Everyday knowledge for you
การวางแผนทางการเงิน
11/05/2026
ในยุคที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจผันผวน การมีเงินสำรองไว้ใช้จ่าย ในเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หรือ “เงินสำรองฉุกเฉิน” จึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นใจและลดแรงกระแทกเมื่อชีวิตสะดุดPPTV Wealth จึงนำเคล็ดลับจาก fintips by ttb มาชวนทุกคนทำความเข้าใจว่า เงินสำรองฉุกเฉินไม่ใช่แค่เงินออมทั่วไป แต่คือ “เครื่องมือบริหารความเสี่ยง” ที่ช่วยให้ยังใช้ชีวิตต่อได้ แม้ในวันที่รายได้ไม่เป็นไปตามแผนเปิดเคล็ดลับเก็บ “เงินสำรองฉุกเฉิน" เตรียมยังไงให้พร้อม? เพื่อชีวิตไม่สะดุดในทุกสถานการณ์แล้วคำถามคือจะเริ่มสร้างเงินสำรองฉุกเฉินอย่างไร ให้ทำได้จริงและไม่กระทบค่าใช้จ่ายปัจจุบัน โดยเริ่มจาก 4 เคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดการกำหนดบทบาทของเงินฉุกเฉินเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีรายได้ เราจะอยู่ได้กี่เดือน เพราะเงินสำรองฉุกเฉินควรถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชีวิตเดินหน้าต่อได้อย่างน้อย 3-6 เดือน โดยมีสูตรคำนวณก็เข้าใจง่าย คือ ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน × จำนวนเดือนที่ต้องการสำรอง = เป้าหมายเงินฉุกเฉิน และเมื่อมีตัวเลขและเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยลดความกังวลและแรงกดดันเมื่อต้องเจอสถานการณ์เฉพาะหน้า2. เก็บก่อนใช้ สร้างวินัยทันทีที่มีรายได้โดยเมื่อเงินเดือนเข้า ควรเก็บเงินสำรองฉุกเฉินก่อนเสมอ อย่ารอให้เหลือแล้วค่อยเก็บ และอาจจะตั้งโอนเงินอัตโนมัติเข้าบัญชีออมเงินทันที พร้อมวางแผนรายจ่ายให้เหมาะกับตัวเอง หรือใช้สูตรแบ่งเงินแบบง่ายๆ อย่างสูตร 50-30–20 หรือ 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น / 30% ไลฟ์สไตล์ / 20% ออมและลงทุน ทั้งนี้ สัดส่วนสามารถปรับได้ตามรายได้และเป้าหมายของแต่ละคน3. แยกบัญชีให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยบริหารเงินได้ง่ายขึ้นการแยกบัญชีตามเป้าหมาย เช่น บัญชีรายรับ–รายจ่าย บัญชีออมเงิน และบัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน จะช่วยลดโอกาสเผลอนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เมื่อแต่ละบัญชีมีบทบาทที่ชัดเจน ก็จะช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเงินสำรองฉุกเฉินควรอยู่ในบัญชีที่สามารถถอนใช้ได้ทันทีเมื่อจำเป็น4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนเป็นเงินเก็บสำรองเมื่อจดรายรับ–รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ จะเริ่มเห็นชัดว่าอะไร “จำเป็น” และอะไร “ตัดได้” เงินส่วนที่ลดลงมาได้ ไม่ควรถูกนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายใหม่ที่ไม่จำเป็น แต่ควรโอนเข้าบัญชีเงินสำรองฉุกเฉินทันที หากทำอย่างต่อเนื่อง เงินสำรองจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวดังนั้น ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การเริ่มต้นสร้างเงินสำรองฉุกเฉินตั้งแต่วันนี้ คือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้รับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ และเสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาวแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ pptvhd36https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/274388
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันควบการลงทุน
11/05/2026
11 พฤษภาคม 2569 : ตลาดประกันชีวิตไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะ “ประกันชีวิตควบการลงทุน” หรือ Unit Linked ที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือกรมธรรม์นำเงินบางส่วนไปลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีเทคโนโลยี หรือธีม AI ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลกแม้ว่าผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้จะยังไม่ใช่ “Index-Linked Insurance” แบบเต็มรูปแบบเหมือนในสหรัฐอเมริกา แต่ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ “ความคุ้มครองชีวิต” ควบคู่กับ “โอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดทุนโลก”มาทำความรู้จักประกันภัยประเภทนี้ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น “ประกันชีวิตเชื่อมการลงทุน คืออะไร?”ประกันประเภทนี้ มีรูปแบบที่พบมากในไทย คือ “ประกันชีวิตควบการลงทุน” (Unit Linked) ซึ่งแบ่งเบี้ยประกันออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนที่ใช้ซื้อความคุ้มครองชีวิต 2.ส่วนที่นำไปลงทุนในกองทุนรวมจุดเด่น คือ ผู้ถือกรมธรรม์สามารถเลือกสัดส่วนการลงทุนเองได้ เช่น กองทุนหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หุ้นสหรัฐฯ ตราสารหนี้ หรือกองทุนธีมเทคโนโลยีและ AIในช่วงที่ผ่านมา หลายบริษัทประกันเริ่มเพิ่มกองทุนที่อ้างอิงตลาดสหรัฐฯ เช่น ดัชนี S&P 500 หรือ Nasdaq ผ่านกองทุน Feeder Fund ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนระดับโลกผ่านกรมธรรม์ประกันได้ง่ายขึ้นจุดเด่นของประกันชีวิตเชื่อมการลงทุน1. ได้ทั้งความคุ้มครองและโอกาสลงทุน ผู้ซื้อจะได้รับความคุ้มครองชีวิตในเวลาเดียวกับที่เงินบางส่วนถูกนำไปลงทุน ช่วยตอบโจทย์คนที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาวแบบ “สองต่อ”2. เข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศได้ง่ายขึ้น หลายคนอาจยังไม่สะดวกเปิดพอร์ตลงทุนต่างประเทศโดยตรง การลงทุนผ่านกรมธรรม์จึงเป็นอีกช่องทางที่ช่วยกระจายการลงทุนไปยังเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ ที่มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลกอยู่จำนวนมาก3. ปรับเปลี่ยนกองทุนได้ตามภาวะตลาด กรมธรรม์หลายแบบเปิดโอกาสให้สับเปลี่ยนกองทุนภายในได้ ทำให้นักลงทุนสามารถปรับพอร์ตตามสภาวะเศรษฐกิจหรือระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้4. เหมาะกับการวางแผนระยะยาวผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้มักถูกออกแบบเพื่อการออมและลงทุนระยะยาว เช่น การเกษียณ การส่งต่อมรดก หรือการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว อย่างไรก็ตาม ข้อควรรู้และความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา แม้จะมีจุดเด่นหลายด้าน แต่ประกันชีวิตควบการลงทุนไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทุกคน เพราะมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงจากการลงทุนร่วมด้วย • ผลตอบแทนไม่การันตี ต่างจากประกันสะสมทรัพย์ทั่วไป มูลค่าเงินลงทุนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุน หากตลาดหุ้นปรับตัวลง มูลค่ากรมธรรม์ก็อาจลดลงได้เช่นกัน • มีค่าธรรมเนียมหลายส่วนผู้ซื้อควรศึกษาโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เช่น ค่าความคุ้มครองชีวิต ค่าบริหารกรมธรรม์ ค่าธรรมเนียมกองทุน ค่าใช้จ่ายในการสับเปลี่ยนกองทุน หากไม่เข้าใจต้นทุนทั้งหมด อาจทำให้ผลตอบแทนสุทธิต่ำกว่าที่คาด • ต้องติดตามการลงทุนพอสมควร แม้จะอยู่ในรูปแบบประกัน แต่ผู้ถือกรมธรรม์ยังต้องติดตามภาวะตลาดและเลือกกองทุนให้เหมาะสม เพราะผลตอบแทนขึ้นอยู่กับการลงทุนจริง 4. ไม่เหมาะกับผู้ที่รับความผันผวนไม่ได้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้เติบโตสูงในระยะยาว แต่ระยะสั้นอาจผันผวนแรง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีหรือธีม AI ที่มีโอกาสปรับขึ้นและลงรวดเร็วส่วนใครบ้างที่อาจเหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้ ซึ่งผู้ที่ต้องการทั้งประกันชีวิตและการลงทุนในสัญญาเดียว คนวัยทำงานที่มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว ผู้ที่รับความเสี่ยงจากตลาดทุนได้ระดับหนึ่ง ผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ ขณะที่ผู้ที่ต้องการ “เงินต้นปลอดภัย” หรือไม่ต้องการติดตามการลงทุน อาจเหมาะกับประกันแบบดั้งเดิมมากกว่าสำหรับทางเลือกที่ควรศึกษาก่อนตัดสินใจก่อนซื้อ ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบหลายด้าน เช่น ความคุ้มครองชีวิต ค่าธรรมเนียมรวม จำนวนกองทุนให้เลือก นโยบายลงทุนต่างประเทศ ความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ต ผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุน รวมถึงควรอ่านเอกสารเสนอขายและทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างละเอียดท้ายที่สุด ประกันชีวิตเชื่อมการลงทุนไม่ใช่ “ทางลัดสร้างความร่ำรวย” แต่เป็นอีกเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยผสาน “การคุ้มครอง” และ “การลงทุน” เข้าไว้ด้วยกัน ผู้บริโภคจึงควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระยะเวลาการลงทุนของตนเอง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวแหล่งที่มาข่าวและภาพจ้นฉบับซีเคว้ล ออนไลน์https://www.sequelonline.com/?p=204632
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
11/05/2026
สยามพารากอน ร่วมกับ Joyman Gallery และ M Contemporary เปิดประสบการณ์ทางศิลปะครั้งพิเศษในนิทรรศการ “TRILLION STORIES UNDER THE SKY” ที่ชวนทุกคนออกเดินทางสำรวจความหมายของตัวตนและโลกที่เราอาศัยอยู่ พร้อมตั้งคำถามต่อความเป็นมนุษย์ เมือง และความสัมพันธ์ในยุคปัจจุบัน ผ่าน 2 นิทรรศการเดี่ยวจากศิลปินร่วมสมัย ที่ตีความโลกในแบบของตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ โดยเตรียมเปิดให้ชม “เรื่องเล่านับล้าน” ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ระหว่างวันที่ 1 - 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแห่งใหม่ล่าสุดของเอเชีย บนชั้น 5 สยามพารากอนภายใต้นิทรรศการครั้งนี้ได้รวม 2 นิทรรศการน่าสนใจเข้าไว้ด้วยกัน คือ “Millions of CATS and ONE CAT: แมวล้านตัวกับแมวหนึ่งตัว” นิทรรศการเดี่ยวของ เนียม มะวรคนอง ที่ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ภาพ ระบบ และตัวตน ในยุคที่ข้อมูลหลั่งไหลเกินขีดจำกัดของการรับรู้ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ผ่านภาพแมวจำนวนมหาศาลที่ปรากฏในผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิคบนผ้าใบกว่า 27 ชิ้น ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะของการดำรงอยู่ร่วมกันในโลกที่ความแตกต่างค่อย ๆ เลือนหาย และความเหมือนถูกขยายจนกลายเป็นมาตรฐานของสังคม นิทรรศการนี้ไม่ได้ให้คำตอบ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามต่อการมองเห็น การรับรู้ และความหมายของการมีอยู่ ในโลกที่เต็มไปด้วย “ความมากมาย” และ “ความเหมือน” อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและ “BENEATH THE HORIZON LINE” นิทรรศการเดี่ยวของ Zillustation (การุญ เจียมวิริยะเสถียร) ซึ่งชวนผู้ชมชะลอจังหวะและค้นพบความงดงามของเมืองในมิติที่อาจไม่เคยสังเกตมาก่อน ผ่านผลงานศิลปะที่นำเสนอ “เมือง” ในฐานะพื้นที่มีชีวิต ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว การพบพาน และความทรงจำ ผลงานชุดนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายขาวดำอันละเอียดอ่อนจากปากกาหมึกดำ ถ่ายทอดเป็นแผนที่เชิงศิลปะที่ผสานระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการด้วยกลิ่นอายของป๊อปอาร์ตและการอ้างอิงวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างมีชั้นเชิง จนเกิดเป็นโลกที่ดูเหนือจริง แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนวิถีชีวิตและความงดงามที่ซ่อนอยู่ในมหานครทั้งนี้ ทั้งสองนิทรรศการใน “TRILLION STORIES UNDER THE SKY” นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้หยุดมองโลกอีกครั้ง ท่ามกลางเรื่องเล่ามากมายรอบตัว พร้อมเชิญชวนให้คนรักศิลปะมาร่วมออกเดินทางสำรวจ “เรื่องเล่านับล้าน” และค้นพบความหมายของการมีอยู่ในโลกยุคปัจจุบันภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ระหว่างวันที่ 1 – 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000043141
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
11/05/2026
"อุทยานแห่งชาติภูเรือ" จ.เลย เผยโฉมทะเลหมอกฤดูฝน สวยงามราวภาพวาด เติมความสดชื่นให้ผืนป่าหลังสายฝนเพจ "กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" เผยภาพทะเลหมอกยามเช้าในช่วงฤดูฝน ที่ "อุทยานแห่งชาติภูเรือ" จ.เลย พร้อมชวนเที่ยวพักผ่อนฮีลใจ เติมความสดชื่นในช่วงฤดูฝนหากใครกำลังมองหาที่พักผ่อนที่ "ฮีลใจ" ได้จริง ฤดูฝนนี้ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย คือคำตอบที่ไม่ต้องลังเลนางสาวเนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ธรรมชาติบนยอดภูเรือกำลังอยู่ในช่วงงดงามที่สุดช่วงหนึ่งของปี หลังจากฝนตกต่อเนื่อง ผืนป่าเขียวขจีกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง อากาศเย็นสบายตลอดวัน อุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 18 องศาเซลเซียส พร้อมด้วย "ทะเลหมอก" สีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยปกคลุมยอดเขาในยามเช้า ราวกับโลกอีกใบที่อยู่เหนือเมฆ(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศบนยอดภูเรือปกคลุมไปด้วยสายหมอกขาวหนา ลอยเหนือแนวเขาสลับซับซ้อน ผสานกับสีเขียวสดของผืนป่าหลังสายฝน กลายเป็นภาพธรรมชาติที่ทั้งละมุน สงบ และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นวิวหมอกหนาท่ามกลางขุนเขา, ถนนสายเล็กกลางป่าสีเขียว หรือจุดชมวิวที่มองเห็นภูเขาไกลสุดสายตา — ทุกมุมคือโอกาสทองของนักถ่ายภาพและทุกคนที่อยากเก็บความทรงจำงามๆ ไว้กับตัวนอกจากความงามบนยอดภูรอบอำเภอภูเรือ ยังเต็มไปด้วยสถานที่น่าแวะเยือน ได้แก่ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง สถาปัตยกรรมงดงามกลางธรรมชาติ, วัดป่าห้วยลาด สงบ ร่มรื่น เหมาะพักจิตใจ, บ้านไฮตาก วิถีชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงเสน่ห์ และดงอีมู้ จุดเช็กอินยอดนิยมที่สายธรรมชาติห้ามพลาด ทั้งนี้ อุทยานฯ ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกท่าน ลดการใช้พลาสติก รักษาความสะอาด และดูแลธรรมชาติร่วมกัน เพื่อให้ผืนป่าภูเรือยังคงสวยงามสำหรับทุกคนในวันข้างหน้า"ทะเลหมอกภูเรือ ฤดูฝนนี้ — มีให้เห็นแค่ช่วงนี้เท่านั้น อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ได้มา"(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)(ภาพ : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000044059
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
06/05/2026
เอไอเอ ประเทศไทย โดย นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และนายกมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 ในโอกาสที่เอไอเอ สนับสนุนกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มแก่เยาวชนและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 โดยเอไอเอ ประเทศไทย ได้มอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 6 จำนวน 470 กรมธรรม์ ประกอบด้วยเยาวชน 440 คน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 30 คน ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเยาวชนที่ด้อยโอกาส และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา) มาร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม รวมทั้งการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 9 จังหวัดภาคกลาง จำนวน 320 คน และพื้นที่จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน จำนวน 120 คนทั้งนี้เพื่อเป็นการขานรับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่มีนโยบายเล็งเห็นความสำคัญของการมอบความคุ้มครองขั้นพื้นฐานอย่างประกันอุบัติเหตุให้แก่บุคคลที่มีความจำเป็นและส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยเป็นที่พึ่งอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนทุกระดับ สำหรับกรมธรรม์ที่สนับสนุนนี้จะมีระยะเวลาคุ้มครองนาน 30 วัน ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน กรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยให้เยาวชนและครอบครัวของเยาวชนได้มีความอุ่นใจในขณะที่ต้องเดินทางมาทำกิจกรรมและใช้ชีวิตในพื้นที่ต่างภูมิลำเนา สะท้อนถึงพันธกิจของเอไอเอ ประเทศไทย ในการส่งเสริมความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยในพื้นที่เปราะบาง พร้อมร่วมสร้างสังคมแห่งการเคารพความหลากหลายอย่างเท่าเทียม นำไปสู่สังคมที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน ตอกย้ำนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG) ของเอไอเอ ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ โดยพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดังกล่าว จัดขึ้น ณ สโมสรทหารบก วิภาวดี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การวางแผนทางการเงิน
05/05/2026
นักวางแผนการเงินแนะ 5 แนวทางสร้างรายได้หลังเกษียณ ตั้งแต่สวัสดิการรัฐ บำนาญ ลงทุน 3 ถัง อาชีพเสริม ถึง Reverse Mortgage ชี้ต้องวางแผนล่วงหน้าการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบของประเทศไทย ทำให้ “การวางแผนการเงินหลังเกษียณ” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะในภาวะที่ค่าครองชีพมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ประจำหยุดลง ส่งผลให้การสร้างกระแสเงินสดหลังเกษียณเป็นปัจจัยชี้วัดคุณภาพชีวิตในระยะยาวศุทธวีร์ มงคลสินธุ์ CFP® จากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ระบุว่า การวางกลยุทธ์สร้างรายได้หลังเกษียณควรเริ่มตั้งแต่ช่วงก่อนเกษียณ โดยต้องประเมินทรัพย์สิน หนี้สิน และกระแสเงินสดอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เงินออมไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการใช้ “สวัสดิการภาครัฐ” เป็นฐานรองรับรายได้ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐาน แม้จะไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตทั้งหมด แต่ถือเป็นกลไกสำคัญในการประคองรายได้ขั้นต่ำขณะที่ “บำนาญ” ทั้งจากภาครัฐ ประกันสังคม และประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นอีกเสาหลักของความมั่นคงทางการเงิน เนื่องจากสามารถสร้างกระแสเงินสดระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการมีอายุยืนและเงินออมหมดก่อนเวลาในมิติการลงทุน แนวคิด “เงินสามถัง” (Three-Bucket Strategy) ถูกนำมาใช้บริหารพอร์ตหลังเกษียณอย่างแพร่หลาย โดยแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เงินใช้จ่ายระยะสั้นในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เงินระยะกลางในสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสด และเงินระยะยาวในสินทรัพย์เติบโต เช่น หุ้น เพื่อรักษาความสามารถในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวนอกจากนี้ การสร้างรายได้เสริมหลังเกษียณถือเป็นอีกทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ใช้ประสบการณ์ เช่น ที่ปรึกษา งานสอน งานเขียน หรือการทำธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงการบริหารทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น ปล่อยเช่าบ้าน ทำเกษตร หรือพัฒนาเป็นโฮมสเตย์ ซึ่งช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและลดการพึ่งพาเงินออมเพียงอย่างเดียวอีกเครื่องมือหนึ่งที่เริ่มได้รับความสนใจคือ “Reverse Mortgage” หรือสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเปิดโอกาสให้นำทรัพย์สิน เช่น บ้าน มาแปลงเป็นรายได้รายงวด โดยไม่ต้องขายทรัพย์สินทันที แม้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีผลต่อกรรมสิทธิ์ในระยะยาวภาพรวมสะท้อนว่า การสร้างรายได้หลังเกษียณไม่ใช่เพียงเรื่องของการออม แต่เป็นการ “จัดการทรัพยากรทางการเงินทั้งระบบ” ตั้งแต่รายได้ประจำ สวัสดิการ การลงทุน ไปจนถึงการใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในบริบทของเศรษฐกิจที่ผันผวนและสังคมที่เข้าสู่ยุคสูงวัย การวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ความจำเป็น” เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณมีความมั่นคง และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับฐานเศรษฐกิจhttps://www.thansettakij.com/finance/656780
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันสุขภาพ
05/05/2026
การเลือก “ประกันสุขภาพ” เป็นการตัดสินใจที่มีความสำคัญมาก การเลือกที่ดีและเหมาะสมจะช่วยปกป้องเราและครอบครัวจากความเสี่ยงทางการเงินได้ ในปัจจุบันมีประกันสุขภาพแบบ “เหมาจ่าย” ที่ให้วงเงินค่ารักษาสูงหลักล้านบาทจนถึงหลัก 100 ล้านบาท หากมีประกันเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลวงเงินสูงขนาดนี้แล้ว “ประกันค่าชดเชยโรคร้ายแรง” ยังมีความจำเป็นต้องทำเพิ่มอยู่หรือไม่หากมีงบประมาณที่จำกัด ก็ควรจะให้ความสำคัญกับการทำประกันสุขภาพในส่วนค่ารักษาในโรงพยาบาลก่อน ส่วนการเพิ่มค่าชดเชยโรคร้ายแรงเข้าไปในแผนประกันสุขภาพ อาจพิจารณาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและความต้องการทางด้านการเงินของแต่ละบุคคลในลำดับถัดไป หากมีกำลังในการชำระเบี้ย ก็ควรจะมีทั้งสองแบบ โดยข้อดีของค่าชดเชยโรคร้ายแรงมี ดังนี้“มีเงินเพียงพอ” สำหรับค่ารักษาอย่างต่อเนื่อง“ประกันสุขภาพ” จะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลตามการจ่ายค่ารักษาจริง แต่การรักษาโรคร้ายแรงไม่ได้จบแค่ค่ารักษาที่เกิดขึ้นโรงพยาบาล ยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาส่วนอื่นๆ เพิ่มเข้ามาอีก เช่น ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์การแพทย์ช่วงพักฟื้น ค่าตรวจติดตามกรณีรักษาต่อเนื่อง ค่าบำบัดฟื้นฟู ค่าคนดูแล ถ้ามีค่าชดเชยที่เพียงพอก็จะทำให้ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น“มีเงินก้อน” มาช่วยในการจัดการค่าใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้หากตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคร้ายแรงก็จะได้ “เงินก้อน” มาไว้กับตัวเอง โดยบริษัทประกันจะจ่ายให้เราโดยตรง เพราะถ้าเกิดเป็นโรคที่ทำให้ความสามารถในการทำงานน้อยลงหรือไม่สามารถสร้างรายได้ได้ในช่วงรักษาตัวแล้ว ก็จะมีเงินก้อนมาช่วยในการบริหารค่าใช้จ่ายได้เอง ทั้งพวกค่าใช้จ่ายในครัวเรือนต่างๆ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เป็นต้น และยังช่วยได้มากในเรื่องของการจัดการกระแสเงินสดในช่วงที่ต้องรักษาตัวอีกด้วยการช่วย “บรรเทาความกังวล”โรคร้ายแรงสร้างผลกระทบไม่ใช่แค่กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความกังวล ความเครียดให้กับครอบครัวได้ หากมี “ค่าชดเชยประกันโรคร้ายแรง” ที่เพียงพอ ก็จะช่วย “บรรเทาความกังวล” ในส่วนค่าใช้จ่ายลงได้บ้างทำ “ประกันค่าชดเชยโรคร้ายแรง” ควรมีความคุ้มครองวงเงินเท่าไรการวางแผนเลือก “วงเงินความคุ้มครอง” ให้มีความเหมาะสมนั้น สำคัญมากต่อการวางแผนอนาคตที่มั่นคงทางการเงินให้กับเราและครอบครัว โดยจำนวนวงเงินความคุ้มครองที่แนะนำในปัจจุบัน ควรมีให้มากพอในระดับ 2 - 3 ล้านบาทขึ้นไป • จะได้จัดการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมาได้อย่างสบายใจ นอกจากการรักษาตัวเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายแรงในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมาเมื่อกลับมารักษาตัวที่บ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้ ควรมีสำรองไว้ประมาณปีละ 600,000 – 1,000,000 บาท • โรคร้ายแรงมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูง ควรมีเงินสำรองเผื่อไว้ให้พร้อมไม่ว่าจะเจ็บป่วยกี่ครั้งก็ตาม หากทำเป็นประกันค่าชดเชยโรคร้ายแรงแบบ “เจอ – จ่าย - จบ”ควรพิจารณาทำประกันดังกล่าวด้วยจำนวนเอาประกันภัยที่มากพอที่จะครอบคลุมการกลับมาเป็นซ้ำ หรืออาจพิจารณาประกันค่าชดเชยโรคร้ายแรง ที่คุ้มครองการจ่ายค่าชดเชยให้อีกหากมีการกลับมาเป็นซ้ำ • ไม่สร้างภาระให้คนข้างหลัง สิ่งที่มักกังวลมากที่สุด คือ ความเป็นอยู่ของคนข้างหลัง โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นเสาหลักของบ้าน แค่เจ็บป่วยเล็กๆ ก็กระทบความเป็นอยู่ของคนในบ้านได้แล้ว ยิ่งเกิดเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านย่อมตามมา หากมีค่าชดเชยมากพอ ก็จะมาช่วยอุดรอยรั่วของปัญหาเหล่านี้ให้เราและครอบครัวสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้“การทำ ‘ประกันโรคร้ายแรง’ ควรทำไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ในขณะที่ยังมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อเป็นแผนสำรองที่อาจเป็นประโยชน์มหาศาลในอนาคต ช่วยให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์”“การรักษาโรคร้ายแรง” บางโรค เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่หากในระหว่างทางการรักษานั้น มีทั้งกำลังใจจากคนรอบข้าง หมดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา ไม่ต้องเป็นภาระแก่คนในครอบครัว ก็จะทำให้มีพลังใจมากขึ้นในการรักษาตัวอย่างแน่นอนแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ wealthythaihttps://www.wealthythai.com/en/updates/wealth-management/wealth-ez/30488
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ห้องแสดงนิทรรศการ
05/05/2026
• "มิวเซียมวัดโพธิ์" ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์เดียว แต่เป็นกลุ่มห้องจัดแสดง 5 แห่งที่กระจายตัวอยู่ภายในวัด ทำให้เปรียบเสมือนเป็น "พิกัดลับ" ที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ • จัดแสดงศิลปวัตถุและโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 1,400 รายการ ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ และผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายหลบร้อนไปชมแรร์ไอเท็มในห้องแอร์เย็นๆ ในพิพิธภัณฑ์กันค่ะ‘มิวเซียมวัดโพธิ์’ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดให้ชมกันทุกวันแต่ทำไมเรากลับรู้สึกราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์ลับ เหตุผลอาจเกิดจากมีพิพิธภัณฑ์และห้องจัดแสดงที่แทรกตัวอยู่ในเขตพุทธาวาสและสังฆาวาสกระจายอยู่ 5 แห่ง จากประสบการณ์ที่เดินหาจนหลงทางมาแล้ว จึงอยากรวบรวมพิกัด ‘มิวเซียมวัดโพธิ์’ เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รับรู้กันโดยทั่วไป‘มิวเซียมวัดโพธิ์’ ประกอบไปด้วยห้องจัดแสดงอยู่ 5 แห่ง ได้แก่ • พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติหกรอบ ร.9 ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินอาคารหอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต.ในบริเวณสังฆาวาส เปิดให้เข้าชม 08.30-16.30 น. • ห้องจัดแสดงเครื่องถ้วยและเครื่องแก้ว อยู่ในศาลาพระมณฑปด้านทิศตะวันตกเปิดให้เข้าชม 08.00-18.30 น. • พิพิธภัณฑ์นวดไทย อยู่ภายในพระวิหารขาวและศาลาพระมณฑปด้านทิศใต้ เปิดให้ชม 08.00-17.00 น. • พิพิธภัณฑ์เครื่องมุก อยู่ในพระวิหารทิศใต้ (พระปัญจวัคคีย์) เปิดให้เข้าชม 08.00-17.00 น. • พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล อยู่ในพระวิหารทิศตะวันตก(พระนาคปรก) เปิดให้ชม 08.00 -17.00 น.พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติหกรอบ ร.9เครื่องแก้วเจียระไนเริ่มต้นที่ไหนดี ไม่มีข้อจำกัดสามารถเลือกชมได้ตามความสนใจ แต่ถ้าต้องการเห็นภาพรวมทั้งหมดแนะนำให้ไปที่ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติหกรอบ ร.9 ในอาคารหอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต.ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสังฆาวาสเป็นลำดับแรกหอสมุดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จึงมีอักษรย่อว่า ว.ผ.ต. ปัจจุบันนอกจากจะเป็นห้องสมุด ห้องประชุม และสำนักงานแล้ว บริเวณชั้นใต้ดินยังเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุล้ำค่าของวัดโพธิ์ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ และผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย ได้แก่ เครื่องลายคราม เครื่องประดับมุก เครื่องเบญจรงค์ และเครื่องแก้วเจียระไน เป็นต้นฝาบาตรประดับมุกมีลวดลายเป็นตราประจำรัชกาลที่ 5กล่องที่ระลึกในงานพระเมรุสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าศิริราชกุธภัณฑ์พระภาณุพงศ์ ฐานิสฺสรธีโร กรรมการแผนกพิพิธภัณฑ์ วัดโพธิ์ กล่าวถึงพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่าเปรียบเสมือนคลังเก็บสมบัติล้ำค่าของวัดที่มีจำนวนมากว่า 1,400 รายการ สำหรับศิลปวัตถุชิ้นสำคัญที่ไม่อยากให้พลาดชมนั้น ได้แก่ ฝาบาตรประดับมุกและเชิงบาตรประดับมุก ศิลปะรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2416) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้ทำขึ้นเพื่อพระราชทานพระราชาคณะ เมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฝาบาตรประดับมุกมีลวดลายเป็นตราประจำรัชกาลกล่องที่ระลึกในงานพระเมรุสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าศิริราชกุธภัณฑ์ กล่องกระเบื้องที่สั่งทำจากยุโรป ไข่นกกระจอกเทศ ที่ได้รับพระราชทานมาจากรัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประพาสยุโรปไข่นกกระจอกเทศ“พระองค์ทรงนำมาถวายเจ้าอาวาส ถือว่าเป็นของแปลกของสยามในสมัยนั้น” พระภาณุพงศ์ ฐานิสฺสรธีโร อธิบาย“ส่วนเครื่องแก้วเจียระไนมาจากยุโรปเช่นเดียวกัน ความน่าสนใจ คือ จากที่เคยเป็นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในวัฒนธรรมตะวันตก เมื่อมาอยู่ในสังคมไทยได้ปรับเปลี่ยนเครื่องแก้วให้เป็นเครื่องนมัสการ เช่น แก้วทรงกลมใหญ่ หรือ แจกันทรงเตี้ย นำมาใช้เป็นประถางธูป ถ้วยแก้วสำหรับวางไข่ลวกนำมาใช้วางพุ่มเทียน โถใส่ลูกกวาดเรานำมาจัดดอกไม้บูชาพระ อย่างนี้เป็นต้น”เครื่องแก้วเจียระไนจากยุโรปโถแก้วบรรจุน้ำดื่มนอกจากเครื่องแก้วเจียระไนแล้ว ยังมีโถแก้วบรรจุน้ำพร้อมจอกเล็กๆจัดเรียงกันอยู่เป็นจำนวนมาก กรรมการแผนกพิพิธภัณฑ์ กล่าวว่า “เดิมเป็นโถบรรจุน้ำสำหรับพระเวลาสวดมนต์แล้วเกิดกระหายน้ำ มีจอกเล็กๆใช้สำหรับดื่มน้ำ เป็นของที่คนนิยมนำมาถวายวัด ปัจจุบันเวลาพระสวดปาฏิโมกข์ จะมีโถน้ำตั้งอยู่ด้วย”ในส่วนของเครื่องลายครามแบ่งออกเป็นงานประติมากรรม เช่น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (กวนอิม) เทพเจ้า เซียน งานตกแต่งเครื่องโต๊ะ เช่น ตุ๊กตารูปกวาง กลองจำลอง กระบี่จำลอง รวมไปถึงและเครื่องถ้วยต่างๆจำนวนมากที่สามารถตามไปชมกันต่อได้ที่ ห้องจัดแสดงเครื่องถ้วยและเครื่องแก้ว อยู่ในศาลาพระมณฑปด้านทิศตะวันตกกระบี่ลายครามจำลองเครื่องถ้วยลายครามจัดแสดงที่ศาลาพระมณฑปด้านทิศตะวันตกทั้งหมดนี้เป็นเพียงไฮไลท์ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้เห็นภาพรวมของโบราณวัตถุและศิลปวัตถุของวัดโพธิ์ ที่ชวนให้เราไปตามชมภาคต่อกันได้ในพิพิธภัณฑ์ย่อยอีก 4 แห่ง ที่อยู่ในเขตพุทธาวาสห้องจัดแสดงเครื่องถ้วยและเครื่องแก้ว อยู่ในศาลาพระมณฑปด้านทิศตะวันตกมิวเซียมวัดโพธิ์ทั้ง 5 แห่ง เปิดให้เข้าคนไทยได้เข้าชมฟรี คำแนะนำมีเพียงอย่างเดียว คือ ควรวางแผนเรื่องเวลาให้ดี เพราะแต่ละที่ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ รวมทั้งเผื่อเวลาหลงทางไว้ด้วยพิกัดลับเปิดแล้ว ขอให้มิวเซียมวัดโพธิ์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รับทราบกันโดยทั่วกันปักหมุด : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ท่าเตียน ถนนสนามไชย กทม.เฟซบุ๊ก : Museum Wat Pho – มิวเซียมวัดโพธิ์เครื่องถ้วยเครื่องโต๊ะแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/art-living/1232153
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ท่องเที่ยว
05/05/2026
ไปชมวัดเก่าแก่แห่งเมืองสิงห์บุรี “วัดไทร อินทร์บุรี” ที่โดดเด่นด้วยโบสถ์หลังเก่าที่มีรากต้นไทรปกคลุมอยู่โดยรอบ ทั้งให้ร่มเงาและยึดตัวโบสถ์เอาไว้ นับเป็นความงดงามที่เกิดจากเส้นสายของธรรมชาติ“อินทร์บุรี” เป็นชื่อของอำเภอหนี่งในจังหวัดสิงห์บุรี แม้จะเป็นอำเภอในจังหวัดเล็กๆ ของภาคกลาง แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีก็พบว่าเคยมีชุมชนโบราณอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยทวารวดี โดยมีการพบโบราณวัตถุหลายชนิดที่แหล่งโบราณคดีบ้านคูเมือง (ต.ห้วยชัน อ.อินทร์บุรี) และเมืองอินทร์บุรีก็ถือเป็นชายแดนทางเหนือของอาณาจักรอยุธยาในช่วงต้น ซึ่งวัดเก่าแก่ที่ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ก็มีบางส่วนที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาดังเช่นที่ “วัดไทร” (ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี) อีกหนึ่งวัดเล็กๆ ที่มีความเป็นมายาวนาน แม้จะซ่อนตัวอยู่ในชุมชน แต่วัดแห่งนี้ก็มึ่วามน่าสนใจไม่น้อย“วัดไทร” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมชื่อว่า “วัดทะยาน” วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา คาดว่า “ทะยาน” เป็นการกร่อนมาจากคำว่า “ท้ายย่าน” เมื่อเวลาผ่านไปนับร้อยปีต้นโพธิ์ต้นไทรก็เริ่มเติบโตขึ้นปกคลุมทั่วทั้งโบสถ์ที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาว จนกระทั้งหลังคาได้พังลงไป ต้นไม้เหล่านี้ก็ได้ทำหน้าที่ให้ร่มเงาแก่พระอุโบสถหลังนี้แทนมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าเคยมีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาพบวัดร้างแห่งนี้ เห็นว่าบริเวณโดยรอบมีต้นไทรขึ้นอยู่หนาแน่น จึงบอกให้ชาวบ้านเปลี่ยนชื่อเป็นวัดไทรความพิเศษของวัดนี้ก็คือ บริเวณโบสถ์จะมีรากต้นโพธิ์ต้นไทรยึดกำแพงโบสถ์ไว้โดยรอบ ส่วนอื่นๆ ของวัดอย่างพวกศาลาก็น่าจะพังทลายลงน้ำไปแล้ว ตัวโบสถ์เป็นโบสถ์เก่าที่ชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์มหาอุด คือเป็นโบสถ์ที่มีประตูเข้าออกทางเดียว ภายในประดิษฐาน “หลวงพ่อขาว” หรือ “หลวงพ่อทะยาน” แต่ปัจจุบันเรียกกันว่า “หลวงพ่อวัดไทร” ผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่นเล่าวว่า แต่แรกนั้นองค์พระประธานปั้นปูนหุ้มทอง ต่อมาโดนสุมไฟหลอมเอาทองออกไปเหลือแต่ปูนด้านใน เศียรขององค์พระก็ถูกตัดออกไป ต่อมาชาวบ้านช่วยกันเรี่ยไรเงินมาบูรณะต่อเศียรพระพุทธรูปโบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันนี้สามารถตั้งอยู่ได้ด้วยรากของต้นโพธิ์ต้นไทรที่พยุงไว้โดยรอบ หากเดินดูรอบๆ ก็จะเห็นว่ามีต้นไทรอยู่ที่มุมของโบสถ์ มีรากเลื้อยคลุมโบสถ์ไว้ทั้งสี่ด้าน ในอดีตเคยมีคนจะเข้ามาบูรณะหลังคาโบสถ์ แต่เมื่อลงมือทำก็มีฟ้าผ่า และมีคนฝันว่าองค์พระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์นั้นบอกไม่ให้สร้างหรือดัดแปลงใดๆ ตัวโบสถ์จึงมีลักษณะอย่างที่เห็นในปัจจุบันแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000041919
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ประกันชีวิต
30/04/2026
ฮ่องกง, 30 เมษายน 2569 – กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) ประกาศผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตขึ้นร้อยละ 13 คิดบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (CER) สำหรับไตรมาสแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569อัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่: • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 13 อยู่ที่ 1,757 ล้านเหรียญสหรัฐ • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 22 โดยไม่นับรวมประเทศไทย • เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อยู่ที่ 3,152 ล้านเหรียญสหรัฐ • อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 56.0นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า“เอไอเอสามารถรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งจากปี 2568 มาสู่ไตรมาสแรกของปี 2569 ได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 หากไม่รวมประเทศไทย ซึ่งมีฐานการเติบโตในปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษตามที่ได้มีการสื่อสารไว้ก่อนหน้านี้ ผลการดำเนินงานของเรามีความแข็งแกร่งในทุกลุ่มธุรกิจที่รายงานยกเว้นประเทศไทย สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้ทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจของเอไอเอ ขณะเดียวกัน ตลาดหลักสองแห่งของเรา ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง สามารถสร้างการเติบโตที่ยอดเยี่ยมได้ถึงมากกว่าร้อยละ 20 ในไตรมาสแรกนี้“ในฐานะผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย เอไอเอมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านการให้ความคุ้มครอง สุขภาพ การออม และผลิตภัณฑ์เพื่อการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ โดยอาศัยจุดแข็งเชิงการแข่งขันของกลุ่มบริษัทในด้านแบรนด์ ช่องทางการขาย การให้บริการ และเทคโนโลยี ความสามารถของเราในการสร้างธุรกิจใหม่ที่มีคุณภาพสูงและให้ผลกำไรอย่างสม่ำเสมอ ผสานกับกำไรจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของผลกำไรและกระแสเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา ทั้งนี้ ภายใต้นโยบายการบริหารจัดการเงินทุนของเอไอเอ ทางกลุ่มบริษัทได้เริ่มดำเนินการซื้อหุ้นคืนภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569“เอไอเอดำเนินธุรกิจอยู่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์การเติบโตอย่างมุ่งมั่น ควบคู่กับจุดแข็งทางการแข่งขันที่โดดเด่นของเรา จะยังคงสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป”บทสรุปไตรมาสที่ 1เอไอเอประสบความสำเร็จในการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 คิดเป็นมูลค่า 1,757 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 โดยทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรธุรกิจของเราต่างมีส่วนช่วยให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตขึ้นเอไอเอ ประเทศจีน ยังคงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากครึ่งหลังของปี 2568 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 26 จากผลงานที่แข็งแกร่งอย่างมากของทั้ง ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านธนาคารที่คัดเลือกอย่างมีกลยุทธ์ แม้ความต้องการของผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์ระยะยาวจะอยู่ในระดับสูง แต่การที่เรามุ่งเน้นให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในด้านความต้องการทางการเงินอย่างครอบคลุม ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ จากผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตในไตรมาสแรกโปรแกรมพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของเอไอเอ ประเทศจีน การสรรหาตัวแทนใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างแข็งแกร่งโดยมีจำนวนตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 นอกจากนี้ เรายังเห็นการสร้างผลงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากทั้งตัวแทนใหม่และตัวแทนเดิมของเรา เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568 เรายังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างยอดเยี่ยมจากในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ ๆ ที่เอไอเอได้เข้าไปดำเนินธุรกิจตั้งแต่ 2562 ซึ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ปี 2573 ได้อย่างมั่นคงเอไอเอ ฮ่องกง สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกไตรมาส โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ถึงร้อยละ 21 โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งกลุ่มลูกค้าในประเทศและกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ครอบคลุมทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หลักของเราที่เปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว เราเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) และช่องทาง โบรกเกอร์ของเอไอเอ มีการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สี่ของปี 2568เอไอเอ ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ ลดลงร้อยละ 18 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เนื่องจากฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2567 พบว่ามูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39 แม้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสแรกของปี 2569 แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit Linked) ได้ช่วยผลักดันให้เบี้ยประกันรับปีแรก (ANP) เติบโตขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิของมูลค่าธุรกิจใหม่ยังคงสูงกว่าร้อยละ 90เอไอเอ สิงคโปร์ รายงานมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในเชิงบวก เมื่อเปรียบเทียบกับฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยทั้งช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร และที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงโบรกเกอร์ ต่างสร้างการเติบโตมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่มีสินทรัพย์สุทธิสูง (High Net Worth)เอไอเอ มาเลเซีย มีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นในระดับเลขหลักเดียวที่สูงในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนช่องทางตัวแทนและช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร เรายังคงเห็นการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย โดยมีจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานรวมถึงตัวแทนที่มีคุณภาพสูงและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2569ตลาดอื่น ๆ รายงานการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในทิศทางที่เป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งสามารถชดเชยบางส่วนจากการชะลอตัวในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ขณะเดียวกัน Tata AIA Life ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของกลุ่มในประเทศอินเดีย ยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างโดดเด่น สำหรับงวดสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569โดยรวมแล้ว เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อยู่ที่ 3,152 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ร้อยละ 56.0 สำหรับอัตรากำไรเมื่อคำนวณบนฐานมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) ยังคงทรงตัวที่ร้อยละ 11 ในขณะที่รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 อยู่ที่ 14,865 ล้านเหรียญสหรัฐความคืบหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐตามนโยบายการบริหารเงินทุนของกลุ่มบริษัท ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินรวม 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับการประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา ภายหลังจากการเริ่มต้นโครงการ บริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นสามัญคืนสะสมรวมทั้งสิ้น 56.7 ล้านหุ้น จนถึงวันซื้อขายหลักทรัพย์วันสุดท้ายก่อนการประกาศนี้ (คือวันที่ 29 เมษายน 2569) โดยมีมูลค่ารวมที่ชำระแล้ว (ไม่รวมค่าใช้จ่าย) ประมาณ 4,806 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือคิดเป็นประมาณ 614 ล้านเหรียญสหรัฐภาพรวมแม้สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันจะส่งผลให้ตลาดทุนโลกมีความผันผวน แต่ปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย อาทิ โครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวย รายได้ที่เพิ่มขึ้น ระดับการเข้าถึงประกันภัยภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความคุ้มครองด้านสวัสดิการสังคมที่ยังมีอยู่อย่างจำกัด ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ก่อให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันของเราอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว แนวโน้มการดำเนินธุรกิจของเอไอเอมีความโดดเด่นอย่างยิ่ง จากความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง การกระจายตัวของธุรกิจในหลายพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้างที่ทรงพลังของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพในเอเชีย การจัดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเราได้เอื้อให้เราได้รับโอกาสสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่มีกำไร ซึ่งจะส่งผลให้มีรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างผลกำไรส่วนเกิน และมูลค่าผู้ถือหุ้นที่มากขึ้นอีกด้วยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเอไอเอได้รับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่ในสกุลเงินท้องถิ่น และมีการบริหารจัดการให้สินทรัพย์และหนี้สินในแต่ละประเทศที่มีความสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ในการรายงานผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท จะเกิดผลกระทบจากการแปลงสกุลเงิน เนื่องจากรายงานเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจึงได้นำเสนออัตราการเติบโตและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานบนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Exchange Rates: CER) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นเพื่อสะท้อนภาพผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
09/09/2024
29/04/2024
21/06/2024
06/06/2024
01/11/2024