสงบ โปร่ง โล่ง มองเห็นวิวภูเขาและผืนน้ำแบบมุมกว้าง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับการเรียนรู้เรื่องทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เที่ยวช่วงไหนดีสามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนจะได้บรรยากาศสดชื่นเป็นพิเศษ ช่วงเช้าและช่วงเย็นอากาศจะไม่ร้อน เหมาะกับการเดินชมวิว ถ่ายรูป และใช้เวลาพักผ่อนอย่างสบาย ๆภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ข้อแนะนำ • เปลี่ยนรองเท้าทุกครั้งที่เข้าสกายวอล์ก • งดอาหารและเครื่องดื่มขณะเข้าสกายวอล์ก • งดนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปบริเวณสกายวอล์ก • งดการบินโดรน • ไม่วิ่งเล่นขณะเยี่ยมชม • ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ • สามารถจอดรถบริเวณพลับพลาหรือบริเวณ Spillway (ประตูน้ำสีส้ม) และเดินมาที่ skywalk 140 เมตร เนื่องจากบริเวณดังกล่าวพื้นที่คับแคบ ไม่สามารถจอดรถได้ จะเกิดอันตราย+++ แผนที่แสดงเส้นทางเดินทางไปสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล สามารถสแกน QR Code ได้เลยภาพจาก : เฟซบุ๊ก เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล กรมชลประทานภาพจาก : เฟซบุ๊ก เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล กรมชลประทานสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เวลาเปิด-ปิดสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เปิดให้เข้าเยี่ยมชมทั้งวันทำการและวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. (ยกเว้นต้องทำความสะอาดบางช่วงบางเวลาเท่านั้น) เข้าชมฟรีภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอภาพจาก : เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอสกายวอล์กเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล คืออีกหนึ่งพิกัดที่เที่ยวเชียงใหม่ที่เหมาะกับการมาเดินเล่น พักผ่อน หากมีโอกาสแวะมาเชียงใหม่ อย่าลืมเติมความสดชื่นให้ทริปด้วยการแวะมาที่นี่สักครั้ง ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล กรมชลประทาน หรือโทรศัพท์ 0 5310 6476)หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้งขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล กรมชลประทาน, เฟซบุ๊ก เพ็ญพิไล งะลอแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกระปุก.คอมhttps://travel.kapook.com/view297853.htm
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
หุ้น
02/02/2026
สัจธรรมโลกคริปโตฯ “ได้ง่าย ก็เสียง่าย”! ปิดตำนาน ‘Garrett Jin’ อดีตซีอีโอ BitForex ผู้เคยสร้างชื่อกระฉ่อนจากการ Short ตลาดพังเมื่อตุลาคมปีก่อน ล่าสุดโชคชะตาพลิกผัน ถูกตลาดสวนกลับในเดือนมกราคม ล้างพอร์ต Long Position มูลค่ามหาศาลกว่า 270 ล้านดอลลาร์ (ราว 9 พันล้านบาท) จนหมดตัว เหลือเงินติดบัญชีไว้ดูต่างหน้าเพียง 53 ดอลลาร์ สะท้อนความโหดร้ายของ Leverage ที่ไม่เคยปรานีใครGarrett Jin ชื่อนี้กลับมาเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อีกครั้ง แต่มิใช่ในฐานะผู้ชนะเหมือนเก่า เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ข้อมูล On-chain ได้จารึกประวัติศาสตร์ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวาฬรายบุคคล เมื่อพอร์ตการลงทุนของเขาถูกบังคับปิดสถานะ (Force Liquidation) จนเหี้ยนเตียนจาก ‘ฮีโร่’ สู่ ‘ยาจก’ ใน 3 เดือนย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 Garrett Jin คือชายผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด เขาเปิดสถานะ Short ดักหน้าประกาศสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (เรื่องกำแพงภาษีจีน 100%) ได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง กวาดกำไรเข้ากระเป๋าไปกว่า 140-200 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางซากปรักหักพังของตลาดที่ร่วงระนาวแต่ความมั่นใจที่มากเกินไปคือหายนะ หลังจากโกยกำไรมหาศาล เขาพลิกมุมมองเป็น “Bullish” อย่างสุดโต่งในช่วงปลายปี โดยทุ่มเงินเปิดสถานะ Long (แทงขึ้น) ใน Bitcoin, Ethereum และ Solana ด้วยวงเงิน Leverage สูงเสียดฟ้า รวมมูลค่าสถานะกว่า 500-900 ล้านดอลลาร์ โดยเดิมพันว่า Ethereum จะกลับมาผงาด31 มกราคม วันเชือดวาฬหมดพอร์ตทว่าตลาดไม่เป็นดั่งใจ ความกังวลเรื่องประธานเฟดและความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ ได้ฉุดตลาดดิ่งเหวอีกครั้ง Ethereum ร่วงหลุดแนวรับสำคัญ ส่งผลให้สถานะ Long ของ Jin ที่แบกความเสี่ยงไว้เต็มพิกัด “ระเบิด” ทันทีผลลัพธ์คือความย่อยยับ1. สูญเงินไปกว่า 270 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ (กำไรที่ได้มาเมื่อตุลาคม...หายวับไปกับตา)2. บัญชีบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid ที่เคยมีเม็ดเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้าน เหลือยอดเงินคงเหลือเพียง 53 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,700 บาท)BitForex และปม ‘Exit Scam’ เต็มไปด้วยสีเทาGarrett Jin ไม่ใช่คนหน้าใหม่ที่ใสซื่อ เขาคืออดีตซีอีโอของ BitForex กระดานเทรดที่ปิดตัวหนีไปดื้อๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พร้อมข้อครหาเรื่องเงินลูกค้าหายไปกว่า 57 ล้านดอลลาร์ จนถูกตราหน้าว่าเป็น Exit Scam แม้เขาจะพยายามสร้างตัวตนใหม่ในฐานะกูรูการเทรด แต่เงาอดีตและความเสี่ยงที่เขากล้าแบกรับ ก็เป็นเครื่องยืนยันตัวตนที่ชัดเจนกรณีของ Garrett Jin คือกรณีศึกษาคลาสสิกของคำว่า “โลภมากลาภหาย” ตลาดคริปโตฯ ไม่เคยการันตีที่ยืนถาวรให้ใคร การใช้ Leverage มหาศาลอาจทำให้คุณรวยล้นฟ้าในวันเดียว แต่ก็พร้อมจะทำห้นักลงทุนหมดตัวไม่เหลือเงินแค่พอค่าข้าวแกงมื้อเดียวได้เช่นกันแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/stockmarket/detail/9690000010847
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
02/02/2026
เริ่มแล้ว! “Bangkok Design Week 2026” พร้อมเปิดตัวประสบการณ์ฉายภาพดิจิทัลแสงสีบนผนังอาคารสุดสร้างสรรค์ใจกลางเมือง ครั้งแรกของวงการโรงแรมไทย ที่ผู้ชมสามารถร่วมสร้างงานศิลป์แบบเรียลไทม์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯเสน่ห์ของเมืองไม่ได้อยู่เพียงในอาคารหรือถนนสายหลัก แต่อยู่ใน “รสชาติ” ที่ฝังอยู่ในความทรงจำของผู้คน และในปีนี้ รสชาติเหล่านั้นกำลังถูกเล่าใหม่ผ่านงานออกแบบอย่างมีชั้นเชิง เมื่อเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026) เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ หนึ่งในสถานที่ได้รับคัดเลือกจัดงานหลักประจำปีนี้ที่ชวนผู้มาเยือนออกเดินสำรวจย่านบางรัก–สุรวงศ์ ผ่านแนวคิด “Food Cultures: จากสำรับข้าวมันไก่ สู่วัฒนธรรมอาหารย่านบางรัก–สุรวงศ์”ภายใต้ความร่วมมือระหว่างโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ และสำนักงานเขตบางรัก การได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานหลักของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงบทบาทของสถานที่จัดแสดงงานออกแบบ หากเป็นการตอกย้ำบทบาทของพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางย่านบางรัก เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “Design S/O/S” ที่ชวนตั้งคำถามต่อบทบาทของงานออกแบบ ท่ามกลางความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงของเมืองร่วมสมัย ซึ่งสุรวงศ์คือหนึ่งในพื้นที่ที่คำถามเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้การได้รับเลือกในครั้งนี้ ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของโรงแรมที่ตั้งอยู่ในย่านสร้างสรรค์ บางรัก ย่านประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม จากการหลอมรวมของผู้คนหลากเชื้อชาติที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่อดีต จนก่อเกิดเป็นพื้นที่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยมรดก ความทรงจำ และศักยภาพทางความคิดสร้างสรรค์ ที่ยังคงถูกตีความใหม่อย่างต่อเนื่องตามกาลเวลาสุพิชญา รักปัญญา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและสร้างสรรค์ จากคอนดูอิท เฮาส์ (Conduit House) ผู้ดำเนินกิจการโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า "การได้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 ภายใต้แนวคิด 'Design S/O/S' สะท้อนบทบาทของโรงแรมมณเฑียรที่ไม่เพียงเป็นสถานที่พักผ่อน แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่มีชีวิต ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรม—ทั้งสถาปัตยกรรมระดับไอคอนิกและอาหารพื้นถิ่น—เข้ากับความร่วมสมัย ในโฉมใหม่ที่ก้าวสู่ปีที่ 60 เราตั้งใจนำเสนอประสบการณ์ภายใต้ปรัชญา 'Old Meets New' เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของเมืองร่วมสมัย พร้อมรักษาเอกลักษณ์ไว้ให้โลกจดจำ"ภายใต้โจทย์ Design S/O/S โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ จึงเลือกใช้อาหารเป็นทั้งจุดตั้งต้นของการออกแบบ เครื่องมือเล่าเรื่อง และพื้นที่สนทนาระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของย่าน แนวคิด Food Cultures ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของ 6 โปรแกรมสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับมิติที่หลากหลายของวัฒนธรรมอาหาร ได้แก่1. นิทรรศการฉายภาพดิจิทัลแสงสีเชิงสร้างสรรค์ PALACE OF FOOD AND CULTURES ร่วมกับ แทนสกุล สุวรรณกูฏ (เวลา 19:00 – 23:00 น. ตลอดทุกวันระหว่าง 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569)หนึ่งในไฮไลต์ของ Bangkok Design Week 2026 ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ คือ “Palace of Food and Cultures” นิทรรศการแสงแบบ Immersive Experience โดย แทนสกุล สุวรรณกูฏ (XD49) ครั้งแรกของวงการโรงแรมไทยที่นำแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังของ ท่านกูฏ (ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ) มาตีความใหม่ผ่านแสง สี Animation และ Live Interactive Arts บนผนังอาคารโรงแรมเปลี่ยนสถาปัตยกรรมระดับตำนานให้กลายเป็นผืนผ้าใบแห่งจินตนาการ ที่ผู้ชมมีส่วนร่วมกับงานศิลป์ได้แบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงศิลปะไทยร่วมสมัย สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมอาหารเข้าด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา “ผมอยากให้งานชิ้นนี้เป็นการสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เป็นการชุบชีวิตงานจิตรกรรมไทยให้ยังหายใจอยู่ในเมือง และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเรื่องราวนั้นด้วยตัวเอง” แทนสกุล สุวรรณกูฏ กล่าว2. นิทรรศการศิลป์ BARRICADES (Design Experimental Workshop) ร่วมกับ INDA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนิทรรศการ Art Installation นำวัสดุเหลือใช้จากบ้านปลายเนินมาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบเชิงทดลอง (Design Experimental Workshop) โดย INDA (หลักสูตรนานาชาติด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) โดยมีไฮไลต์คือการใช้ วัสดุจากเรือนครัวและตู้กับข้าว ถ่ายทอดผ่านผลงานของนักออกแบบและสถาปนิก 8 คนจากอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก พร้อมการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตอิตาลี – สถาบันวัฒนธรรมอิตาเลียน และบ้านปลายเนิน3. นิทรรศการศิลปะสื่อผสม CURARTISTRY: FOOD CULTURES ร่วมกับ AA Visiting School Bangkokโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ร่วมกับ AA Visiting School Bangkok และคณาจารย์ระดับสากล นำเสนอ “CURARTISTRY” นิทรรศการที่มองกรุงเทพฯ ผ่านเลนส์ของ วัฒนธรรมอาหาร เมื่อวิถีชีวิตประจำวันถูกยกระดับเป็นศิลปะ ถ่ายทอดเรื่องราวเมืองผ่านงานวิจัยและภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ ชวนสำรวจการเดินทางของอาหารตั้งแต่ต้นทางการผลิต พื้นที่ค้าขาย ไปจนถึงบทบาทของเชฟและพิธีกรรมทางวัฒนธรรม นำเสนอการเดินทางของอาหารผ่าน 3 มิติที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกัน4. การเสวนาสาธารณะ FOOD CULTURES (วันที่ 30 มกราคม และ 5 กุมภาพันธ์ 2569) เวทีเสวนาที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักออกแบบ ศิลปิน และผู้ทำงานด้านวัฒนธรรมอาหาร ชวนผู้ฟังตั้งคำถามต่อบทบาทของอาหารในฐานะวัฒนธรรมของเมือง 4.การเสวนาสาธารณะ FOOD CULTURES (วันที่ 30มกราคมและ 5กุมภาพันธ์ 2569)เวทีเสวนาที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักออกแบบ ศิลปิน และผู้ทำงานด้านวัฒนธรรมอาหาร ชวนผู้ฟังตั้งคำถามต่อบทบาทของอาหารในฐานะวัฒนธรรมของเมือง5. นิทรรศการ FOOD CULTURES in Bangrak District ร่วมกับสำนักงานเขตบางรักนิทรรศการ FOOD CULTURES in Bangrak District จัดขึ้นโดยการร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตบางรักและโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ที่ชวนสำรวจอัตลักษณ์ย่านบางรักผ่านมรดกทางอาหารของ 5 แขวง—บางรัก สีลม สุรวงศ์ สี่พระยา และมหาพฤฒารามโดยใช้อาหารเป็นตัวเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน ผ่านการทำCultural Mapping เมื่อผู้ชมได้สัมผัสบางรักผ่าน “รสชาติ ความทรงจำ และประสบการณ์ที่มีชีวิต” นิทรรศการจึงทำหน้าที่เป็น “ประตูสู่การสำรวจ” มากกว่าจะเป็นเพียง “ปลายทาง” ของการชมงานนิทรรศการ FOOD CULTURES in Bangrak District จัดขึ้นโดยการร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตบางรักและโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ที่ชวนสำรวจอัตลักษณ์ย่านบางรักผ่านมรดกทางอาหารของ 5 แขวง—บางรัก สีลม สุรวงศ์ สี่พระยา และมหาพฤฒารามโดยใช้อาหารเป็นตัวเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน ผ่านการทำ Cultural Mapping เมื่อผู้ชมได้สัมผัสบางรักผ่าน “รสชาติ ความทรงจำ และประสบการณ์ที่มีชีวิต” นิทรรศการจึงทำหน้าที่เป็น “ประตูสู่การสำรวจ” มากกว่าจะเป็นเพียง “ปลายทาง” ของการชมงาน6. การประกวดแข่งขันทำอาหารไทย “เส้นศิลป์ถิ่นไทย” : Thai Noodle as Culinary Art (จัดขึ้นเฉพาะวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569)กิจกรรมการแข่งขันทำอาหารไทยนี้บูรณาการศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเฉลิมฉลองรสชาติและศักยภาพของชุมชนบางรัก สะท้อนสายสัมพันธ์ของย่านกับอาหารในฐานะมรดกมีชีวิตพร้อมยกระดับอาหารไทยประเภทเส้นสู่ Edible Art ผ่านการสร้างมาตรฐานใหม่ เสริมความแข็งแรงให้ตลาดอาหารไทยจากฐานในประเทศ และขยายคุณค่าอาหารไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ บรรยากาศภายในพื้นที่จัดงานเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายกลุ่มที่ตั้งใจมาสัมผัสเรื่องราวของย่านที่กำลังถูกเล่าใหม่ผ่านอาหาร งานดีไซน์ และเมือง เส้นทางภายในโรงแรมถูกแปลงให้กลายเป็นพื้นที่ค้นพบที่ผู้ชมค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ หยุดมอง แลกเปลี่ยนมุมมองต่อผลงาน ราวกับการเดินชมเมืองในจังหวะที่ช้าลง เพื่อฟังเรื่องราวของบางรัก–สุรวงศ์ อย่างตั้งใจทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ยังได้สร้างสรรค์ความอร่อย ด้วยเมนูพิเศษเฉพาะเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ นี้ อย่างดูโอความอร่อย "พัฟมัสมั่นแก้มวัว" ที่นำเมนูที่ได้รับฉายา “แกงที่ดีที่สุดในโลก” มาปรับเปลี่ยนและตีความให้กลายเป็นพัฟที่หยิบจับและทานง่ายคู่มากับ "บ้าบิ่นชีสเค้กมะพร้าวอ่อน" ที่นำเท็กซ์เจอร์ความหนึบและหอมมันของขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน มาผสานเข้ากับความเนียนนุ่มของครีมชีส รวมทั้งม็อกเทลแก้วพิเศษ Siam Golden Muse จากการ์เดน เลาจน์และคงขาดไม่ได้ที่จะต้อนรับผู้เข้าร่วมด้วยเมนูอันเลื่องชื่อตำรับมณเฑียรที่ได้รับความนิยมมายาวนานเกือบ 5 ทศวรรษ มาให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอย่างคล่องตัว นำโดย ข้าวมันไก่มณเฑียร การันตรีคุณภาพด้วย รางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์เคียงคู่ความอร่อยเลิศจาก สามสหายติ่มซำจักรพรรดิ จากห้องอาหารเรือนต้น ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาปรุงอย่างพิถีพิถันทั้งยังได้ร่วมมือกับ IWS (Independent Wine & Spirit – Thailand) ผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายไวน์ระดับพรีเมี่ยมทั้งในประเทศไทยและภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปี 2542 นำเสนอคอลเลกชั่นไวน์และสปิริตชั้นเลิศจากแหล่งผลิตชื่อดังทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารชั้นนำที่อยู่เคียงคู่กับจิตวิญญาณของย่านสุรวงศ์อย่างแท้จริงนอกจากนี้ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ่านงานออกแบบร่วมสมัย โดย เดอมอนด์ (DERMOND) แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยกว่า 3 ทศวรรษ และหนึ่งใน Top 100 Jewelry and Watch Brands of the World จาก Luxury Lifestyle Awards 2025นำเสนอ Firework Collection ถ่ายทอดพลังแห่งการเฉลิมฉลองและความทรงจำ ผ่านงาน High Jewelry อันประณีต ด้วยเทคนิคการร้อยทองคำและอัญมณีหลากชนิด อาทิ Mother of Pearl, Pink Sapphire และ Pink Opal สร้างสรรค์เครื่องประดับที่สะท้อนความพลิ้วไหวของดอกไม้ไฟอย่างเจิดจรัส พร้อมมาตรฐานการดูแลหลังการขายระดับสากลในฐานะ Thai Global Fine Jewelry House อย่างแท้จริงด้าน Another Way We Speak นำเสนอเครื่องประดับเงินแท้ ถ่ายทอดผ่านงานฝีมือของช่างเครื่องเงินไทย (Thai Craftsmanship) และกำไลหินในฐานะ “ภาษา” ของตัวตนแสดงออกผ่านรายละเอียดและคุณภาพงานฝีมือช่างเงินไทย บนดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ผูกติดกับกระแสไฮไลท์คือ P.C.Y. (Pra Cham Yam) Collection การตีความ “ลายประจำยาม” ให้เป็นรูปทรงร่วมสมัย คงความหมายแห่งการคุ้มครองและสมดุล พร้อมต่อยอดสู่ชิ้นงานอื่น ๆ และซิกเนเจอร์สร้อยข้อมือหิน (Bespoke Stone Bracelet) ที่เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ออกแบบตัวตนด้วยหินธรรมชาติกว่า 47 ชนิด กับความหมายที่แตกต่าง ซึ่งเมื่อสองมุมมองมาบรรจบกันในงาน Bangkok Design Week เครื่องประดับจึงไม่ใช่เพียงของประดับกาย แต่คือสื่อที่เชื่อมโยงตัวตน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเมือง อีกหนึ่งบทสนทนาของงานช่างฝีมือไทยที่สะท้อนถึงงาน “หัตถศิลป์” แห่งชาติบนเวทีร่วมสมัยไว้อย่างภาคภูมิในส่วนของ VERTIER แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทย ดีไซน์คุณภาพเทียบเท่าระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบให้กับลูกค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ร่วมถ่ายทอดศักยภาพงานฝีมือผ่านเฟอร์นิเจอร์ไทยคุณภาพสูง อาร์ทิซานส์โดยมีไฮไลต์คือ V Lamp Shade คอลเลกชันโคมไฟล่าสุด การันตีรางวัล DEmark ที่สะท้อนแนวคิด “เศษวัสดุสู่ความงามแห่งแสงสว่าง” ผสานการออกแบบที่ยืดหยุ่น จริยธรรมต่อโลก และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของผู้ครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้บรรยากาศวันแรกจะปิดฉากลงพร้อมแสงไฟยามค่ำ แต่เรื่องราวของ Bangkok Design Week 2026 ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ยังดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2569 พื้นที่แห่งนี้ยังเปิดต้อนรับนักสร้างสรรค์ ผู้สนใจงานออกแบบ ชุมชนในพื้นที่ และผู้มาเยือนจากทั่วโลก ให้ร่วมค้นพบนิทรรศการ กิจกรรม และบทสนทนาใหม่ ๆ ที่ทยอยเกิดขึ้นในแต่ละวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายบางประสบการณ์อาจต้องใช้เวลา บางจังหวะอาจเหมาะกับการกลับมาอีกครั้ง แต่ทั้งหมดสะท้อนอัตลักษณ์ของย่านบางรักควบคู่กับความร่วมสมัยของกรุงเทพฯ อย่างงดงาม พร้อมทำหน้าที่เป็นเวทีที่เปิดกว้าง อบอุ่น และเชื่อมโยงงานดีไซน์ วัฒนธรรม อาหาร และชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน สมกับการเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญใจกลางเมือง ที่พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยเสน่ห์การบริการแบบไทยซึ่งโรงแรมมณเฑียรฯ ภาคภูมิใจมาอย่างยาวนานแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000009915
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
02/02/2026
ระวัง! แค่ทำสิ่งนี้หลังได้ "คีย์การ์ดโรงแรม" อาจเปิดช่องให้โจรกรรมได้ทันที ผู้เชี่ยวชาญเผยวิธีป้องกันที่หลายคนคาดไม่ถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและความปลอดภัยในสหรัฐฯ เตือนว่า การเก็บ "คีย์การ์ดโรงแรม" ไว้ในซองที่มีการเขียนหมายเลขห้อง อาจดูเป็นเรื่องปกติ แต่แท้จริงแล้วกลับเสี่ยงทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายได้แดเนียล ลู (Daniel Loo) เจ้าของบริษัท North Star Group ในรัฐเท็กซัส และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เปิดเผยกับนิตยสาร Reader’s Digest ว่า:การคีย์การ์ดห้องพักไว้ในซองที่มีหมายเลขห้อง ก็เท่ากับเป็นการมอบทั้งกุญแจและที่อยู่ให้คนอื่นไปพร้อมกัน หากบัตรหายหรือถูกขโมย คนที่ประสงค์ร้ายแทบไม่ต้องออกแรง ก็สามารถบุกเข้าไปในห้องของคุณได้ทันทีลู กล่าวว่าหมายเลขห้องถือเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่ง โรงแรมชื่อดังส่วนใหญ่จึงมีการฝึกอบรมพนักงานให้ระมัดระวัง เช่น หลีกเลี่ยงการพูดหมายเลขห้องเสียงดัง เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของแขกเขาแนะนำให้จดจำหมายเลขห้องไว้ในใจ แล้วทิ้งซองใส่บัตรทิ้งไป และไม่ควรถ่ายรูปหมายเลขห้องเก็บไว้ในโทรศัพท์ เพราะหากมือถือหาย ก็อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยได้อาชญากรฉวยโอกาสมักอาศัยข้อมูลที่ได้ยินโดยไม่ตั้งใจในการก่อเหตุ ดังนั้นการเก็บหมายเลขห้องเป็นความลับ จึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานแต่สำคัญในการปกป้องความปลอดภัยส่วนบุคคลผลการวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย Ball State (BSU) และ Florida International University (FIU) พบว่า คดีลักทรัพย์ในโรงแรมกว่า 38% เกิดขึ้นภายในห้องพักของแขกเอง สะท้อนให้เห็นว่า ความปลอดภัยในการเข้าพักอาจมีช่องโหว่อยู่จริงนอกจากการใช้บัตรห้องแล้ว ลูยังแนะนำว่า1. ระหว่างเดินไปห้องพัก ควรหลีกเลี่ยงการมัวเล่นโทรศัพท์2. ขณะเปิดประตูห้อง ควรสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว และจดจำตำแหน่งทางออกฉุกเฉิน3. หากต้องออกจากห้อง ควรส่องผ่านตาแมวตรวจสอบด้านนอกก่อน และอาจแขวนป้าย “ห้ามรบกวน” ไว้ที่ลูกบิด เพื่อสร้างภาพลวงตาว่ามีคนอยู่ในห้องขณะเดียวกัน ดิมเพิล ชูดาซามา-อดัมส์ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ยังแนะนำว่า เมื่อเข้าห้องแล้วควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า กลอนประตูและตู้เซฟใช้งานได้ตามปกติขอขอบคุณข้อมูล :HK01ภาพ :iStockphotoแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1452731/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
02/02/2026
กรุงเทพฯ 2 กุมภาพันธ์ 2569 - เอไอเอ ประเทศไทย ตอกย้ำผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ เปิดตัวสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ “AIA Health Starter (เอไอเอ เฮลธ์ สตาร์ตเตอร์)” ให้คนไทยได้มีทางเลือกในการรับความคุ้มครองสุขภาพเพื่อความอุ่นใจในยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เข้าถึงง่าย พร้อมรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบ OPD (ผู้ป่วยนอก) และสนุกกับการดูแลสุขภาพพร้อมรับสิทธิประโยชน์แบบจุใจในโครงการ AIA Vitality ที่สำคัญให้คนไทยได้สบายใจยิ่งขึ้นเมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ด้วยค่ารักษาที่สมเหตุสมผล ลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน แถมยังลดปัญหาการเคลม อีกทั้งยังเป็นแบบประกันสุขภาพแรกที่มี Copayment (ค่าใช้จ่ายร่วม) ให้ลูกค้าได้มีทางเลือก เพื่อให้คนไทยได้เริ่มต้นมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Livesคุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ เราเข้าใจในความต้องการของลูกค้า รวมถึงสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขในปัจจุบันที่อาจเป็นปัจจัยให้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานได้ ตลอดจนปัจจัยด้านอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ AIA Health Starter ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความคุ้มครองสุขภาพเพื่อปลดล็อคความกังวัลในยามเจ็บป่วย นอกจากนี้ ยังเป็นแบบประกันสุขภาพตัวแรกของเอไอเอ ที่มีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกกำหนดค่าใช้จ่ายร่วมได้ด้วยตนเองตามความต้องการ อีกทั้งหากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น โดยจะมีค่าใช้จ่ายร่วมที่ลดลง หรืออาจได้รับความคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network กว่า 1,249 แห่งทั่วประเทศ[1] (ทั้งรัฐและเอกชน) ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาด้วยทีมแพทย์เฉาพะทางผู้ชำนาญการ ลดปัญหาด้านการเคลม และช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้“สำหรับ AIA Health Starter ลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบความคุ้มครองได้ 2 แบบ ได้แก่ แบบ Begin และแบบ Balanced พร้อมกับเลือกแผนความคุ้มครองได้ 5 แผน ได้แก่ 1,500 / 2,000 / 2,500 / 3,500 / 4,500 และยังมาพร้อมกับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ตั้งแต่แผน 2,000 ขึ้นไป ซึ่งการที่ลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบความคุ้มครองได้เองนั้น ถือเป็นการให้สิทธิลูกค้าในการกำหนดค่าใช้จ่ายร่วม โดยมีเงื่อนไขดังนี้ • แบบ Begin (อายุรับประกันภัยตั้งแต่ 15 วัน - 75 ปี)[2] : เมื่อเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ลูกค้าจะมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment)[3] เพียง 10% เมื่อเข้าโรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network และ 30% เมื่อเข้าโรงพยาบาลนอกโครงการ • แบบ Balanced (อายุรับประกันภัยตั้งแต่ 11 – 75 ปี) : ไม่มีค่าใช้จ่ายร่วมเมื่อเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ณ โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network และมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment)[3] เพียง 20% เมื่อเข้าโรงพยาบาลนอกโครงการ“สำคัญที่สุด เอไอเอ ตั้งใจมอบการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรผ่านโครงการ AIA Vitality โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน พร้อมมีสิทธิได้โบนัสเงินคืนทุกปี (Vitality Bonus) ตามสถานะไวทัลลิตี้[3] ซึ่งสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ AIA Health Starter เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะพนักงานบริษัท หรือข้าราชการที่มีสวัสดิการพื้นฐาน แต่อาจยังไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลที่ปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นตามความก้าวหน้าทางการแพทย์ โดยให้แบบประกันตัวนี้ช่วยเติมเต็มได้มากขึ้น อีกทั้งเราเชื่อว่าแบบประกันตัวนี้จะช่วยปรับพฤติกรรมด้านสุขภาพของคนไทย เพื่อให้ประกันสุขภาพยังคงเป็นเครื่องมือในการวางแผนสุขภาพ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามความจำเป็น และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป”สำหรับผู้ที่สนใจสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ AIA Health Starter สามารถศึกษาข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ https://aiathailand.info/hstpr หรือติดต่อตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอทั่วประเทศ พร้อมรับชมภาพยนตร์โฆษณาได้ที่ https://youtu.be/Iwqh7rjNIcs?si=fVi_4kgoI4zIJqLV หมายเหตุ:[1] ข้อมูล ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2568[2] สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 15 วัน – 10 ปี สามารถเลือกแบบ Begin-Balanced โดยสามารถเลือกเริ่มต้นด้วยแบบ Begin และเปลี่ยนเป็นแบบ Balanced นับตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 11 ปี โดยอัตโนมัติได้[3] เงื่อนไขเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์*ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง*ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
29/01/2026
เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Best Life Insurance Company – Thailand 2025 จากงาน International Finance Awards ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ซึ่งจัดโดย International Finance นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำจากประเทศอังกฤษ โดยมี คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เข้ารับมอบรางวัลอันทรงเกียรติ ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ เมื่อเร็ว ๆ นี้รางวัล International Finance Award ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำของเอไอเอ ประเทศไทย ในธุรกิจประกันชีวิตที่อยู่เคียงข้างคนไทยมากว่า 88 ปี โดยมีความมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ควบคู่กับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่องความสำเร็จครั้งนี้ยังตอกย้ำพันธกิจของเอไอเอในการสนับสนุนให้ผู้คนนับพันล้านมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
27/01/2026
"พลังงานในบ้านส่งผลต่อสุขภาพ โชคลาภ และความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยแนะนำ 5 วิธีขจัดพลังงานลบแบบทำได้จริง ช่วยเปิดทางพลังบวก เสริมความมั่งคั่ง"หลายคนอาจไม่รู้ว่า ความรู้สึกอึดอัด เหนื่อยล้า หรือเรื่องเงินที่ติดขัดซ้ำๆ อาจไม่ได้เกิดจากการทำงานหรือดวงเพียงอย่างเดียว แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “พลังงานภายในบ้าน” ตามหลักฮวงจุ้ย บ้านที่พลังงานไม่ไหลเวียน จะสะสมพลังลบโดยไม่รู้ตัว และส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยในระยะยาวผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยเผยว่า การปรับบ้านไม่จำเป็นต้องรื้อหรือใช้งบสูง เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ก็ช่วยให้พลังงานดีหมุนเวียนกลับมาได้1. เปิดบ้านให้พลังเคลื่อนไหวอยู่เสมอบ้านที่ปิดทึบ อากาศไม่ถ่ายเท มักสะสมพลังงานนิ่งซึ่งถือเป็นพลังลบ ควรเปิดหน้าต่างหรือประตูอย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อให้อากาศและพลังงานใหม่ไหลเข้ามา การมีลมพัดผ่านเบาๆ ถือเป็นสัญญาณของพลังชีวิตที่ดี2. เคลียร์ของเก่าที่ไม่ใช้ คือการเปิดทางโชคลาภของที่พัง ชำรุด หรือไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เปรียบเหมือนพลังงานค้างเก่า การเก็บไว้มากเกินไปจะดึงพลังลบเข้าสู่บ้าน การคัดแยก ทิ้ง หรือบริจาคของที่ไม่จำเป็น ถือเป็นการเคลียร์พื้นที่ให้สิ่งดีๆ เข้ามาแทน3. กลิ่นภายในบ้านมีผลต่อพลังงานกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ เป็นสัญญาณของพลังงานลบสะสม ควรดูแลเรื่องความสะอาด และอาจเสริมด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติ เช่น เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย หรือดอกไม้สด เพื่อช่วยปรับบรรยากาศให้ผ่อนคลายและเป็นมงคลเงินติดขัด? ลอง 5 วิธีล้างพลังงานลบ เสริมพลังดีให้ครอบครัว4. จัดตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่ขวางทางเดินพลังการวางตู้ โต๊ะ หรือโซฟาขวางทางเดินหลักของบ้าน จะทำให้พลังงานติดขัด ควรจัดให้มีทางเดินโล่ง ไม่อึดอัด โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าบ้าน ห้องนั่งเล่น และโถงกลาง ซึ่งถือเป็นจุดไหลเวียนพลังสำคัญ5. เติมพลังชีวิตด้วยองค์ประกอบธรรมชาตินอกจากต้นไม้แล้ว แสงแดด น้ำ และวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หรือหิน ยังช่วยเสริมสมดุลพลังงานในบ้านได้ดี การมีมุมเล็กๆ ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ จะช่วยให้บ้านดูมีชีวิต ลดความตึงเครียด และส่งเสริมความสงบทางใจผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การปรับฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นศาสตร์ของการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรเลือกปรับใช้เท่าที่เหมาะสมกับบ้านและวิถีชีวิตของแต่ละคนเงินติดขัด? ลอง 5 วิธีล้างพลังงานลบ เสริมพลังดีให้ครอบครัวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยนิวส์https://www.thainewsonline.co/belief/belief/895897
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันสังคม
27/01/2026
"สำนักงานประกันสังคม" แจงละเอียด "ผู้ประกันตน" ที่จ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาท จะได้รับสิทธิอะไรบ้างเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Office โพสต์ข้อความเรื่อง "ผู้ประกันตนรู้ไหม จ่ายเงิน 875 บาท จะได้สิทธิอะไรบ้าง" โดยระบุว่า สำหรับผู้ที่มีค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะส่งเงินสมทบสูงสุดที่ 875 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีค่าจ้างไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวจะจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น หากมีค่าจ้าง 10,000 บาท จะส่งเงินสมทบ 500 บาทต่อเดือน เป็นต้นเงินสมทบ 875 บาทต่อเดือน ถูกนำไปจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลผู้ประกันตน แบ่งเป็น 7 กรณีสำคัญ ดังนี้1. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท) • กรณีเจ็บป่วย : รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงิน • กรณีคลอดบุตร : ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท/ไม่จำกัดจำนวนครั้ง, ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร (สำหรับผู้ประกันตนหญิง) สูงสุด 26,250 บาท • กรณีทุพพลภาพ : รับเงินทดแทนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาท/เดือน • กรณีเสียชีวิต : ค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย (หากจ่ายสมทบ 36 เดือนขึ้นไป)2. กรณีว่างงาน (87.50 บาท) : รับเงินทดแทนกรณีว่างงานสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน3. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (525 บาท) : ถือเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด • สงเคราะห์บุตร : รับ 1,000 บาท/เดือนต่อคน (บุตรอายุไม่เกิน 6 ปี) • ชราภาพ : เป็นเงินออมในรูปแบบบำเหน็จหรือบำนาญ ซึ่งนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินสมทบสะสมถึง 1,050 บาทต่อเดือนในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆ เลย ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่ายังมีเงินออมกรณีชราภาพคอยดูแลในยามเกษียณ นอกจากนี้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เป็นหลักประกันว่า หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังมีสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลแก่ครอบครัวของผู้ประกันตนต่อไป.ขอบคุณเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Officeแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์https://www.thairath.co.th/news/society/2910314
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
05/11/2025
30/04/2024
30/04/2024
04/11/2024
29/04/2024