คลังความรู้

Everyday knowledge for you

ประกันชีวิต

เอไอเอ เผยผลงานวิจัย ทัศนคติการเหมารวมด้านสุขภาพที่ฝังรากลึกกำลังส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในภูมิภาคเอเชีย

11/02/2026

ฮ่องกง, 11 กุมภาพันธ์ 2026 – กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“เอไอเอ” หรือ “กลุ่มบริษัท”) เผยผลวิจัยล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่าทัศนคติการเหมารวมเรื่องสุขภาพทั้งทางกาย จิตใจ และการเงินที่ฝังรากลึกในสังคมนั้น ส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในภูมิภาคเอเชีย ผลงานวิจัย(1) ครอบคลุมประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง(2)  สิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 100 ล้านโพสต์บนโซเชียลมีเดียและคอนเทนต์ออนไลน์ ร่วมกับการสำรวจกลุ่มตัวอย่างโดยตอบแบบสอบถาม จำนวน 2,100 คนงานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจว่าทัศนคติการเหมารวมเรื่องสุขภาพที่ฝังรากลึกนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ถูกหล่อหลอมและกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ผลงานวิจัยเผยให้เห็นว่าความคาดหวังที่ยึดติดเกี่ยวกับความแข็งแรงของร่างกาย การดูแลสุขภาพจิตใจ ความมั่งคั่ง และบทบาทความรับผิดชอบต่อครอบครัว ความคาดหวังเหล่านี้ยังคงสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อผู้คน ทั้งยังส่งผลต่อการรับรู้คุณค่าของตนเอง การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงวิธีที่ผู้คนเหล่านี้ใส่ใจการดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของตนเองอย่างไรประเด็นสำคัญจากผลวิจัย ได้แก่:  •  69% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าการรักษาความแข็งแรงของร่างกายต้องอาศัยวินัยอย่างเคร่งครัดแบบไม่มีการผ่อนปรน  •  59% เชื่อว่าการพัฒนาสุขภาพให้ดีขึ้นจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  •  57% รู้สึกว่าการจะได้รับการยอมรับ ต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองและหลีกเลี่ยงการแสดงความอ่อนแอ  •  63% มีทัศนคติเชิงลบต่อการเหมารวมด้านสุขภาพทางการเงิน ขณะที่ 41% มองว่าคุณค่าของบุคคลถูกผูกกับความสำเร็จทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ชาย  •  ผู้ที่มีความเป็นอยู่ที่ดีเท่านั้นที่มักจะมองแบบแผนเหล่านี้เป็นแรงจูงใจและแรงผลักดัน แต่สำหรับผู้ที่มีความเป็นอยู่ที่ด้อยกว่ากลับรู้สึกว่าเป็นแรงกดดันที่ยิ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตนเอง และส่งผลต่อการลงมือดูแลสุขภาพของตนเองที่ล่าช้าลงสจ๊วต เอ. สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “ข้อมูลชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปัญหาด้านสุขภาพของเอเชียไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางการแพทย์อีกต่อไป แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมและวัฒนธรรมด้วย ขณะเดียวกันโรคที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังคงเพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค ทัศนคติแบบเหมารวมที่ฝังรากลึกเกี่ยวกับการมีสุขภาพที่ดี ความสำเร็จทางการเงิน และสุขภาพจิต ต่างเป็นปัจจัยที่ค่อย ๆ บั่นทอนการป้องกันโรค ทำให้รับการสนับสนุนล่าช้า และนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่แย่ลง“ด้วยการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวนี้ เป้าหมายของเราคือการผลักดันให้ผู้คนได้ตั้งคำถามต่อความเชื่อที่จำกัดความคิด ท้าทายภาพลักษณ์ด้านสุขภาพที่ถูกนำเสนอ และตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวมของตนเองอย่างรอบรู้มากขึ้น เราเชื่อว่าการช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นนั้น จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องราวที่หล่อหลอมพฤติกรรมในชีวิตประจำวันตั้งแต่แรกเริ่ม”เอไอเอ เปิดตัว Rethink Healthy แคมเปญถัดไป เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จากข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ เอไอเอ จึงได้เปิดตัว Rethink Healthy แคมเปญถัดไป โดยได้ออกภาพยนตร์โฆษณาใหม่ทั้งสิ้น 3 เรื่อง ซึ่งนำเสนอแรงกดดันที่ซ่อนเร้นในชีวิตของผู้คนให้ได้เห็นภาพที่ชัดเจน ประกอบด้วย  •  ลูกชายที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Son) – เรื่องราวที่พาให้เราค้นหาความท้าทายด้านสุขภาพจิตที่เกิดจากความคาดหวังเกี่ยวกับความสำเร็จ ความแข็งแกร่ง และหน้าที่ของครอบครัว  •  แม่และลูกสาว (Mother & Daughter) – เรื่องราวที่เน้นให้เห็นว่านิยามแคบ ๆ ของคำว่า 'สุขภาพดี' และอุดมคติเรื่องรูปร่างหน้าตา สามารถส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูกโดยไม่ตั้งใจได้อย่างไร  •  คนรักสันโดษ (Lone Wolf) – เรื่องราวความท้าทายต่อความเชื่อที่ว่าการออกกำลังกายอย่างหนักเท่านั้นจึงจะได้ผล โดยแสดงให้เห็นว่าเราสามารถปรับมุมมองเรื่องความสุขและการเคลื่อนไหวร่างกายให้เหมาะกับทุกช่วงวัยของชีวิตได้ทั้งนี้ เพื่อทำให้แคมเปญทรงพลังยิ่งขึ้น เอไอเอจึงได้รวบรวมครีเอเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์จากทั่วภูมิภาคมาร่วมประชุมเพื่อบอกเล่าเรื่องการดูแลสุขภาพอย่างมีความรับผิดชอบ และร่วมกันวิเคราะห์ถึงแบบแผนความคิดเดิม ๆ ว่าส่งผลต่อเนื้อหาอย่างไร พร้อมกับร่วมกันสร้างสรรค์แนวทางเพื่อส่งเสริมการสนทนาเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีอย่างครอบคลุมและจริงใจมากขึ้นบนโลกออนไลน์แคมเปญทั้งหมดนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเอไอเอ เพื่อสนับสนุนผู้คนทั่วเอเชียให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของเอไอเอ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจและการมีส่วนร่วมกับผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนภายในปี 2573รับชมภาพยนตร์โฆษณา Rethink Healthy ชุดใหม่ได้ทางสื่อออนไลน์ของเอไอเอทุกช่องทาง หรือคลิก https://www.facebook.com/share/r/1G3MukYwL9/ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AIA Rethink Healthy Asia Report 2026.pdfหมายเหตุ:(1) AIA Rethink Healthy Asia Report 2026. (2) ฮ่องกง หมายถึงการดำเนินงานในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

Gen Z ลูกคนเดียว กับภาระทางการเงินที่รออยู่ ในวันที่พ่อแม่อายุยืนขึ้น

09/02/2026

การเงินในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ยิ่งในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้คนอายุยืนขึ้น และเงินเฟ้อไม่เคยใจดีกับเรา การคุยกันให้ชัดตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ที่ครอบครัวจะให้กันได้—ก่อนที่ภาระจะหนักเกินไปสำหรับใครคนใดคนหนึ่งภาระที่ไม่ได้เลือก…เลี่ยงไม่ได้ แต่ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ ถ้าเริ่มคุยกันตั้งแต่วันนี้ ในวันที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” อย่างเต็มตัว คำว่า อายุยืน อาจฟังดูเหมือนข่าวดีแต่สำหรับใครบางคน—โดยเฉพาะ “ลูกคนเดียว”— มันอาจมาพร้อมกับคำถามที่ทำให้หนักใจขึ้นทุกปีว่า “เราจะดูแลทั้งหมดนี้ไหวไหม”อายุยืนขึ้น ≠ ภาระน้อยลงวันนี้คนไทยมีอายุเฉลี่ยยืนขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ค่าครองชีพ ค่ารักษาพยาบาล และเงินเฟ้อ ก็วิ่งนำหน้าไปไกลไม่แพ้กัน ลูกหนึ่งคน ต้องดูแลพ่อแม่สองคน (และอาจมากกว่านั้น ในกรณีบางครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางแล้วต่างฝ่ายก็มีคู่ชีวิตใหม่) โดยเฉพาะในครอบครัวที่พ่อแม่ ไม่ได้เตรียมความพร้อมทางการเงิน ไม่ได้วางแผนเกษียณมาเพราะในยุคของเขา ความรู้ทางการเงินอาจไม่ได้เข้าถึงง่ายหรือถูกพูดถึงมากเหมือนยุคนี้การทำงานหนัก = ความมั่นคง และ การทุ่มเทให้กับ “ลูก” เป็นส่วนสำคัญของชีวิต จนอาจลืมวางแผนเกษียณให้ตัวเองลูกคนเดียว…กับภาระที่ไม่มีใครช่วยแชร์ในครอบครัวที่มีพี่น้อง ภาระอาจถูกแบ่งเป็นส่วน ๆ แต่สำหรับลูกคนเดียว ภาพมันต่างออกไป  •  การเงิน  •  การตัดสินใจ  •  การดูแล  •  ความกังวลทุกอย่างมาหยุดที่คนคนเดียว และบางครอบครัวลูกคนเดียวอาจเจอ jackpot ของชีวิต ต้องดูแลผู้สูงวัย ถึงหกคน พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่อายุยืนขึ้นพร้อม ๆ กัน นี่ไม่ใช่เรื่องดราม่า แต่เป็น “โจทย์ชีวิตจริง” ที่กำลังเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ (แม้พวกท่านจะเตรียมเงินวางแผนเกษียณ แต่การจัดการเรื่องต่างๆ ก็ยังมีโอกาสตกมาเป็นหน้าที่ของลูกคนเดียวอยู่ดี)ภาระที่หนักขึ้น…อาจไม่ได้เกิดจากรายได้น้อย แต่เกิดจาก “การไม่เคยคุยกัน”สิ่งที่ทำให้ลูกหลายคนเหนื่อยที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี แต่คือความ “ไม่ชัดเจน” พ่อแม่มีเงินเกษียณพอไหม มีหนี้หรือภาระอะไรที่ยังไม่เคยเล่า ถ้าวันหนึ่งเจ็บป่วยหนัก จะเอาเงินจากไหน ลูกควรเตรียมตัวแค่ไหน ถึงจะเรียกว่า “พอ”คำถามเหล่านี้มักไม่เคยถูกพูดคุยกันตรงๆ เพราะกลัวทำให้ใครไม่สบายใจ กลัวดูเหมือนอกตัญญู หรือกลัวความจริงที่ทุกคนยังไม่พร้อมรับ แต่การไม่คุยคือสิ่งที่ทำให้ภาระ “หนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างเงียบ ๆ” รอวันที่สายเกินไป หาทางแก้ไขไม่ทันเมื่อพ่อแม่ไม่ได้วางแผนเกษียณชีวิตลูกก็อาจต้องหยุดแผนชีวิตของตัวเอง ลูกหลายคนอยากดูแลพ่อแม่ แต่.. ต้องแลกมาด้วย  •  การชะลอแผนการมีครอบครัวของตัวเอง   •  การเลื่อนแผนซื้อบ้านของตัวเอง  •  การเก็บเงินเพื่ออนาคตของตัวเองที่ช้าลง  •  หรือความเครียดเรื้อรังที่ไม่มีใครเห็นภาระทางการเงิน มักพ่วงมาด้วยภาระทางใจ โดยเฉพาะเมื่อลูกต้องเป็น “เสาหลัก” โดยไม่มีทางเลือกประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือเรื่องของ “ทั้งครอบครัว”การดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่หน้าที่ของลูกเพียงฝ่ายเดียว และไม่ควรเป็นเรื่องที่ลูกต้องแบกโดยลำพัง สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการ รีเช็คภาพรวม และเริ่มคุยกันอย่างตรงไปตรงมา  •  คุยกันเรื่องทรัพย์สินและภาระที่มี  •  คุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต  •  คุยกันเรื่องบทบาทของแต่ละคน  •  คุยกันด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ความกลัวหรือกล่าวโทษกันการคุยกันวันนี้ อาจไม่ทำให้ทุกอย่างเบาขึ้นทันที แต่จะช่วยไม่ให้มัน “หนักเกินไป” ในวันข้างหน้าคำถามชวนคิด สำหรับลูกคนเดียว (และครอบครัว)  •  ถ้าวันหนึ่งพ่อแม่ต้องพึ่งพาเราเต็มที่ เราพร้อมแค่ไหน—ทั้งเงินและใจ  •  เราเคยคุยเรื่องนี้กันจริง ๆ หรือยัง หรือแค่หวังว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน”  •  ถ้าไม่เริ่มวางแผนวันนี้ ภาระในอีก 10–20 ปีข้างหน้า จะหน้าตาเป็นอย่างไรการเงินในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งยิ่งในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้คนอายุยืนขึ้น และเงินเฟ้อไม่เคยใจดีกับเราการคุยกันให้ชัดตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ที่ครอบครัวจะให้กันได้—ก่อนที่ภาระจะหนักเกินไปสำหรับใครคนใดคนหนึ่งแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์https://www.thairath.co.th/money/experts_pool/columnist/2912840

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ยกผลงานศิลปะอดีตนายกฯ ชวน และเจ้าสัวบุญเกียรติ ไว้ในงาน “Art Speaks One Language”

09/02/2026

เปิดไฮไลต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในนิทรรศการ “Art Speaks One Language” ชวนชมผลงานศิลปะของอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย และ เจ้าสัว บุญเกียรติ โชควัฒนา ระหว่างวันที่ 10-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องไปรษณีย์นฤมิต ไปรษณีย์กลางบางรัก เดินทางสะดวกด้วย BTS สะพานตากสินนิทรรศการ Art Speaks One Language: ศิลปะภาษาเดียวกัน ชวนสัมผัสนิทรรศการศิลปะไม่ธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่ง “ความเท่าเทียม” ที่ให้ศิลปะทำหน้าที่เป็นภาษาสากล เชื่อมโยงผู้คนโดยไม่จำกัดวัย ความสามารถ หรือความแตกต่างทางร่างกาย ถ่ายทอดผลงานจากทั้งศิลปินทั่วไป และศิลปินเด็กพิเศษ อาทิ เด็กออทิสติก ผู้พิการทางการได้ยิน และผู้พิการทางสายตาพบกับไฮไลท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยงานนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจากอดีตนายกรัฐมนตรี “ชวน หลีกภัย” ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานด้านทัศนศิลป์ ประจำปี 2566 จากกระทรวงวัฒนธรรม นำผลงานภาพ “เด็กน้อยบนตักแม่ชาวเล” บันทึกความงดงามของวิถีชีวิตเรียบง่ายบนเกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา มาร่วมจัดแสดง เคียงคู่กับผลงานภาพ “ครุฑ” อันทรงคุณค่า สะท้อนพลัง ความศรัทธา และอัตลักษณ์ของศิลปะไทยร่วมสมัย จากเจ้าสัว “บุญยเกียรติ โชควัฒนา” ประธานกรรมการและกรรมการ เครือสหพัฒน์เตรียมตัวไปเสพงานศิลป์ เติมแรงบันดาลใจ ท่ามกลางรอยยิ้มและความเข้าใจ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนศักยภาพของศิลปินทุกคน เพื่อสร้างสังคมที่โอบรับความแตกต่างอย่างยั่งยืน ในนิทรรศการ Art Speaks One Language พื้นที่ที่ศิลปะ “พูดภาษาเดียวกัน” เข้าชมฟรี! ระหว่างวันที่ 10-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องไปรษณีย์นฤมิต ไปรษณีย์กลางบางรัก เดินทางสะดวกด้วย BTS สะพานตากสินแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000011216

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

รู้ไว้ไม่โป๊ะ! มารยาทบนโต๊ะอาหารที่ควรรู้ในแต่ละชาติ

09/02/2026

มารยาทบนโต๊ะอาหารแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม การเรียนรู้ข้อควรปฏิบัติช่วยให้กินอาหารอย่างสุภาพ ไม่เสียมารยาท และสร้างความประทับใจต่อเจ้าภาพและเพื่อนร่วมโต๊ะมารยาทบนโต๊ะอาหารในประเทศไทยคนไทยเน้นการกินอย่างสุภาพและเคารพผู้อื่น  •  ห้ามใช้ช้อนส้อมเขี่ยอาหารเข้าปากโดยตรง  •  ห้ามพูดเสียงดังหรือหัวเราะเสียงดังขณะกิน  •  เวลากินข้าวร่วมกับผู้อื่น ควรตักอาหารแบ่งให้คนอื่นก่อน  •  การตักอาหารเข้าปากควรใช้ช้อนส้อม ไม่ใช้มือโดยตรงมารยาทบนโต๊ะอาหารในญี่ปุ่นญี่ปุ่นมีธรรมเนียมละเอียดและเน้นความเรียบร้อย  •  ก่อนเริ่มกินควรกล่าวคำว่า "itadakimasu" (อิตะดะคิมัส) เพื่อแสดงความขอบคุณ  •  การใช้ตะเกียบต้องถูกวิธี ห้ามเสียบตะเกียบตั้งตรงในข้าว เพราะเป็นสัญลักษณ์งานศพ  •  ห้ามส่ายตะเกียบไปมา หรือชี้คนอื่นด้วยตะเกียบ  •  ห้ามเลียตะเกียบหลังใช้ และห้ามใช้ตะเกียบของตัวเองคีบอาหารใส่จานร่วมมารยาทบนโต๊ะอาหารในจีนจีนมีธรรมเนียมการแบ่งอาหารและแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่  •  รอให้ผู้สูงอายุเริ่มรับประทานก่อน  •  ใช้ตะเกียบอย่างสุภาพ และไม่ควรกดลงบนจานคนอื่น  •  การเหลืออาหารบนจานถือว่าไม่สุภาพในบางพื้นที่ ควรตักอาหารให้หมดตามความเหมาะสม  •  การพูดคุยควรทำเสียงเบา ๆ และไม่ยกเสียงหัวเราะดังเกินไปมารยาทบนโต๊ะอาหารในฝรั่งเศสฝรั่งเศสเน้นการใช้ช้อนส้อมและการจัดวางอาหาร  •  วางมือบนโต๊ะระหว่างมื้อ แต่ไม่วางศอก  •  ไม่เริ่มกินจนกว่าเจ้าภาพเริ่ม  •  การดื่มไวน์ ควรถือแก้วจากก้านแก้ว และไม่ยกดื่มพร้อมกับกัดอาหารมารยาทบนโต๊ะอาหารในอินเดียอินเดียบางภูมิภาคนิยมใช้มือขวากินอาหาร  •  ก่อนเริ่มต้องล้างมือให้สะอาด  •  ใช้มือขวาในการตักอาหารเท่านั้น มือซ้ายถือว่าไม่สะอาด  •  ห้ามตักอาหารให้ผู้อื่นโดยตรง ต้องใช้ช้อนกลาง  •  เวลากินควรใช้ปลายนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง คีบอาหารเข้าปากมารยาทบนโต๊ะอาหารในตะวันตกประเทศยุโรปและอเมริกาเหนือเน้นความสุภาพและการจัดวางช้อนส้อม  •  เวลาหยุดกินให้วางช้อนส้อมในตำแหน่งพัก  •  เวลาสิ้นสุดมื้อให้วางช้อนส้อมขนานบนจาน  •  ห้ามพูดโทรศัพท์หรือเล่นมือถือบนโต๊ะเวลากินอาหารร่วมกับผู้อื่น ควรเคารพพื้นที่ส่วนตัวและไม่เอื้อมมือไปหยิบอาหารของคนอื่นข้อควรระวังทั่วไปในการกินอาหารกับต่างชาติ  •  ศึกษากฎพื้นฐานของประเทศนั้นก่อน  •  สังเกตพฤติกรรมผู้คนรอบโต๊ะเพื่อปรับตัว  •  การเอ่ยคำขอบคุณและแสดงความสุภาพเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความประทับใจมารยาทบนโต๊ะอาหาร แตกต่างตามวัฒนธรรมและความเชื่อ การรู้จักและปฏิบัติตามช่วยให้กินอาหารอย่างสุภาพ ป้องกันความอึดอัด และสร้างความประทับใจในทุกมื้อแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับ sanookhttps://www.sanook.com/travel/1452871/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย บริจาคปฏิทินใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตสื่ออักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา

09/02/2026

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย คุณอีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน พร้อมด้วยคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับดูแลกิจการ เอไอเอ ประเทศไทย (ESG Committee) เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน (ESG) อย่างต่อเนื่อง ส่งมอบปฏิทินใช้แล้วให้แก่ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด เพื่อนำไปผลิตสื่อการเรียนรู้และหนังสืออักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้าน Social Impact ของเอไอเอ ประเทศไทย ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทุกคนในสังคม โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตาที่ต้องการสื่อการเรียนรู้เฉพาะทาง เพื่อส่งเสริมทักษะ ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอในการตอบแทนคืนสู่สังคมไทยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืน สนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังตอบโจทย์ด้าน Environmental Responsibility ผ่านการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างประโยชน์ ลดปริมาณขยะ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ช่วยให้เกิดคุณค่าทั้งต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมตามกลยุทธ์ ESG ของเอไอเอ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ร่วมลงนาม กรมอุทยานฯ ขยายสัญญามอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ แก่เจ้าหน้าที่สัญญาจ้างที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย

06/02/2026

เอไอเอ ประเทศไทย ขยายสัญญาประกันอุบัติเหตุแก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าสัญญาจ้างและบุคลากรที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย หวังสนับสนุนคุณภาพชีวิตและดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีสวัสดิการเพิ่มขึ้น โดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย และนายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง เป็นผู้แทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือตามโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม “สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ทั้ง 3 แห่ง” เป็นปีที่ 2 มุ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีสวัสดิการเพิ่มขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประดิษฐ์ บุญเกิด เลขาธิการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมเป็นสักขีพยาน และพันเอกนนท์ จุลานนท์ ที่ปรึกษามูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ กรมอุทยานแห่งชาติฯนายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ มุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองให้แก่คนไทยมาโดยตลอด โดยดำเนินโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม “สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทั้ง 3 แห่ง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของ เอไอเอ ในการดูแล ‘ผู้พิทักษ์ป่า’ ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของชาติ ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และ กลุ่มป่าแก่งกระจาน (“พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ”) ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10.8 ล้านไร่ ตอกย้ำถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย Environment, Social, and Governance (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) และสังคม (Social) ซึ่งมิติสังคมนั้น เรามอบความมั่นคงและศักดิ์ศรีให้แก่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า และมิติสิ่งแวดล้อม เราปกป้องผู้ที่กำลังปกป้องผืนป่า ทำให้การอนุรักษ์ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน“สำหรับโครงการปีแรกนั้น เราได้ให้ความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ประเภทสัญญาจ้างเฉลี่ยประมาณ 2,300 คนต่อเดือน โดยจ่ายค่าเรียกร้องสินไหมไปแล้วจำนวน 11 ราย รวมค่าสินไหมทั้งสิ้น 364,500 บาท แบ่งเป็น 5 รายที่เป็นสินไหมมรณกรรม และอีก 6 รายเป็นค่าชดเชยขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นได้ถึงความจำเป็นและคุณค่าของหลักประกันนี้ต่อผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริง และเรายังได้รับความร่วมมือจากส่วนสวัสดิการและเจ้าหน้าที่สัมพันธ์ สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมด้วยมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อให้การคุ้มครองเข้าถึงผู้ปฏิบัติงานประเภทสัญญาจ้างทุกหน่วย โดยเราขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยอย่างสำนักงาน คปภ. ที่มีนโยบายที่โดดเด่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของการมอบความคุ้มครองขั้นพื้นฐานอย่างประกันอุบัติเหตุให้แก่บุคลากรที่มีความจำเป็น เพื่อส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยเป็นที่พึ่งอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนทุกระดับ สำหรับโครงการปีที่ 2 นี้ เอไอเอจะมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้าง โดยระยะเวลาคุ้มครองนาน 365 วัน หรือ 1 ปี เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 - 31 มกราคม 2570 ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน กรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เพื่อมอบเป็นสวัสดิการและส่งเสริมแก่เจ้าหน้าที่ให้มีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุอย่างครบถ้วนและจำเป็นในการปฏิบัติงานต่อไป“ทั้งนี้ เอไอเอ ยึดมั่นในคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” โดยพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยทั่วประเทศในทุกสถานการ์และสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงลูกค้า แต่รวมถึงผู้พิทักษ์ป่าทุกคนที่ทำงานเพื่ออนาคตของลูกหลานไทย เพื่อร่วมสร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อไป”ด้าน นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือครั้งนี้ว่า “เป็นการดำเนินการต่อเนื่องขยายความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปี 2568 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เสริมสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน โดยโครงการครอบคลุมเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้าง ประกอบด้วย ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานและลูกจ้างเหมาเอกชนพื้นที่มรดกโลกทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทั้ง 3 แห่ง ประมาณ 2,300 ราย ซึ่งในระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2568 มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มรดกโลก ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน ทั้งสิ้น 19 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย สาเหตุสำคัญในการเสียชีวิตและบาดเจ็บคือการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงภัยการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า สัตว์มีพิษ และอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงสูงที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องเผชิญ ความคุ้มครองจากกรมธรรม์ในโครงการนี้ จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ อีกทั้งยังช่วยลดภาระและเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่องเที่ยว

ส่งท้ายลมหนาว - รับวาเลนไทน์ “Singha Park Chiangrai International Balloon Fiesta 2026”

06/02/2026

นับถอยหลังเทศกาลที่ใครหลายคนรอคอย สำหรับงานบอลลูนนานาชาติที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย งานบอลลูนยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับอาเซียนภาพ: Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงรายปีนี้! ห้ามพลาด! เตรียมตัวมาตื่นตา ตื่นใจ กับ Balloon Magic Night Glow การแสดง แสง สี เสียง พร้อม พลุ สุดอลังการยามค่ำคืน ที่หาชมที่ไหนไม่ได้ ต้องมาที่นี่ งานนี้เท่านั้น!“Singha Park Chiangrai International Balloon Fiesta 2026" ระหว่างวันที่ 11 - 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สิงห์ปาร์ค เชียงรายชมการแสดงโชว์ตลอดทั้ง 5 คืน ในช่วงเวลา 20.15 - 20.30 น. (โดยประมาณ)ภาพ: Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงรายการแข่งขันบอลลูนนานาชาติ และบอลลูนหลากสีสันกว่า 30 ลูก สุดตระการตาท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก, คอนเสิร์ตจัดเต็มจากศิลปินชื่อดังกว่า 60 ชีวิต, Balloon Love บอกรักบนฟ้าเหนือสิงห์ปาร์ค เชียงราย ท่ามกลางลมหนาว! และกิจกรรมเซอร์ไพรส์อื่นๆ อีกมากมาย- ไม่จำกัดอายุในการเข้างาน- เด็กส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม.เข้าฟรีภาพ: Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงรอีกหนึ่งความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในงาน “Singha Park Chiangrai International Balloon Fiesta 2026” คือ การแสดงโขนกลางแปลง จากกลุ่มศิลปินวังหน้ากว่า 200 ชีวิตโดยเยาวชนชาวเชียงราย จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงในครั้งนี้อีกด้วย น้องๆ ฝึกฝน ด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น เพื่อการแสดงครั้งสำคัญของปี จากจุดนี้น้องๆ จะซึมซับศิลปวัฒนะธรรมอันมีค่า เป็นกำลังสำคัญที่จะต่อยอด ส่งต่อ และรักษาให้ศิลปะของชาติได้สืบสานยังคนรุ่นใหม่ต่อไปภาพ: Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงรายภาพ: Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงรายแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/travel/detail/9690000012138

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ห้องแสดงนิทรรศการ

ชวนไปชมนิทรรศการอิมเมอร์ซีฟ “Love Is in the Air” ในงาน Bangkok Design Week 2026

06/02/2026

Hatari ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตพัดลมอันดับ 1 ของประเทศไทย นำเสนอนิทรรศการอิมเมอร์ซีฟ “Love Is in the Air” ในงาน Bangkok Design Week 2026 ถ่ายทอดมุมมองการออกแบบของใช้ในชีวิตประจำวันที่ตอบโจทย์ด้านประโยชน์ใช้สอยไปพร้อมกับโอบรับอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้ไปพร้อมกัน โดยตีความผ่าน “พัดลม หรือ FAN” ที่เปรียบเสมือนคนรู้ใจใกล้ตัวซึ่งจะอยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลาชีวิต นิทรรศการประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ First Love, Love at First Sight, Passionate Love และ True Love นำเสนออารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างๆ ของความสัมพันธ์ผ่านสื่อกลางอย่าง “ลม” สำรวจความสัมพันธ์ของการออกแบบและอารมณ์ไปพร้อมกันได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 งาน Bangkok Design Week 2026 ณ The Corner House Bangkok (ชัยพัฒนสิน)นิทรรศการ “Love Is in the Air” ชวนทุกคนตั้งคำถามว่า “การออกแบบของใช้ในชีวิตประจำวันจะมอบประโยชน์ใช้สอย และสุนทรียภาพทางความรู้สึกในใจของเราไปพร้อมกันได้อย่างไร” โดยได้แรงบันดาลใจจากการเล่นคำในภาษาไทยอย่างคำว่า “แฟน” ซึ่งพ้องเสียงกับ “FAN” ที่หมายถึงพัดลมในภาษาอังกฤษ นิทรรศการครั้งนี้จึงนำเสนอพัดลมที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็น “FAN” ที่คอยอยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลาของชีวิต ซึ่งสะท้อนแนวคิด ของฮาตาริที่ต้องการให้การออกแบบเป็นมากกว่าฟังก์ชัน แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมทางทางอารมณ์และความรู้สึก จึงได้ร่วมงานกับ Habits Design Studio สตูดิโอออกแบบสหสาขาวิชาชีพจากประเทศอิตาลี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการเชื่อมโยง ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และธรรมชาติ เข้าด้วยกันภายในนิทรรศการ ผู้ชมจะได้เดินทางผ่าน 4 พื้นที่ 4 ประสบการณ์ ที่ถ่ายทอด “ช่วงเวลาต่างๆ ของความรัก” ในแบบอิมเมอร์ซีฟนำเสนอผ่านเทคนิคอันหลากหลาย อาทิ สายลม แสง สี เสียง กลิ่น และการเคลื่อนไหวอย่างประณีต ได้แก่First Love – เริ่มต้นเส้นทางของความสัมพันธ์ ด้วยประสบการณ์ของรักครั้งแรก ผ่าน The Gentle Breeze สายลมอันแผ่วเบาที่พัดพาความสดชื่น แห่งความอ่อนโยนและบริสุทธิ์ของรักแรกมาให้Love at First Sight – นำเสนอ Instant Spark ความตื่นเต้นของแรงดึงดูดตั้งแต่สบตาของรักแรกพบ ที่ตรึงใจคนได้ในทันทีทันใด ผ่านความรู้สึกตื่นเต้นจากการได้ค้นพบสิ่งใหม่ ท่ามกลางผีเสื้อที่โบยบินไปทั่วพื้นที่Passionate Love – Overwhelming พลังอารมณ์ที่เข้มข้นและเร่าร้อนที่บางครั้งอาจทำให้คุณยอมเสี่ยงทุกๆ อย่าง ไต่อารมณ์ไปจนถึงจุดพีคด้วยแรงลมอันทรงพลัง ที่สื่อถึงความหลงใหล ดำดิ่ง และทุ่มเทสุดพลัง เมื่อความรักเข้ามาครอบครองพื้นที่ในจิตใจและร่างกายTrue Love – หลังจากเดินทางผ่านช่วงเวลาของความรักหลากหลายรูปแบบ ในที่สุดผู้ชมก็ได้พบกับบทสรุปของนิทรรศการที่ปิดจบเส้นทางอย่างสงบในพื้นที่ของ True Love พื้นที่พักใจท่ามกลางสายลมที่พัดอย่างสม่ำเสมอ สะท้อนความรักที่มั่นคง ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความเชื่อใจ และความอ่อนโยนต่อความรู้สึกของตนเอง ความรักในพื้นที่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความสัมพันธ์แบบคู่รัก แต่หมายถึงความรักในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักต่อตัวเอง ครอบครัว คนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่อยู่เคียงข้างเราในชีวิตประจำวันภายในพื้นที่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้หยุดพักและทบทวนความรู้สึก ผ่านกิจกรรมการเขียนข้อความถึงตัวเองหรือถึงคนที่รัก เพื่อบันทึกความรู้สึกดีๆ ในช่วงเวลานั้น และตอกย้ำแนวคิดของ Self-Love การอยู่กับตัวเองและสิ่งที่เรารักได้อย่างมั่นใจ อบอุ่น และสบายใจในทุกวันในช่วงท้ายของนิทรรศการ ฮาตาริยังนำเสนอแนวคิดด้าน ความยั่งยืน ผ่านไอเดียของการรีไซเคิลพัดลมและการนำวัสดุใช้แล้วมาสร้างคุณค่าใหม่ สะท้อนความมุ่งมั่นในการออกแบบที่คำนึงถึงการดูแลความรู้สึกของคน ควบคู่ไปกับการยืดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์เพื่อโลกของเราในอนาคตปี 2569 เป็นปีที่สามของฮาตาริ ในการเข้าร่วม Bangkok Design Week เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนวงการการออกแบบไทย ให้ได้มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังนับเป็นอีเวนท์ใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้นทุกปีอีกด้วย ด้าน คุณปีย์วรา ชุณหวงศ์ หัวหน้าฝ่ายแบรนด์และการตลาด บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด กล่าวเสริมว่า “ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ฮาตาริเติบโตจากการเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผู้คนไว้วางใจ วันนี้เรากำลังก้าวไปอีกขั้นด้วยการนิยามบทบาทของแบรนด์ใหม่ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความรู้สึก และบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปนิทรรศการ ‘Love Is in the Air’ สะท้อนทิศทางของฮาตาริในวันนี้นั่นคือ การออกแบบที่ไม่มองเพียงประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ อารมณ์ และความหมายที่ของใช้ในชีวิตประจำวันมีต่อผู้คนในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต การเข้าร่วม Bangkok Design Week เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย และในปีที่ฮาตาริก้าวเข้าสู่ปีที่ 35 ฮาตาริเชื่อว่าการเติบโตที่แท้จริงของแบรนด์ ไม่ใช่แค่การอยู่ได้นาน แต่คือการยังคงมีความหมายกับผู้คนในทุกยุคสมัย”สัมผัสนิทรรศการอิมเมอร์ซีฟ “Love Is in the Air” สัมผัสความรักที่ล่องลอยในสายลม จาก FAN ที่จะอยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลาของชีวิต เรียงร้อยผ่านการออกแบบอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 งาน Bangkok Design Week 2026 ณ The Corner House Bangkok (ชัยพัฒนสิน)แหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับผู้จัดการออนไลน์https://mgronline.com/celebonline/detail/9690000010866

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ประกันชีวิต

เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Thailand Best Employer Brand Awards 2026 จากเวที World HRD Congress & Employer Branding Awards ชู Inclusive Workplace เดินหน้าพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน

04/02/2026

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางศรัณยา เทียนถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เข้ารับมอบรางวัล “Thailand Best Employer Brand Awards 2026” จากเวที World HRD Congress & Employer Branding Awards ซึ่งมอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลด้วยวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นพนักงานเป็นศูนย์กลาง (People-Centric) และความมุ่งมั่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนถึงบทบาทของเอไอเอในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง รวมถึงการผลักดัน สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและเท่าเทียม (Inclusive Workplace) พร้อมยกระดับการดูแลสุขภาวะพนักงานแบบองค์รวม ผ่านแนวคิด WorkWell with AIA ที่ครอบคลุมการดูแลทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจ สุขภาพทางการเงิน และสุขภาวะทางสังคมการพิจารณาผู้ได้รับรางวัลในปีนี้จัดทำโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาอาวุโสจากหลายประเทศ โดยประเมินจากแนวทางด้านบุคลากรที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงศักยภาพขององค์กรในการพัฒนาคุณภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของเอไอเอ ประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทและความสำเร็จในการสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และมอบโอกาสที่เท่าเทียมแก่พนักงานทุกคนอย่างแท้จริง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ข่าวการเงิน

โอนเงิน 18,000 ไปผิดบัญชี จนเหลือไม่ถึงร้อย อีกฝ่ายไม่โอนคืน งานนี้ทัวร์ลงบอกไม่ผิด

03/02/2026

โอนเงินผิดบัญชี แบบนี้ต้องโอนคืนไหม หลังมีเคสหนุ่มโอนเงินทั้งเดือนมาให้ 18,000 สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้และคิดไม่ทันยุคที่การโอนเงินง่ายดุจพลิกฝ่ามือ เพียงแค่มีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็สามารถทำได้แล้ว แต่แน่นอน อะไรที่ง่าย ๆ ก็มักมาพร้อมข้อผิดพลาด เช่น การโอนเงินผิดบัญชี ผิดจำนวน เป็นต้น ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะแก้ปัญหายังไงต่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเล่าว่า ตนโอนเงินผิดบัญชี จำนวน 18,000 บาท จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ พร้อมหาไลน์ติดต่อไปเพื่อขอให้โอนเงินคืน แต่เขาไม่ยอมโอน และพอตำรวจจะคุยก็ไม่ยอมคุยหลังจากนั้นตนโทรศัพท์แจ้งธนาคาร ธนาคารไม่สามารถดึงเงินคืนได้ ได้แต่โทรศัพท์ไปคุยให้ แต่เขาไม่โอนคืน ทางเดียวที่จะคืนคือ ให้ธนาคารดึงเงินออกเท่านั้น แบบนี้ควรทำยังไง ยอดเงินที่โอนไปคือเงินเดือนที่เพิ่งออกด้วย ทำให้ตอนนี้มีเงินติดตัวไม่ถึงร้อยความเห็นชาวเน็ต บอก ไม่โอนคืนถูกแล้วชาวเน็ตมองเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีมาก คนรับเงินอาจจะกลัวเป็นคดี ABC เงินที่โอนเข้ามาจากบัญชี A แต่มิจฉาชีพโทรศัพท์มาหลอกให้โอนไปบัญชี B ทำให้พอมีการทุจริต คนที่รับเงินจะกลายเป็นมิจฉาชีพแทน ดังนั้น คนที่ควรโอนเงินออกคือธนาคาร ไม่ควรโอนเงินเอง แม้จะใช้เวลาคืนนาน แต่ก็ปลอดภัยดังนั้น สิ่งที่ควรทำเมื่อโอนเงินผิดคือ แจ้งทำเรื่องที่ธนาคาร และแจ้งตำรวจ จากนั้นธนาคารจะประสานไปยังเจ้าของบัญชี เพื่อติดต่อเรื่องการดึงเงินออกต่อไปแหล่งที่มาข่าวและภาพต้นฉบับกระปุก.คอมhttps://hilight.kapook.com/view/251801

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

X