Everyday knowledge for you
ท่องเที่ยว
25/12/2025
“เบตง” คึกคัก คนแห่เที่ยวชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า บน “สกายวอล์กอัยเยอร์เวง” จุดเช็กอินห้ามพลาดสำหรับผู้ที่มาเยือนดินแดนใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ภูมิภาคภาคใต้ และททท.สำนักงานนราธิวาส (รับผิดชอบพื้นที่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) ชวนเที่ยวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยแนะนำไฮไลต์จุดเช็กอินไม่ควรพลาดสำหรับผู้มาเยือน คือ “สกายวอล์กทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” หรือที่หลายคนนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “สกายวอล์กอัยเยอร์เวง” สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอเบตง ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมความงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้ากันเป็นจำนวนมาก ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงใกล้สิ้นปีต่อเนื่องไปจนถึงปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวแห่กันมาเที่ยวที่นี่เป็นจำนวนมากสกายวอล์กอัยเยอร์เวง จุดชมทะเลหมอกแสนสวยแห่งเบตง (ภาพโดย : อโนทัย งานดี)ทั้งนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางกันมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจากตัวเมืองเบตง เพื่อที่จะได้ขึ้นไปสัมผัสกับแสงแรกของวันใหม่ ชมพระอาทิตย์ขึ้น และชมความงดงามของทะเลหมอกอัยเยอร์เวงอันน่าตื่นตาตื่นใจในวันที่ท้องฟ้าและบรรยากาศเป็นใจหลังแสงอาทิตย์สาดส่อง เราสามารถมองเห็นทะเลหมอกขาวโพลนลอยอ้อยอิ่งปกคลุมเต็มไปทั่วบริเวณเหนือผืนป่าฮาลา-บาลา มองดูสวยงามตระการตา ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก รวมถึงถ่ายรูปตัวเองหรือรูปหมู่คณะเก็บภาพความประทับใจในทะเลหมอกอัยเยอร์เวงแห่งนี้สกายวอล์กอัยเยอร์เวง จุดชมทะเลหมอกแสนสวยแห่งเบตง (ภาพโดย : อโนทัย งานดี)ขณะที่ในช่วงสายหลังจากหมอกเริ่มจางลง เราจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา ผืนป่าฮาลา-บาลา และทิวทัศน์ขุนเขาน้อยใหญ่ รวมถึงต้นน้ำแห่งทะเลสาบเขื่อนบางลาง ที่มีความสวยงามไปอีกแบบ และถ้าวันไหนโชคดีก็จะได้เห็นฝูงนกเงือกบินอวดโฉมออกมาหากินดูน่าตื่นตาตื่นใจกายวอล์กอัยเยอร์เวง จุดชมทะเลหมอกแสนสวยแห่งเบตง (ภาพโดย : อโนทัย งานดี)สำหรับ สกายวอล์กทะเลหมอกอัยเยอร์เวง หรือ สกายวอล์กอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่บนเขาไมโครเวฟ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต ตัวอาคารเป็นโครงสร้างเหล็ก สูง 45 เมตร มีบันไดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมวิว และมีลิฟต์ให้บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุไฮไลต์ของที่นี่ คือ ระเบียงทางเดินชมวิว หรือสกายวอล์ก ที่ยื่นออกไปจากฐาน ความยาว 63 เมตร ตรงปลายสกายวอล์ก เป็นระเบียงชมวิววงกลมพื้นกระจกใส สามารถมองทะลุลงถึงพื้นด้านล่างที่เป็นหุบเหวและป่าไม้ ถือเป็นภาพที่สวยงามแปลกตาและน่าหวาดเสียวไม่น้อยสกายวอล์กอัยเยอร์เวง จุดชมทะเลหมอกแสนสวยแห่งเบตง (ภาพโดย : อโนทัย งานดี)บริเวณสกายวอล์กอัยเยอร์เวงมีอากาศเย็นสบาย มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 19-25 องศาเซลเซียส สามารถมองเห็นหมอกได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะเวลาสำหรับใครที่มีโอกาสล่องใต้ไปเที่ยวเบตง ดินแดนใต้สุดในสยาม เมืองงามชายแดน ไม่ควรพลาดการไปเที่ยวชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สกายวอล์กอัยเยอร์เวงด้วยประการทั้งปวงสกายวอล์กอัยเยอร์เวง จุดชมทะเลหมอกแสนสวยแห่งเบตง (ภาพโดย : อโนทัย งานดี)สกายวอล์กอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่ที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา คิดค่าบริการเข้าชม คนไทย 40 บาท ต่างชาติ 200 บาท ค่าถุงเท้าหุ้มรองเท้าป้องกันรองเท้าทำพื้นกระจกเป็นรอย คู่ละ 30 บาท ค่ารถสองแถว หรือ ค่ามอเตอร์ไซด์รับจ้าง ขึ้น 30 บาท ขาลง 20 บาทภาพโดย : อโนทัย งานดีแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000124275
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
25/12/2025
ภาพจากซ้าย: คุณอรรัตน์ ชุติมิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เชิงกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย และมิสเตอร์ ออสซี อาร์ดิเลส แบรนด์แอมบาสเดอร์ สโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กรุงเทพฯ, 25 ธันวาคม 2568 – เอไอเอ ในฐานะพันธมิตรหลักระดับโลกของสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ผนึกกำลังกับสโมสรฯ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งในประเทศไทย จากการแข่งขันนัดสำคัญระหว่างทีมสเปอร์สและลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมาคุณอรรัตน์ ชุติมิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เชิงกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมถ่ายภาพกับเสื้อแข่งสเปอร์สที่มีโลโก้ “Sharing A Life: For Children Cancer” พร้อม มิสเตอร์ ออสซี อาร์ดิเลส แบรนด์แอมบาสเดอร์ของสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โดยเสื้อที่นักเตะสวมใส่จริงในแมทช์นี้ จะถูกนำมาประมูลบนแพลตฟอร์ม Match Worn Shirt [https://mws.com/category/tottenham-hotspur?tab=live] และมอบรายได้ทั้งหมดให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อนำไปสร้างห้องปลอดเชื้อสำหรับเด็กที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอโครงการนี้สะท้อนถึงพันธกิจของเอไอเอในการสนับสนุนให้ผู้คนนับล้านคนในเอเชียแปซิฟิกมีสุขภาพและชีวิตดีขึ้น โดยผนวกเอาความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเข้ากับความตั้งใจอันดีของเอไอเอ ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างในการดูแลและรักษามะเร็งเด็กในประเทศไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและเข้าร่วมการประมูลได้ที่เว็บไซต์ MatchWornShirt
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การทำงาน
23/12/2025
ระหว่างคนดีกับคนเก่ง คุณอยากจะทำงานกับคนแบบไหน?ผมเคยพูดคุยเรื่องนี้กับทีมครับ ซึ่งหลังจากที่พูดคุยเสร็จผมก็ได้เอามาคิดและตกผลึกต่อมาเป็นบทความนี้ครับถ้าคุณอ่านคำถามนี้แล้วยังไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ทำให้คุณได้คำตอบนะครับ 🙂คนดี vs คนเก่งขอเริ่มต้นที่คนดีก่อนในความเห็นของผม “คนดี” คือเงื่อนไขที่ “จำเป็น”คำว่าคนดีในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นนางฟ้าเทวดา ที่ทำดีกับทุกคน ไม่สู้คน ใครจะทำยังไงกับเขาก็แล้วแต่ เขาก็จะดีกลับด้วยเสมอนะครับ แต่คนดีในที่นี้คือการเป็นที่ซื่อสัตย์ ไม่โกง รู้ว่าอะไรผิดถูก มีศีลธรรมในการใช้ชีวิตและการทำงานซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อาจจะรู้ยาก สิ่งที่พอจะทำได้ก็อาจจะเป็นการลอง Cross Check กับคนที่เคยทำงานด้วยหรือที่ทำงานเก่าดูว่าคนคนนั้นมีประวัติไม่ดีอะไรรึเปล่าถ้ามี มันก็เป็นเรื่องยากที่จะทำงานร่วมกันต่อ เพราะมันจะทำให้เราไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และเมื่อไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ ก็จะหวาดระแวงแล้วคนเก่งล่ะ จำเป็นเหมือนกันไหม?สำหรับผม “คนเก่ง” คือเงื่อนไขที่ “จำเป็น” เช่นกันทั้งนี้ความเก่งนั้นสามารถมองได้ 2 มุมคือ “เก่งคน” และ “เก่งงาน” ซึ่งต้องดูคนใหม่เหมาะกับหน้าที่ถ้าเป็นงานที่ต้องติดต่อประสานงานหรือพูดคุยกับคน การเก่งคนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งคำว่าเก่งคนในที่นี้ของผมไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำตัวให้เป็นที่รักของคนทุกคนหรือทำให้ทุกคน ทุกฝ่าย Happy (ดังที่ Steve Jobs เคยกล่าวไว้ว่าถ้าอยากจะทำให้ทุกคน Happy อย่าเป็นผู้นำ แต่ให้ไปขายไอศกรีมแทน) แต่คนที่เก่งคนต้องบริหารจัดการทีมงาน ลูกค้า ลูกน้อง หรือหัวหน้าให้ไปต่อกันได้หรือถ้าเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะเช่นการจัดการ การวางแผน การออกแบบ หรือการเขียนโปรแกรม การเก่งงานก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าจะให้ดี คุณควรจะต้องมองหาคนที่มีทักษะบางอย่างที่เหนือกว่าคุณมากๆ มาทำงานกับคุณถ้าเป็นนักพัฒนา นักเขียนโปรแกรม ไม่เก่งคนมาก อาจจะพอรอมชอมได้ หรือถ้าเป็นผู้ประสานงานเก่งคน แต่งานรู้ไม่ลึกมากก็พอไหวอยู่แต่ถ้าไม่เก่งทั้งงานไม่เก่งทั้งคน… ก็คงจะเป็นเรื่องยากสรุปในการเลือกคนที่จะมาทำงานด้วย “ความดี” และ “ความเก่ง” เป็นสิ่งที่ต้องมีควบคู่กันการเป็นคนดี แต่ถ้าไม่เก่งทั้งงานไม่เก่งทั้งคน ก็คงจะเป็นคนดีไม่มีที่อยู่ หรือการเป็นคนเก่ง แต่ไม่ใช่คนดี ก็คงจะไม่สามารถเป็นคนที่ถูกรักได้สุดท้าย สิ่งที่สำคัญคือ เราไม่ได้เป็นแค่ผู้เลือก ยังต้องเป็นผู้ถูกเลือกด้วย เพราะฉะนั้นตัวเราเองก็ต้องทำตัวให้คู่ควร คือเป็นทั้งคนดีและคนเก่งด้วยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sitthinunthttps://sitthinunt.com/talent-management/goodness-vs-skill/
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
23/12/2025
สยามพารากอน จัดนิทรรศการ TIDE OF TOMORROW ผลงานเดี่ยวครั้งแรกของ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพข่าวแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมสัมผัสความงดงามของท้องทะเล และร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติในโลกใต้ท้องทะเลอย่างยั่งยืน เป็นการยกระดับผลงานของศิลปินไทย ให้ทัดเทียมกับศิลปินชั้นนำจากประเทศต่างๆ สู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ และสานต่อการใช้พื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนวงการศิลปะไทยและงานศิลปะระดับโลกดร. ปิ่นสักก์ สุรัสวดี และดร. เพชร มโนปวิตรภายในพิธีเปิดนิทรรศการมี ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ นักเขียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ร่วมงาน พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับศิลปิน โดยมี เจย์ สเปนเซอร์ กก.ผจก. Woof Pack Bangkok และที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และความร่วมมือพันธมิตรทางศิลปะ บจก.สยามพิวรรธน์ จำกัด, จริยดี สเปนเซอร์ ที่ปรึกษาด้านพันธมิตรทางศิลปะ และชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารกลุ่มงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บจก.สยามพิวรรธน์ ร่วมให้การต้อนรับเจย์-จริยดี สเปนเซอร์ และชนิสา แก้วเรือน กับผู้ร่วมงานนิทรรศการนี้รวบรวมภาพถ่ายของศิรชัย ที่ได้ร่วมงานกับองค์กรอนุรักษ์ต่างๆ อย่าง IUCN, Save Our Seas Foundation, WildAid, Ocean Conservancy และ curated โดย เอกรัตน์ ปัญญะธารา ช่างภาพและ บรรณาธิการภาพนิตยสาร National Geographic Thailand จัดแสดงภาพถ่ายโลกใต้ท้องทะเลเพื่อสะท้อนปัญหาของท้องทะเลไทย ทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ที่ได้แบกรับภาระจากการใช้ประโยชน์อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาชายฝั่ง, การทำประมงเกินขนาด และมลพิษผู้สนใจยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์ท้องทะเลไทย ด้วยการสั่งจองผลงาน 9 รูป โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับมูลนิธิอนุรักษ์และชุมชนประมงท้องถิ่น 9 โครงการ ตั้งแต่วันนี้-5 ม.ค. 69 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอนชำนัญ ภักดีสุข และทัตวร สุกัณศีลอัครรัฐ วรรณรัตน์สิรี อุดมฤทธิรุจ และลูกชายนภนิศ อิศรางกูร ณ อยุธยา และศิรชัย อรุณรักษ์ติชัยแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9680000123098
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
23/12/2025
เอไอเอ ประเทศไทย โดย นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง (ซ้ายสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) เป็นตัวแทนร่วมรับโล่เกียรติคุณจาก ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล (ที่ 3 จากขวา) คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดโครงการ และประธานในพิธี เพื่อเป็นการแทนคำขอบคุณในฐานะผู้ให้การสนับสนุนมอบความคุ้มครองและสนับสนุนกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มฟรีแก่ประชาชนจาก 77 จังหวัดทั่วไทย ที่ลงทะเบียนเข้าร่วม “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” จำนวน 359,885 กรมธรรม์ ถือเป็นการประกาศความสำเร็จในการสร้างความตระหนักรู้โรคหลอดเลือดสมอง พร้อมเน้นย้ำว่าการออกกำลังกายมีความสำคัญต่อสุขภาพและช่วยให้ห่างไกลจากโรค ต่อยอดสู่การมีสมองที่ดี สำหรับปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 ในหัวข้อ “ออกกำลังเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No Stroke)” ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันจัดโครงการจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในการนี้ ยังได้รับเกียรติตาก ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช และ รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชและประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ให้เกียรติร่วมงาน ณ อาคารศรีสวรินทิรา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลทั้งนี้การสนับสนุนครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG) ของเอไอเอ และพันธกิจในการสนับสนุนให้ผู้คนกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
23/12/2025
ชมความงามของช่วงเวลา “แสงแรก” ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี หนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกแห่งของแดนอีสานชวนรับความงามของแสงแรกของวัน ณ “จุดชมวิวทิวทัศน์ผาแต้ม” พื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกๆในประเทศไทย หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “จุดรับตะวันก่อนใครในสยาม”บริเวณเนินผาชมวิว มีทัศนียภาพของขุนเขาฝั่ง สปป.ลาว และป่าเต็งรังริมแม่น้ำโขง เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย และ สปป.ลาว ที่มีธรรมชาติสวยงามน่าประทับใจ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แสงแรกโผล่พ้นทิวเขาจากฝั่งลาว อาบแสงทองอบอุ่นไปทั่วผืนป่าและผืนน้ำสำหรับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ตั้งแยู่ใน ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.04 -5252-581บันทึกภาพ ณ วันที่ 19 ธ.ค. 2568แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000122518
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
18/12/2025
เอไอเอ ประเทศไทย เดินทางเยือนจังหวัดตาก จัดงานมอบรางวัลแก่โรงเรียนที่ชนะเลิศในโครงการ ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ ปีที่ 3 ซึ่งได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยชนะเลิศในประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ได้รับรางวัลมูลค่า 350,000 บาท ซึ่งโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร ยังสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศด้านการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจากเวทีระดับภูมิภาคได้อีกด้วย จากผลงานสร้างสรรค์ในการนำใบไม้ร่วงมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ช่วยลดปัญหามลพิษ และส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นต้นแบบของโรงเรียนในประเทศไทยที่สามารถแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาวะในระดับโลกได้อย่างโดดเด่น รวมรางวัลที่โรงเรียนได้รับมูลค่ากว่า 486,000 บาททั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ได้จัดสรรเงินจำนวนนี้เป็นอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมชุดโต๊ะเก้าอี้จำนวน 20 ชุด ให้กับทางโรงเรียน พร้อมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน รวม 20,000 บาท เพื่อเชิดชูและยกย่องทางโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการดูแลและส่งเสริมนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง ตลอดจนชุมชนโดยรอบ ทั้งในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ โภชนาการ ตลอดจนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืน ตามแนวทางหลักของโครงการ ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ในงานได้รับเกียรติจาก นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายณพล ชยานนท์ภักดี นายกเทศมนตรีเมืองตาก ร่วมเป็นประธานในงาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด นายมนต์ชัย บุณยรัตพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตัวแทนภูมิภาค 3 และนางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์นางสาวชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กล่าวว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีและมอบรางวัลให้แก่โรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร จังหวัดตาก ที่ได้รับรางวัลจากโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี หรือ AIA Healthiest Schools ในระดับชั้นมัธยมศึกษา โดยชนะเลิศทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค ซึ่งได้รางวัลชนะเลิศด้านการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จากการทำโครงงาน “3 Fingers to Save the World” แสดงให้เห็นถึงพลังการขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง“ความตั้งใจ ความพยายามของทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหารโรงเรียน คณะครู นักเรียน รวมถึงผู้ปกครอง และชุมชนที่ร่วมกันในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคน เราขอชื่นชมในความทุ่มเทของผู้ที่มีส่วนในการทำโปรเจ็คต์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างโดดเด่นจนได้รับรางวัลในครั้งนี้ โดยโครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดีนั้น เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเอไอเอในการสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทยมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง พร้อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต ดังคำมั่นสัญญาของเรา “Healthier, Longer, Better Lives”ทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ขอเชิญชวนโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาที่สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการ ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools’ ปีที่ 4 ได้แล้วที่เว็บไซต์ ahs.aia.com/th/th/ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 มีนาคม 2569 เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่าถึง 3.5 ล้านบาท และได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ข่าวการเงิน
17/12/2025
“เบื้องหลังคนชอบ “เล่นหวย” ในทางจิตวิทยาเพราะรู้สึกว่าต้องถอนทุนคืน และอาจเป็นการซื้อความสุขจากการได้หวังว่าจะถูกหวย ในอีกทางถ้าอยากลุ้นรางวัลแบบเงินต้นไม่หายมีทางเลือกแบบไหนบ้าง”“รอถูกหวยก่อน เดี๋ยวซื้อให้”ประโยคสุดคลาสสิกที่พ่อแม่ชอบใช้ในเวลาที่เราขอซื้อของ แต่รู้ไหมว่า เบื้องลึกของคำพูดนี้ไม่ได้เป็นแค่การปฏิเสธที่จะซื้อของเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพฤติกรรมการชอบเสี่ยงโชค และความหวังด้านการเงินอีกด้วยทำไมคนถึงนิยมเล่นหวย แม้จะไม่ค่อยถูกในทางจิตวิทยานั้นมีคำอธิบายไว้ชัดเจน โดย The University of Texas Permian Basin เล่าถึง จิตวิทยาลอตเตอรี่ (Lottery Psychology) ไว้ว่าเชื่อมโยงกับหลายเรื่องทั้งอคติทางความคิด แรงจูงใจทางอารมณ์ ไปจนถึง Mental Shortcut (ทางลัดทางจิตใจ) ที่ทำให้คนยังเลือกซื้อ ลอตเตอรี่ หรือ หวยแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าโอกาสที่จะถูกรางวัลนั้นมีน้อยมากในมุมมองนักจิตวิทยา มีราว 4 เหตุผลว่าทำไมคนยังชอบเล่นหวยคือ1. กับดัก “เกือบถูกรางวัล”ความรู้สึกว่า พลาดไปแค่นิดเดียว ทำให้หลายคนยังเลือกซื้อหวยต่อเนื่อง นี่อาจเปรียบเหมือนจังหวะที่นักกีฬาที่เกือบจะเตะเข้าประตูอยู่แล้วแต่ก็พลาดไป นี่ทำให้เขายังพยายามมากขึ้นและหวังว่าใกล้ละ ครั้งหน้าต้องดีกว่าเดิมความรู้สึกนี้อาจเกิดขึ้นกับคนที่ซื้อหวยหลายๆ คนเช่นกัน เมื่อซื้อหวยแล้วเลขออกมาตรงไป 4 จาก 6 ตัวก็อาจรู้สึกว่านี่คือสัญญาณที่ต้องเล่นต่อไป2. เสียดายทุนเดิมในโลกการลงทุนหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า sunk-cost หรือ ต้นทุนจม ที่ทำให้ต่อให้หุ้นดอยแค่ไหนเราก็จะถือต่อไป เพราะเสียดายเงินที่ลงไปแล้ว สำหรับสายหวยก็อาจรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน ว่าเราเสียเงินซื้อมาหลายปี หมดเงินไปตั้งเยอะ ถ้าเลิกตอนนี้ที่ลงทุนไปก็สูญเปล่าสิ เลยต้องกัดฟันซื้อต่อไปเรื่อยๆ เพื่อหวังถอนทุนคืน3. ถ้าหากฉันถูกหวย?เราเห็นข่าวคนถูกหวยกันมามาก นี่อาจสร้าง Availability bias/heuristic หรือการตัดสินใจที่เกิดจากอคติทางความคิด เช่น เราอาจรู้สึกว่าเรื่องนี้มีโอกาสเกิดขึ้นกับเรา แม้ว่าเปอร์เซ็นต์การเกิดจะมีน้อย เช่น เราเห็นข่าวคนถูกรางวัลที่ 1 กันบ่อยๆ ไม่ค่อยมีเรื่องราวของคนถูกหวยกินแม้จะมีจำนวนมากกว่า นี่อาจเป็นการกระตุ้นให้สมองของเราเชื่อว่า นี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไร และลองเสี่ยงโชคดู ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้นเกิดขึ้นได้ยาก4. ซื้อความบันเทิงแม้หลายคนจะรู้ว่าความหวังจากหวยนั้นน้อยนิด แต่สำหรับบางคนแล้วมันคือความสุขทางใจ เหมือนกับที่เรายอมเสียเงินไปดูหนังหรือคอนเสิร์ตเพื่อแลกกับความบันเทิงให้ตัวเอง ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร ซึ่งหวยนั้นเปรียบเสมือน “ฝันกลางวัน” ที่ราคาจับต้องได้ เนื่องจากผู้ซื้อได้รู้สึกลุ้นว่าถ้าถูกรางวัลก็อาจจะได้เงินหลักล้านกลับคืนมาดังนั้นเมื่อหวยกลายเป็นอีกหัวข้อที่หลายครอบครัวใช้คุยเล่นกันเสมอ เหมือนที่บางบ้านพ่อแม่มักจะบอกลูกให้รอถูกหวยก่อนถึงจะซื้อของให้ จึงเป็นอีกเรื่องที่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด“หวย” ความหวังที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำ?ในขณะที่หลายประเทศ ผู้คนซื้อลอตเตอรี่ด้วยความหวังเพียงเพื่อความสนุกตื่นเต้น แต่สำหรับบริบทของประเทศไทย การเสี่ยงดวงกับตัวเลขกลับเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจราวกับเป็นวาระแห่งชาติ เห็นได้ชัดจากการถ่ายทอดสดการออกรางวัลที่คนเฝ้าดูทั้งประเทศ ข่าวคนถูกรางวัลที่ถูกนำเสนออย่างล้นหลามหน้าโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงการใบ้เลขเด็ดต่าง ๆ ทั้งออฟไลน์และในโลกออนไลน์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลองแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยกล่าวเอาไว้ในบทความ “ล็อตเตอรี่: ความหวังและการเลื่อนชั้นทางสังคม” ว่า เรามักจะได้ยินคนพูดกันว่าการซื้อหวยคือการซื้อความหวัง แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น คนส่วนใหญ่ที่หวังจะถูกหวยหรือลอตเตอรี่ เพราะเขาแทบไม่เหลือความหวังอื่นในชีวิตที่จะร่ำรวยขึ้นได้อีกแล้ว เราอยู่ในสังคมที่คนยากจนมีโอกาสแทบจะเป็นศูนย์ในการเลื่อนชั้นทางสังคม (social mobility)ยิ่งเป็นคนที่อยู่ในฐานล่างของสังคม โอกาสขยับขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางก็ยิ่งริบหรี่ และเมื่อเป็นชนชั้นกลางแล้ว การจะถีบตัวขึ้นไปเป็นคนรวยก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ การฝากความหวังไว้กับ “หวย” จึงกลายเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำของไทยได้อย่างเจ็บปวด“ถ้าผมขยันแล้วผมสามารถร่ำรวยขึ้นได้ในประเทศนี้ ผมอาจจะสนใจลอตเตอรี่น้อยลง แต่เราจะเห็นว่ามีคนยากจนจำนวนมาก ที่ทำงานหนักและเหนื่อยกว่าผมอีก แต่แทบไม่มีความหวังที่จะมีฐานะที่ดีขึ้น” ธานีกล่าวยิ่งเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย โอกาสขยับขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางก็ยิ่งริบหรี่ และเมื่อเป็นชนชั้นกลางแล้ว การจะถีบตัวขึ้นไปเป็นคนรวยก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ การฝากความหวังไว้กับ “หวย” จึงกลายเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำของไทยได้อย่างเจ็บปวดอยากซื้อหวยให้เงินไม่หาย ทำยังไงได้บ้าง?ประเทศไทยตัวเลขวงการหวยถือว่าไม่น้อยเลย เพราะมีข้อมูลจากกระทรวงการคลังว่า เม็ดเงินที่จมอยู่ในวงการเสี่ยงโชคในรูปแบบต่างๆ นั้น อาจสูงถึงปีละ 4-5 แสนล้านบาท/ปี เลยทีเดียว ซึ่งถ้าเราสามารถเปลี่ยนเงินที่ซื้อหวยแล้วหมดไป ให้กลายเป็นลุ้นโชคไปมีเงินเก็บไป จะดีกว่าไหม?หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ คือ “สลากออมทรัพย์” เมื่อเราซื้อสลากฯ จากธนาคาร จะมีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนว่าต้องฝากเป็นระยะเวลาเท่าไร โดยผู้ซื้อสลากจะได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์ และในระหว่างที่ฝากเงินไว้ ก็จะมีโอกาสลุ้นรางวัลตามหมายเลขสลาก ที่มีการออกรางวัลทุกเดือน เช่น • สลากออมทรัพย์จากธนาคารออมสิน มีทั้งแบบ 1 และ 2 ปี แต่บางปีอาจมีสลากพิเศษออกมาด้วย ตัวอย่างของสลากฯ ที่ออกขาย เช่น สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 10 ล้านบาท ทุกเดือน นาน 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 0.20% ต่อปี เป็นต้น • สลากออมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มีหลากหลายรูปแบบ เช่น สลากชุดทองกวาวมั่งมี อายุ 1 ปี ราคาอยู่ที่หน่วยละ 1,000 บาท มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 3 ล้านบาท ลุ้นได้ 12 ครั้ง และมีอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี เป็นต้น • สลากออมทรัพย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีหลากหลายรูปแบบ เช่น สลากชุดขุนแผนมรกต อายุ 2 ปี หน่วยละ 2,000 บาท มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลที่ 1 (เสี่ยงหมวด) มูลค่า 40 ล้านบาท ลุ้นได้ 24 ครั้ง และมีอัตราดอกเบี้ย 0.475% ต่อปีนอกจากนี้ภาครัฐอยู่ระหว่างผลักดัน “สลากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)” ซึ่งจะเป็นตัวช่วยออมเงินให้เราได้ เนื่องจากเงินซื้อสลากทั้งหมดจะเป็นเงินออมของผู้ซื้อ ซึ่งเงินส่งเข้าบัญชีเงินออมรายบุคคลกับ กอช. และเมื่อผู้ออมอายุครบ 60 ปี จะคืนเงินทั้งหมดทุกบาท ทุกสตางค์ที่ซื้อสลากมาทั้งชีวิตบวกกับผลตอบแทนการลงทุนให้กับผู้ออมด้วยเงื่อนไขของโครงการนี้ คือ • เป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ราคาฉบับละ 50 บาท • ผู้มีสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทุกคนสามารถซื้อได้ • ซื้อได้สูงสุดเดือนละ 3,000 บาท (60 ฉบับ) • ออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท (5 รางวัล) รางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท (10,000 รางวัล) และ รางวัลแจ็คพอต 1 รางวัล (ถ้ามี) • ถ้าสลากจำหน่ายไม่หมดในงวดนั้น เงินรางวัลจะถูกสมทบไปเป็นแจ็กพอตในงวดถัดไป • ผู้ซื้อสลากจะได้รับเงินออมพร้อมผลประโยชน์เป็นก้อนในครั้งเดียว 4 กรณี คือ 1) อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 2) ทุพพลภาพ 3) เสียสัญชาติไทย และ 4) เสียชีวิต โดยจะคืนเงินให้แก่บุคคลที่ระบุไว้ หรือทายาทตามกฎหมาย • หากอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ต้องออมไว้ 5 ปีหลังจากวันที่ซื้อครั้งแรกก่อน จึงจะได้รับเงินคืน • ถ้าถูกรางวัล เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ • ซื้อผ่านแอปพลิเคชัน กอช. หรือช่องทางอื่น ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ทั้งนี้ คาดว่าสลาก กอช. จะเริ่มวางขายไตรมาส 1 ในปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเราอาจต้องมารอติดตามรายละเอียดโครงการนี้กันต่อที่มา : The University of Texas Permian Basin, Psychology Today, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กระทรวงการคลังแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ thairathhttps://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2901229
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันภัย
17/12/2025
คอลัมน์ : นอกรอบผู้เขียน : รณดล นุ่มนนท์ผมไม่ปล่อยให้ชีวิตหลังเกษียณผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย ยังคงหาเวลาอ่านและเขียนหนังสือ พร้อมตั้งวงสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนรอบข้าง เพื่อให้สมองได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพราะนี่คือ “ยาวิเศษ” ที่ช่วยลดความขี้ลืม และป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่จะกลายเป็นภาระของลูกหลานในอนาคตแต่เพื่อให้สมองได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ผมจึงตั้งใจมองหาหลักสูตรที่ยังอยู่ในเกณฑ์ “ลุง” สมัครได้ และตอบโจทย์ความเชื่อที่ว่า “การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด” เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาผมสมัครเข้าเรียนหลักสูตร Director Certification Program (DCP) ของสถาบัน Thai IOD เพื่อทำความเข้าใจบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริษัทในด้านกำกับดูแลกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ การถอด “หมวกใบเดิม” จากผู้กำกับดูแล ทำให้ได้เห็นมิติใหม่ของความรับผิดชอบที่ต้องอาศัยทั้งความซื่อสัตย์และความระมัดระวัง หรือที่เรียกว่า Fiduciary Dutyหลักสูตร DCP ใช้เวลาเพียงหกสัปดาห์ แต่กลับทำให้ผมติดใจและอยากเรียนรู้เพิ่มเติม จึงเริ่มค้นหาหลักสูตรอื่น จนพบหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่เปิดเรียนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เหตุผลง่าย ๆ ที่สมัครเพราะเนื้อหาเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบประกันภัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจการเงินที่ผมสนใจผู้เข้าอบรมกว่า 150 คนมาจากหลายสาขา ทั้งภาคประกันภัย แพทย์ นักกฎหมาย จนถึงภาคการเงิน ส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยทำงาน แม้จะมีผู้อบรมบางคนอายุเลยเลขหก แต่ทุกคนยังสุภาพพอที่จะเรียกผมว่า “พี่”เนื้อหาหลักสูตรฉายภาพครอบคลุมทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่เปลี่ยนโฉมธุรกิจอย่างมาก สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือ การทำให้ประชาชนเข้าใจประโยชน์ของประกันภัยโดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ได้ถูกบังคับ เช่น ประกันอัคคีภัยหรือภัยธรรมชาติ เพราะหลายคน “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” ในขณะที่บริษัทประกันต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ผันผวน ซับซ้อน และคลุมเครือมากขึ้น ทำให้การบริหารความเสี่ยงยิ่งท้าทายไฮไลต์สำคัญของการอบรมคือ การได้ร่วมทำ “ผลงานทางวิชาการ” ของรุ่น ซึ่งคว้ารางวัลดีเด่น โดยได้รับคำแนะนำจาก ดร.ปิยวดี โขวิฑูรกิจ อาจารย์ที่ปรึกษา ให้จัดทำหัวข้อ “กลไกประกันภัยพิบัติไทยผ่านโมเดล AI-Driven ที่ยั่งยืน” แม้ในตอนแรกจะไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน แต่ทุกคนเห็นพ้องกันว่า เป็นหัวข้อที่น่าศึกษาค้นคว้า เพราะภาวะโลกรวนทำให้เกิดภัยพิบัติถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และกินเวลานานขึ้นเห็นได้จากเหตุการณ์อุทกภัยตั้งแต่แม่สายที่น้ำท่วมเมืองถึงสองครั้งเมื่อต้นปี ไปจนถึงน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่หาดใหญ่ จากปรากฏการณ์ “Rain Bomb” ที่ทำให้เมืองจมน้ำในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ที่ทำให้หลายอาคารเสียหายความเสียหายเหล่านี้ยังไม่มีกลไกเยียวยาที่ชัดเจน รัฐบาลยังต้องใช้งบฯฉุกเฉินปีต่อปี ซึ่งล่าช้าและไม่ครอบคลุม ในขณะที่บริษัทประกันเองต่างประสบปัญหาประเมินความเสียหายล่าช้า เช่น กรณีคอนโดฯเสียหายจากแผ่นดินไหว ที่ผ่านมา 7 เดือนกว่าสินไหมทดแทนจะคืบหน้าด้วยปัญหาเช่นนี้ ทีมจึงเริ่มศึกษาต้นแบบต่างประเทศ เช่น Japan Earthquake Reinsurance ที่รัฐและเอกชนร่วมรับความเสี่ยงผ่านกลไกการประกันเป็นทอด ๆ (Risk Layering) และระบบ Catastrophes Naturelles ของฝรั่งเศส ที่บังคับให้ทุกกรมธรรม์ทรัพย์สินมีส่วนร่วมในกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติโดยรัฐเป็น Backstop เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติใหญ่ ที่น่าแปลกใจคือ ไทยเองเคยมีกองทุนประกันภัยพิบัติตั้งแต่หลังวิกฤตปี พ.ศ. 2554 แต่ยกเลิกในปี พ.ศ. 2559 เพราะขาดกลไกสะสมทุนที่ยั่งยืน และมีข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการจากบทเรียนต่างประเทศและประสบการณ์ในไทย นำมาสู่การเข้าไปขอความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คปภ. สมาคมประกันวินาศภัย บริษัทประกันภัย และสภา SMEs เพื่อนำมาวิเคราะห์และเป็นข้อเสนอของทีมงาน ที่พยายามตอบโจทย์บริบทของประเทศไทย คำนึงถึงข้อจำกัดของทั้งภาครัฐบาลและเอกชนโดยเฉพาะด้านการจัดสรรงบประมาณ และการร่วมทุนของภาครัฐและเอกชน โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นคุ้มครองทรัพย์สินของ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง เข้าไม่ถึง และขาดความเข้าใจระบบประกันภัย แต่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศกลไกเริ่มต้นจากบริษัทประกันภัยรับประกันภัยจากผู้เอาประกัน ด้วยค่าเบี้ยประกันที่ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึง ครอบคลุมตามทุนประกัน เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรัฐจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันให้กับผู้ทำประกันในสัดส่วนร้อยละ 40 ถือได้ว่าบริษัทประกันจะรับบริหารความเสี่ยงในขั้นต้น และส่งผ่านความเสี่ยงที่เหลือไปยังบริษัทประกันภัยต่อ (Reinsurance) ที่จัดตั้งใหม่ซึ่งจะเป็นการจัดตั้งร่วมกันของบริษัทประกันภัยไทยทั้งหมด โดยมีเป้าหมายทุนเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท และมีเงินสมทบทุกปี ตามสัดส่วนของการรับประกันภัยของแต่ละบริษัททั้งนี้ บริษัทรับประกันใหม่ (Reinsurance) จะเน้นการส่งต่อความเสี่ยงภายในประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันภัยในประทศ ก่อนไปสู่บริษัทประกันภัยต่างประเทศต่อไป อย่างไรก็ดี หากระดับความเสี่ยงเกินศักยภาพของบริษัทประกัน รัฐบาลจะเข้ามาช่วยรองรับความเสียหายในส่วนที่เหลือต่อไปในฐานะ Backstopแม้ข้อเสนอนี้ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องหารือ แต่ทีมงานหวังว่ารายงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนากลไกประกันภัยพิบัติที่ยั่งยืน ใช้งบประมาณรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายการเข้าถึงประกันภัยให้ประชาชนในวงกว้าง และสร้างระบบบริหารความเสี่ยงระดับประเทศที่รองรับภาวะโลกรวนที่ปัจจุบันกำลังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับประชาชาติธุรกิจออนไลน์https://www.prachachat.net/finance/news-1936225
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
17/12/2025
มหัศจรรย์สีสันดอกไม้ริมสายน้ำกก ผสานศิลปะและความศรัทธา ชวนทุกท่านมาสัมผัส “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย Chiang Rai Flower and Art Festival 2025” ภายใต้แนวคิด “สายนทีแห่งศรัทธา ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” ร่วมร้อยดวงใจ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอภาพ: ททท.เชียงรายอบจ.เชียงราย พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สู่ดินแดนเหนือสุดในสยาม ระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก ต.ริมกก อ.เมืองเชียงรายพร้อมกระจายพื้นที่จัดงานไปยังโซนอำเภอ ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหนองหลวง ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย และวัดถ้ำเสาหินพญานาค ต.โป่งงาม อ.แม่สายภาพ: ททท.เชียงรายภาพ: ททท.เชียงรายภายในงานพบกับ• สวนดอกไม้ 4 ฤดู (Summer / Rainy / Winter / Spring)• นิทรรศการพระราชกรณียกิจ• งานศิลปะ–วัฒนธรรมล้านนา• ถนนคนเดินริมกก / Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย• วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์• ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอบจ.เชียงราย โทร. 053-175333ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 053-744674-5ภาพ: ททท.เชียงรายภาพ: ททท.เชียงรายภาพ: ททท.เชียงรายแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9680000121333
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
16/01/2025
30/05/2023
03/09/2024
15/11/2024
31/10/2025