คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ห้องแสดงนิทรรศการ

วิถีนักรบญี่ปุ่น จิตวิญญาณ ‘ซามูไรและนินจา’ และ ‘นิทรรศการบอนไซ’

20/08/2026

 •  สยามพารากอนจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น นำเสนอจิตวิญญาณซามูไรและนินจา พร้อมนิทรรศการบอนไซ ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 •  ชมการแสดงศิลปะการต่อสู้และวิถีดาบคาตานะจากสำนักดาบ SHIDENRYU TOKYO และการแสดงของนินจาอิงะต้นตำรับ •  จัดแสดงนิทรรศการบอนไซหาชมยาก โดยมีไฮไลต์เป็นต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซและต้นประธานที่มีอายุกว่า 500 ปี •  มีกิจกรรมเวิร์กชอปให้ร่วมสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เช่น การดูแลบอนไซ การพับกระดาษโอริกามิ และการทำตุ๊กตาแมวกวักสยามพารากอน ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น (SIAM PARAGON THE WONDROUS JAPAN HERITAGE 2026) ผ่านตำนานวิถีนักรบญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง ซามูไรและนินจา และชวนชม นิทรรศการบอนไซ หาชมยากอายุกว่า 500 ปี ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น นำเสนอ AWAKEN THE SAMURAI การแสดงสุดพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันทรงพลังของ ซามูไร ผ่านศิลปะการใช้ดาบคาตานะแบบเต็มรูปแบบจาก ชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO) สำนักดาบชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้สืบสานศาสตร์การต่อสู้และวัฒนธรรมนักรบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สัมผัสเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และปรัชญาการดำเนินชีวิตของซามูไร ผู้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่นชมการแสดง นินจาอิงะ ต้นกำเนิดแห่งศาสตร์นินจา ที่เผยให้เห็นความลึกลับของวิชาพรางตัว เทคนิคการต่อสู้ และทักษะการเอาตัวรอดอันเป็นเอกลักษณ์วันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 14.00 / 17.00 น.ไฮไลต์พลังแห่งดาบ•   The Art of Samurai & Ninja เรื่องราวของสองนักรบในตำนานชมศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของซามูไร ที่สืบทอดจิตวิญญาณและเกียรติยศแห่งตระกูลทากาโมริ (ขุนศึก คาซุโนริ อาโอกิ (青木一矩) ผ่านผู้สืบทอดสายเลือด “ซามูไรคนสุดท้าย” พบเรื่องราวการเผชิญหน้าระหว่าง ซามูไร ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเกียรติและแสงสว่าง กับ นินจา ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งเงาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ตื่นตาตื่นใจไปกับศิลปะการต่อสู้ที่ผสานความแข็งแกร่ง ความแม่นยำ และภูมิปัญญาดั้งเดิมของสองนักรบในตำนาน จนกลายเป็นการแสดงที่ทั้งเร้าใจและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นสำนักดาบชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO)•   The Way of the Warrior สัมผัสการสาธิตศิลปะการใช้ดาบอันทรงพลังและงดงาม ซึ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งซามูไร นักรบผู้ยึดมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี และวินัยเหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและศาสตร์การต่อสู้ของนินจา นักรบเงาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความคล่องแคล่ว ไหวพริบ และกลยุทธ์อันแยบยล ที่ยังคงเป็นตำนานที่น่าหลงใหลมาจนถึงปัจจุบันวันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 I พาร์ค พารากอน ชั้น M I เวลา 10.00 - 20.00 น.การแสดงจากสำนักดาบชิเดนริว (SHIDENRYU TOKYO)•   เวิร์กชอป Experience Japanese Craft ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เช่น ศิลปะการพับกระดาษ Origami, Maneki Neko Workshop สร้างสรรค์ตุ๊กตาแมวกวักและเครื่องรางมงคลจากดินปั้น เพื่อนำพาโชคลาภและความโชคดีติดตัวกลับบ้าน, Samurai by Reiner Knizia บอร์ดเกมวางกลยุทธ์ระดับคลาสสิก ที่จะพาคุณร่วมประลองไหวพริบและฝึกการตัดสินใจท่ามกลางบรรยากาศของคอมมูนิตี้ผู้รักบอร์ดเกม พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ และความบันเทิงไว้ในงานเดียวนิทรรศการบอนไซ (A Living Legacy of Time Japan Bonsai Exhibition by Bonsai Hunter) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของบอนไซญี่ปุ่น พบกับ The Magnificent Seven 7 ต้นบอนไซระดับมาสเตอร์พีซของงาน พร้อมคอลเลคชันบอนไซญี่ปุ่นทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากในประเทศไทย รวมถึง ต้นประธานอายุกว่า 500 ปี ถ่ายทอดความงดงามของกาลเวลา ศิลปะ และปรัชญาแห่งธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงต้นบอนไซทรงคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้และเรื่องราวจากหลากหลายยุคสมัย ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกบอนไซอย่างใกล้ชิดKishu Shimpaku ต้นประธานอายุกว่า 500 ปีBonsai Exhibition Tour ร่วมฟังเรื่องราว ความเป็นมา และเอกลักษณ์ของบอนไซแต่ละต้น ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Bonsai Hunter (เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รอบเวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 / 17.00 น.)ต้น Itoigawa Shimpaku อายุ 150 ปีต้น Kishu Shimpaku อายุกว่า 150 ปีต้น Kishu Shimpaku อายุกว่า 70 ปียังมี Bonsai Workshop เรียนรู้เทคนิคการจัดแต่งและการดูแลรักษาต้นบอนไซจากผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 22 และ 29 สิงหาคม 2569 เวล 13.00-15.00 น.) ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Bonsai Hunterวันที่ 20 – 30 สิงหาคม 2569 ณ Living Hall ชั้น 3 เวลา 10.00 – 20.00 น.Bonsai Lucky Draw พิเศษ! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ภายในงาน รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Lucky Draw เพื่อลุ้นรับบอนไซสนญี่ปุ่นและของรางวัลมูลรวมกว่า 50,000บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนดร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งซามูไร สัมผัสความงดงามของศิลปะการต่อสู้ วิถีนักรบ และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและนิทรรศการบอนไซ ในงาน The Wondrous Japan Heritage 2026 ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน สอบถามที่ FB: Siam Paragon และ www.siamparagon.co.th#มหกรรมวัฒนธรรมญี่ปุ่น #ซามูไรและนินจา #นิทรรศการบอนไซ #สยามพารากอน แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1247875

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“เร แมคโดนัลด์” นักเดินทางผู้บุกเบิกสไตล์แบ็กแพ็กและโซโลทราเวลในไทย

20/08/2026

แม้ว่า “เร แมคโดนัลด์” สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงมากฝีมือ รวมทั้งการเป็นนายแบบ พิธีกรรายการวัยรุ่น ตั้งแต่ยุค 90 แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นบุคคลในวงการบันเทิงคนแรกๆของเมืองไทยที่เปิดโลกการเดินทางในบทบาทของนักท่องเที่ยวสไตล์แบ็คแพ็กและโซโลทราเวลภาพ: Rayron : เร่ร่อน"เร" ภาพลักษณ์ของ “นักเดินทาง” ที่แท้จริงหลังจากเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงมาแล้วระยะหนึ่ง นักแสดงรายนี้ไม่ได้เดินทางไปนำเสนอไลฟ์สไตล์หรูหรา แต่กลับเลือกสไตล์ที่เรียกว่า “แบ็กแพ็กเกอร์และโซโลทราเวล” อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกรายการท่องเที่ยวแนวนี้ในเมืองไทยตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ในขณะที่รายการท่องเที่ยวส่วนใหญ่เน้นความสะดวกสบาย หรูหรา และจุดหมายยอดนิยม เร เลือกที่จะสะพายเป้เดินทางด้วยตัวเอง หรือไปกับกลุ่มเพื่อนสนิท และนำเสนอในมุมมองประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงระหว่างทางภาพ: Rayron : เร่ร่อนรายการที่เขาเคยเป็นพิธีกรและผลิตเองสะท้อนแนวคิดนี้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น No Visa รายการท่องเที่ยวที่พาเที่ยวในประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า. Roaming รายการท่องเที่ยวด้วยรถไฟ จากหัวลำโพงไปอังกฤษ ผ่าน 2 ทวีป 16 ประเทศ รวมถึงเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย , 48 ชั่วโมง รายการท่องเที่ยวที่เน้นที่หมายใกล้ๆ เช่นในอาเซียน, TT Rider ที่ขี่รถตุ๊กตุ๊กข้ามประเทศเพื่อนบ้าน, “FOOD TRIBE” ไป-ล่า-กิน รายการเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ อาหารการกิน และการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นรูปแบบการเดินทางที่ไม่ค่อยมีใครทำโดยจุดเด่นของเร ในความเป็นนักเดินทาง คือความจริงใจและความเรียบง่ายที่นำเสนอออกมาในรายการ เขาไม่พยายามสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญที่รู้ทุกอย่าง แต่เล่าเรื่องผ่านสายตาของคนที่อยากรู้อยากเห็น ชอบลุย และยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการหลงทาง รถเสีย หรือการสื่อสารที่ติดขัดภาพ: Rayron : เร่ร่อนเป็นหัวหน้าเผ่าที่ช่อง "Rayron : เร่ร่อน”ในช่วงหลังที่สื่อดิจิทัลเริ่มแพร่หลายและได้รับความนิยม เร หันมาทุ่มเทกับช่อง YouTube Rayron : เร่ร่อน ซึ่งเขาก่อตั้งขึ้น โดยอธิบายตัวเองว่าเป็น แหล่งรวมการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ที่เกิดจากการชวนผู้สร้างสายเดินทางหลายคนมารวมตัวกัน โดยมี เร แมคโดนัลด์เป็นผู้ริเริ่ม/“หัวหน้าเผ่า” และมุ่งนำเสนอการเดินทางไปยังสถานที่แปลกใหม่ แตกต่าง และมีสไตล์ของตัวเอง และกลายเป็นพื้นที่ที่เขาได้ทำคอนเทนต์ตามสไตล์ตัวเองอย่างเต็มที่หนึ่งในภาพจำที่แฟน ๆ พูดถึงบ่อยคือโปรเจกต์ overlanding กับรถตุ๊กตุ๊กชื่อ “ลำดวน” ที่พาเดินทางข้ามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงจีนและญี่ปุ่นภาพ: Rayron : เร่ร่อนลำดวนไม่ใช่แค่พาหนะ แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์การเดินทางที่เร เชื่อมั่น คือการหาความพิเศษจากสิ่งธรรมดา การใช้ของใกล้ตัว และการไม่ยอมแพ้เมื่อเจออุปสรรค แม้จะต้องซ่อมรถกลางทางหรือถูกปฏิเสธจากอู่ซ่อมหลายแห่ง เขาก็ยังเดินทางต่อไปพร้อมกับเพื่อน ๆ อย่างลีโอ พุฒ และต้าร์ เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา ในรายการอย่าง ติดคุย และ ติดเที่ยว และยังทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวในชื่อ “พุฒ ต้า เร”ภาพ: Rayron : เร่ร่อนเร เคยกล่าวไว้ในหลายโอกาสว่า การเดินทางทำให้เขาได้ค้นหาตัวเอง และเชื่อว่าประสบการณ์สำคัญกว่าสิ่งของ เขาชอบจุดหมายที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวกระแสหลัก เช่น มองโกเลีย เปรู เนปาล หรืออินเดีย เพราะต้องการให้คนไทยเห็นว่าโลกกว้างกว่าการชอปปิ้งหรือร้านอาหารดังขณะเดียวกัน หลายครั้งเขาก็แทรกประเด็นการท่องเที่ยวเชิงสารคดีที่เข้มข้นเข้าไว้ในรายการ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาพ: Rayron : เร่ร่อนความเป็นไอคอนของนักเดินทางสำหรับคนรุ่นที่เติบโตมากับรายการท่องเที่ยวของ เร แมคโดนัลด์ กล่าวได้ว่านักแสดงรายนี้ คือ ต้นแบบของนักเดินทางที่กล้าออกนอกกรอบ ไม่กลัวความลำบาก และไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ดาราคนดัง พิสูจน์ว่าการท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กและโซโลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชาวต่างชาติ แต่คนไทยก็สามารถทำได้และสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้เช่นกันภาพ: Rayron : เร่ร่อนหลายคนยกเขาเป็น “หัวหน้าเผ่า” ของกลุ่มเพื่อนนักเดินทาง และช่องเร่ร่อน ซึ่งเป็นผลงานของเขาล่าสุดนั้น ยังกลายเป็นพื้นที่ที่คนดูรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปด้วยกันผ่านเรื่องราวของผู้คนที่พบเจอ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนที่ได้ระหว่างทาง สร้างแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครหลายคนในการเดินทางไปสัมผัสโลกกว้างด้วยตัวเองภาพ: Rayron : เร่ร่อนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000081567

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

เจาะสถิติ 5 ปี หนี้เสียคนไทย จากยุคโควิดสู่ข้อเท็จจริงระบบการเงิน รับกระแส “บิดหนี้”

10/08/2026

ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์กรณีพฤติกรรมการเจตนากู้เงินโดยไม่ชำระคืน หรือกระแส “บิดหนี้” ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อดิจิทัล การพิจารณาข้อมูลสถิติเชิงตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาพรวมโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือนและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ของประเทศไทยตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564-2568) บนพื้นฐานข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ชวนย้อนเส้นทางสถิติหนี้สินครัวเรือนและหนี้เสียในระบบสถาบันการเงินของไทย นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน มีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ดังนี้ย้อนรอยเส้นทางหนี้เสีย : จากวิกฤตโควิดสู่การปรับฐานข้อมูล  •  ปี 2564 (ช่วงโควิด-19) : การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงส่งผลให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงแตะระดับ 14.5-14.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของ GDP แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะหยุดชะงัก แต่ตัวเลข NPL ในระบบยังไม่ขยายตัวฉับพลัน เนื่องจากสถาบันการเงินดำเนินมาตรการพักชำระหนี้และมาตรการซอฟต์โลนตามนโยบายของ ธปท. เพื่อประคองสภาพคล่องของลูกหนี้  •  ปี 2565 (ระยะทยอยฟื้นตัว) : เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินปกติ สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ลดลงมาอยู่ที่ 86.8% ผลจากการขยายตัวของมูลค่า GDP อย่างไรก็ตาม หลังจากการทยอยสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เริ่มส่งสัญญาณค้างชำระจนกลายเป็นกลุ่มหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือน (Special Mention : SM)  •  ปี 2566 (การปรับขอบเขตฐานข้อมูล) : ธปท. ปรับปรุงการจัดเก็บสถิติหนี้สินครัวเรือนให้สะท้อนภาพรวมทั้งระบบ โดยนำข้อมูลหนี้จากกองทุนให้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และสหกรณ์ออมทรัพย์เข้ามาประมวลผล ส่งผลให้ยอดหนี้ครัวเรือนรวมในทางสถิติทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 16.36 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 91.3% ของ GDP  •  ปี 2567-2568 (การกระจายตัวของหนี้เสียและการคุมเข้ม) : ปริมาณหนี้เสียสะสมในระบบเครดิตบูโรขยับขึ้นแตะระดับ 1.1-1.2 ล้านล้านบาท โดยสัญญาณความตึงตัวปรากฏชัดในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ ควบคู่กับการเร่งปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน (DR) และการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา (TDR)โครงสร้าง NPL และกลุ่มสินเชื่อเปราะบางในปัจจุบันสถิติจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) สะท้อนโครงสร้างหนี้เสียในระบบการเงินดังนี้ :  •  สัดส่วน NPL สะสม : ยอดหนี้เสีย (NPL) ในระบบเครดิตบูโรทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 9.7% ของยอดหนี้รวมในฐานข้อมูล ขณะที่กลุ่มหนี้กำลังจะเสีย (SM หรือค้างชำระ 1-3 เดือน) มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 4.3%  •  สินเชื่อรายย่อยไม่มีหลักประกัน : สถิติระบุว่าหนี้เสียส่วนใหญ่ของบัญชีลูกหนี้รายย่อย เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกัน โดยเฉพาะกลุ่มวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อบัญชี ซึ่งมีปริมาณจำนวนบัญชีสูงที่สุด  •  สินเชื่อเพื่อการซื้อสินค้า : สินเชื่อประเภท “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) มีอัตราการเติบโตของจำนวนบัญชีสูงขึ้นในกลุ่มวัยเริ่มทำงาน สะท้อนพฤติกรรมสะสมภาระหนี้ขนาดเล็กหลายรายการพร้อมกันกลไกระบบการเงินและกฎหมายต่อพฤติกรรม “บิดหนี้”จากกรณีการเผยแพร่เนื้อหาชักชวนให้เจตนาไม่ชำระหนี้สินเชื่อดิจิทัลในโลกออนไลน์ ข้อเท็จจริงเชิงระบบและข้อกฎหมายระบุไว้ ดังนี้1. ระบบการตรวจสอบและการประเมินความเสี่ยง : ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลและสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ดำเนินการอนุมัติสินเชื่อผ่านการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และบันทึกสัญญาดิจิทัลที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมวิเคราะห์เครดิตสกอร์อย่างเป็นระบบ2. การบันทึกประวัติในระบบเครดิตบูโร : การผิดนัดชำระหนี้เกินกว่ากำหนดจะถูกส่งบันทึกประวัติไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ตามกฎหมายการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ซึ่งกระทบต่อการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินในอนาคต3. ผลกระทบทางกฎหมาย : การกู้ยืมเงินเป็นสัญญาทางแพ่ง ซึ่งมีกระบวนการบังคับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 การฟ้องร้อง ดำเนินคดีไกล่เกลี่ย และการบังคับคดีอายัดเงินเดือนหรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ หากสืบทราบพยานหลักฐานว่าผู้กู้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือมีเจตนาหลอกลวงเพื่อไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ก่อนทำสัญญา อาจเข้าข่ายการพิจารณาความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรการกำกับดูแลและการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนเพื่อบริหารจัดการระดับ NPLs และป้องกันปัญหาหนี้เสียเรื้อรัง ภาครัฐและ ธปท. ได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อน ดังนี้  •  หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม : กำหนดให้สถาบันการเงินประเมินความสามารถในการชำระหนี้โดยคำนึงถึงเงินคงเหลือที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (Debt Service Ratio : DSR)  •  การเร่งรัดปรับโครงสร้างหนี้ : ผลักดันให้สถาบันการเงินเสนอเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้แก่ลูกหนี้ก่อนกลายเป็น NPL และการช่วยเหลือลูกหนี้ NPL รายย่อยให้สามารถผ่อนชำระตามความสามารถจริงเพื่อฟื้นฟูประวัติทางการเงินภาพรวมหนี้ปัจจุบัน ปี 2569หนี้ครัวเรือน สัดส่วนต่อ GDP ทรงตัวอยู่ที่ราว 86.7% ข้อมูลจากเครดิตบูโรระบุว่า สัดส่วน NPL สะสมอยู่ที่ประมาณ 9.7% ของยอดหนี้ในระบบ และกลุ่มหนี้กำลังจะเสีย (ค้างชำระ 1-3 เดือน) อยู่ที่ราว 4.3% โดยกลุ่มที่มีปัญหามากที่สุดยังคงเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อไม่มีหลักประกันวงเงินขนาดเล็ก สะท้อนว่าลูกหนี้ระดับฐานรากยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพคล่องแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-2047862

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

สมาคมประกันชีวิตไทย เผยผลสำรวจ “วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25” ชี้คนไทยยังให้ความสำคัญกับการออมและการบริหารความเสี่ยง “ประกันออมทรัพย์ครองความนิยม ขณะที่ประกันสุขภาพยังเป็นทางเลือกสำคัญ สื่อดิจิทัลขึ้นแท่นช่องทางหลักเข้าถึงประชาชน”

10/08/2026

สมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยผลการจัดงาน “วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี โดยผลการจัดงานชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยงผ่านการประกันชีวิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการออมเงิน การสร้างหลักประกัน และการคุ้มครองสุขภาพในระยะยาว ซึ่งตอกย้ำบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนผลการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทสมาชิกที่รายงานผลการเสนอขายผลิตภัณฑ์ภายในงานจำนวน 13 บริษัท พบว่ามีผู้เอาประกันภัยรวม 298 ราย คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรวม 137.33 ล้านบาท และมีทุนประกันภัยรวม 262.48 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประกันชีวิตยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการเงินและบริหารความเสี่ยงของประชาชน แม้เศรษฐกิจจะยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้ร่วมงานจำนวน 187 คน ยังเผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจ โดยมีผู้ที่ตั้งใจเดินทางมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต 30.5% ขณะที่ 69.5% เป็นกลุ่มที่เดินผ่านและแวะเข้าร่วมงานภายในศูนย์การค้า ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 45–54 ปี และ 55 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสูงที่สุด ส่งสัญญาณว่าประชาชนวัยทำงานตอนปลายและวัยก่อนเกษียณให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาวทั้งข้อมูลการซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงานและผลสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมงานชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า "ประกันออมทรัพย์" ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยแบบประกันออมทรัพย์ (Endowment Insurance) มีสัดส่วนสูงถึง 64.77% ของกรมธรรม์ที่ทำภายในงาน ขณะที่ผลสำรวจยังพบว่า ประกันออมทรัพย์และสะสมทรัพย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ร่วมงานให้ความสนใจมากที่สุด รองลงมาคือประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง โดยผู้ที่ตั้งใจซื้อส่วนใหญ่มีงบประมาณค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 10,001–30,000 บาทต่อปี บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ประชาชนมุ่งเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ผลสำรวจพบว่า สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook, LINE และ TikTok เป็นช่องทางที่ประชาชนรับรู้ข่าวสารการจัดงานมากที่สุด รองลงมาคือตัวแทนประกันชีวิต และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในพื้นที่จัดงาน ขณะเดียวกันยังมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนไม่น้อยที่ทราบการจัดงานจากการเดินภายในศูนย์การค้า แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลควบคู่กับการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย เป็นปัจจัยสำคัญในการขยายการรับรู้และส่งเสริมความเข้าใจด้านการประกันชีวิตสู่สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังระบุว่าได้รับทั้งความสนุกสนานจากกิจกรรมภายในงานและได้รับความรู้จากเจ้าหน้าที่ผู้ให้คำแนะนำ ตอกย้ำว่าการจัดกิจกรรมในรูปแบบที่ผสมผสานสาระความรู้กับกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นนางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ผลการจัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ในปีนี้ ไม่เพียงสะท้อนการตอบรับของประชาชนต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการตื่นตัวของประชาชนในการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความนิยมในผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และความสนใจในประกันสุขภาพ ซึ่งแสดงถึงความต้องการสร้างทั้งความมั่นคงทางการเงินและหลักประกันในการดำรงชีวิตของคนไทยสมาคมประกันชีวิตไทยจะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการจัดงานครั้งนี้ไปใช้ในการพัฒนาการสื่อสาร การจัดกิจกรรม และการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการประกันชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละช่วงวัย พร้อมผลักดันให้การประกันชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับซีเคว้ล ออนไลน์https://www.sequelonline.com/?p=209835

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

สมาคมแต้จิ๋วฯ ชวนชมนิทรรศการภาพประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแต้จิ๋ว ประกบหนังรอบพิเศษ “จดหมายรักถึงอาม่า” ให้ผู้ชมได้น้ำตามซึมกันทั่งโรง

10/08/2026

กลายเป็นอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่แฟนภาพยนตร์และสายเสพงานศิลป์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เมื่อ “สมชาย เวชากร” ประธานสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการ “เดวิด เลา” ช่างภาพชื่อดังระดับโลก ร่วมกันเนรมิตโรงภาพยนตร์ใจกลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำอันทรงคุณค่า ด้วยการจัด “นิทรรศการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแต้จิ๋ว” พร้อมจัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และคลิปวิดีโอหนังสั้นความยาว 10 นาที ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทาง ความรัก ความผูกพัน และคุณูปการของชาวจีนแต้จิ๋วที่เข้ามาปักหลักสร้างชีวิตในประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 200 ปี และการฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ “จดหมายรักถึงอาม่า” ควบคู่กันไป ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นโดย สมชาย เวชากร ประธานสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยเป็นผู้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ เหล่าบุคคลสำคัญระดับประเทศและผู้นำองค์กรระดับโลกทั้งฝั่งภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างคับคั่ง อาทิ ฯพณฯ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย, ดร.ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, ดร.ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย–จีน และ ดร.กิตติ อิทธิภากร ประธานสหสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทย ร่วมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์และแสดงความยินดี รวมถึงการเปิดตัวบนเวทีของคณะผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ทีมงาน และเหล่านักแสดงจากภาพยนตร์ “จดหมายรักถึงอาม่า” ที่มาร่วมสร้างสีสัน ก่อนปิดท้ายความประทับใจด้วยการถ่ายภาพหมู่ร่วมกันของคณะผู้บริหารประธานกิตติมศักดิ์ นายกสมาคมจีน 9 สมาคม และผู้แทนสมาคมต่างๆ เพื่อบันทึกภาพแห่งมิตรภาพและความภาคภูมิใจร่วมกันไฮไลต์สำคัญ คือ ของนิทรรศการครั้งนี้ คือการจัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์จำนวน 103 ภาพ ที่คัดสรรมาจากภาพถ่ายและเอกสารโบราณที่มีอายุนับร้อยปี นำมารวบรวมและจัดแสดงอย่างประณีต เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซึมซับมุมมองและวิถีชีวิตของชาวแต้จิ๋วในอดีต ทั้งวัฒนธรรมการดื่มชา ร้านน้ำชาโบราณ ประเพณีอันงดงาม ตลอดจนวัฒนธรรมอาหารแต้จิ๋วรสเลิศที่หลอมรวมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในปัจจุบัน ถือเป็นการเรียงร้อยช่วงเวลาประวัติศาสตร์และความซาบซึ้งใจของภาพยนตร์คุณภาพและภาพถ่ายอันทรงคุณค่าอย่างลงตัว และยังเป็นการร่วมตอกย้ำและเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สมดังคำกล่าวที่ว่า “จีน–ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” อย่างแท้จริงนอกจากภาพถ่ายอันทรงคุณค่าที่จัดแสดงในนิทรรศการในครั้งนี้แล้ว ยังมีการจัดฉายภาพยนตร์สั้นฉบับพิเศษความยาว 10 นาทีที่สร้างโดยคุณเดวิด เลา ที่บอกเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวจีนโพ้นทะเลและชาวจีนแต้จิ๋วที่เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยเมื่อกว่า 200 ปีก่อน แสดงให้เห็นถึงเส้นทางสู้ชีวิต ความขยันหมั่นเพียร การร่วมสร้างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของบรรพชนแต้จิ๋วในประเทศไทย รวมถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนจีนแต้จิ๋วกับราชวงศ์ในยุคสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชของไทยที่ผูกพันกันมาอย่างยาวนานอีกด้วยและอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการฉายภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” เรื่องราวสุดอบอุ่นหัวใจแห่งปีที่บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋ว ถ่ายทอดผ่านภาษา วัฒนธรรม และความทรงจำข้ามรุ่น โดยมีแก่นเรื่องสำคัญอย่าง “เฉียวพี” (โพยก๊วน) หรือหลักฐานจดหมายและใบส่งเงินเก่าแก่ของชาวจีนโพ้นทะเลเป็นตัวเชื่อมโยงความรัก ความกตัญญู และสายใยครอบครัวที่ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหนความผูกพันก็ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาเลย ดังคำกล่าวที่ว่า “江海有岸,团圆有盼” (ผืนน้ำยังมีฝั่ง การกลับมาอยู่พร้อมหน้าครอบครัวย่อมมีความหวัง) นั่นถือเป็นการสอดผสานศิลปะทั้งสองแขนงทั้งภาพถ่ายและภาพยนตร์ ที่ต่างบอกเล่าเรื่องราวที่ร้อยเรียงเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านหน้าประวัติศาสตร์ไทย-จีนได้อย่างลงตัวสำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าชม “นิทรรศการประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแต้จิ๋ว” และการจัดแสดงภาพถ่ายอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้ ตั้งวันที่ 4 – 14 สิงหาคมนี้ ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000076761

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

จอร์เจียน่าเที่ยว? เปิดเหตุผลทำไมเป็นจุดหมายที่คนไทยชอบไป

10/08/2026

  •  เหตุผลที่ทำให้ จอร์เจีย เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่คนไทยไม่น้อยอยากไปเยือนสักครั้ง อันดับแรกคือ ค่าครองชีพไม่สูง ทำให้สามารถสัมผัสบรรยากาศแบบยุโรปได้ในราคาประหยัด  •  ข้อถัดมาคือ การเดินทางไปท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก เพราะสามารถไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและพำนักได้นานถึง 365 วัน และสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี  •  จอร์เจียโดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่สวยงามของเทือกเขาคอเคซัสและสถาปัตยกรรมโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นแหล่งกำเนิดไวน์ของโลก และมีวัฒนธรรมด้านอาหารที่น่าสนใจ หากย้อนกลับไปเพียง 4-5 ปีก่อน ชื่อของ "จอร์เจีย" อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูนักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ในยุคนั้นหากใครอยากไปเที่ยวยุโรป ส่วนใหญ่มักจะมุ่งหน้าสู่ยุโรปตะวันตกอย่างฝรั่งเศสหรือสวิตเซอร์แลนด์ แต่ในปัจจุบัน ประเทศจอร์เจียได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางระดับ ‘ปรากฏการณ์’ ที่บูมอย่างมากในกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ จนกลายเป็นหมุดหมายที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิตอะไรคือความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขุนเขาคอเคซัสที่ดึงดูดใจคนไทยได้ขนาดนี้?  'กรุงเทพธุรกิจ' จะพาไปหาคำตอบที่ทำให้ประเทศนี้กลายเป็น "Hidden Gem" ที่ไม่ลับอีกต่อไป  •  คนไทยไปจอร์เจียฟรีวีซ่า 365 วัน สิทธิประโยชน์จัดเต็มเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้จอร์เจียชนะใจนักเดินทางชาวไทย คงหนีไม่พ้น นโยบาย "ฟรีวีซ่า" ที่อนุญาตให้คนไทยพำนักอยู่ได้นานถึง 365 วัน หรือ 1 ปี  ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่พิเศษมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้สายเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารที่ยุ่งยาก เพียงแค่มีพาสปอร์ตเล่มเดียว และหลักฐานการฉีดวัคซีนก็สามารถบินไปสัมผัสบรรยากาศยุโรปได้ทันที  •  นิยามของคำว่า "วิวหลักล้าน ในราคาประหยัด"จอร์เจียถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ไปเที่ยวแล้วได้บรรยากาศแบบยุโรป แต่จ่ายในราคาเอเชีย ค่าครองชีพที่นี่ถือว่าไม่สูงนัก เมื่อเทียบแล้วใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ หรือบางอย่างอาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ โดยนักท่องเที่ยวสามารถหาที่พักในราคาเริ่มต้นเพียงคืนละหลักพันต้นๆ และค่าอาหารมื้อหนึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หรูหราและสวยงามอลังการได้โดยไม่ต้องเก็บเงินจนเหนื่อย  •  สถาปัตยกรรมพันปี ท่ามกลางอ้อมกอดเทือกเขาคอเคซัสอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเยือนจอร์เจีย ก็คือ  ภูมิประเทศของจอร์เจียมีความสวยโดดเด่นสุดปัง ด้วยวิวเทือกอลังการให้เที่ยวชมได้ไม่เบื่อ เนื่องจากภูมิประเทศตั้งอยู่บน เทือกเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามราวกับสวรรค์บนดิน ขณะเดียวกัน ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ไม่แพ้กัน ด้วยการผสมผสานระหว่างกลุ่มอาคารที่สะท้อนถึงอารยธรรมโบราณ กลุ่มอาคารยุคกลาง และกลุ่มอาคารร่วมสมัย สำหรับไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ โบสถ์หินยุคกลางบนยอดเขา, บ้านไม้โบราณลายฉลุ, และสถาปัตยกรรมยุคโซเวียตผสมล้ำยุค  •  3 พิกัดต้องเช็กอิน มนต์เสน่ห์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้เมื่อพูดถึงที่เที่ยวจอร์เจียที่ห้ามพลาด ข้อมูลจากแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวหลายแห่งต่างก็ให้คำแนะนำไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรไปเยือน สถานที่ท่องเที่ยวที่สุดฮิต 3 แห่งเหล่านี้ หากพลาดไปก็เหมือนมาไม่ถึงจอร์เจีย ได้แก่1. โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church)ตั้งอยู่ที่เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) นี่คือโบสถ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนยอดเขาสูง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นเทือกเขาคอเคซัสอันยิ่งใหญ่ ให้ภาพลักษณ์ที่อลังการและทรงพลังจนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตที่สุด 2. ย่านเมืองเก่าทบิลิซี (Tbilisi Old Town)ที่นี่เป็นย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองหลวง ที่ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมโบราณเข้ากับคาเฟ่สุดชิคได้อย่างลงตัว จุดเด่นคืออาคารที่มีระเบียงไม้สีสันสดใส และบ่อน้ำแร่กำมะถันที่มีโดมเป็นเอกลักษณ์ การเดินเล่นบนถนนหินโบราณจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุโรปยุคกลาง อีกทั้งกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมโบราณที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,500 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพเก็บความประทับใจได้ทุกมุมเมือง3. หมู่บ้านจูทา (Juta Valley)หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก โอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่มและโตรกผาสูงชัน เหมาะสำหรับนักเดินทางสายกรีน ที่ต้องการสัมผัสความเงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ฟ้าใสแดดสวย ราวกับอยู่ในเทพนิยาย  •  สวรรค์ของสายกินและ "แหล่งกำเนิดไวน์" ของโลกอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้คือวัฒนธรรมด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เช่น Khinkali (เสี่ยวหลงเปาเวอร์ชั่นจอร์เจีย) และ Khachapuri (ขนมปังหน้าชีสและไข่) ที่รสชาติถูกปากคนไทยแต่ที่เป็นไฮไลต์ระดับโลกคือ จอร์เจียได้ชื่อว่าเป็น "The Birth Place of Wine" หรือจุดกำเนิดของไวน์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 8,000 ปี ด้วยกรรมวิธีการหมักในไหดินเผาใต้ดินที่เรียกว่า Qvevri ซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO โดยประกาศขึ้นทะเบียนให้ไวน์จอร์เจียเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในปี ค.ศ. 2013 ที่สำคัญคือไวน์คุณภาพเยี่ยมเหล่านี้ มีราคาที่จับต้องได้ง่ายมาก เริ่มต้นเพียงขวดละประมาณ 150-200 บาทเท่านั้น  •  เสน่ห์ของเจ้าบ้านที่เป็นมิตร และเที่ยวได้ครบทุกรสตลอดทั้งปีจอร์เจียเป็นประเทศที่เที่ยวได้ตลอดปีตามความชอบของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นช่วงใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง ฤดูร้อนที่อากาศไม่ได้ร้อนมาก เหมาะแก่การเดินป่า ฤดูใบไม้ร่วงกับภาพใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติก หรือฤดูหนาวก็ได้ชมวิวธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่ม ประกอบกับอัธยาศัยของคนจอร์เจียที่เป็นมิตรและยิ้มแย้ม ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยการต้อนรับที่อบอุ่นจากเจ้าบ้าน ทั้งนี้ มีคำแนะนำในการท่องเที่ยวแต่ละฤดูกาล ดังนี้- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.): อากาศเย็นสบาย (10-25°C) ดอกไม้เริ่มผลิบานสดใส และยอดเขาคอเคซัสยังมีหิมะปกคลุมตัดกับสีเขียวของป่า- ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.): เหมาะสำหรับสายเดินป่า เทรคกิ้ง และเที่ยวเมืองชายทะเลดำอย่างเมืองบาทูมี- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.): ช่วงเวลาสุดโรแมนติกกับใบไม้เปลี่ยนสี และเป็นฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นที่แคว้นคาเคติ (Kakheti) เหมาะกับการแพลนทริปเที่ยวชิมไวน์- ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.): สวรรค์ของคนรักหิมะและสกีรีสอร์ตอย่างเมืองกูเดาริ ที่จะเปลี่ยนทั้งเมืองให้กลายเป็นสีขาวโพลน  •  ข้อควรรู้ คำแนะนำ และสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปเยือนจอร์เจียเพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและปลอดภัย นี่คือรายละเอียดสำคัญที่นักท่องเที่ยวไทยควรรู้ ได้แก่การเดินทาง: ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย ต้องต่อเครื่องที่เมืองอย่างดูไบ, อิสตันบูล หรืออัลมาตี้ โดยใช้เวลาเดินทางรวมเฉลี่ย 11-12 ชั่วโมงภาษาและการสื่อสาร: ภาษาหลักคือจอร์เจียและรัสเซีย แม้ตามแหล่งท่องเที่ยวจะมีเจ้าหน้าที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่ควรเตรียมแผนการเดินทางให้พร้อมหรือดาวน์โหลดแอปแปลภาษาไว้สกุลเงิน: จอร์เจียใช้สกุลเงิน ลารี (Lari - GEL) ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถแลกจากไทยได้โดยตรง แนะนำให้แลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือยูโร (EUR) ไปแลกเป็นเงินลารีที่นั่นอาหารท้องถิ่นชื่อดัง: เมนูยอดฮิตอย่าง Khinkali (เสี่ยวหลงเปาจอร์เจีย) และ Khachapuri (ขนมปังหน้าชีส) เป็นสิ่งที่ต้องลองชิม แต่ควรระวังว่าอาหารท้องถิ่นส่วนใหญ่มักมีรสชาติค่อนข้างเค็มการเตรียมเสื้อผ้า: ควรเช็กฤดูกาลให้ดี หากไปฤดูหนาวที่หนาวจัดต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม และต้องมีรองเท้าเดินหิมะ หากไปฤดูใบไม้ผลิหรือร้อน ควรเตรียมครีมกันแดดและแว่นตาเพราะแดดอาจจะแรงในบางช่วงไม่มีสถานกงสุลไทยในจอร์เจีย: ประเทศจอร์เจียไม่มีสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยประจำอยู่ (อยู่ในการดูแลของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี) ดังนั้น หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เอกสารหาย หรืออุบัติเหตุ การติดต่อขอความช่วยเหลืออาจใช้เวลานาน เนื่องจากต้องประสานงานข้ามประเทศ นักท่องเที่ยวควรบันทึกข้อมูลติดต่อฉุกเฉินของ สถานทูตฯ ตุรกี และเครือข่ายคนไทยในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าความปลอดภัยและข้อควรระวัง: แม้คนจอร์เจียจะขึ้นชื่อเรื่องความใจดีและเป็นมิตร แต่ควรระวังกลุ่มมิจฉาชีพ และควรซื้อประกันการเดินทางเพื่อได้รับความคุ้มครองหากเกิดเหตุไม่คาดคิดอย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกในการเดินทาง การได้ฟรีวีซ่า ค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมที่น่าค้นหา จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมวันนี้ จอร์เจีย จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ในใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิตแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1245315

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

การวางแผนทางการเงิน

วางแผนเกษียณแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่มีเงินพอ แต่ต้องมีอิสระในการใช้ชีวิต

08/08/2026

"ถ้าวันนี้คุณหยุดทำงานทันที ... เงินที่มีอยู่จะใช้ได้นานแค่ไหน?" เกษียณแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่มีเงินพอ ... แต่ต้องใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้ด้วย"ถ้าวันนี้คุณหยุดทำงานทันที ... เงินที่มีอยู่จะใช้ได้นานแค่ไหน?"คำถามนี้อาจฟังดูไกลตัว แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของวัย 60 ปีอีกต่อไป เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่มีเงินพอใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่คือการมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเปลี่ยนงาน พักจากงานประจำ เดินทางรอบโลก หรือทำในสิ่งที่รัก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเกษียณแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่มีเงินพอ ... แต่ต้องใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้ด้วยเกษียณแบบคนรุ่นใหม่การมีเงินเก็บในบัญชีจึงอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากเงินก้อนนั้นเติบโตไม่ทันค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี การวางแผนเกษียณจึงไม่ใช่แค่ "การออม" แต่เป็นการบริหารเงินให้เติบโต เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการในอนาคตเงินออมอย่างเดียว อาจสู้ "เงินเฟ้อ" ไม่ไหวหลายคนรู้สึกอุ่นใจเมื่อเห็นตัวเลขเงินออมเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริง อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทุกปีสามารถค่อย ๆ ลดอำนาจซื้อของเงินลงได้ แม้จำนวนเงินจะยังเท่าเดิมนั่นจึงเป็นเหตุผลที่การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนเกษียณในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นคุณภาพ กองทุนรวมดัชนีระดับโลก หรือสินทรัพย์ที่เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน เพื่อเพิ่มโอกาสให้เงินเติบโตและรักษามูลค่าได้ในระยะยาวการลงทุนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแสวงหาผลตอบแทนสูงที่สุดเสมอไป แต่เพื่อให้เงินสามารถเติบโตสอดรับกับค่าครองชีพในอนาคต และช่วยให้แผนเกษียณเดินหน้าได้ตามเป้าหมายใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้เป็น เปลี่ยนภาษีให้กลายเป็นเงินลงทุนหลายคนมองกองทุนลดหย่อนภาษีเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับลดภาระภาษีปลายปี แต่ในมุมของการวางแผนการเงิน เครื่องมือเหล่านี้สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างเงินเกษียณได้การลงทุนผ่านกองทุน SSF, RMF, ThaiESG หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ช่วยให้การออมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว เงินส่วนที่ประหยัดจากภาษียังสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนในอนาคตได้อีกโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้สูง การวางแผนใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้อย่างเหมาะสม ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนในระยะยาวอย่าคิดแค่ "ค่าใช้จ่ายวันนี้" แต่ต้องคิดถึง "ชีวิตที่อยากมี"หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย คือการคำนวณเงินเกษียณจากค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน โดยลืมไปว่ารูปแบบการใช้ชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามรายได้และช่วงวัยหรือที่เรียกว่า "Lifestyle Creep" เมื่อรายได้มากขึ้น หลายคนก็อยากเดินทางมากขึ้น ใช้เวลากับงานอดิเรก ลงทุนกับสุขภาพ หรือเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้นหากต้องการรักษามาตรฐานการใช้ชีวิตเดิมไว้หลังเกษียณ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรถูกนำมาคำนวณตั้งแต่วันนี้ ทั้งค่าเดินทาง ท่องเที่ยว งานอดิเรก ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว เพื่อให้แผนการเงินสะท้อนชีวิตจริงมากที่สุดเป้าหมายของการเกษียณ ไม่ใช่การหยุดใช้เงิน แต่คือการมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้ฝันถึงการเกษียณเพื่อหยุดทำงาน แต่ต้องการมีอิสระในการเลือกว่าจะทำงานแบบไหน ใช้ชีวิตอย่างไร และใช้เวลากับสิ่งที่มีความหมายได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเรื่องการเงินการเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้มีเวลาในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน และใช้พลังของการเติบโตระยะยาวเข้ามาช่วยสร้างความมั่นคงที่สุดแล้ว การเก็บเงินเกษียณไม่ใช่การเตรียมตัวสำหรับชีวิตที่ต้องประหยัดทุกอย่าง แต่คือการเตรียมพร้อมเพื่อให้ในวันที่ไม่ต้องทำงานประจำ เรายังสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เลือกได้อย่างมั่นใจเพราะการเกษียณที่ดี ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ โดยไม่ต้องลดทอนความสุขหรือไลฟ์สไตล์ที่สร้างมาตลอดชีวิต แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/280341

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

“SEA THE CHANGE” นิทรรศการรักษ์ทะเลแห่งปี ชมฟรีถึง 12 ส.ค.

07/08/2026

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมออกเดินทางสู่โลกรักษ์ทะเล ผ่านงาน YOUNG รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา มหกรรมนิทรรศการด้านการอนุรักษ์ทะเลครั้งใหญ่แห่งปี ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูทะเลไทย ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เข้าชมฟรีกระแสตอบรับล้นหลาม ผู้เข้าชมหลั่งไหลต่อเนื่องหลังเปิดงานเพียงไม่กี่วัน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว นักท่องเที่ยว และผู้สนใจด้านสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน หลายโซนได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโรงภาพยนตร์ Immersive 360°, โซนแมงกะพรุนเรืองแสง, จุดถ่ายภาพโลกใต้ทะเล และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือเรียนรู้จริงเสียงตอบรับจากผู้เข้าชมสะท้อนให้เห็นว่า งานนี้ไม่ใช่เพียงนิทรรศการ แต่เป็นประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกวัยตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรทางทะเล และเห็นว่าการอนุรักษ์สามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเล ผ่านประสบการณ์ Immersive 360°เริ่มต้นการเดินทางด้วย Immersive Experience 360 องศา ที่พาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลผ่านภาพและเสียงรอบทิศทางสุดสมจริง พบฝูงสัตว์ทะเลและแมงกะพรุนยักษ์เรืองแสง ก่อนเข้าสู่เรื่องราวของวิกฤติทะเลไทย พร้อมเรียนรู้ว่าทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้เปิดโลกเบื้องหลังการกอบกู้ทะเลไทยภายใน Exhibition Area ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้การทำงานของนักวิจัย นักอนุรักษ์ และหน่วยงานพันธมิตร ผ่านนิทรรศการที่เข้าใจง่ายและสามารถทดลองได้จริง อาทิ- การส่องไมโครพลาสติกด้วยตนเอง- การฟื้นฟูแนวปะการัง- ห้องฉุกเฉินช่วยสัตว์ทะเล- เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์ทะเล- พระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทะเลของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาสนุกกับกว่า 30 กิจกรรม ตลอด 15 วันผู้เข้าชมสามารถร่วมกิจกรรมและเวิร์กชอปมากกว่า 30 กิจกรรม ที่ออกแบบให้เหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น- เวิร์กชอปปลูกปะการัง- การเตรียมตัวสำหรับการดำน้ำเชิงอนุรักษ์- การลดขยะสู่ทะเล- กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว- เวทีเสวนาจากนักวิจัย นักอนุรักษ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านทะเล- นิทรรศการเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์ทะเลชอปอย่างมีความหมาย สนับสนุนชุมชนและทะเลไทยอีกหนึ่งไฮไลต์คือ Community Market ที่รวบรวมสินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และสินค้าจากเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ทั่วประเทศ ให้ผู้ร่วมงานได้เลือกซื้อพร้อมร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน และร่วมสร้างคุณค่าให้ทะเลไทยอย่างยั่งยืนเพราะการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นจากทุกคนไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก เยาวชน นักเรียน นักดำน้ำ ครอบครัว หรือผู้ที่ไม่เคยคิดว่าทะเลเกี่ยวข้องกับชีวิต งาน SEA THE CHANGE จะทำให้ทุกคนค้นพบว่า “ทุกการใช้ชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกับมหาสมุทร” และทุกคนสามารถร่วมสร้างโลกทะเลใหม่ได้ด้วยสองมือของตัวเองยังมีเวลา! เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวคุณเองผู้ที่ยังไม่ได้มาเยี่ยมชม ยังสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์โลกใต้ทะเลแบบ Immersive 360° พร้อมกิจกรรมกว่า 30 รายการ ได้จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน📍 สถานที่: NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน🗓 วันที่: 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 25698🎟 เข้าชมฟรีลงทะเบียนเข้าร่วมงานhttps://forms.gle/2zkKCb7M94x7j2DX8แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000077234

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

แอร์ฯ เฉลยเอง! เผย 5 เหตุผลลับ ทำไมต้อง "เปิดหน้าต่าง" ตอนเครื่องบินขึ้น-ลง

07/08/2026

แอร์ฯ เฉลยเอง! ทำไมต้อง "เปิดม่านหน้าต่าง" ตอนเครื่องบินขึ้น-ลง 5 เหตุผลลับที่ช่วยชีวิตคนทั้งลำเชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยหรือรู้สึกขัดใจเล็กๆ เวลาที่กำลังนอนหลับสบายบนเครื่องบิน แต่กลับถูกปลุกให้ "เปิดม่านหน้าต่าง" ในช่วงที่เครื่องบินกำลังจะขึ้นหรือลงจอดรู้หรือไม่ว่าคำสั่งเล็กๆ นี้มีความสำคัญถึงขั้นชี้เป็นชี้ตาย เพราะช่วงเวลาดังกล่าวคือ "นาทีวิกฤต 13 นาที" (Black 13 Minutes) ซึ่งประกอบด้วย 6 นาทีหลังทะยานขึ้น และ 7 นาทีก่อนแตะพื้นรันเวย์ ซึ่งเป็นช่วงที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดไขข้อข้องใจ 5 เหตุผลที่ต้องเปิดม่านโซฟี (Sophie) แอร์โฮสเตสสาวจากสายการบิน Scoot ได้ออกมาแชร์ความรู้ผ่าน Threads ถึงเบื้องหลังคำสั่งนี้ว่าไม่ได้ทำเพื่อกวนใจผู้โดยสาร แต่มีเหตุผลด้านความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่ถึง 5 ข้อ ดังนี้:1. ปรับสายตาให้ชินแสง: การเปิดม่านช่วยให้สายตาของผู้โดยสารปรับสภาพเข้ากับแสงภายนอกได้ทันที หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องอพยพ จะได้มองเห็นเส้นทางชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลาปรับโฟกัสสายตา ป้องกันการเหยียบกันหรือสะดุดล้มในความวุ่นวาย2. ช่วยกันเป็นหูเป็นตา: ผู้โดยสารริมหน้าต่างคือกล้องวงจรปิดที่ดีที่สุด โซฟีเล่าว่าเคยมีกรณีที่ผู้โดยสารมองออกไปเห็น "ควันไฟ" พุ่งออกมาจากเครื่องยนต์และรีบแจ้งลูกเรือ ทำให้กัปตันทราบเรื่องและแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ช่วยชีวิตคนทั้งลำไว้ได้3. แสงสว่างยามฉุกเฉิน: ในไฟลต์ดึกที่ห้องโดยสารมีการหรี่ไฟ การเปิดม่านจะช่วยให้แสงจากดวงจันทร์หรือไฟจากเมืองส่องเข้ามา ทำให้ภายในเครื่องไม่มืดสนิทหากระบบไฟขัดข้อง ช่วยลดความตื่นตระหนกและทำให้พอมองเห็นทางหนีทีไล่ได้4. เพื่อทีมกู้ภัยและลูกเรือ: ข้อมูลจากหนังสือ Cockpit Confidential ระบุว่า หากเกิดอุบัติเหตุ ทีมกู้ภัยภายนอกต้องมองผ่านหน้าต่างเข้ามาเพื่อประเมินสถานการณ์ไฟไหม้หรือควันภายใน ในขณะเดียวกัน ลูกเรือก็ต้องมองออกไปข้างนอกเพื่อเช็กว่าฝั่งไหนปลอดภัย ก่อนตัดสินใจกางสไลด์ฉุกเฉิน5. รู้ทิศทางเมื่อลงน้ำ: หากเครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินบนผิวน้ำ การมองเห็นวิวภายนอกจะช่วยให้ผู้โดยสารรู้ทิศทางของเส้นขอบฟ้าและแผ่นดิน ทำให้มีสติและรู้ว่าควรหนีไปในทิศทางใดความปลอดภัยต้องมาก่อนดังนั้นในการเดินทางครั้งต่อไป หากได้ยินประกาศให้เปิดม่านบังแสง โปรดให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ เพราะการกระทำเพียงเล็กน้อยนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณและเพื่อนร่วมทางรอดชีวิตหากเกิดเหตุไม่คาดฝันแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1453387/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

07/08/2026

เอไอเอ ประเทศไทย ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพ ในการบำเพ็ญกุศลในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทน รวมกว่า 200 คน พร้อมได้วางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันพฤหัสที่ 6 สิงหาคม 2569 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

คลังความรู้อื่นๆ

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก-ปิยะเวท จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีให้แก่ประชาชน ภายใต้โครงการ ‘เอไอเอ แชร์ริ่ง อะไลฟ์ ครั้งที่ 10’

30/04/2024

เปิดสเต็ปค้นหาเงิน 3 ก้อน “เกษียณสุข” Gen Z – Gen Y ลืมให้ความสำคัญ

19/11/2024

วัยรุ่นสร้างตัวยุคใหม่ ลงทุนอย่างไรดี ? เพื่อพิชิตเป้าหมายของชีวิต

30/04/2024

คปภ.มีคำสั่ง “เพิกถอนใบอนุญาตนายหน้า” และเร่งดำเนินคดีการตามกฎหมาย “บัณฑิต จำปาแขม” กรณีหลอกเก็บเบี้ยประกันภัยพ.ร.บ. แต่ไม่ส่งเงินให้กับบริษัทประกันภัย ของกลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมกว่า 57 ราย

14/07/2025

เอไอเอ มอบถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ถุง เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

04/08/2025


X