คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ห้องแสดงนิทรรศการ

“ดอกกัลปพฤกษ์” บานสะพรั่งสุดตื่นตาตื่นใจ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์

17/03/2026

ใครอยู่เชียงใหม่ หรือมีโปรแกรมไปเที่ยวภายในสัปดาห์นี้ อย่าลืมแวะไปเก็บความงดงามของ “ดอกกัลปพฤกษ์" ที่ให้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอกภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekล่าสุด อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โพสต์ภาพของ “ดอกกัลปพฤกษ์" ซึ่งระบุว่า ตอนนี้หลายต้นกำลังออกดอกเต็มช่อ สีชมพู-ขาวหวานละมุนตัดกับท้องฟ้าและแนวต้นไม้เขียวขจี กลายเป็นมุมถ่ายภาพสุดโรแมนติกที่ไม่ควรพลาดและยังมีอีกหลายต้นที่กำลังเริ่มผลิช่อดอก เตรียมบานต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์นี้ ใครที่กำลังมองหาสถานที่เดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางธรรมชาติบอกเลยว่าช่วงนี้ คือ ช่วงเวลาที่สวยสุดๆภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekสำหรับ “ดอกกัลปพฤกษ์" หลายคนอาจเรียก”ซากุระเมืองไทย" เนื่องจากเมื่อกัลปพฤกษ์ผลัดใบและออกดอก สีชมพูพร้อมกันทั้งต้นดูคล้ายดอกซากุระดอกของกัลปพฤกษ์เมื่อแรกบานมีสีชมพู อ่อนและเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อดอกใกล้โรย สามารถชื่นชมความสวยงามของดอกกัลปพฤกษ์ได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekพิกัด : Sky Walkคาดว่าจะบานสะพรั่งถึง 20 มีนาคม 2569ชมความงามได้ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.สอบถามเพิ่มเติม : 053-114110-2ภาพ: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ : Royal Park Rajapruekแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000025661

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

“กรีนแลนด์” ดินแดนน้ำแข็งตื่นตาตื่นใจ เกาะใหญ่ที่สุดในโลก

17/03/2026

“กรีนแลนด์” เป็นดินแดนแห่งความสุดขั้วและมอบความประหลาดใจได้ไม่น้อย ในความเป็นจริงแล้ว ดินแดนแห่งนี้ถือเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กินอาณาเขตกว้างใหญ่ถึง 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งหนาทึบ ทำให้มีเพียงราว 20% ของพื้นที่เท่านั้นที่สามารถอยู่อาศัยได้ ดินแดนอันกว้างใหญ่จึงมีประชากรอยู่เพียงราว 56,831 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอินูอิต หรือชนพื้นเมืองPhoto: Leon Neal/Getty Imagesด้วยสภาพภูมิประเทศแบบทุนดราทำให้การเพาะปลูกและการปศุสัตว์แทบเป็นไปไม่ได้เลย ขณะที่สภาพอากาศแปรปรวนและพลังอันดิบเถื่อนรุนแรงของธรรมชาติโดยเฉพาะในฤดูหนาวก็ไม่ปรานีต่อผู้ใด การดำรงอยู่ของสัตว์ป่า พืชพรรณ และมนุษย์ในกรีนแลนด์ จึงดูราวกับปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความโหดร้ายของสภาพแวดล้อมอย่างไรก็ตาม หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่ามนุษย์กลุ่มแรกเข้ามาตั้งถิ่นฐานในกรีนแลนด์ราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล สุนัขลากเลื่อนของกรีนแลนด์ ก็ถือเป็นสายพันธุ์สุนัขบริสุทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุด ด้วยสายดีเอ็นเอย้อนหลังไปถึง 10,000 ปี นอกจากนี้ นอกเขตเมืองนุก (Nuuk) ยังพบหินที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ซึ่งมีอายุมากกว่า 3,500 ล้านปีในทางภูมิศาสตร์กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของทวีปอเมริกาเหนือ แต่ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เกาะแห่งนี้กลับนับเป็นส่วนหนึ่งของทวีปยุโรป โดยปัจจุบัน กรีนแลนด์เป็นดินแดนภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก แต่ได้รับสิทธิในการปกครองตนเองซึ่งมีการขยายอำนาจเพิ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2009อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการปกครองตนเองดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงนโยบายต่างประเทศ นโยบายด้านความมั่นคง และนโยบายการเงิน ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลเดนมาร์ก โดยประชาชนชาวกรีนแลนด์ ถือว่ามีสถานะเป็นพลเมืองเดนมาร์กความน่าสนใจทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ ธรรมชาติแบบสุดขั้ว วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของกรีนแลนด์ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวสายผจญภัย สายรักธรรมชาติดิบๆแบบฮาร์ดคอร์จากทั่วโลก อยากมาสัมผัสประสบการณ์ฤดูกาลท่องเที่ยวกรีนแลนด์ช่วงไฮซีซั่นมักเป็นในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อน ทำให้กลางวันยาวนานเป็นพิเศษ และไม่หนาวทรมานจนเกินไป เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีเวลาออกสำรวจสถานที่ต่างๆ ได้หลากหลายกว่าเดิม เช่น น้ำแข็งกับหิมะที่ละลายก็ทำให้กิจกรรมกลางแจ้งและการเดินทางเข้าถึงพื้นที่หลายแห่งสะดวกยิ่งขึ้น หรือไปยังบางจุดที่สามารถเดินทางได้เฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้นนอกจากนี้ ยังนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการชมสัตว์ป่า ทุ่งทุนดราจะแต่งแต้มด้วยดอกไม้ป่าและพืชพรรณนานาชนิด ขณะที่อุณหภูมิในพื้นที่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลจะอุ่นขึ้นเฉลี่ยราว 5 องศาเซลเซียส และทางตอนใต้ของกรีนแลนด์อาจมีอุณหภูมิสบายๆที่ 15 องศาเซลเซียสอย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากสัมผัสประสบการณ์สุนัขลากเลื่อนไปท่ามกลางทัศนียภาพหิมะขาวโพลน หรือตื่นตาตื่นใจกับการชมแสงเหนือ หรือการปีนป่ายและเดินป่าท่ามกลางผืนน้ำแข็ง ก็เป็นภาคบังคับว่าต้องไปเยือนในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม แต่ในบางวันกลางคืนอาจยาวนานต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง และมีอุณหภูมิในระดับต่ำกว่า 0 องศาเซียลเซียสกิจกรรมยอดนิยมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางสู่กรีนแลนด์ ได้แก่“เดินป่าท่ามกลางภูมิประเทศแบบทุ่งทุนดรา”
การเดินป่าผ่านทุ่งทุนดราเป็นหนึ่งในวิธีเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน เมื่อผืนดินอันกว้างใหญ่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พื้นที่ทุนดราจะเต็มไปด้วยไลเคนหลากสี ดอกไม้ป่าสะพรั่งสีสันสดใส และยังมีโอกาสพบสัตว์หายาก เช่น กระต่ายอาร์กติก สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก และวัวมัสก์ ซึ่งนักท่องเที่ยวควรเลือกเดินทางพร้อมไกด์ท้องถิ่นที่จะช่วยอธิบายภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และลักษณะทางธรรมชาติของพื้นที่โดยรอบ“ล่องฟยอร์ด ชมวาฬ สัตว์ป่า และภูเขาน้ำแข็ง”
การออกทัวร์ฟยอร์ดด้วยแพดเดิลบอร์ด เฮลิคอปเตอร์ พายคายัก หรือล่องเรือ ล้วนมอบประสบการณ์ที่เผยให้เห็นความงดงามราวกับเหนือจริงของกรีนแลนด์ ตื่นตะลึงไปกับธารน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ปลายฟยอร์ด ที่มีเรื่องเล่ากันว่าภูเขาน้ำแข็งที่เรือไททานิกไปชนนั้นมีต้นกำเนิดจากดินแดนแห่งนี้ นอกจากนั้นการล่องเรือชมวาฬอพยพ นกทะเล ไปจนถึงหมีขั้วโลก และแมวน้ำ ก็เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดPhoto: Rod Longข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยนักท่องเที่ยวไทยต้องยื่นขอวีซ่าแบบเชงเก้นกับสถานทูตเดนมาร์กโดยตรง และต้องระบุว่าต้องการเดินทางไปกรีนแลนด์ เมื่อได้รับวีซ่าจะมีระบุว่า “Valid for Greenland” ซึ่งแตกต่างจากวีซ่าเชงเก้นปกติที่ไม่ได้ระบุประโยคนี้ และวีซ่าเชงเก้นทั่วไปไม่สามารถใช้ไปเที่ยวกรีนแลนด์ได้การเดินทางจากเมืองไทยไม่มีสายการบินตรงไปกรีนแลนด์ ส่วนมากนิยมเดินทางไปเดนมาร์ก หรือประเทศแถบสแกนดิเนเวีย แล้วบินต่อเครื่องไปยังเมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงของกรีนแลนด์ข้อมูลเพิ่มเติมโดยการท่องเที่ยวกรีนแลนด์ (เว็บไซต์ทางการ)https://visitgreenland.comPhoto: Martin Zwick/REDA/Getty Imagesแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000003240

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Thai Mind Awards สองปีซ้อนตอกย้ำความเป็นผู้นำวัฒนธรรมองค์กรระดับประเทศที่ปลอดภัยทางใจ เท่าเทียม และสมดุล

17/03/2026

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางศรัณยา เทียนถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัล “สุดยอดองค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต (The Excellence in Thai Mind Awards)” บนเวที Thai Mind Awards ซึ่งเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่ององค์กรที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะทางจิตของพนักงานอย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรอย่างยั่งยืนรางวัลนี้สะท้อนถึงผลลัพธ์ของโครงการ “Own Your Mental Health” ที่เอไอเอ ประเทศไทย ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี 3 แนวทางหลัก ได้แก่  1) การป้องกัน ผ่านการให้ความรู้ รวมถึงการอบรมหัวหน้างานให้สามารถสังเกตสัญญาณความเครียดของทีมงาน  2) การสนับสนุน ด้วยเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานประเมินสุขภาพใจของตนเอง การให้คำแนะนำด้านสุขภาพใจจากนักจิตวิทยามืออาชีพ  3) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัย ให้พนักงานรู้สึกสบายใจในการเรียนรู้ ทำงานร่วมกัน และเติบโตร่วมกัน ผ่านบรรยากาศแบบพี่สอนน้อง และพี่เรียนรู้จากน้อง เพื่อเสริมสร้างความผูกพันและการดูแลซึ่งกันและกันในระยะยาวการพิจารณารางวัลในปีนี้จัดทำโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) โดยความสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยประเมินจากมาตรฐานด้านบุคลากรและศักยภาพขององค์กรในการยกระดับคุณภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง ผลการประเมินสะท้อนถึงระดับมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ยืนยันถึงความทุ่มเทขององค์กรในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมให้กับพนักงานทุกคนอย่างแท้จริง เพื่อสนับสนุนให้พนักงานทุกคนเปี่ยมด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อพลังดี ๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ภาษี

เมื่อกรรมการบริษัท ‘ขายที่ดินบริษัทให้ตัวเอง’ ราคาต่ำเกินจริง

11/03/2026

คอลัมน์ : นอกรอบผู้เขียน : ชินภัทร วิสุทธิแพทย์ Partner ONE Law officeกรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนนิติบุคคล กระทำการแทนบริษัท ต้องรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นให้มากที่สุด หากมี “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์” ระหว่าง “ผลประโยชน์บริษัท” และ “ผลประโยชน์ส่วนตนของกรรมการ” กรรมการที่มีส่วนได้ส่วนเสียต้องแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบและไม่อยู่ในกระบวนตัดสินใจใด ๆ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเป็นผู้แทนบริษัทในการทำนิติกรรมสัญญาในธุรกรรมนั้นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการไม่ใช่เรื่องที่ผิดโดยตัวมันเอง หากผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการทับซ้อนกันอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตระหว่างกันและเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกทั้งนี้ เงื่อนไขธุรกรรมต้องไม่ผิดปกติ เป็นเงื่อนไขทางการค้าที่ยอมรับกันโดยทั่วไป (Market Term) และราคาธุรกรรมนั้นต้องเป็นราคาตลาด (Market Price)ตัวอย่าง เช่น บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการ กรรมการให้เช่าที่ดิน/อาคารแก่บริษัท เป็นธุรกรรมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันระหว่างบริษัทและกรรมการ ดังนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าเช่าทรัพย์สิน ต้องเป็นราคาตลาดหรือเป็นราคาเปรียบเทียบอ้างอิงได้ (Comparable Benchmark)ซึ่งผู้ตัดสินใจอนุมัติรายการไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการหรือฝ่ายจัดการของบริษัทตามอำนาจอนุมัติต้องอธิบายให้ได้ว่าธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้น “เงื่อนไขธุรกรรม” และ “มูลค่าธุรกรรม” ไม่แตกต่างกันหากบริษัทกู้ยืมเงินหรือเช่าทรัพย์สินจากบุคคลอื่นกรณีศึกษา บริษัททำกิจการเหมืองแร่ภูเก็ตนำที่ดินของบริษัทหลายสิบแปลงขายให้แก่กรรมการบางคนและผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม รวมถึงบุคคลภายนอกอื่นด้วยในราคา 50,000 บาทต่อตารางวา ต่ำกว่าราคาประเมินกรมที่ดินซึ่งเป็นราคาราชการและราคาตลาดที่ประเมินไว้ที่ 500,000 บาทต่อตารางวา ราคาที่บริษัทขายเป็นราคาที่ต่ำมากต่างกันถึง 10 เท่าแม้ว่าการอนุมัติขายที่ดินของบริษัทซึ่งต้องใช้รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อประกอบการจดทะเบียนนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินบริษัท ณ กรมที่ดิน จะมีกระบวนการประชุมคณะกรรมการบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัท และสำนักงานที่ดินจะไม่ได้ยกประเด็นขายที่ดินของบริษัทต่ำกว่าราคาประเมินจากกรมที่ดินก็ตามอย่างไรก็ตาม กรณีศึกษานี้ยังน่าสงสัยถึงความผิดปกติของธุรกรรมด้านราคาอันเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและกรรมการ เพราะที่ดินสามารถหาราคาตลาดได้ไม่ยากจากการจ้างที่ปรึกษาประเมินราคาที่ดิน อีกทั้งราคาประเมินจากกรมที่ดินเป็นราคาที่เปิดเผยจากหน่วยงานราชการและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บริษัททำกิจการเหมืองแร่ภูเก็ตเป็นธุรกิจครอบครัวใหญ่มีเครือญาติหลายสิบคนสืบทอดกิจการกันมาหลายรุ่น เมื่อมีธุรกรรมที่ผิดปกติด้านราคาและด้านผู้ซื้อที่ดินที่เป็นกรรมการกับผู้ถือหุ้นบางคน ทำให้สมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่เสียประโยชน์ใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นฟ้องคดีกับกรรมการเองเพราะบริษัทไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีกรรมการเหล่านั้นซึ่งกฎหมายเปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิได้โดยอิสระ หากบริษัทเพิกเฉยไม่รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายเปิดโอกาสให้นี้จะผูกพันเฉพาะกรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนบริษัทเท่านั้น ไม่ผูกพันบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ซื้อที่ดินในธุรกรรมนี้ด้วย เว้นแต่ ผู้ถือหุ้นพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกเหล่านั้นใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและเป็นตัวแทนเชิด (Nominee) ของกรรมการดังกล่าวเพื่อทำธุรกรรมที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทอีกทั้งหากบุคคลภายนอกนั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ถึงแหล่งเงินที่นำมาซื้อที่ดินและจำนวนเงินมูลค่าที่ดินไม่สมแก่ฐานะของบุคคลภายนอกแล้ว ย่อมสันนิษฐานได้ว่าธุรกรรมนั้นเป็น “นิติกรรมอำพราง” คือ (1) อำพรางราคาแท้จริง (2) อำพรางคู่สัญญาแท้จริง เมื่อเป็น “นิติกรรมอำพราง” กฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้เป็น “โมฆะ” ตั้งแต่ต้น ดังนั้นการอำพรางปกปิดราคาแท้จริง และอำพรางปกปิดคู่สัญญา จึงเป็นโมฆะใช้ไม่ได้เลยในทางปกติคู่สัญญาต้องผูกพันตาม “นิติกรรมแท้จริง” คือ (1) ราคาซื้อขายแท้จริง (ราคาตลาด) (2) คู่สัญญาแท้จริง (กรรมการ) เมื่อนำนิติกรรมแท้จริงใช้บังคับแล้วตามกฎหมายย่อมถือได้ว่ากรรมการไม่สุจริต เมื่อกรรมการบริษัทไม่สุจริตย่อมสันนิษฐานได้ว่าบุคคลภายนอกที่เป็นตัวแทนเชิดย่อมไม่สุจริตด้วยประเด็นนี้ดูเหมือนเป็นข้อผิดพลาดในการดำเนินคดีใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายบริษัทที่มุ่งหมายไปที่กรรมการบริษัท โดยขาดความเชื่อมโยงด้านกฎหมายไปยังบุคคลภายนอกที่เป็น Nomineeข้อเท็จจริงในกรณีศึกษานี้ ศาลฎีกาตัดสินว่า “กรรมการทุจริต” ศาลสั่งให้กรรมการโอนที่ดินคืนบริษัทหรือให้ใช้ราคาส่วนต่างของที่ดินแก่บริษัทรวมมูลค่า 260 ล้านบาท หากไม่สามารถนำที่ดินคืนบริษัทได้ ส่วนบุคคลภายนอกที่ซื้อที่ดินราคาต่ำไม่ต้องรับผิดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นเพราะกฎหมายบริษัทมุ่งหมายต่อกรรมการทุจริตเท่านั้นกรรมการบริษัทเป็นผู้แทนนิติบุคคลมีความรับผิดชอบต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น กฎหมายบริษัทไม่ได้ขยายผลไปถึงบุคคลภายนอกอันไม่ใช่ผู้แทนนิติบุคคลที่ต้องรับผิดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นดังเช่นกรรมการบริษัทคดีนี้น่าสนใจที่คำสั่งของศาลไม่ครอบคลุม “ตัวแทนเชิด” ส่งผลให้บุคคลภายนอกที่ซื้อที่ดินราคาต่ำกว่าจริงหลุดพ้นจากกฎหมายบริษัท กล่าวคือ ตัวแทนเชิดไม่ได้ถูกนำมาพิสูจน์ให้ศาลเห็นถึงความสุจริตของบุคคลภายนอกกลุ่มนั้นทั้งที่โดยทั่วไป ผู้ซื้อที่ดินที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง ควรทราบถึงราคาตลาดหรือราคาราชการของที่ดินก่อนที่จะลงทุนซื้อ ผิดวิสัยสำหรับคนค้าขายที่ดิน หากพบว่าที่ดินราคาถูกเกินจริง ควรสงสัยและตรวจสอบก่อนซื้อขายที่ดินถึงความผิดปกติด้านราคา ตามหลักความระมัดระวังเมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมสันนิษฐานได้ว่าบุคคลภายนอกกลุ่มนั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการสมรู้ร่วมคิดทุจริตร่วมกันกับกรรมการที่ทุจริตด้วยภายหลังกรณีศึกษาข้างต้น ประมวลรัษฎากรได้แก้ไขกฎหมายภาษีในปี 2563 โดยกำหนดเรื่อง “การโอนกำไรในเครือ” (Transfer Pricing) สำหรับ ”ผู้ถือหุ้น” และ “บริษัทในกลุ่ม” ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50% หรือมีอำนาจควบคุมผ่านกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารในตำแหน่งที่สำคัญต่อการบริหารจัดการบริษัท หากมีการทำรายการระหว่างกันเช่น การถือหุ้น ซื้อขาย ให้บริการ ให้กู้ยืมเงิน เป็นต้น ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ด้านการถือหุ้นและการใช้อำนาจควบคุมให้แก่กรมสรรพากรทั้งนี้ กฎหมายภาษียอมรับ “รายการระหว่างกัน” ที่เกิดขึ้นได้ในธุรกิจการค้า แต่ไม่ยอมรับ “ราคาระหว่างกันที่บิดเบือน” ไม่เป็นตามราคาตลาด อันส่งผลให้เกิดการทุจริตเลี่ยงภาษีและเป็นการเอาเปรียบประเทศรวมถึงผู้ประกอบการรายอื่นที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1971614

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันสุขภาพ

ถึงเวลาอัปเดต “ประกันสุขภาพ” ของคุณหรือยัง?

11/03/2026

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ก้าวกระโดดไปอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ “ประกันสุขภาพ” เองก็ต้องมีการพัฒนารูปแบบใหม่ให้ทันสมัยและรองรับต่อรูปแบบการรักษาที่ปรับเปลี่ยนไปเช่นกัน ทั้งในด้านวงเงินความคุ้มครองที่ขยายเพิ่มขึ้นและความคุ้มครองเรื่องการรักษาให้ครอบคลุมในนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวสัญญาให้เป็น “มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่” ทำให้ผู้เอาประกันได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น“มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่” (New Health Standard) เป็นประกาศจาก “สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย” (คปภ.) เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์  ลดความซับซ้อนของสัญญาประกันสุขภาพที่แต่ละบริษัทประกันตั้งหัวข้อผลประโยชน์ไม่เหมือนกัน ทำให้เปรียบเทียบกันได้ยาก รวมถึงเนื้อหาข้อกำหนดบางอย่างยังมีช่องโหว่ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันโดนเอาเปรียบจากการไม่สามารถเบิกเคลมได้ หากหัวข้อการรักษาไม่ตรงกับข้อกำหนดที่ระบุความคุ้มครองในกรมธรรม์“คปภ. จึงทำมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่นี้ขึ้นมา เพื่อให้เนื้อหาในกรมธรรม์ของสัญญาประกันสุขภาพมีความทันสมัย คุ้มครองได้ครอบคลุมมากขึ้น อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน เปรียบเทียบกันได้ และไม่เกิดการเอาเปรียบผู้ทำประกัน”เมื่อเข้าใจใน “มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่” แล้ว สิ่งที่เราควรสำรวจเพิ่มเติมว่าถึงเวลาที่จะอัปเดตประกันสุขภาพฉบับใหม่หรือยัง มี 7 ข้อดังนี้1. ค่ารักษาพยาบาลและวงเงินความคุ้มครองที่มีอยู่: ตรวจสอบว่าแผนประกันสุขภาพที่มีอยู่นั้นมีค่ารักษาพยาบาลเป็นแบบไหน เป็นแบบ “แยกค่าใช้จ่าย” หรือ “เหมาจ่าย” วงเงินคุ้มครองเพียงพอต่อการใช้งานจริงในปัจจุบันหรือไม่ เช่น เคยทำไว้ 15 ปีที่แล้วแบบประกันค่าห้องที่ 1,000 ต่อคืน มีวงเงินค่ารักษาหนึ่งแสนบาท ซึ่งถ้าคิดว่าไม่เพียงพอในปัจจุบันแล้วก็ควรพิจารณาทำเพิ่มหรือเปลี่ยนแผนประกัน2. ผลประโยชน์ความคุ้มครองที่ “เพิ่มขึ้น” หรือ “ลดลง”: แผนประกันสุขภาพใหม่มีความคุ้มครองหมวดอื่นๆ เพิ่มเติมดีกว่าเดิมหรือไม่ เช่น มีความคุ้มครองค่าใช้จ่ายการตรวจสุขภาพ ค่ารักษาทางทันตกรรม ค่ารักษาแบบผู้ป่วยนอก เป็นต้น ทั้งนี้ควรต้องตรวจสอบด้วยว่ามีความคุ้มครองอะไรที่หายไปหรือไม่ เพราะบางครั้งแบบประกันเดิมก็มีความคุ้มครองบางรายการ ที่ครอบคลุมมากกว่าแบบประกันใหม่เช่นกัน3. เบี้ยประกัน: การเปลี่ยนแผนประกันใหม่ที่ดีขึ้น วงเงินคุ้มครองมากขึ้นอาจจะชำระเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นอีกไม่มาก ซึ่งอาจจะคุ้มค่ามากกว่า และ หากต้องชำระเบี้ยเพิ่มขึ้น ก็ควรพิจารณาความสามารถในการชำระเบี้ยและแผนการเงินในระยะยาวของเราด้วย4. สิทธิประโยชน์ใหม่ๆ: ตรวจสอบว่าแผนประกันใหม่นั้นมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่เราสนใจหรือไม่ เช่น บริการพบแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ (Telemedicine), ส่วนลดเบี้ยประกันสำหรับผู้ที่สุขภาพดี เป็นต้น5. ความเหมาะสมกับสไตล์การใช้ชีวิต: ต้องดูว่าแผนประกันใหม่ที่เราสนใจนั้นเหมาะสมกับสไตล์การใช้ชีวิตและความต้องการของเราหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ไม่ว่าอย่างไรเราก็จะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแน่นอน แต่แผนประกันที่มีอยู่ดูแล้วไม่เพียงพอแน่นอน เราก็ต้องดูแผนประกันใหม่ที่เหมาะสมกับโรงพยาบาลที่เราคาดว่าจะใช้บริการ ซึ่งหากต้องชำระเบี้ยเพิ่มเติม เราต้องพิจารณาความสามารถในการชำระเบี้ยของเราด้วย6. สุขภาพร่างกายของเรา: ถ้าเราอยู่ในช่วงที่อายุยังไม่เยอะ ข้อนี้อาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไรต้องกังวลมากนัก สามารถปรับแผนประกันสุขภาพ โดยการสมัครใหม่แทนเล่มเก่าได้อย่างสบาย การทำประกันสุขภาพฉบับใหม่ ควรทำในช่วงที่สุขภาพร่างกายเรายังสมบูรณ์และแข็งแรงดีที่สุด เพื่อจะได้รับผลประโยชน์ในเรื่องความคุ้มครองอย่างเต็มที่ และไม่ต้องเสี่ยงกับการโดนพิจารณาเพิ่มเบี้ยประกัน7. ความคุ้มครองที่ยกเว้น หรือ อาการป่วยที่เรื้อรัง: เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ ถ้าประกันฉบับที่มีอยู่นั้นให้ความคุ้มครองครบถ้วน และเกิดมีโรคประจำตัวเกิดขึ้นในระหว่างทางที่ถือประกันฉบับเดิมนั้น เราควรพิจารณาเป็นการทำฉบับใหม่เพิ่มเติมเลยจะดีกว่า เพราะถ้ายกเลิกเล่มเดิมไปจะทำให้เราเสียประโยชน์ในความคุ้มครองโรคนั้นๆ ที่คาดว่าประกันฉบับใหม่จะยกเว้นความคุ้มครองไปเมื่อสำรวจครบ 7 ข้อแล้วสรุปได้ว่าควรมีการอัปเดตแผนประกันสุขภาพใหม่ ก็ควรพิจารณาในเรื่องระยะเวลาของการทำประกันสุขภาพฉบับใหม่โดยทำประกันสุขภาพฉบับใหม่ ก่อนที่เล่มเดิมจะหมดความคุ้มครอง 30 - 120 วัน เพราะว่า  • ประกันสุขภาพโดยทั่วไป จะมีระยะเวลารอคอยในการคุ้มครอง 30 วัน หลังประกันอนุมัติ  • บางโรค จะมีระยะเวลารอคอยในการคุ้มครอง 60-120 วัน แล้วแต่แบบประกันและสัญญาเพิ่มเติม  • บางครั้งเราอาจตรวจเจออาการหรือโรค ขณะสมัครทำประกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการยกเว้นความคุ้มครอง, เพิ่มเบี้ยประกัน หรืออาจทำประกันสุขภาพใหม่ไม่ได้เลย ถ้าเรารู้ตัวก่อนก็จะยังสามารถเก็บประกันสุขภาพเล่มเดิมไว้ได้“การอัปเดตประกันสุขภาพนั้นถือเป็นกระบวนการในการวางแผนทางการเงินที่สำคัญ เป็นการตรวจสอบแผนทางการเงินของเราในด้านการจัดการความเสี่ยง ช่วยปรับปรุงความคุ้มครองให้ตรงตามความจำเป็นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นโดยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ อีกด้วย”การอัปเดตนั้นจะทำให้มีแผน “ประกันสุขภาพ” ที่เหมาะสมที่สุด โดยสามารถตรวจสอบตามขั้นตอนนี้ได้ด้วยตัวเอง หากยังมีความสงสัยในเรื่องเงื่อนไขความคุ้มครอง หรือเงื่อนไขสัญญาต่างๆ ก็สามารถสอบถามได้ที่ตัวแทนประกัน เจ้าหน้าที่บริษัท หรือนักวางแผนการเงินมืออาชีพ ก็จะได้คำแนะนำที่ชัดเจนและตรงประเด็นที่สุดแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ wealthythaihttps://www.wealthythai.com/en/updates/wealth-management/wealth-ez/28273

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

สวัชโรกร วรรณศร : ศิลปะจากรากเหง้าตำนานการเกิดเมืองล้านนา

11/03/2026

• สวัชโรกร วรรณศร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานการกำเนิดอาณาจักรล้านนา• ผลงานชิ้นสำคัญที่ถอดแบบจากตำนานคือ ประติมากรรมกวางทองคำในชื่อ "ทลายคำ" และเตียงหินของเจ้าหลวงคำแดงในชื่อ "Call me by the Weight"• ศิลปินใช้สัญลักษณ์จากตำนานเพื่อตั้งคำถามและนำเสนอแนวคิดเรื่อง "การอยู่ร่วมกันของสิ่งที่แตกต่าง" และข้อจำกัดในการสื่อสาร• ผลงานเหล่านี้ถูกจัดแสดงในนิทรรศการ "Roots & Rituals" ที่อัคนี่ แกลลอรี (AGNI Gallery) กรุงเทพฯตำนานของดินแดนทางเหนือของไทยมีเรื่องเล่าว่า ‘พระยาโจรณี’ พบกวางทองคำเดินอยู่ในป่า ด้วยความงดงามที่หาได้ยากยิ่ง ปรารถนาจะนำมาไว้ในอุทยานส่วนตัว จึงมอบหมายภารกิจสำคัญแก่ ‘เจ้าสุวรรณคำแดง’ ผู้เป็นบุตรชาย ให้ระดมไพร่พลออกไล่จับกวางตัวนี้มาให้ได้เมื่อเจ้าสุวรรณคำแดงและกองทัพไล่ตามกวางทองคำมาจนถึง ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ กวางทองคำได้หายตัวไปแต่เจ้าสุวรรณคำแดงกลับพบ ‘บึงบัว’ ที่มีลักษณะพิเศษ คือมีบัว 7 กอ แต่ละกอมีดอกบานลดหลั่นกันไปตั้งแต่ 7 ดอกไปจนถึง 1 ดอกฤาษีในบริเวณนั้นตีความว่า นี่คือนิมิตหมายอันดีของการสร้างบ้านเมือง ณ ที่นี้ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง เช่น ปลูกข้าวเพียง 7 ครั้ง แต่เลี้ยงคนได้นานถึง 7 ปีประติมากรรมกวางทองคำเจ้าสุวรรณคำแดงตัดสินใจตั้งรกรากในพื้นที่นี้ไม่กลับเมืองเดิม ก่อนตั้งชื่อเมือง ได้มีการทำพิธีพยากรณ์โดยนำ ‘เตียงหิน’ ของตนเองมาชั่งน้ำหนัก ปรากฏเป็นตัวเลขในภาษาโบราณที่ใช้ในขณะนั้น (คล้ายบาลี) เป็นที่มาของชื่อ “ล้านนา” ในเวลาต่อมาเจ้าสุวรรณคำแดงจึงมีฐานะเป็นปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเมืองล้านนา ขานพระนามว่า ‘เจ้าหลวงคำแดง’ และนี่คือปฐมบทแห่งการตั้งเมืองเชียงใหม่จากตำนานดังกล่าว สวัชโรกร วรรณศร ศิลปินรุ่นใหม่นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงาน ประติมากรรมกวางทองคำ ศิลปินตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า ทลายคำ (ภาษาล้านนาดั้งเดิม) ทำจากวัสดุทองเหลือง จัดแสดงในนิทรรศการ Roots & Rituals ที่ AGNI (Art Gallery & Next Ideas) หรือ ‘อัคนี่ แกลลอรี’ แกลลอรีศิลปะร่วมสมัยในกรุงเทพฯสวัชโรกร วรรณศร เป็นศิลปินเชื้อสายผสม มารดาเป็นชาวไทใหญ่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2510 - 2520 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลต่างด้าวในปี พ.ศ.2530 บิดาเป็นชาวล้านนา (เชียงใหม่)หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วิชาเอกภาพพิมพ์) เมื่อปี พ.ศ. 2561ความแตกต่างที่หลากหลายในครอบครัวกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้เขาชอบตั้งคำถามและนำเสนอเรื่อง “การอยู่ร่วมกันของสิ่งที่แตกต่างกัน” ในงานศิลปะสวัชโรกรยังสนใจนำ เทคโนโลยี มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงานศิลปะเพื่อสื่อความหมายใหม่ เช่น ใช้ 3D Printing สร้างประติมากรรมหินงอกประกอบผลงาน Liberation Drum (เสียงกลองที่ดังออกมาจากถ้ำหลวงเชียงดาวในวันพระ) เพราะเขามองว่า กระบวนการพิมพ์แบบ 3 มิติ (การฉีดพลาสติกทีละชั้น) มีความคล้ายคลึงกับการก่อตัวของหินงอกในธรรมชาติที่แร่ธาตุค่อยๆ ทับถมกันประติมากรรม Call me by the Weight และภาพจิตรกรรมผีอ้าปากในนิทรรศการนี้ สวัชโรกรยังจัดแสดงประติมากรรม เตียงนอนเจ้าหลวงคำแดง ศิลปินตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า Call me by the Weight โดยจำลองรูปลักษณ์มาจาก ‘เตียงหิน’ ตามตำนานที่ปรากฏในหนังสือ ‘ประชุมตำนานล้านนาไทย’ ของอาจารย์สงวน โชติสุขรัตน์ จัดวางไว้ที่ด้านหน้าของ ภาพจิตรกรรมผีอ้าปาก ที่มีแสงสว่างออกมาจากปาก สะท้อนข้อจำกัดของมนุษย์ด้านการสื่อสาร“แม้สรรพสิ่งเหล่านั้นกำลังพยายามสื่อสารบางอย่างออกมา แต่ด้วย ภาวะวิทยา (Ontology) ของมนุษย์ในปัจจุบัน เราไม่สามารถเข้าไปทำความเข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังพูดคุยอะไรกันอยู่ แสงที่ออกปากจึงเป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารที่เราเห็นแต่ไม่รู้ความหมาย” ศิลปินกล่าวนิทรรศการ Roots & Rituals ยังจัดแสดงผลงานศิลปะของ Dishon Yuldash ศิลปินหญิงชาวอุซเบกิสถาน ถ่ายทอดประเด็นเรื่องความทรงจำและการเปลี่ยนแปลงผ่านประติมากรรมที่มีรูปทรงเรียบลื่น ไหลต่อเนื่อง และตอบสนองต่อแสงรวมถึงการเคลื่อนไหวของผู้ชมDishon Yuldash สำเร็จการศึกษาจาก Joseph Bakstein Institute of Contemporary Art ในนครมอสโก เป็นผู้ก่อตั้งแกลเลอรีไม่แสวงหาผลกำไร ISSMAG และแพลตฟอร์ม Prolog.VisionDishon Yuldash, Maria Kolotovkina ภัณฑารักษ์ และสวัชโรกร วรรณศรผลงานบางส่วนของ Dishon Yuldashติดตามชมผลงานศิลปะอีกหลายชิ้นของ สวัชโรกร วรรณศร ที่นำแบบแผนและความเชื่อในวัฒนธรรมภาคเหนือของไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในนิทรรศการ Roots & Rituals และผลงานต่างวัฒนธรรมของ Dishon Yuldash ได้ตั้งแต่วันนี้-17 มีนาคม 2569 หมายเหตุ : AGNI Gallery เลขที่ 15/2 ชั้น 6 ซอยร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (BTS เพลินจิต) เข้าชมฟรีแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1222938

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

6 ความจริงอันโหดร้าย ที่สายการบินไม่อยากให้ลูกค้า "รู้เยอะเกินไป!"

11/03/2026

รู้ไว้ก่อนบิน! 6 ความลับที่สายการบินไม่อยากให้คุณรู้หลายคนอาจมองว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินคือการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย แต่เบื้องหลังการให้บริการยังมี “ความลับ” ที่สายการบินมักไม่เปิดเผยอย่างชัดเจน ด้านล่างคือ 6 ความจริงที่อาจทำให้คุณประหลาดใจ1. ทำไมห้องโดยสารมักจะหรี่ไฟ?ในเที่ยวบินกลางคืนหรือเมื่อบินผ่านพื้นที่มีสภาพอากาศแปรปรวน ลูกเรือจะหรี่ไฟในห้องโดยสาร เพื่อให้สายตาผู้โดยสารคุ้นชินกับความมืดไว้ล่วงหน้า หากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยให้ผู้โดยสารมองทางออกได้ดีขึ้น แทนที่จะถูก “ตัดสินด้วยแสง” ในช่วงเวลาที่แสงดับกระทันหัน2. ทำไมเครื่องบินไม่เติมน้ำมันเต็มถัง?ไม่ได้เติมน้ำมันเต็มถังเป็นมาตรการลดน้ำหนักและประหยัดต้นทุน แถมยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับนักบิน หากเผชิญเหตุที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือลงจอดที่สถานีระหว่างทาง ก็สามารถจัดการได้โดยไม่ต้องแบกรับน้ำหนักเกินจำเป็น3. กฎระเบียบก่อนบิน ไม่ใช่แค่พิธีกรรมคำแนะนำอย่างการงอพนักพิงเก้าอี้, พับโต๊ะอาหาร, ดึงม่านหน้าต่างขึ้น, คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องพิธี แต่ช่วยให้ผู้โดยสารพร้อมตอบสนองในสถานการณ์ภัย อำนวยให้การช่วยเหลือ หรือการอพยพเป็นไปได้ง่ายขึ้น4. ระวัง! อย่าให้ของกินตกลงบนถาดแม้ภาพรวมบริการในเที่ยวบินจะดูสะอาด แต่ถาดอาหารบางทีอาจไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเข้มงวดในช่วงเปลี่ยนเที่ยวบินหรือเชื่อมต่อเวลาใกล้เคียง ดังนั้น หากเป็นไปได้ ควรเลี่ยงให้ของกินสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวถาด5. พรมบนเครื่องบิน แหล่งสะสมแบคทีเรียที่น่ากลัวพื้นพรมในห้องโดยสารเป็นจุดที่แทบไม่มีใครทำความสะอาดบ่อยครั้ง เมื่อรวมกับคราบฝุ่น ดิน น้ำหก หรือแม้แต่ของเสียจากเด็กเล็ก ก็สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าระหว่างเที่ยวบินจะปลอดภัยกว่า6. ช่วงเวลาที่ลูกเรือ “หวาดกลัว” มากที่สุดหนึ่งในเรื่องที่ลูกเรือกลัวไม่ใช่เหตุทางเทคนิค แต่เป็นพฤติกรรมของผู้โดยสารที่เกิดอารมณ์แปรปรวน เช่น ลูกเรือเคยเล่าว่าเจอผู้โดยสารตื่นตระหนก กรีดร้องว่าโดนรุม หรือมีปัญหากับการถือสัมภาระ ซึ่งสร้างความตึงเครียดระหว่างเที่ยวบินอย่างมากเบื้องหลังเที่ยวบินที่ดูราบรื่น มีระบบ ปฏิบัติการ และมาตรการรัดกุมหลายอย่าง ทั้งสิ่งที่คุณเห็นและสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ สายการบินอาจไม่อยากให้เปิดเผยทั้งหมด แต่ทั้งหมดออกแบบมาเพื่อ “ความปลอดภัยสูงสุด” ของผู้โดยสารในทุกเส้นทางขอขอบคุณข้อมูล :sohaแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1452899/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวทั่วไป

ประเทศ IQ สูงสุดปี 2026 ประเทศไทยอันดับน่าตกใจ แม้เอเชียยังนำโด่ง

09/03/2026

"รายงานใหม่เผยประเทศ IQ สูงสุดปี 2026 ประเทศไทยอันดับน่าตกใจ โลกเผยการเปลี่ยนแปลงหลายชาติ เอเชียตะวันออกครองแชมป์"การจัดอันดับระดับเชาวน์ปัญญาหรือ IQ ของประเทศทั่วโลกยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ตัวชี้วัดศักยภาพของประเทศในทุกมิติ แต่ก็ถือเป็นดัชนีสำคัญที่สะท้อนถึงระบบการศึกษา การเข้าถึงการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะทางปัญญาของประชากรเว็บไซต์ International IQ Test ได้เผยผลการจัดอันดับค่าเฉลี่ย IQ ของประเทศต่าง ๆ ประจำปี 2026 โดยใช้ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการทดสอบทั่วโลก ซึ่ง IQ หรือ Intelligence Quotient หมายถึงความสามารถด้านการคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ และการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งเป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดและเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างยาก'ผลการจัดอันดับล่าสุดพบว่า ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเกาหลีใต้คว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนนเฉลี่ย 106.97 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการลงทุนในระบบการศึกษาที่ต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี'อีกปัจจัยสำคัญคือระบบการเรียนที่มีการแข่งขันสูง การให้ความสำคัญกับการสอบมาตรฐานและการศึกษาที่เข้มข้น ทำให้เกาหลีใต้ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านคะแนน IQ ของโลกไว้ได้อันดับ 2 ตกเป็นของจีน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 106.48 แม้จะลดลงเล็กน้อยจากปี 2025 แต่จีนมีจำนวนผู้เข้าร่วมการทดสอบมากที่สุดในฐานข้อมูล ทำให้คะแนนดังกล่าวสะท้อนกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ส่วนญี่ปุ่นอยู่ในอันดับ 3 ด้วยคะแนนเฉลี่ยประมาณ 106.3 โดยยังคงรักษามาตรฐานจากวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่มีระเบียบวินัยสูง ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และอัตราการรู้หนังสือที่สูงมากในปี 2026 ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในกลุ่มประเทศ 10 อันดับแรก โดยออสเตรเลียขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ถือเป็นการไต่ระดับที่โดดเด่น สะท้อนถึงการลงทุนด้านการศึกษาและงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นขณะเดียวกัน เวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีการเติบโตของคะแนน IQ สูงที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จนสามารถก้าวขึ้นมาติด 10 อันดับแรกของโลกได้สำเร็จ หลังจากในปี 2025 ยังอยู่อันดับที่ 25การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการพัฒนาด้านการศึกษา การเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล และการแข่งขันทางวิชาการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับประเทศไทย ในปี 2026 อยู่ในอันดับที่ 31 ของโลก ด้วยคะแนนเฉลี่ย 99.94 คะแนน ลดลงจากปีก่อนที่เคยอยู่อันดับ 15 และมีคะแนนเฉลี่ย 101.52 คะแนนอย่างไรก็ตาม นักวิชาการจำนวนมากชี้ว่า การจัดอันดับ IQ ไม่ได้เป็นตัวนิยามความฉลาดของประเทศอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากสติปัญญาของมนุษย์มีหลายมิติ และยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม โภชนาการ ตลอดจนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมดังนั้น ผลการจัดอันดับ IQ จึงควรถูกมองเป็นเพียงภาพสะท้อนของประสิทธิภาพในการทดสอบทางปัญญา มากกว่าการใช้เป็นตัวชี้วัดระดับความฉลาดของแต่ละประเทศอย่างตายตัวข้อมูลจาก international-iq-test และ Ghana Reportแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยนิวส์ออนไลน์https://www.thainewsonline.co/news/898192

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

อัปเดต ฤดูชมซากุระญี่ปุ่นปี 2026: คาดปีนี้บานเร็วกว่าปกติจากภาวะโลกร้อน

09/03/2026

โลกร้อนเป็นเหตุ ตารางชมซากุระญี่ปุ่นปีนี้ มีแนวโน้มบานเร็วกว่าปกติเป็นเวลาหลายศตวรรษที่การเบ่งบานของ “ดอกซากุระ” กลายเป็นเสมือนจังหวะหัวใจของฤดูใบไม้ผลิในประเทศญี่ปุ่น สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ ความงดงามชั่วคราว และปรัชญาเรื่องความไม่จีรังของชีวิต อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม ปี 2026 นี้ จังหวะของฤดูกาลดังกล่าวกำลังเดินเร็วขึ้นกว่าที่เคยข้อมูลล่าสุดจาก Japan Meteorological Corporation (JMC) ระบุว่า ซากุระกำลังจะบานสะพรั่งทั่วประเทศเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การบานของซากุระในญี่ปุ่นกำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือของประเทศอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของปฏิทินธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของหนึ่งในประเพณีทางวัฒนธรรมเก่าแก่พยากรณ์ซากุระปี 2026การอัปเดตล่าสุดจาก JMC ระบุว่า ซากุระพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ (Somei Yoshino) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมที่สุดของญี่ปุ่น จะเริ่มผลิบานในพื้นที่ตอนใต้และตอนกลางเร็วกว่าปกติประมาณ 5–7 วันนักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ปรากฏการณ์ซากุระบานเร็วในปี 2026 เป็นผลโดยตรงจาก ฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ และคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแม้ฤดูหนาวปีนี้จะยังมีช่วงอากาศหนาวเพียงพอสำหรับการพักตัวของต้นไม้ แต่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคมได้ทำหน้าที่ราวกับ ปุ่มเร่งเวลาทางชีวภาพ ทำให้กระบวนการออกดอกเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าปกติแม้ความแตกต่างเพียงหนึ่งสัปดาห์อาจดูเล็กน้อย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนที่วางแผนการเดินทางเพื่อชมซากุระล่วงหน้าเป็นเดือนหรือเป็นปี ความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วันจึงอาจหมายถึงการพลาดช่วง “มันไค” (Mankai) หรือช่วงที่ดอกซากุระบานเต็มที่ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นปรากฏการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล แต่ยังเป็นสัญญาณหนึ่งของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกอีกด้วยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000022896

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

เช็กอินพิกัดงานศิลป์ “White Canvas Thailand ครั้งที่ 6” รวมที่สุดผลงานศิลปินหน้าใหม่ของไทย ชมฟรี วันนี้ – 10 มีนาคม 2569 ณ ณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะ

09/03/2026

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ร่วมกับ พาเลท อาร์ตสเปซ (Palette Artspace) แกลลอรี่แสดงผลงานศิลปะชั้นนำของไทย จัดนิทรรศการ “White Canvas Thailand ครั้งที่ 6 รวมกว่า 60 ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่จากการประกวดโครงการผืนผ้าใบสีขาว ประจำปี 2568 ภายใต้ความร่วมมือของ กรุงเทพมหานคร และ SPUTNIK International พร้อมแรงสนับสนุนจากเครือข่ายศิลปะไทย–ญี่ปุ่นมาโดยตลอด เพื่อส่งเสริมและเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ที่มีความสามารถในภูมิภาคเอเชีย พร้อมเปิดพื้นที่ให้จินตนาการและความคิดของศิลปินรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดอย่างอิสระผ่านแนวคิดของ “ผืนผ้าใบสีขาว” จุดเริ่มต้นของความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด เพื่อให้ผู้ที่รักงานศิลปะได้มาชื่นชม โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 10 มีนาคม 2569 ณ บริเวณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะนิทรรศการในครั้งนี้เป็นการรวบรวมผลงานชิ้นเยี่ยมที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น สะท้อนบทบาทของศิลปะในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การค้นหาตัวตน และการสื่อสารมุมมองต่อโลกของเยาวชนไทย โดยมีผลงานไฮไลต์อย่าง “ดาวลูกไก่” ของเด็กหญิงพิชชานันท์ ชัยประโคม ที่นำแรงบันดาลใจจากการสำรวจดวงดาวบนฟ้ามาเปรียบเทียบกับความรักความผูกพันของแม่ไก่ที่คอยปกป้องดูแลลูกไก่ เหมือนกับคุณแม่ที่คอยมอบความรักความอบอุ่นและส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เติบโตอย่างมีสติเป็นคนดีของสังคม เช่นเดียวกับผลงานชื่อ “กลับดาว” ของนางสาวณภาค์ เจียรกุล ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแสงแห่งดวงดาวในการนำทางเพื่อเดินทางกลับไปหาความหวังที่สถิตอยู่ในตัวตนของเราอีกครั้งนอกจากนี้ยังมีผลงาน “พื้นที่จำกัด” ของนางสาวพิมพ์พิศา อนุฤทธิ์ ที่เล่าเรื่องราวผ่านการผสมผสานวัตถุซึ่งเป็นภาพแทนของสภาวะการใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัดของคนชนชั้นล่าง สะท้อนการปรับตัวเพื่อดำรงอยู่ท่ามกลางบริบททุนนิยมและความแตกต่างทางชนชั้น โดยนำวัสดุต่าง ๆ มาประยุกต์ออกแบบเป็นที่พักทางกายและใจที่งดงาม เป็นภาวะที่ต้องอยู่ร่วมกับสังคมสมัยใหม่อย่างแนบเนียนจนมักถูกมองข้ามไป โดยนิทรรศการเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันนี้ – 10 มีนาคมนี้ ณ บริเวณ อีเว้นท์ สเปซ ชั้น 4 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-011-7500 หรือ Facebook: Siam Takashimayaแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000020021

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X